ระหว่างเก็บเสื้อผ้าอยู่นั้น หญิงชราหันมองหลานสาวด้วยสายตาแน่นิ่ง แล้วจำใจเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงแหบพร่า
“แน่ใจเหรอว่าจะไปอยู่ที่อื่น บ้านก็บ้านเขานะลูก มันอึดอัดใจหรือเปล่า”
“มันก็ดีกว่าให้ยายต้องเข็นรถขายของเรื่อย ๆ ไม่ใช่เหรอจ๊ะ ยายก็เห็นฝนไปสมัครงานมาตั้งหลายวัน ยังไม่มีที่ไหนตอบรับเราเลย ถ้าขืนเป็อย่างนี้ไปเรื่อย ๆ สุดท้ายแล้วยายก็ต้องออกไปขายขนมเหมือนเดิม ฝนไม่อยากเห็นภาพนั้นอีกแล้วค่ะ ฝนตัดสินใจดีแล้ว ไปอยู่ที่นั่นอาจทางเลือกที่ดีที่สุดในตอนนี้” หญิงชราได้ยินดังนั้นจึงนิ่งเงียบไป
“คิดดีแล้วเหรอฝน ถ้าไปแล้วเขาไม่ดีกับเรา เราจะทำยังไง” สายตากังวลของหญิงชราฉายแววออกมาเป็ระยะ
“ยายไม่ต้องห่วงนะคะ ยังไงเด็กในท้องก็เป็ลูกของเขา อย่างน้อยเราก็ได้อยู่ที่นั่นจนฝนคลอดนั่นแหละ ฝนไม่ได้หวังรวยทางลัดหรอกนะยาย แต่ถ้าคุณท่านให้เงินเดือนฝนทุกเดือนจริง ๆ ฝนก็จะเก็บไว้ทุกบาท เพื่อเป็ทุนไว้เริ่มต้น หากเราออกมาจากบ้านหลังนั้นเมื่อไหร่ ฝนจะไม่ยอมให้ยายต้องเหนื่อยอีก” คำตอบของฝนทิพย์ทำให้หญิงชรารู้สึกสงสารหลานสาวจับใจ และก้มหน้าพับผ้าใส่กระเป๋า เพื่อเดินทางไปบ้านหลังใหญ่ของหิรัญ
ระหว่างเดินทางไปบ้านหลังใหญ่ ความรู้สึกหวาดหวั่นของหญิงชราเผยออกมาทางสายตา นับจากฝนทิพย์เกิดมา หญิงชราไม่เคยต้องย้ายถิ่นฐาน เพราะยืนด้วยลำแข้งตัวเองมาตลอด ยิ่งกว่านั้น ไม่อาจรู้เลยว่าคนรวยมีฐานะแบบนั้นจะแสดงท่าทีอย่างไร
“ถ้าเขาไม่ดีกับเรา เราจะไปอยู่ที่ไหน ฝนคืนบ้านเช่าเขาไปแบบนั้น”
“ยายหมายถึงใครล่ะคะ หากเป็คุณชัยศักดิ์ ยายก็เห็นว่าเขาดีกับฝนและยายแค่ไหน หากยายหมายถึงคุณท่าน คุณท่านใจดีค่ะ ฝนเจอท่านแล้ว แต่หากเป็เขา...ฝนหมายถึงคุณหิรัญน่ะค่ะ เขาจะดีกับเราหรือไม่ ยายไม่ต้องสนใจ เชื่อฝนนะ” น้ำเสียงอ่อนโยนของฝนทิพย์พูดกับหญิงชราพร้อมรอยยิ้มอ่อน พร้อมปกป้องผู้เป็ยายตลอดเวลา
ไม่นานนักรถใหญ่สีดำคันหรู ก็แล่นมาจอดหน้าบ้าน หญิงชราได้แต่เบิกตากว้าง บ้านหลังใหญ่แบบนี้เคยเห็นแต่ในทีวีเท่านั้น ไม่คิดว่าชีวิตจริงจะมีอยู่ ก่อนประตูรถจะเปิดกว้าง ชัยศักดิ์เดินเข้ามาช่วยพยุงร่างของหญิงชราลงรถ สายตาเหี่ยวย่นสัดส่ายมองบ้านหลังใหญ่อีกครั้งด้วยความตะลึงงัน
“เ้านายคุณ เขารวยมากกว่าที่ฉันคิดอีกนะ” ชัยศักดิ์ได้แต่ยิ้ม แล้วพาฝนทิพย์กับหญิงชราเข้าไปพบอธิพันธ์ ที่นั่งรอต้อนรับอยู่ด้านใน
ฝนทิพย์จูงยายเข้าไป พร้อมกับกล่าวสวัสดีเ้าบ้าน พร้อมกับสายตาของหญิงชราจะสำรวจท่าทางของอีกฝ่าย ว่าร้ายดีเพียงใด หากแต่การเจรจาผ่านไปได้ไม่นาน หญิงชราจึงค่อย ๆ ยอมรับว่าอีกฝ่ายมีเมตตามากกว่าที่คิด
“ฉันขอบใจหนูฝนนะ ที่ยอมมาอยู่ด้วยกัน ฉันให้คนจัดเรือนรับรองไว้ให้หนูฝนกับยาย ได้อยู่ด้วยกันทางฝั่งนั้น จะได้ไม่ต้องอึดอัดใจกับหิรัญ” ฝนทิพย์ยกมือไหว้ขอบคุณด้วยกิริยาอ่อนหวาน
“ขอบคุณมากนะคะที่เมตตาพวกเรา”
“อ่อ นี่แม่เนียม เป็แม่บ้านที่นี่มานานแล้ว ฉันจะให้แม่เนียมคอยดูแลหนูฝนกับยายอีกแรง”
“ไม่เป็ไรหรอก อิฉันกับหลานดูแลกันเองได้ ไม่ค่อยชินที่จะให้ใครมาตามดูแล ประหลาดพิลึกอยู่เหมือนกัน” สิ้นเสียงของหญิงชรา รอยยิ้มของอธิพันธ์ก็ปล่อยกว้างออกมา
“แต่หนูฝนท้องอยู่ ให้แม่เนียมช่วยเื่งานบ้านแล้วกัน ส่วนเื่อื่น ก็แล้วแต่คุณยายกับหนูฝนจะจัดการ อ่อ...จริงสิ หิรัญบอกแล้วใช่ไหม ว่าถ้าผลตรวจออกมาเขาจะรับผิดชอบเด็กทุกอย่าง”
“เราคุยกันแล้วค่ะ” ฝนทิพย์ตอบด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน พร้อมอีกฝ่ายปล่อยยิ้มออกมาด้วยความเมตตา
ระหว่างการสนทนาทำความคุ้นเคยกันอยู่นั้น เสียงรถของหิรัญแล่นเข้ามาจอด พร้อมร่างของสาวสวยคนหนึ่งเดินเคียงคู่ชายหนุ่มเข้ามา หญิงสาวในชุดเดรสสีขาว ผิวพรรณสะอาด ใบหน้างดงามอีกครั้งเครื่องประทับราคาแพงเ่าั้บ่งบอกฐานะได้เป็อย่างดี ฝนทิพย์ทอดมองด้วยสีหน้าราบเรียบ ในขณะที่ทั้งสองพูดคุยกันอย่างสนิทสนม ไม่ทันสังเกตว่าใครต่อใครนั่งอยู่ในโถงรับแขก