ซิ่วอิงซู๊ดปาก และเพราะก่อนหน้านั้นได้หลั่งน้ำตาไปแล้วหนหนึ่ง เมื่อถูกตบอย่างแรงจึงอดไม่ได้ที่จะน้ำตาไหลพรากออกมาอีกรอบ ครั้นสิงเทียนจะลงมืออีกหนก็ต้องชะงักมือในทันที ก่อนจะหายใจแรงและหันไปลงที่สิ่งอื่นแทน จัดการขว้างปาทำลายข้าวของในห้องจนแตกกระจาย
ปิ่นปักผมของเหมยลี่ที่ไม่รู้ว่าอยู่ในห้องั้แ่เมื่อไหร่ ถูกปัดจนร่วงตกใส่มือของคนบนพื้นพอดิบพอดี ซิ่วอิงกลัวอีกฝ่ายจะโมโหกว่าเดิมจึงรีบวางมันลง แต่เขากลับคิดผิดเพราะนอกจากจะไม่ได้ช่วยให้รอดแล้ว สิงเทียนยังบันดาลโทสะหนักกว่าเก่า คว้าเก้าอี้ไม้ตัวโปรดฟาดเขาจนกระอักเืเต็มพื้น
หูเซินที่ซุ่มอยู่ใกล้ ๆ เมื่อเห็นท่าไม่ดีจึงรีบวิ่งเข้ามาขัดขวางเขา “คุณชายขอรับ! ได้โปรดสงบใจลงหน่อยเถิด หากท่านทำร้ายเขาจนถึงแก่ชีวิต ท่านเองก็จะเดือดร้อนไปด้วยนะขอรับ ได้โปรดใจเย็นลงหน่อย ถือเสียว่าข้าขอร้องท่านล่ะ”
“หูเซิน! เ้าเข้ามาขวางทำไม หลีกทางให้ข้าบัดเดี๋ยวนี้ ข้าจะทุบตีไอ้คนทรยศให้มันตายไปเสีย!”
ร่างใหญ่ตรงหน้าอ้าแขนกอดคุ้มครองเขาจนแทบมิด เอ่ยต่อผู้เป็นายอย่างเฉียบขาด “ไม่ขอรับ ข้าจะไม่หลบให้คุณชายทำเช่นนั้น ท่านดูเขาสิถูกทำร้ายจนไม่สามารถช่วยเหลือตนเองได้ แขนหักและกระดูกขาร้าว ท่านยังจะทุบซ้ำเขาอีกหรือ”
“หูเซิน หากอยากให้ข้าหยุดมือนัก เ้าก็ลงมือตัดลิ้นมันเสียสิ เช่นนั้นข้าจึงจะหยุดมือตามคำขอของเ้า หากทำมิได้ก็จงหลีกทางให้ข้า!”
“…”
ซิ่วอิงนอนนิ่งไม่อาจขยับตัวได้ สองตาหรี่ปรือด้วยความอ่อนล้า มองหูเซินที่ประคองศีรษะตนเองสลับกับมองขาเก้าอี้ที่ยังเหลือติดมือของสิงเทียน เขาสบตากับหูเซินก่อนพยักหน้าให้ทีหนึ่งอย่างจนใจ
เขาเองเข้าใจสถานการณ์ตรงหน้าดี ไม่ว่าจะทำอย่างไรสิงเทียนคงไม่ยอมสงบลงแน่ เขาถูกทุบตีมานักต่อนักแล้ว เพียงถูกตัดลิ้นอีกสักหน่อยจะเป็ไรไป ด้วยความที่ซิ่วอิงไม่อยากให้สิงเทียนฟุ้งซ่านมากกว่านี้ เขาจึงยอมให้หูเซินตัดลิ้นแต่โดยดี แม้จะเ็ปเจียนตาย แต่ถึงอย่างไรสิงเทียนก็คงไม่ปล่อยให้เขาตายแน่ ๆ
คนเจ็บทดลองรักษาร่างกายไปหลายหน แต่กลับไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง เขาจำต้องทนกลืนเืลงคอไปอย่างยากลำบาก แม้นฝืดคอจนแทบอาเจียนก็ต้องอดทนและกัดฟันสู้ต่อไป
สิงเทียนเหมือนจะใจเย็นลงแล้ว พอใจในการกระทำของลูกสมุนอยู่พอควร เขาโยนท่อนไม้ในมือทิ้งไป จากนั้นก็ตรงดิ่งไปยังเตียง ถอดเสื้อผ้าอาภรณ์ทิ้งลงพื้นอย่างไม่สนใจใคร เหลือไว้เพียงกางเกงซับสีขาวตัวบางเพื่อปกปิดท่อนล่างก็เท่านั้น
หูเซินที่ยังนั่งดูอาการของคนเจ็บก็ไม่ยอมลุกไปไหน สีหน้าฉายแววความกังวลอยู่หลายส่วน ยิ่งเห็นอาการาเ็ของคนใช้แล้วก็พลันกังวล จึงใจกล้าเอ่ยต่อคนบนเตียง
“คุณชาย ท่านจะปล่อยให้เขานอนกลืนเือยู่เช่นนี้ไปถึงเมื่อใด หากขืนปล่อยไว้ เพียงไม่กี่ชั่วยามเขาต้องตายแน่”
สิงเทียนถอนหายใจ เอ่ยว่า “รักษาลิ้นให้มัน ส่วนขาและแขนปล่อยเอาไว้ดังเดิม”
“…ขอรับ”
หูเซินทำการรักษาลิ้นให้อีกฝ่ายจนกลับมาเป็ปกติ กลิ่นคาวเืเมื่อครู่ยังชัดเจนไม่เลือนหาย ซิ่วอิงก้มตัวขอบคุณแต่มันกลับดูน่าเวทนาเหลือหลาย ร่างกายพิกลพิการดูอย่างไรก็ไม่เหมือนคน
หูเซินเดินออกไปจากห้องปล่อยให้พวกเขาอยู่ด้วยกันตามลำพัง ซิ่วอิงพยายามถ่างตาให้ตัวเองไม่หลับถึงแม้จะง่วงงุนมากก็ตาม หากเผลอไผลเพียงเสี้ยววิ ไม่แน่ว่าเขาอาจจะไม่ได้ลืมตาตื่นขึ้นมาอีกเลย จึงทนอดหลับอดนอนมันตลอดทั้งคืน แต่ด้วยความอ่อนเพลียบวกกับร่างกายที่ถูกทุบตีอย่างหนัก สุดท้ายเขาก็เผลอหลับไปในตอนใกล้รุ่งสาง
ซ่าาาาา น้ำเย็นเฉียบถูกสาดเข้าหน้า คนบนพื้นสะดุ้งโหยงก่อนจะรีบมองหาตัวคนทำ สิงเทียนยืนกอดอกมองเขาชี้นิ้วไปยังถังไม้ที่ร่วงตกอยู่ใกล้ ๆ “เช็ดเสียสิ เป็คนทำความสะอาดมิใช่รึ”
ซิ่วอิงยังคงสลึมสลือและสับสนกับเหตุการณ์ตรงหน้า แต่เขาก็ไม่ได้คิดมากอะไรเพราะเดิมทีนิสัยสิงเทียนมักเป็เช่นนี้อยู่แล้ว จึงว่า “คุณชาย ข้าน้อยขยับตัวลำบาก ต่อให้แขนข้างนี้ของข้าจะยังสามารถใช้งานได้ แต่ข้าจะทำความสะอาดทั่วห้องได้อย่างไร”
“เ้ามีปัญญาหรือไม่เล่า แค่กระดูกร้าวมิได้ขาหักเสียหน่อย หากลุกขึ้นเดินไม่ได้ก็จงคลาน ไต่เลื้อยไปเหมือนกับสัตว์นั่นไงคือวิธีแก้”
“…”
“มัวชักช้าอยู่ไย คลานสิ! ข้าสั่งให้เ้าคลาน!”
ซิ่วอิงพยายามใช้แขนข้างหนึ่งลากสังขารตัวเองไปตามพื้นห้อง ผ้าสะอาดผืนน้อยค่อย ๆ ถูและซับน้ำที่ไหลนองนั่นอย่างทุลักทุเล แต่นับว่าฟ้ามีตานัก หลังผ่านไปได้เพียงครู่เดียว นู่เฉินก็วิ่งพรวดเข้ามา ทำให้บรรยากาศมาคุในห้องดูเบาบางลงไปมาก
“คุณชายขอรับ! เหมือนว่าเราจะเจอเบาะแสของคุณหนูเข้าแล้ว”
สิงเทียนมีท่าทีแปลกไป รีบซักถามทันที “จริงหรือ นางอยู่ที่ใด”
นู่เฉินว่า “เราเจอผ้าเช็ดหน้าของนางอยู่บนทางขึ้นเขาขอรับ ข้าส่งคนขึ้นไปดูแล้ว แต่ข้างบนนั่นไม่มีอะไร เป็เพียงถนนเปลี่ยวที่วนรอบูเาเท่านั้น”
“ข้าจะไปดูด้วยตนเอง” สิงเทียนปรายตามองคนในห้องทีหนึ่ง กล่าวต่อว่า “นู่เฉินเ้าเฝ้ามันเอาไว้ ให้มันทำความสะอาดให้เสร็จก่อนข้ากลับมา ส่วนหูเซินเ้าไปกับข้า”
“ขอรับ!”
“ขอรับ!”
ซิ่วอิงนั่งเช็ดพื้นอยู่นานพอควร ต่อให้พื้นแห้งแล้วแต่เมื่อเขาไถลตัวผ่านไปมันก็เปียกอีกอยู่ดี เพราะชุดที่สวมอยู่นั้นทั้งสกปรกและมอมแมม ไม่ว่าจะเช็ดอย่างไรก็ไม่สะอาดเสียที นู่เฉินไม่กล้าแม้แต่จะมองเขาตรง ๆ ยืนหันหลังให้ั้แ่สิงเทียนออกจากห้องไป คงเพราะไม่อยากเห็นสภาพน่าสมเพชนี่ ทุกคนถึงได้ทำเป็หลับหูหลับตาเมินเขา
ซิ่วอิงเลือกที่จะพาตัวเองไปอยู่มุมของห้อง จัดการเช็ดฝุ่นและโกยมันมาอยู่ใต้ขาตนเอง นั่งทับไว้แบบนี้แล้วพื้นก็จะดูสะอาดขึ้นระดับหนึ่ง เขาเองก็ไม่อยากโดนทุบตี ต่อให้รู้ว่าสามารถรักษาได้ แต่การทนถูกทารุณเช่นนี้ก็ไม่ดีสักเท่าไหร่
ไม่รู้ว่าสิงเทียนจะเจอเบาะแสอะไรหรือไม่ เขาจะรู้วิธีจัดการกับความเ็ปจากอาการธาตุไฟกำเริบหรือเปล่า หากเป็ต้นฉบับในนิยายล่ะก็ นี่คือบทสุดท้ายของเื่อย่างไรล่ะ เพราะหลังจากที่สิงเทียนกลับจากการค้นหานางเอก ไม่นานนักเฟยหลงก็ตามมาถึงที่ และจัดการ..จัดการสังหารเขา
นึกมาถึงตรงนี้ซิ่วอิงก็นั่งซึม แม้เขาจะถูกพระเอกทำร้ายและเข้าใจผิดไปไกล แต่ความตั้งใจของเขาก็ยังแน่วแน่เสมอมา เขายังคงหวังว่าสิงเทียนจะต้องไม่ตายและกลายเป็พระเอกให้ได้ หากต้องใช้ชีวิตในชาตินี้เข้าแลกเขาก็ยินดีทำเพื่อสิงเทียน ไม่รู้เพราะเหตุใดเขาจึงยึดติดนัก ไม่ยอมปล่อยวางและไม่ยอมย่อท้อต่อโชคชะตา เขาก็แค่คนธรรมดาจะไปมีพลังเปลี่ยนชะตาของผู้อื่นได้อย่างไร
เฉกเช่นเดียวกับโลกก่อน เราทุกคนเกิดมาล้วนต้องตาย อยู่ที่ว่าจะช้าหรือเร็ว แต่ขณะนี้เขากลับพยายามอย่างหนักในการช่วยเหลือคนคนหนึ่ง ทุ่มเทแรงกายแรงใจสั่งสอนมาตลอดสิบปี สุดท้ายก็วนลูปมาสู่จุดเดิม ตัวประกอบซิ่วอิงแทนที่จะตายั้แ่ต้นเื่ กลับเอาชีวิตรอดมาได้ยันบทสุดท้าย ซ้ำยังต้องถูกทรมานไม่จบไม่สิ้นอีก เป็แบบนี้แล้วมันจะต่างกันตรงไหนกับตายล่ะ
เขากลายเป็แบบนี้ได้อย่างไร กลายเป็แพะรับบาปไปได้ยังไงกัน หรือที่เขา้าช่วยเหลือนั่นมันผิดมหันต์ เขาเลือกทางเดินผิดหรือเปล่านะ คิดแล้วก็ยิ่งหดหู่ใจ ซิ่วอิงสลัดความสับสนในหัวทิ้งไป กลับมาโฟกัสเป้าหมายดังเดิม สิงเทียนจะต้องไม่ตายและกลายเป็พระเอกให้ได้!
ผ่านไปพักใหญ่ขบวนม้าจำนวนหนึ่งก็กลับมาที่วัง หัวขบวนคือสิงเทียนอย่างแน่นอน เสียงพูดคุยจอแจอยู่หน้าตำหนักเพียงไม่นานนักก็หายไป หลังจากทุกอย่างเงียบลง เสียงฝีเท้าที่เต็มไปด้วยความไม่พอใจก็ดังกระหึ่มมาทางห้องบรรทม
“คุณชาย”
นู่เฉินเอ่ยขึ้นพร้อมกับลมหอบใหญ่พัดเข้ามาในห้อง สิงเทียนที่ไม่รู้ไปโมโหอะไรมา เดินเข้าห้องได้ก็ปรี่มาถีบคนที่นั่งอยู่อย่างแรงจนล้มคะมำ
“โอ๊ย! คะ คุณชายใจเย็น คุณชายขอรับ โอ๊ย ๆ”
สิงเทียนทั้งถีบทั้งเตะคนในห้อง แรงเตะทำเขาจุกไปหลายนาทีจนต้องกุมหน้าท้องเอาไว้ มือข้างหนึ่งของสิงเทียน เอื้อมมาบีบคอเขาเต็มแรงจนต้องตาเหลือกด้วยความใ
“ค่อก ๆ คะ คุณ..ชาย!”
ซิ่วอิงพยายามดิ้นหนี แกะมือของสิงเทียนออกอย่างเต็มที่ แต่อีกฝ่ายกลับไม่รับฟังและบีบแรงขึ้น หูเซินและนู่เฉินรีบเข้ามาช่วยอีกแรง จับทั้งคู่ให้แยกจากกันได้สำเร็จ คนหนึ่งหน้าเขียวหน้าดำตะเกียกตะกายไปอยู่มุมอื่น กอบโกยอากาศเข้าปอดจนแทบไม่ทันเวลา เขาหอบหายใจด้วยอาการตกตะลึง หากเมื่อครู่ทั้งสองไม่เข้ามาแยกตัวอีกฝ่ายไปล่ะก็ เขาคงขาดอากาศหายใจจนตายแล้ว!
“ปล่อยข้าเดี๋ยวนี้! นู่เฉิน! พวกเ้ามันหน้าไหว้หลังหลอก คนทรยศ! ข้าจะฆ่ามันปล่อยข้า!”
“คุณชายใจเย็นสิขอรับ!”
“ปล่อยข้า!”
สิงเทียนขาดสติอย่างหนัก ั์ตากลายเป็สีแดงฉาน ซิ่วอิงกลืนน้ำลายลงคออย่างตื่นตระหนก ตายห่าล่ะทีนี้ พระเอกกลายร่างเป็มารร้ายเต็มตัวซะแล้ว เมื่อไม่รู้จะระงับโทสะอีกฝ่ายอย่างไร สุดท้ายเขาจึงตัดสินใจเด็ดขาดยอมใช้ตัวเองเป็ที่ระบายแทน
ซิ่วอิงว่า “ทะ ท่านปล่อยคุณชายเถิด ปล่อยเขา”
หูเซินไม่เข้าใจที่อีกฝ่ายบอก “เ้าว่าอย่างไรนะ ให้เขาปล่อยคุณชายหรือ ปล่อยให้มาทำร้ายเ้าน่ะหรือ”
ซิ่วอิงบอก “ท่านหูเซินข้าไม่ตายง่าย ๆ หรอก เขาคลุ้มคลั่งก็เพราะโมโหข้า หากให้เขาทุบตีข้าสักหน่อย ไม่แน่ว่าอาจจะใจเย็นลงก็เป็ได้”
นู่เฉินกล่าว “เ้าพูดเพ้อเจ้ออะไรออกมา คิดจะปล่อยให้ตัวเองถูกฆ่าตายหรือไร แปลกคนนัก”
ซิ่วอิงกล่าวอย่างจริงจัง “พวกท่านเชื่อข้าสิ ปล่อยเขาเถิด ปล่อยให้เขาทำร้ายข้าเสียเถิด ข้าเต็มใจให้เขากระทำเอง แม้นตายก็ไม่คิดโทษผู้ใด”
หูเซิน “…”
นู่เฉิน “…”