ตอนที่ 43 เสแสร้ง
หลี่เฉินอันรู้สึกว่าขนาดตนเองที่หน้าหนาถึงเพียงนี้ยังหน้าแดงเช่นกัน
แต่ดูเหมือนหลี่เฉียวซีแทบอดใจไม่ไหวที่จะบอกให้แม่นางผู้นั้นได้รู้ว่าเขาคือบุรุษที่เพียบพร้อมและสมบูรณ์แบบที่สุดในใต้หล้านี้
หากเป็นผู้อื่นคงต้องมีคำถามกับเรื่องเหล่านี้บ้างแล้ว แต่ไฉนหนอแม่นางผู้นี้กลับฟังอย่างตั้งอกตั้งใจ จนถึงขั้นบางครั้งก็ถามไถ่ด้วยความคาดหวังและความอยากรู้อยากเห็น
ยกตัวอย่างเช่น “ดังนั้นที่เขาไม่เข้าร่วมการสอบคัดเลือกขุนนางก็เป็นเพราะว่าไม่ชอบความดำมืดของวงการขุนนางใช่หรือไม่ ? ”
“แน่นอน ท่านพี่ของข้ามีจิตใจที่เที่ยงธรรมถึงเพียงนั้น และเขาก็ยังเป็นคนที่มีนิสัยตรงไปตรงมาอีกด้วย ถ้าเขาไปเข้าร่วมการทดสอบ แม้จะไม่พูดถึงตำแหน่งจอหงวน แต่อย่างน้อยเขาก็ต้องได้ตำแหน่งทั่นฮวาอย่างแน่นอน……ตระกูลหลี่ของเราเป็นถึงตระกูลที่มีเจ็ดจิ้นซื่อและสามทั่นฮวาเชียวนะ มันจะไม่ใช่เรื่องง่ายได้เยี่ยงไรหากท่านพี่ของข้าจะสอบได้ทั่นฮวา ? ”
“……”
หลี่เฉินอันทนฟังต่อไปไม่ไหวแล้ว เพราะตัวเขาเองยังไม่สามารถท่องจำได้แม้กระทั่งคัมภีร์ตรีอักษร
เขาเดินเข้าไปแล้วกระแอมเสียงเบา ๆ หลี่เฉียวซีถึงได้ปิดปากเงียบ แล้วทักทายเขาอย่างอารมณ์ดี
“ท่านพี่ พี่หญิงท่านนี้ช่างเป็นคนดีเหลือเกิน ! ”
จงหลีรั่วสุ่ยรู้สึกเขินอายเล็กน้อย ในใจคิดว่าแม่นางน้อยผู้นี้ช่างพูดจาหวานหูเสียจริง
นางคือน้องสาวของหลี่เฉินอัน นางย่อมต้องรู้จักหลี่เฉินอันดีกว่าผู้ใด เช่นนั้นสิ่งที่นางพูดมาทั้งหมดก็เป็นเรื่องจริงน่ะสิ
หลี่เฉินอันในอดีตไม่ใช่คนโง่เขลา และหลี่เฉินอันในตอนนี้ย่อมไม่ใช่คนโง่เขลาเช่นเดียวกัน
ในอดีตเขาแค่ปกปิดความสามารถของตนเองเท่านั้น และหลี่เฉินอันในยามนี้เพิ่งจะเปิดเผยความสามารถที่แท้จริงของตนเองออกมา !
หนทางในภายภาคหน้ายังอีกยาวไกล !
นางต้องขอบคุณเสิ่นเฉี่ยวเตี๋ยที่ถอนหมั้นเขา วันหน้าคงต้องหาเวลาไปเลี้ยงอาหารแม่นางผู้นั้นสักหน่อยแล้ว
คิดได้ดังนั้น นางก็ลุกขึ้นยืน หลังจากเงียบไปสักพัก ในหัวก็พลันนึกถึงคุณธรรมของสตรีขึ้นมา
นางหันไปทักทายหลี่เฉินอันอย่างเหนียมอาย แล้วขอบคุณเขาเสียงเบา ๆ “ข้าขอขอบคุณคุณชายที่ช่วยชีวิตข้าไว้ ! ”
ท่าทางนี้ช่างดูน่าทะนุถนอมและบอบบางยิ่งนัก
หลี่เฉินอันใจเต้นรัว ปลายจมูกของเขาได้กลิ่นหอมอ่อน ๆ ของดอกกล้วยไม้จากแม่นางผู้นี้
เมื่อนึกถึงผู้หญิงที่เขาเคยคบหาด้วยในชาติก่อน เขาก็ตระหนักได้ว่าผู้หญิงที่เขาคบหาในชาติก่อนช่างไร้ประโยชน์ยิ่งนัก
เพราะแม่นางผู้นี้คือยอดสตรีในบรรดาสตรีทั้งหมด !
ทั้งเอวบางชวนเย้ายวนนั้น ไหนจะรูปร่างที่อรชรอ้อนแอ้น ผิวพรรณที่เนียนประดุจหยกเนื้องาม และเครื่องหน้าที่งดงามไร้ที่ติ……นางช่างเป็นสตรีที่งดงามยากจะหาใครเทียบได้ !
แต่เขาจะแสดงออกมากเกินไม่ได้
แทนที่จะเป็นเหมือนชาติที่แล้ว คราวนี้เขาจะลองดูว่าจะจีบนางติดหรือไม่
ดังนั้นเขาจึงรีบโบกมือปฏิเสธ และถึงขั้นถอยหลังหนึ่งก้าวเพื่อแสดงความเป็นสุภาพบุรุษ “แม่นางเกรงใจข้าเกินไปแล้ว ถึงเยี่ยงไรเราก็เคยพบหน้ากันอยู่หลายหน และแม่นางยังเป็นลูกค้าคนแรกของร้านสุราข้าด้วย”
“ตอนนี้พวกอันธพาลด้านนอกโดนเจ้าหน้าที่ทางการจับตัวไปแล้ว แต่บุรุษเมื่อครู่นี้... ข้าไม่รู้ตัวตนของเขา เขาบอกว่ามีหนึ่งคนหนีไปได้ ฉะนั้นเวลาแม่นางออกไปข้างนอกก็ต้องระวังตัวให้มากขึ้น”
“ข้าว่าที่จวนของแม่นางน่าจะมีคนคุ้มกันอยู่หลายคน ทางที่ดีเวลาออกไปไหนมาไหนควรพาพวกเขาออกมาด้วย”
จงหลีรั่วสุ่ยพยักหน้าอย่างเขินอาย เผยให้เห็นรูปลักษณ์ของสตรีวัยสาวสะคราญที่มีเสน่ห์
หากหนิงฉู่ฉู่มาเห็นท่าทางของนางในยามนี้ เกรงว่าคงจะต้องตกตะลึงตาค้างเป็นแน่
“อืม คนของท่าน……ได้รับบาดเจ็บหรือไม่ ? ”
“ยังไม่รู้เช่นกัน คนของข้าถูกทางการจับตัวไปแล้ว ข้าว่าจะไปดูที่ศาลาว่าการเสียหน่อย”
พูดจบ หลี่เฉินอันก็กำลังจะหันหลังเดินออกไป แต่ก็โดนจงหลีรั่วสุ่ยหยุดไว้เสียก่อน “คุณชาย, คุณชายไม่ต้องกังวล ครอบครัวของข้ามีความสัมพันธ์อันดีกับศาลาว่าการ คนของคุณชายไม่มีทางได้รับความไม่เป็นธรรมแน่นอน……เพียงแต่ยามนี้ฟ้าเริ่มมืดแล้ว คุณชายเองก็เพิ่งบอกว่าคนชั่วพวกนั้นหนีไปได้คนหนึ่ง”
“คุณชาย……ข้าพอจะรบกวนขอให้ท่านไปส่งข้ากลับจวนได้หรือไม่ ? ”
หลี่เฉินอันดีใจมาก นี่ย่อมเป็นโอกาสอันดีสำหรับเขา
“……บ้านของแม่นางอยู่ที่ใด ? ”
“ที่ตีนเขาดอกท้อ ห่างออกไปทางเหนือของเมืองราว 3 ลี้”
หลี่เฉินอันอึ้งไปครู่หนึ่ง ในใจคิดว่าบางทีคนในยุคโบราณนี้ก็คงเหมือนกับคนในโลกอนาคตที่พวกคนรวยจะชอบอาศัยอยู่แถบชานเมืองใช่ไหม ?
เขาเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้า ยามนี้พระอาทิตย์ลับขอบฟ้าแล้ว และทางเหนือของเมืองก็อยู่ห่างออกไประยะหนึ่งเหมือนกัน ดังนั้นถ้าเขาจะไปส่งแม่นางคนนี้กลับจวน เขาก็ต้องออกไปตอนนี้
จงหลีรั่วสุ่ยเห็นหลี่เฉินอันดูลังเลเล็กน้อย นางกังวลว่าเขาจะปฏิเสธจึงรีบพูดเสริมขึ้นว่า “แม้จวนของข้าอยู่ไกลไปหน่อย แต่รถม้าของข้าจอดอยู่หน้าร้านเย็บผ้าที่หัวตรอกทางทิศตะวันตก พวกเรา……พวกเราขึ้นรถม้าไปกันเถอะ หลังจากส่งข้ากลับจวนแล้ว ข้าจะให้คนขับรถม้ามาส่งคุณชาย เช่นนี้คงไม่เป็นการทำให้คุณชายเสียเวลาใช่ไหม ? ”
เวลาออกไปไหนมาไหนมีรถม้าให้นั่ง
อีกทั้งครอบครัวยังมีสัมพันธ์อันดีกับพวกขุนนาง
ก่อนหน้านี้ก็ยังเคยมาพร้อมกับขันทีรูปงามผู้นั้น
ดูเหมือนสถานะของแม่นางผู้นี้จะสูงส่งไม่น้อย
แต่นี่ไม่ใช่เรื่องใหญ่หรือเรื่องน่าตกใจสำหรับเขาเลย
“เช่นนั้นเราไปกันเถอะ”
“ขอบคุณคุณชาย ! ”
ยามนี้ จงหลีรั่วสุ่ยทั้งมีความสุขและไม่สบายใจในคราวเดียวกัน
ที่นางมีความสุขนั้น เพราะนางจะได้นั่งอยู่บนรถม้ากับหลี่เฉินอันเพียงสองต่อสอง จากเรื่องราววีรบุรุษช่วยสาวงามที่ท่านย่าเคยเล่าให้ฟัง นับว่าเรื่องนี้เริ่มต้นได้อย่างสมบูรณ์แบบ นี่ถือเป็นก้าวที่สำคัญ
เพราะมีก้าวสำคัญนี้แล้ว ในอนาคตนางจะได้มีข้ออ้างแวะเวียนมาที่ร้านสุราของเขาบ่อย ๆ
แต่ที่นางไม่สบายใจก็คือ ถึงเยี่ยงไรนางก็ไม่ใช่ท่านย่าของนาง นางไม่มีความกล้าหาญและสง่างามเหมือนฝานเถาฮวา
เพราะนี่เป็นครั้งแรกในรอบ 15 ปีที่นางใกล้ชิดกับบุรุษแปลกหน้า และสิ่งที่นางถูกอบรมสั่งสอนมาก็คือชายหญิงนั้นแตกต่าง ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนในเวลาใดก็ต้องรักษาความเป็นกุลสตรีเอาไว้
ความไม่สบายใจนี้มาจากความขัดแย้งภายในใจของนางเอง
นางเป็นเหมือนดอกท้อที่กำลังเบ่งบาน รอคอยที่จะเบ่งบานเต็มที่ แต่กังวลว่าการเบ่งบานของนางนั้นจะไม่สวยงามจนคนตรงหน้าไม่พอใจ
แต่นางคิดมากไปแล้ว
เพราะนางไม่รู้เลยว่า……หลี่เฉินอันแทบอยากจะเด็ดนางมาดอมดมจนแทบทนไม่ไหว
ทั้งสองเดินออกไปจากร้านสุรา
หลี่เฉินอันเดินนำอยู่ด้านหน้า จงหลีรั่วสุ่ยเดินตามอยู่ด้านหลังใกล้กัน
หลี่เฉียวซีและชุ่ยฮวาเดินตามออกมาเช่นกัน พวกนางชะโงกมองก็เห็นว่าทั้งสองกำลังเดินอย่างช้า ๆ อยู่ท่ามกลางแสงตะวันที่กำลังจะลาลับขอบฟ้า
“นางจะต้องได้เป็นพี่สะใภ้ของข้า ! ”
หลี่เฉียวซีเชิดหน้าเอ่ยออกมาอย่างมั่นใจ
ชุ่ยฮวาจึงถามกลับ “เหตุใดเจ้าถึงคิดเช่นนั้น ? ”
“ข้าสัมผัสได้”
ชุ่ยฮวาหันกลับมามองหลี่เฉียวซี ในใจคิดว่าแม่นางผู้นั้นน่าจะมีภูมิหลังไม่ธรรมดา แม้ว่าใต้เท้าซิ่วอีของนางจะมีความสามารถอยู่บ้างและด้วยชาติกำเนิดของเขา หากเขาไม่ถูกขับไล่ออกจากจวนหลี่เสียก่อน คิดแล้วก็ดูจะเหมาะสมกันไม่น้อย
แต่เขากลับถูกขับไล่ออกจากจวนตระกูลหลี่เสียนี่ !
เช่นนั้นคนในครอบครัวของแม่นางจะยอมหรือ ?
นอกจากนี้ ตอนนี้ดูเหมือนว่าใต้เท้าซิ่วอีจะยังไม่รู้จักชื่อแซ่ของแม่นาง
ดูท่าว่าเรื่องราวคงยังไม่คืบหน้า ทว่าแม่นางผู้นั้นก็มีรูปโฉมที่งดงามอย่างแท้จริง
นางจะต้องใช้เครื่องประทินโฉมจากหอเหยียนจือเป็นแน่
จากหอเหยียนจือเชียวนะ !
หลี่เฉินอันและจงหลีรั่วสุ่ยเดินไปทางทิศตะวันตกของตรอกเอ้อร์จิ่งโกว
บนหลังคาของอาคารสองชั้นทางทิศตะวันตก เฉิงเจ๋อที่ดึงผ้าโพกหน้าออกกำลังนั่งอยู่บนชายคา เขานั่งมองเงาร่างของบุรุษและสตรีคู่หนึ่งที่กำลังเดินมาทางนี้ ทันใดนั้น สีหน้าของเขาก็หม่นหมองลง เขายกมือขึ้นลูบบาดแผลบนใบหน้าของตนเอง……สูดลมหายใจเย็นยามค่ำคืนเข้าลึก ๆ แล้วถอนหายใจยาว
เจ้าบ้านี่มันต้องโชคดีขนาดไหนกัน ?
สายตาของเขาจ้องมองไปที่หลี่เฉินอันไม่หยุด จนกระทั่งทั้งสองคนขึ้นรถม้าไป เขาถึงได้กระโดดลงจากชายคามายืนอยู่บนถนนในตรอก
หลังจากคิดเรื่องนี้แล้ว เขาก็หันหลังกลับและเดินไปที่ร้านสุรา
ที่ร้านน่าจะมีสุราอยู่ ไปดื่มสักถ้วยแล้วค่อยกลับละกัน
หลี่เฉินอันและจงหลีรั่วสุ่ยขึ้นรถม้า ชายชราสวมงอบผู้ขับรถม้ารีบถอนสายตากลับด้วยความตกใจ ก่อนจะสะบัดแส้ม้าในมือ รถม้าก็ได้มุ่งหน้าสู่ประตูทิศเหนือของเมืองกวงหลิง