ละอองปราณสีน้ำตาลอ่อนที่ปรากฏอยู่ทั่วร่างเข้มขึ้นอย่างเห็นได้ชัดในการโคจรพลังปราณบ่มเพาะครานี้เหิงเยว่ที่อยู่ระดับห้าคงจะขึ้นไปถึงระดับหนึ่งเป็แน่จิวซื่อที่ยืนสังเกตการอยู่คิดเช่นนั้น
ส่วนหนึ่งอาจเป็เพราะฤทธิ์โอสถแต่ส่วนที่เหลือมาจากการทักษะการบ่มเพาะที่เหมาะสมกับเส้นพลัง
การที่ผู้ฝึกยุทธจะค้นพบทักษะการบ่มเพาะที่เหมาะสมนั้นต้องใช้เวลานานแรมปีบางคนอาจจะไม่พบเลยด้วยซ้ำเพราะการลองโคจรพลังปราณบ่มเพาะด้วยทักษะอื่นที่ไม่ใช่ทักษะพื้นฐานมันอาจจะเกิดอะไรขึ้นกับเส้นพลังปราณก็ได้จึงไม่ค่อยมีผู้ฝึกยุทธที่จะค้นหาทักษะกาบ่มเพาะที่เหมาะกับตัวเองเท่าไหร่
ไม่รู้ว่าผ่านไปกี่ชั่วยามแล้วแต่เมื่อเหิงเยว่ลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง แสงแดดจากสุริยาลับฟ้า ดวงจันทรารับหน้าที่สะท้อนแสงสาดส่องในราตรีนี้เรียบร้อย
เขากวาดสายตาหาจิ่วซื่อแต่นางก็ไม่ได้อยู่แถวนี้จึงมุ่งกลับที่พักในทันที หลังจากเข้ามาภายในก็พบกับจิวซื่อที่กำลังค้นอะไรบางอย่างที่อยู่ในกล่องใต้โต๊ะไม้
“ท่านพอจะมีดวงจิตอสูรเหลืออีกบ้างหรือไม่” จากความรู้สึกของเหิงเยว่เมื่อบ่มเพาะพลังปราณจนเสร็จ เขาพอจะเดาได้ว่าในตอนนี้เขาคงจะอยู่ในระดับสูงสุดของพลังยุทธขั้นก่อกำเนิดผืนปฐีเรียบร้อยแล้ว
จิวซื่อโยนดวงจิตอสูรขนาดเล็กที่ใช้สำหรับตรวจสอบพลังปราณมาให้ในทันที“ไม่คิดว่าจะดูดซับพลังจากโอสถพวกนั้นได้มากถึงเพียงนี้เ้าคงจะอยู่ระดับที่หนึ่งแล้วสินะ ตามปกติคนทั่วไปใช้เวลาหลายเดือนในการบ่มเพาะเพื่อให้มาถึงระดับสูงสุดแต่เ้าใช้เวลาเพียงหกชั่วยามเท่านั้นเพื่อให้มาถึงจุดนี้ ความเร็วในการบ่มเพาะนี้ช่างเกินความคาดหมายของข้าเสียจริง”นางว่าแบบนั้นโดยไม่ได้หยุดมือในการค้นหาของในกล่อง
“แล้วท่านกำลังหาอะไรอยู่งั้นหรือ”เมื่อเหิงเยว่ถามออกไป จิวซื่อก็หยุดมือในทันทีดูเหมือนว่านางจะหาสิ่งที่้าเจอแล้ว
นางชูสิ่งที่หาเมื่อครู่ให้เหิงเยว่ดูมันคือสมุดที่เข้าเล่มตรงสันอย่างประณีต หน้าปกของมันถูกฝุ่นปกคลุมเอาไว้จนมองชื่อไม่รู้เื่จิวซื่อใช้หลังมือปัดฝุ่นบริเวณชื่อสมุดอยู่สองถึงสามครากว่าฝุ่นเครอะนั่นจะหายไปซึ่งสิ่งที่ซ่อนอยู่เื้ัฝุ่นนั่นคือกระดาษแผ่นขาวที่ไร้อักษร
“ข้าไม่คิดว่าสมุดเล่มนี้จะยังอยู่เหมือนกันเ้านี่โชคดีเสียจริงนะ เหิงเยว่” จิวซื่อว่าแบบนั้นระหว่างที่พลิกสมุดไปเรื่อย ๆจรดหน้าสุดท้าย จากนั้นก็ยื่นมันมาให้เหิงเยว่
“นี่คือ...”เขาถามออกมาระหว่างที่รับ จากนั้นเขาก็เปิดสมุดเพื่อดูเนื้อหาภายใน
“วิธีใช้แขนกลขั้นพื้นฐานเ้านั่นให้ข้ามาพร้อมกับแขนที่อยู่บนตัวของเ้าเหิงเยว่”
“ข้าไม่รู้จะขอบคุณท่านเช่นไรดีที่ให้ความช่วยเหลือข้าที่เป็คนแปลกหน้าสำหรับท่านถึงขนาดนี้”เหิงเยว่ปิดสมุดเล่มนั้นเพื่อกระชับหมัดเข้าสู่ฝามืออีกข้างทั้งที่ถือสมุดอยู่เพื่อแสดงความขอบคุณ
“ใครว่าข้าไม่รู้จักเ้ากัน...”