ซินเอ๋อร์ที่ลงน้ำหนักเท้าข้างที่หัวเข่ากระแทกยังไม่ได้ะโเหยงๆไปทีละนิดหวังจะออกไปห้องสุขาท่านอ๋องใหญ่เห็นหน้านางที่กลั้นปัสสาวะจนหน้าแดงหน้าเขียวก็นึกสงสารเขาเดินกลับไปหัวเตียงหยิบเสื้อนอกที่พาดเอาไว้ขึ้นสวมก่อนจะหันมาช้อนร่างขึ้นอุ้ม
“นายท่าน! อุ้มข้าทำไมกัน?” นางใคิดจะร้องเอะอะให้เขาปล่อยแต่เมื่อกลิ่นกายของเขามิได้มีกลิ่นมะลิจึงหยุดดิ้นซินเอ๋อร์นึกถึงเื่วันก่อนตอนที่นางสลบไปในห้องของเขา นายท่านใช้น้ำอบกลิ่นมะลิมิใช่หรือ?แต่กลิ่นกายของเขาวันนี้กลายเป็กลิ่นกุหลาบหอมอ่อนๆ ‘เขาเปลี่ยนน้ำอบแล้วหรือ?’
ร่างสูงใหญ่เหลือบมองนางเล็กน้อย“มือเ้าว่างก็จงเปิดประตู!”เขาสั่งด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึมเมื่ออุ้มนางไปประชิดประตูซินเอ๋อร์หันไปถอดสลักประตูออก หร่วนเจ๋อเล่ยทำหน้าปุเลี่ยนๆ เมื่อเห็นท่านอ๋องอุ้มสาวใช้ไว้ในอ้อมแขน“ข้าจะพานางไปสุขาเสียหน่อย เ้าไม่ต้องตามมา”
องครักษ์หร่วนมองร่างสูงใหญ่ที่อุ้มสาวน้อยตรงดิ่งไปส้วม‘เห็นทีนางคงจะกลายเป็คนโปรดแทนพวกข้าแล้ว’ท่านอ๋องผลุบหายไปไม่นานนักก็อุ้มนางกลับมา
“เ้าไปตามหมอโกวมาดูนางดีสงสัยว่านางกระดูกเข่าเคลื่อน”
“ขอรับ”หร่วนเจ๋อเล่ยถอนหายใจอย่างโล่งอก เขาดีใจที่มิได้เป็อย่างที่คิดนี่เป็เพราะนายท่านเป็ผู้มีคุณธรรมโดยแท้จึงได้เมตตาพานางไปห้องสุขา
โกวข่ายยังนับว่าเป็หมอหนุ่มครั้นถูกองครักษ์ตบประตูเรียกเพียงสองสามครั้งก็รีบร้อนลุกขึ้นพร้อมคว้าล่วมยาตามมาทันทีนายท่านที่ยืนอยู่หน้าเตียงนอนชี้ไปยังร่างสาวใช้ “ไปดูนางทีนางล้มเข่ากระแทกพื้น”
หร่วนเจ๋อเล่ยที่เดินตามมาข้างหลังหมอโกวเห็นท่านอ๋องวางสาวน้อยลงบนเตียงบรรทมก็สะดุ้งเล็กน้อยนี่เป็สิ่งที่เขามิเคยเห็นมาก่อน สตรีใดจะมีโอกาสได้ขึ้นเตียงท่านอ๋องเล่า?นี่นางทำได้เป็ครั้งที่สองโดยมิถูกโบย
หมอโกวตรงไปนั่งข้างเตียงสอบถามอาการของนางหญิงสาวดึงขากางเกงข้างที่หัวเข่านางกระแทกพื้นขึ้น รอยแดงเป็วงใหญ่ใต้หัวเข่าเมื่อท่านหมอลองแตะนิ้วลงไปบริเวณนั้นนางก็ร้องโอดโอยขึ้นหมอหนุ่มจึงหันไปเปิดล่วมยาหยิบเอาขวดกระปุกขี้ผึ้งออกมา “เ้าเอาไว้นวดบรรเทาปวดสองสามวันนี้อาจจะตึงมากหน่อยส่วนนี่ป็นยาลดอาการปวดบวมเ้ากินหลังอาหารเช้าหนึ่งเม็ดและอาหารเย็นหนึ่งเม็ดเดี๋ยวก็ดีขึ้น” ซินเอ๋อร์ได้ยินว่าตนเองมิได้มีอาการหนักหนาก็สบายใจไปเปลาะหนึ่งแต่พอหมอโกวหันไปเรียนนายท่านนางก็ถึงหน้าตึงขึ้นทันใด
“เรียนนายท่านนางแค่กระแทกแรงไม่หน่อยขอรับ ไม่ถึงกับหักแต่ก็คงเดินไม่สะดวกหลายวันพรุ่งนี้ข้าน้อยจะให้คนทำไม้เท้าให้นางใช้”
“ท่านหมอข้าต้องใช้ไม้เท้าด้วยหรือ?”
“ถ้าเ้านั่งๆนอนๆ อยู่ได้สักสามสี่วันก็ไม่ต้องใช้ก็ได้” คำตอบนั้นทำเอา ซินเอ๋อร์หน้าเสียแค่นางลุกจะไปสุขาถึงกับต้องาเ็ได้ใช้ไม้เท้าเทียว
ร่างสูงที่สวมหน้ากากหันมามองสาวน้อยดวงตาใสซื่อที่น้ำตาเจียนจะหยาดหยดเพราะความปวด“ข้าอนุญาตให้เ้าหยุดทำงานได้จนกว่าจะหาย แต่ก็ไม่ให้ออกจากเรือนเหวินเต๋อ”
นางเห็นสายตาดุที่ส่งผ่านออกมาจากหน้ากากนั้นก็จำใจก้มหน้า‘จำไว้ว่าต้องทำตัวให้น่าสงสารถึงจะมีโอกาสทำเื่ที่้า’ เมื่อจะรับตอบรับนางจึงทำเสียงสั่นเครือน้อยๆ “เ้าค่ะ”นายท่านขยับเข้าไปข้างเตียงช้อนร่างนางขึ้น แค่นั้นทุกคนในห้องก็ขยับตัวเอ่ยคำอำลานายท่านออกไปในทันทีจินเสวี่ยหลงเดินไปวางนางลงบนเตียงในห้องเล็ก “เ้าพักผ่อนได้แล้ว”
เช้าตรู่วันต่อมาไม้เท้าช่วยเดินของนางก็ถูกส่งมาที่ห้องเล็กเพื่อได้นางสามารถช่วยเหลือตนเองได้ิ่ซูปี้ได้รับคำสั่งให้มาช่วยดูแลเยี่ยซินเมื่อเห็นสภาพอดีตเพื่อนร่วมห้องก็อดใมิได้“เ้ามานอนห้องเล็กได้คืนเดียวก็ถึงกับเดินไม่ได้แล้ว”ใบหน้าของิ่ซูปี้ดูมีจินตนาการล้ำลึกอย่างบอกไม่ถูกแม้นางจะไม่เอ่ยออกมาแต่ซินเอ๋อร์สังเกตจากแววตาว่อกแว่กแล้วก็ไม่ค่อยวางใจนัก
“ข้าหกล้มตอนจะออกไปห้องส้วมน่ะ”
ิ่ซูปี้ทำหน้าไม่เชื่อถือพวกบ่าวชายนั่งจับกุมสนทนากันหลังโรงครัวว่าเมื่อคืนนายท่านอุ้มเยี่ยซินไปสุขาด้วยตัวเองแต่จะเพราะเหตุใดนั้นพวกเขาไม่กล้าขยายความเกรงจะมีผู้เอาไปฟ้องพ่อบ้านเมี่ยวตามสายตาของคนทั้งคฤหาสน์ยามนี้เยี่ยซินก็คือสาวใช้อุ่นเตียงของนายท่านแต่ความโปรดปรานถึงขนาดอุ้มไปเข้าส้วมนั้นเห็นทีไม่นานก็คงจะได้เลื่อนเป็อนุภรรยาเสียกระมัง?
พ่อครัวถานที่เอ็นดูซินเอ๋อร์ฟังที่พวกบ่าวเล่าลือกันแล้วก็นึกเป็ห่วงซินเอ๋อร์จึงฝากซาลาเปาไส้หมูสับแสนอร่อยมาให้นางสามลูกในใจของเขาภาวนาอย่าให้นายท่านทารุณเยี่ยซินมากนัก
“เอ่อ....”
“เ้าสงสัยอะไรก็ถามออกมาเถอะ”
สีหน้าของิ่ซูปี้ไม่ค่อยนักตอนที่ยื่นหน้ามาจนชิดใบหู“ซินเอ๋อร์ นายท่านคงมิได้ทำอันใดรุนแรงกับเ้าหรอกนะข้าได้ยินมาเมื่อวานนายท่านก็อุ้มเ้าขึ้นเตียง อีกแล้ว”
ใบหน้าของซินเอ๋อร์อึมครึมไป มิน่า!ท่านแม่จึงบอกเสมอว่าเื่เล่าลืออันใดก็ตามหากถูกเล่าลือไปผิดๆแล้วต่อไปผู้คนจะเชื่อเช่นนั้น แต่เื่นี้นางจะเริ่มแก้ตัวได้อย่างไร?เพราะเื่ที่พวกเขาเอาไปแอบพูดกันก็ล้วนเป็เื่จริงแต่มันมิได้เกิดสิ่งที่มากไปกว่านั้น
“มิได้ๆ ข้าเพียงออกจากห้องเล็กกลางดึกเพราะคิดจะไปห้องสุขาแล้วมาสะดุดล้มเพราะมองไม่เห็นธรณีประตูก็เลยหัวเข่าบวมแค่นั้นเอง”
“อ้อ!.........” ิ่ซูปี้ลากเสียงยาวคล้ายรับรู้แต่สายตานั้นมิได้คล้อยตามสิ่งที่ซินเอ๋อร์เล่าแต่อย่างใด
“อ๊ะ! นายท่านออกไปข้างนอกแล้วนี่!”
“ใช่! เห็นว่าจะออกไปตรวจที่ดินบนเนินเขาโน่นแน่ะกลัวจะกลับก็คงตอนเย็น”
ซินเอ๋อร์มองซ้ายมองขวาเมื่อเห็นว่าไม่มีผู้ใดอยู่ใกล้จึงป้องปากกระซิบ“ซูปี้เ้าเป็คนเก็บความลับเก่งหรือไม่?”
“ข้าเป็คนไม่พูดมากคนทั้งหมู่บ้านรู้ดี”
“เ้าสาบานก่อนว่าจะช่วยเก็บเื่ของข้าเป็ความลับ”แววตาของซินเอ๋อร์ดูมีเลศนัย “เื่นี้หากมีผู้รู้เข้าข้าอาจจะตายได้”
ิ่ซูปี้ผงะออก “เช่นนั้นไม่ต้องบอกข้าก็ได้ ข้าไม่รู้จะดีกว่า”
ซินเอ๋อร์โน้มคอิ่ซูปี้เข้ามาใกล้“ข้าจำเป็ต้องกระซิบ เ้าไม่รู้หรือว่าในคฤหาสน์นี้มีภูตแฝงอยู่มันแอบฟังเราคุยกันได้”
ใบหน้าของิ่ซูปี้ซีดเผือดหมู่บ้านของนางเชื่อเื่ผีสางยิ่งนักตลอดเวลาที่นางมาทำงานที่นี่เป็เพราะพ่อบ้านเมี่ยวมอบถุงเครื่องรางวัดพระโพธิสัตว์กวนอิมให้นางติดตัวไว้นางจึงไม่รู้สึกกลัวแต่พอซินเอ๋อร์กล่าวเช่นนี้ “จะ เ้าเคยเห็นในนี้หรือ?”
“ใช่! เ้าอย่าเอะอะเทียว”