สิ้นคำสั่งผู้เป็นายองครักษ์หนุ่มชักอาวุธประจำกายแล้วพุ่งทะยานไปข้างหน้าอย่างรวดเร็วเพลงดาบของซิ่นเฉิงนับเป็สุดยอดวิชา ความสามารถอยู่ในระดับผู้เยี่ยมยุทธ์ดังนั้นหากเป็คนฝีมือธรรมดาย่อมไม่สามารถต่อกรกับชายชุดเทาผู้นี้ได้เลย
เยี่ยนจิ้นหลิงกลั้วหัวเราะเสียงดังวิ่งหลบคมดาบอันว่องไวปานสายลมอย่างสนุกสนาน
คนหนึ่งหนีคนหนึ่งตาม
ทุก ๆ ครั้งที่ซิ่นเฉิงตวัดแขนฟาดฟันเขาจะหลบได้ทันอย่างเฉียดฉิว เป็ภาพน่าหวาดเสียวยิ่งนัก
“อะ...ข้ากลัวนะ”จิ้งจอกหนุ่มวิ่งหนีไปรอบ ๆ แต่สีหน้าแววตาไม่มีความตระหนกเลยสักนิดแถมยังหัวเราะเยาะหยันองครักษ์เบาๆ อีกด้วย
เวลาผ่านไปราวครึ่งก้านธูปการเล่นไล่จับนี้ก็ยังไม่มีทีท่าจะจบลง มู่เลี่ยงหรงหงุดหงิดเป็อย่างยิ่งรู้สึกว่าตนกำลังถูกคนผู้นี้เยี่ยนจิ้นหลิงหยามเกียรติเข้าให้แล้ว
ฉินอ๋องรวบรวมลมปราณบนฝ่ามือแล้วซัดใบไม้กลุ่มหนึ่งใส่เยี่ยนจิ้นหลิงทันทีโดยเน้นที่จุดตาย...
กุนซือหนุ่มหมุนตัวหลบ ‘อาวุธลับ’ อันหลอมรวมพลังคมกริบซึ่งพุ่งเข้ามาหมายเอาชีวิตตนเองไว้ได้ทันแต่ผมสีเงินปอยหนึ่งถูกตัดขาดร่วงหล่นกระจัดกระจาย
เยี่ยนจิ้นหลิงหยุดหัวเราะแล้วเหลือบมองมู่เลี่ยงหรงด้วยสายตาเย็นะเืแวบหนึ่งแล้วถอนสายตาออกทันทีโดยไม่มีใครทันสังเกตเห็น
“ท่านอ๋อง...ฝีมือตัดผมของท่านช่างเฉียบขาด”เขากล่าวทั้ง ๆ ที่ยังวิ่งหลบซิ่นเฉิงไปด้วย
“คราวหน้าข้าจะไม่ตัดแค่ผมเ้า!”มู่เลี่ยงหรงตวาด
“น่ากลัวจริง ๆ อย่างนั้นแล้ว กระหม่อมคงต้องเลิกเล่นกับองครักษ์จอมลามกของท่านเสียที”
เมื่อได้จังหวะ บุรุษผมเงินก็ใช้พัดตบเบาๆ ที่หลังมือซิ่นเฉิงทีหนึ่ง ความเ็ปแล่นแปลบแผ่ลามไปทั่วผิวเนื้อสีเข้มองครักษ์หนุ่มรู้สึกถึงความปวดร้าวบนหลังมือ จึงไม่อาจถือดาบหนักสามสิบชั่งได้อีกต่อไป
เคร้ง!
ดาบของซิ่นเฉิงหล่นบนพื้นศิลาทำให้การเล่นไล่จับเมื่อสักครู่หยุดลงในทันที
เยี่ยนจิ้นหลิงส่งั์ตาและรอยยิ้มเย้ยหยันให้องครักษ์หนุ่มไปทีหนึ่งความจริงเขาอยากจะขยี้ปากร้ายนั้นมากกว่า แต่ก็กลัวชุดสีขาวราคาแพงระยับของตนเองเปื้อนเืแล้วจะเผลอลงมือหนักกว่านี้
ครั้นยังเห็นกลิ่นอายสังหารของฉินอ๋องพวยพุ่งไม่ยอมหยุดคนขี้แกล้งอย่างเยี่ยนจิ้นหลิงก็อดที่จะหยอกเย้าบุรุษขี้โมโหต่อไปไม่ได้
“โอ้...ท่านอ๋องเล่นแรงไปแล้วจิ้นหลิงกลัวนะพ่ะย่ะค่ะ”
“หึ! เราเหมือนล้อเ้าเล่นอย่างนั้นหรืออย่าให้เราต้องลงมืออีก”
“ใจร้ายจัง...ใบไม้นั่นเล็งจุดตายเชียวนะ”
เยี่ยนจิ้นหลิงทำน้ำเสียงตัดพ้อเขากัดปาก เอียงคอ ั์ตาสีน้ำตาลสั่นระริกทำหน้าราวกับว่าตนเองกำลังได้รับความเ็ปใจ
“หยุดทำหน้าเยี่ยงนั้นนะ!” ท่านอ๋องหนุ่มคิ้วกระตุก รู้สึกสะอิดสะเอียน “เป็เ้ารนหาที่ตายเอง”
“จุ๊ ๆ เป็ท่านอ๋องแท้ ๆที่เรียกกระหม่อมออกมา เหตุใดจึงโยนหม้อดำมาให้จิ้นหลิงเล่า”
“เปิ่นหวางจะถามเป็ครั้งสุดท้าย เ้าลอบติดตามมาด้วยจุดประสงค์อันใดกันแน่อ่อ คิดให้ดีก่อนตอบเล่า มิเช่นนั้นเปิ่นหวางจะไม่ละเว้นเ้าอีก”
“อุ้ย! ผู้ใดคอยตามท่านอ๋องกันจิ้นหลิงเป็บุรุษแท้ ๆ มิได้เป็พวกรักชอบหลงหยาง[1]เสียหน่อย”ชายหนุ่มทำหน้าใ กะพริบตาปริบ ๆ ส่งให้ฉินอ๋อง
“ถ้าอยากตายนัก เราจะสงเคราะห์ให้”ชายสูงศักดิ์ตวาด รู้สึกขนลุกกับสายตาของบุรุษอีกคนเสียเหลือเกิน
“ท่านจะฆ่าว่าที่พี่ภรรยาได้ลงคออย่างนั้นหรือ”เยี่ยนจิ้นหลิงใช้ไม้ตายจ้องั์ตาสีนิลอันเต็มไปด้วยเพลิงโทสะนิ่งถือเป็การหยั่งเชิงว่าที่น้องเขยไปพลาง ๆ
“เ้ามันโรคจิต” เมื่อคิดว่าเ้าจิ้งจอกหน้าตายเห็นอะไรบ้างมู่เลี่ยงหรงก็ยิ่งมีโทสะ
“จิ้นหลิงไม่เห็นอะไรเลยจริง ๆ แต่เสียง...ช่างชัดเจนเสียเหลือเกิน”ชายผมเงินหัวเราะเบา ๆ คลี่พัดมาบดบังริมฝีปากของตนเอาไว้หรี่ั์ตาจิ้งจอกลง
“เยี่ยนจิ้นหลิง เ้าตายเสียเถอะ!”มู่เลี่ยงหรงคำรามก้อง หมายจะสับบุรุษหน้าทะเล้นผู้นี้เป็หมื่น ๆ ชิ้นแล้วเอาไปโยนให้สุนัขกินเสียให้รู้แล้วรู้รอดเขารู้สึกกระดากที่ถูกล่วงเกินความเป็ส่วนตัว
“ช้าก่อน ถ้าท่านอ๋องฆ่ากระหม่อม พระจันทร์ดวงน้อย[2]คงเกลียดท่านเข้าไส้ข้าเป็ถึงพี่ชายสุดที่รักของนางเชียวนะ” เขายังมิวายหยอกล้อฉินอ๋องด้วยบทสนทนาอันแสนส่วนตัวของชายหญิงในถ้ำ
มู่เลี่ยงหรงหมดความอดทนจึงรวบรวมลมปราณอีกครั้งก่อนจะวางเท้าลงบนพื้นแล้วพุ่งทะยานไปหาผู้โอหัง หมายจะกระชากศีรษะที่มีใบหน้ายียวนกวนประสาทนั้นให้หลุดจากบ่าด้วยฝ่ามือเดียว
ขณะที่กรงเล็บกำลังจะแตะถูกกระหม่อมของบุรุษรูปงามเยี่ยนจิ้นหลิงก็เคลื่อนกายถอยหลังหลบอย่างเฉียดฉิวเช่นเดิม
จังหวะนี้ทำให้มู่เลี่ยงหรงมั่นใจว่าที่ผ่านมานั้นบุรุษผมสีเงินจงใจหลบในจังหวะสุดท้าย วรยุทธ์ของกุนซือหนุ่มอาจจะอยู่ในขั้นสูงพอๆ กับเขาเลยด้วยซ้ำ
'วิชาตัวเบาไม่ธรรมดาเลย'
[1] รักชอบหลงหยาง หมายถึงพวกชายรักชาย
[2] พระจันทร์ดวงน้อย ชื่อของนางเอกมีคำว่าดวงจันทร์และท่านอ๋องเรียกนางว่าเสี่ยวเยว่