ตอนที่ 5
เริ่มต้นฟื้นฟูกิจการ
“ท่านอาตระกูลเราทำการค้าขายอะไรไหม แล้วเงินของตระกูลได้มาจากการทำงานอะไรเอามาจากที่ไหนต้องมาจ่ายพวกบ่าวรับใช้” เขาเฝ้ามองดูบ่าวสาวรับใช้ในตระกูลที่ไม่ได้มีมากนักและคนที่เป็เ้านายในตระกูลก็มีแค่เขาและท่านอาเจียวฉือทำให้ไป๋เหอนึกแปลกใจว่าตระกูลมันควรจะมีคนมากกว่านี้อย่างเช่นาุโหรือท่านปู่ท่านยายหรือพี่น้องของพ่อต้องมีคนมากกว่านี้สิ เหตุใดถึงมีเพียงเขาและท่านอาเจียวฉือเขาก็ยังไม่ได้ถามเื่นี้กับท่านอา
“เมื่อก่อนตระกูลเราปลูกสมุนไพรผลิตยาจำนวนมากเพื่อค้าขายแต่พอสิ้นพ่อของเ้าการค้าขายยาพวกนี้ก็ลดถอยลงด้วยประสิทธิภาพของตัวยาไม่ได้มีการปรับปรุงทำให้คนแห่กันไปซื้อที่อื่น ข้าไม่ได้เก่งในเื่การเล่นแร่แปรธาตุทำให้ธุรกิจของเราต้องปิดตัวลง”
เจียวฉือรู้สึกเสียใจที่ไม่ได้สนใจในธุรกิจของตระกูลด้วยความชอบของเขานั้นคือการได้ท่องเที่ยวไปเรื่อยๆ เขาพึ่งกลับเข้าตระกูลเมื่อไม่นานนี้เอง
“ถ้าหากอย่างนั้นข้ามีวิธีที่จะทำให้ตระกูลเรากลับมาค้าขายได้ดังเดิม”
หนังสือที่ไป๋เหอได้รับนั้นล้วนมีประโยชน์เขาได้ซึมซับมันจนจบเล่มและได้ทำตามขั้นตอนจนสามารถฝึกวิชาเล่นแร่แปรธาตุได้อยู่ในขั้นระดับ 3 ซึ่งสามารถผลิตยาระดับ 3 ออกมาขายได้และในเมืองนี้คนที่เป็นักเล่นแร่แปรธาตุมีจำนวนน้อยเท่าที่เขาได้สอบถามมามีแค่3 คนแต่อยู่แค่ขั้นระดับ 2 เท่านั้นมีอยู่ในตระกูลหลี่ 2 คนและตระกูลถังคนหนึ่ง 2ตระกูลดังกล่าวก็ผลิตยาขายเฉกเช่นเดียวกับตระกูลเฉินยาที่จำหน่ายอยู่ในเมืองนี้ส่วนมากขายแค่ยาระดับ1 ระดับ 2 ส่วนระดับ3 นั้นหายากที่จะมีคนนำมาประมูลขาย
เขาเข้าใจแล้วว่าทำไมหนังสือที่บิดาทิ้งไว้ให้มีแต่เกี่ยวกับสมุนไพรวิธีการทำการรักษาที่แท้เล่มนี้ก็มีไว้เฉพาะสำหรับคนที่เป็นักเล่นแร่แปรธาตุเท่านั้นซึ่งเขาก็เป็คนหนึ่งที่ได้เรียนรู้มัน หากมีคนรู้ว่าเขาสามารถผลิตยารักษาได้คงจะมีคนตกตะลึงไม่ใช่น้อย เหตุที่นักเล่นแร่แปรธาตุมีน้อยก็เพราะไม่มีใครนิยมฝึกมันและเป็ศาสตร์ที่ค่อนข้างยากระดับหนึ่งต้องใช้ลมปราณมากในการปรุงยาขึ้นมาคนจึงเลือกที่จะใช้ร่างกายฝึกยุทธมากกว่าเพราะเห็นว่าการแข็งแกร่งย่อมได้เปรียบ
ส่วนไป๋เหอนั้นตัวเขาไม่รู้เลยว่าตนเองเหตุใดถึงสามารถฝึกได้ทั้งสองทั้งที่คนเขาไม่นิยมทำกันด้วยพลังลมปราณแต่ละคนมีจำกัดไม่อาจควบทำสองอย่างพร้อมกันได้
เมื่อเป็เช่นนี้แล้วสำหรับตระกูลเฉินหากเขาได้ผลิตยาระดับ 3ออกมาขายย่อมที่จะมีชื่อเสียงกลับคืนมาแน่
“เ้ามีวิธีอะไรช่วยตระกูลของเรา” เจียวฉือไม่อยากจะเชื่อแต่ก็ยอมไว้ใจหลานชายคิดว่าเขาคงมีวิธี
ชายหนุ่มฉีกยิ้มกว้างเอ่ยออกมาอย่างภูมิใจ “ก็ทำอย่างที่พ่อของข้าเคยทำไว้”
เมื่อก่อนทางตระกูลเฉินได้มีนักเล่นแร่แปรธาตุขั้น 2อาศัยอยู่ในตระกูลแต่ต่อมาพอสิ้นท่านพ่อเขาก็ได้ถูกซื้อตัวไปยังตระกูลหลี่ซึ่งเป็ศัตรูกับตระกูลเฉินการตัดการทำมาหากินนั้นก็ทำให้ตระกูลเฉินตกต่ำรวมทั้งไป๋เหอคนเก่าก็ได้ทำลายทรัพย์สมบัติไปมากเช่นเดียวกันเขาซึ่งเป็คนใหม่จึงคิดค้นหาหนทางแก้ไขให้ตระกูลกลับมาร่ำรวย
เจียวฉือผู้ที่คิดว่าการที่จะให้ตระกูลกลับมาดังเดิมนั้นจะต้องหานักเล่นแปรธาตุมาอย่างน้อย1 คนแต่นี่เขาจะไปหาได้ที่ไหนถึงจะสามารถทำให้ตระกูลน่าเชื่อถือได้ แต่เมื่อหันไปจ้องมองคนที่เสนอความคิดดูใบหน้าเขามีรอยยิ้มทำให้เจียวฉือเกิดความสงสัยว่าหลานชายมีวิธีอะไรกันหรือว่าเขาจะฝึกวิชานักเล่นแร่แปรธาตุอย่างนั้นเหรอไม่น่าจะใช่เพราะมันค่อนข้างยากลำบากและก็ไม่มีใครทำกัน
"เ้าจะทำอย่างไรที่จะช่วยตระกูลของเราให้กลับมาร่ำรวยเหมือนเดิม" เจียวฉือถามอย่างสงสัย
"ข้าก็จะผลิตมันขึ้นมาไงละท่านอา" ชายหนุ่มตอบยิ้มๆเื่แค่นี้ไม่ได้ยากเย็นอะไรสำหรับเขาเลยเขากลับภูมิใจในตนเองมากที่สามารถช่วยเหลือตระกูลได้
“เ้ามีทักษะเล่นแร่แปรธาตุพวกนี้แล้วเหรอเ้าไม่ได้เรียนมาก่อนแล้วเ้าจะทำมันได้อย่างไรกัน”เจียวฉือใเมื่อได้ยินว่าหลานชายจะผลิตยาขึ้นมานั่นมันทำให้เขาแปลกใจอย่างมากเขาจะผลิตยาพวกนั้นขึ้นมาได้อย่างไรทั้งที่ไม่เคยฝึกมันเลย
“ใครว่าข้าทำมันไม่ได้เล่า ท่านพ่อได้ทิ้งตำราไว้เพียงข้าฝึกมันข้าก็สามารถที่จะทำให้ตระกูลเรากลับมายิ่งใหญ่ได้และตอนนี้ข้าก็ทำได้ในระดับหนึ่ง” นอกจากพูดแล้วเขาก็ยังแสดงให้เห็นด้วยว่าเขาสามารถทำมันได้ด้วยการยกนิ้วชี้ขึ้นแสงไฟสีเขียวก็พลันออกมา
“นี่ นี่เ้า!! เล่นแร่แปรธาตุอยู่ในขั้นที่ 3 แล้วเหรอ”
เจียวฉือตาเบิกกว้างมองมันด้วยความตกตะลึง แม้ว่าเขาไม่ได้ฝึกมันแต่เขาก็พอรู้อยู่บ้างว่าอะไรเป็อะไรและสีไฟแต่ละสีก็บ่งบอกไว้แล้วว่าอยู่ขั้นระดับไหนสีเหลืองขั้นที่ 1 สีฟ้าขั้นที่ 2 สีเขียวขั้นที่ 3 สีชมพูขั้นที่ 4สีน้ำเงินขั้นที่ 5 สีดำขั้นที่ 6และขั้นสุดท้ายคือ สีแดงขั้นที่ 7 ขั้นที่ 6และ 7นั้นเขาไม่เคยได้ยินว่าใครทำได้มาก่อนนับหลายพันปีมาแล้วไม่มีปรากฏในหนังสือหรือคำบอกเล่านับว่าช่างยากเย็นนักที่จะเจอคนระดับนี้ แล้วนี่หลานชายเขายังอยู่ในขั้นที่ 3ถือว่าในเมืองนี้ไม่มีใครเทียบได้เลยเห็นแบบนี้แล้วตระกูลเฉินจะต้องกลับมามีชีวิตชีวาแน่ๆ
“เอาล่ะท่านอาอย่ามัวเสียเวลาคิดเื่อื่นเลยตอนนี้ความสำเร็จก็เปิดออกแล้ว เราเริ่มที่จะต้องหาวัตถุดิบปรุงยาและก็หาสมุนไพรมาปลูกอีกครั้ง” เห็นสีหน้าตกตะลึงของท่านอาแล้วไป๋เหอนึกขำพอหันไปทางด้านอู๋เจ๋อก็มีสีหน้าตกตะลึงไม่แพ้กันเขาถึงกับส่ายหัวอย่างอารมณ์ดี
“งั้นข้าจะไปบอกบ่าวให้เตรียมแปลงสมุนไพรและไปทำความสะอาดร้านยารอด้วย”
เมื่อเริ่มคิดวางแผนชายหนุ่มก็ไม่รอช้ารีบเรียกบ่าวรับใช้คนสนิทให้เข้าหา
“อู๋เจ๋อเ้าช่วยข้าหาซื้อดอกกล้วยไม้ไฟ โสมร้อยปี เขากระทิง และดอกแสงเงิน เอามาให้เยอะที่สุดเท่าที่จะหามาได้ข้าจะเอามาทำยา”
อู๋เจ๋อรับคำสั่งพร้อมกับนำบ่าวรับใช้ไปจำนวนมาก ผ่านไป 2 ชั่วยามของทั้งหมดก็ได้มาอยู่ที่เรือนจนครบ
“นายน้อยพวกข้ารวบรวมกว้านซื้อที่ร้านขายสมุนไพรทั่วทุกที่ได้เท่านี้ขอรับ”
ยาสมุนไพรต่าง ๆ ที่สั่งล้วนได้มาหลายตะกร้าถูกวางต่อหน้าไป๋เหอเขามีสีหน้าระรื่นเมื่อได้มองเห็นพวกมันวัตถุดิบยาพวกนี้มันอยู่ในหัวสมองของเขาเป็ร้อยเป็พันชนิดซึ่งเป็ข้อมูลจากตำราทั้งสิ้น
“เอาล่ะเมื่อได้ยาแล้วต่อไปก็ต้องหาที่ปรุงยาว่าแต่ที่เรือนของเรามีที่ปรุงยาหรือไม่” เขานึกถึงภาพภาชนะที่ระบุไว้ในตำราเป็หม้อต้มยาโดยเฉพาะั้แ่มาอยู่ที่นี่เขายังไม่เคยเห็นมันเลย
“มีขอรับเป็ของที่เราเคยใช้กันมาก่อนตอนนี้ข้าได้ทำความสะอาดรอแล้ว” พ่อบ้านหลิวปรากฏตัวขึ้นเขาเดินมาใกล้ ๆ และโค้งคำนับเ้าของเรือนช้า ๆ
“ท่านคือใคร?” ไป๋เหอไม่คุ้นหน้าชายชราจ้องมองด้วยความสงสัยั้แ่ที่เขาตื่นมาอยู่ในเรือนนี้คนนี้กลับไม่เคยพบหน้ามาก่อน
“ข้าน้อยเคยเป็พ่อบ้านอยู่ที่นี่ ด้วยวัยที่มากขึ้นทำให้นายท่านสั่งให้เลิกทำงานและก็เลี้ยงดูข้ามาเรื่อยๆ มีเรือนให้ข้าอยู่ มาวันนี้ข้าได้รู้ว่านายน้อยจะฟื้นฟูตระกูลขึ้นอีกครั้งทำให้ข้าคิดที่อยากจะมาดูและมาช่วยนายน้อย” ชายวัยชรากล่าว เขามีอายุถึง 75ปีแล้วยังเดินเหินได้สะดวกเพียงแต่ด้วยอายุที่มากขึ้นทำให้นายท่านเห็นว่าสมควรนั่งอยู่เฉยๆไม่ต้องทำงานจึงให้เขาหยุดทำงานแต่ก็ยังเลี้ยงดูไม่เคยขาด
“อ๋ออย่างนั้นเองหรอกเหรอก็ดีเหมือนกันท่านเป็คนเก่าคนแก่ที่เคยอยู่ที่นี่มาก่อนน่าจะมีประโยชน์กับข้ามาก”
ชายชราเกิดความสงสัยว่านายน้อยไป๋เหอทำไมจำตนไม่ได้ทั้งที่เขาเคยดูแลมาั้แ่แบเบาะไม่หน้าจะลืมได้แต่ก็ไม่ได้ถามอะไรเพียงพานายน้อยไป๋เหอไปยังห้องทำสมุนไพรของตระกูล เขาได้พาคนมาทำความสะอาดเรียบร้อยจนพร้อมใช้งาน
ไป๋เหอมองดูห้องทำสมุนไพรพื้นที่กว้างกว่าห้องของเขาอีกสถานที่ตรงนี้ถูกจัดของอย่างเรียบร้อยและมองเตาที่ตั้งตรงกลางห้องก็พอรู้ว่ามันผ่านการใช้งานมาเนิ่นนานแล้ว รูปทรงมันเหมือนกับโอ่งบรรจุน้ำขนาดใหญ่แต่มีหูจับสองข้าง ดูความหนาใหญ่ของมันแล้วหน้าจะยกคนเดียวไม่ขึ้นต้องใช้คนธรรมดาจำนวนสิบคนยกเคลื่อนย้ายแต่ถ้ามีวรยุทธเพียงคนเดียวก็ไหว
“เอาล่ะพวกเ้าวางยาสมุนไพรพวกนั้นไว้หน้าเตา” เขาออกคำสั่งเมื่อได้ดูสถานที่เรียบร้อยถือว่าใช้ได้เหมาะที่จะทำยา
ตะกร้าสมุนไพรถูกวางเรียงแถวตรงหน้า บ่าวรับใช้มากมายต่างมายืนมุงดู พวกเขาไม่อยากจะเชื่อว่านายน้อยที่เห็นอยู่ตอนนี้จะเปลี่ยนไปได้ขนาดนี้ต่างคนต่างยินดีที่นายน้อยเปลี่ยนไปนั่นหมายถึงว่าพวกเขาจะไม่ต้องตกงานั้แ่กิจการตระกูลเฉินปิดตัวลงบ่าวรับใช้ทยอยให้ออกเพื่อลดภาระค่าใช้จ่าย
“ไป๋เหอเ้าพร้อมแล้วใช่ไหม” เจียวฉือเดินเข้ามาพอดีเขารู้สึกตื่นเต้นเมื่อจะได้เห็นเม็ดยาที่หลานชายจะทำ ไม่รู้ว่าหลานชายจะทำยาอะไรขึ้นมาเขาหวังเพียงว่าจะมีประสิทธิภาพดีกว่าที่ร้านอื่นขายอยู่เป็พอและคิดว่ายาขั้น3 ย่อมจะมีคนสนใจจำนวนมากที่้ามัน
“ข้าพร้อมแล้วท่านอา”
ไป๋เหอเพียงใช้ลมปราณขยับมือสมุนไพรในตะกร้า 5ตะกร้าก็ลอยขึ้นพร้อมกันเมื่อไป๋เหอยื่นแขนสะบัดมือขึ้นมันค่อย ๆลอยเข้าเตาหลอมพร้อมกับชี้นิ้วไปยังเตาหลอมเกิดประกายไฟสีเขียวลอยละลิ่วลุกโชนเบื้องล่างใต้เตาขึ้นสร้างความตกตะลึงให้แก่บ่าวที่ยืนมุงดู
“เป็ไปได้ยังไง นายน้อยเก่งขนาดนี้เชียวเหรอ” ต่างคนต่างเอ่ยพูดเพราะความใที่ไม่เคยเห็นมาก่อน
พ่อบ้านหลิวหันไปทำตาดุใส่พวกบ่าวเพื่อให้เงียบ้าให้นายน้อยทำงานอย่างมีสมาธิ บ่าวทุกคนต่างก็กลัวพ่อบ้านหลิวต่างนิ่งเงียบพร้อมกันยืนมองนายน้อยทำอย่างตั้งใจ
ไป๋เหอค่อย ๆยกมือขึ้นหม้อขนาดใหญ่ก็ลอยค้างกลางอากาศสองมือเขาขยับเพิ่มพลังลมปราณไปยังหม้อนั้นอีกไฟก็ลุกโชนแรงขึ้น เขาจ้องมองไฟไม่ให้มันร้อนไปเหรออ่อนไปเพียง้าให้สมุนไพรในหม้อนั้นได้ละลายรวมกันการควบคุมไฟด้วยพลังลมปราณถือว่าค่อนข้างสำคัญยิ่งไม่งั้นสมุนไพรก็คงไม่สามรถผลิตยาชั้นดีได้
สองตาไป๋เหอจ้องมองหม้ออย่างไม่ละสายตาเขาค่อนข้างต้องใช้สมาธิอย่างสูงพลังลมปราณถูกปล่อยออกมาเรื่อยๆแต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้ลมปราณของเขาลดไปมากใบหน้าของเขายังคงเรียบเฉยไม่มีวี่แววว่าจะอ่อนแรงลง
ผ่านไป 1 ถ้วยชาของในหม้อถูกหลอมจนหมดมันส่งกลิ่นหอมตลบอบอวลไปทั่วห้อง
“เอาละเสร็จแล้ว” ชายหนุ่มวางมือลงหม้อขนาดใหญ่ก็กลับมาอยู่ที่เดิมเขาเสียเหงื่อไปเล็กน้อยเมื่อได้ใช้ลมปราณพอสมควรแต่ของก็ยังไม่หมดเท่านี้เขาจะต้องทำมันเพิ่มอีก10 ตะกร้ารอดูผลลัพธ์แรกก่อนว่าจะทำออกมาดีเหรอไม่
เมื่อสิ้นเสียงนายน้อยบ่าวรับใช้หรือกระทั่งเจียวฉือต่างวิ่งไปดูยาในเตาหลอม เจียวฉือหยิบมันขึ้นมาดูเม็ดหนึ่งเขาก็ต้องตกตะลึงพรึงเพริดกับสิ่งที่เห็น
“นี่ นี่มัน!!”