ตอนที่8
รุ่งขึ้นของอีกวัน คุณพ่อเรียกผมไปพบโดยให้ผมเริ่มเรียนรู้งาน โดยมีเลขาของผมคอยช่วย โดยศึกษาจากแฟ้มงานที่กองเกือบท่วมหัวของผมเฮ้ย!...เห็นแล้วท้อเลย
“อิง!!...” ผมะโเรียกเธอ หลังจากที่ผมคิดหาทางแกล้งเธออยู่นานผมก็คิดได้แล้วโต๊ะเลขาจะอยู่หน้าห้องของผมใช่ไหมครับ ผมเปิดประตู้ห้องของผมออกกว้าง ย้ำว่ากว้างแล้วผมก็ะโใช้งานเธอตามที่ผม้า
“ค่า...ไปแล้วค่า” เธอเดินเร็วๆเข้ามา เมื่อได้ยินเสียงของผม
“ไปชงกาแฟให้หน่อย ผมง่วง”แล้วเธอก็เดินไปชงกาแฟให้ผม ไม่นานเธอก็กลับเข้ามาพร้อมกับถ้วยกาแฟ ในมือพร้อมกับถาดเสิร์ฟ
“ขอน้ำเปล่าด้วยแก้วนึง” ผมสั่งใหม่ทีแรกก็คิดว่าเธอจะรู้ว่าหลังจากดื่มกาแฟแล้วต้องดื่มน้ำเปล่าตามด้วยแต่สิ่งที่ผมเห็น เธอคงไม่รู้ สงสัยเธอจะไม่ดื่มกาแฟ ไม่เป็ไรเดินอีกรอบแล้วกันผมกำลังรู้สึกสนุก
“แล้วทำไมไม่บอกครั้งเดียวแม่บ้านก็มี ใช้อยู่ได้!!” เธอบ่นมุบมิบแต่ผมหูดี โดยเฉพาะได้ยินเสียงของเธอ แต่เธอก็ไปครับ ก็ผมใช้นี่ แล้วเธอก็เดินกลับเข้ามาพร้อมกับน้ำเปล่าตามที่ผมสั่ง
ผมก้มหน้ากำลังอ่านเอกสารกองโตอยู่มันเยอะจริงๆ พอดีผมนึกอะไรออกแล้ว ก็ผมมีเลขานี่ผมเงยหน้าขึ้นมามองเลขาของผมทันที เพราะเธอกำลังหมุนตัวเดินออกจากห้องของผมไป
“อิงครับคุณเป็ผู้ช่วยผม เอาไปช่วยผมอ่านหน่อย แล้วก็มาสรุปให้ผมฟัง โอเคนะ” ใครจะไปอ่านคนเดียวไหว แล้วทำไมการเป็ผู้บริหารมันถึงได้เป็อย่างนี้นะแต่ไม่เป็ไร ถ้าได้อยู่กับยัยนี่ผมโอเค ดูเธอมีความน่ารักปนกวนๆ ยังไงชอบกลผมรู้สึกแบบนั้น
“ก็ได้ค่ะ” เธอหยิบแฟ้มขึ้นมาหนึ่งแฟ้ม แล้วกำลังจะเดินออกจากห้องของผมไป
“จะไปไหน” ผมถามเสียงเรียบ
“ก็จะไปนั่งอ่านเอกสารช่วยคุณภัทรไงคะ”เธอตอบเสียงใส ผมรู้ว่าเธอคงจะกัดฟันพูดน่าดู
“อ่านตรงนี้แหละไม่ต้องไปหรอกที่โซฟาตรงนั้นก็ได้” นั่งมันอยู่ด้วยกันนี่แหละลงเรือลำเดียวกันแล้วนี่
“ก็ได้ค่ะ” แล้วเธอก็ยอมนั่งอ่านเอกสารในแฟ้มที่โซฟาภายในห้องของผมอย่างขะมักเขม้นจนเวลาล่วงเลยไปจนถึงเวลาเลิกงานห้าโมงเย็นวันทั้งวันเธอช่วยผมอ่านเอกสารได้เยอะเลย ผมรู้สึกเบื่อเธอก็คงรู้สึกไม่ต่างไปจากผม เห็นแล้วก็สงสารเธอเหมือนกันนะแต่ผมสงสารตัวเองมากกว่า ผมไม่ค่อยชอบทำอะไรแบบนี้ แต่มันก็เป็หน้าที่ที่ผมจะต้องศึกษาด้วยตัวเอง
“ได้เวลาเลิกงานแล้วผมว่าพอก่อนเถอะ เรากลับกันดีกว่า” ผมขอพักสมองบ้างวันนี้ก็อ่านกันมาทั้งวันแล้ว เดี๋ยวพรุ่งนี้ค่อยว่ากันใหม่
“ถ้างั้นอิงกลับนะคะ” ผมพยักหน้าให้เธอระหว่างที่เรานั่งอ่านเอกสารกันอยู่นั้นก็มีบางเื่ที่ผมต้องถามเธอในสิ่งที่ไม่เข้าใจบางอย่างเกี่ยวกับเอกสารก็มีการพูดคุยเกี่ยวกับเื่งานกับบ้าง แต่ส่วนมากก็จะนั่งอ่านกันไปเงียบๆเพราะเธอก็บอกผมว่าเธอไม่เคยเรียนรู้งานเื่นี้มาก่อนเธอก็จำเป็ต้องศึกษาเหมือนกัน สรุปเธอกับผมใหม่กันทั้งคู่
“อิงเดี๋ยว!...” ผมอยากไปเดินเที่ยวผ่อนคลายชวนยัยนี่ไปด้วยดีกว่า
“คะ”เธอหันมาขณะที่เธอเตรียมของใส่กระเป๋ากำลังจะกลับบ้าน เพราะหมดเวลางานแล้ว
“ไปเดินเที่ยวห้างสรรพสินค้าใกล้ๆนี้กัน” ผมชวนก็แค่อยากมีเพื่อนเดินด้วย เดินคนเดียวมันจะไปสนุกอะไร
“ไม่ไปค่ะ” โห! ไม่คิดจะคิดหน่อยเหรอ ตอบเร็วมาก
“ไปเป็เพื่อนหน่อยนะ”ตอนนี้เลิกงานแล้ว ผมยอมสลัดคราบเ้านายสุดโหดออกเพื่อเธอเลยเอ้าคิดซะว่าเราเป็เพื่อนกันก็ได้ ไหนๆ เราก็อายุเท่ากัน
“อยู่ข้างนอกผมยอมเป็แค่เพื่อนคุณก็ได้เื่เ้านายกับลูกน้องสลัดมันทิ้งไป โอเคไหม” ยอมสุดๆ แล้วนะ เธอทำท่าคิด...
“จริงนะ” เฮ้ย!! ได้ผลแฮะ
“จริงที่สุดครับ เราเป็เพื่อนกันได้อายุของเราก็เท่ากัน ไปกันเลยดีไหม ผมไม่มีเพื่อนเลยมีคุณเป็เพื่อนก็ดีเหมือนกัน” ผมยิ้มให้เธออย่างเป็มิตรเลย
“คุณเลี้ยงนะ” เื่แค่นี้สบายมากอาหารมื้อนั้นผมยังจ่ายได้สบายๆ เลย
“เชิญครับ”หวังว่าเธอคงไม่มีแผนเอาคืนผมหรอกนะ
ผมพาเธอมาเดินห้างสรรพสินค้าใกล้ๆแห่งหนึ่ง รู้สึกดีกว่านั่งอยู่ในห้องแคบๆ แบบนั้นตั้งเยอะ
“คุณแม่ขาวันนี้อิงกลับเย็นหน่อยคุณแม่ไม่ต้องเป็ห่วงนะคะ” เหมือนเธอจะโทรบอกคุณแม่ของเธอว่ากลับบ้านไม่ตรงเวลาโถ่...เด็กน้อยจริงๆ จากนั้นเธอก็วางสายของคุณแม่ของเธอไป
“ทานข้าวกัน ปิ้งย่างดีกว่าผมชอบคุณชอบไหม” ผมว่าอาหารแบบนี้มันมีรสชาติในการกินดีนะ น้ำจิ้มรสเด็ด จิ้มลงไปเยอะๆเนื้อร้อนๆ จากเตา แล้วส่งมันเข้าปากแล้วเคี้ยว
“ก็ดีค่ะ” เราสองคนก็พากันเขาร้านปิ้งย่างตอนนี้ผมลืมเลยว่าเธอคือลูกน้อง ยัยเลขาจอมแสบ แต่ผมคิดว่าเธอคือเด็กผู้หญิงคนนั้นที่ผมแอบมองและแอบชอบมานาน
“ปิ้งย่างนี่หมดคราบนักธุรกิจเลยนะคะนี่”เธอแซวผม พร้อมกับปิ้งไปทานไปอย่างอร่อย ผมก็เช่นกัน
“ช่างเถอะๆ ก็ผมอยากทานนี่คุณรู้ไหมว่าทานอาหารแบบนี้ ทานคนเดียวมันไม่อร่อย”
“คงงั้นมั้งคะ” แล้วผมกับเธอก็ทานกันไปคุยกันไป มีหัวเราะขำขันกันบ้าง แย่งเนื้อกันบ้างเธอดูน่ารักกว่ายัยเลขาที่นั่งอยู่หน้าห้องของผมเยอะเลยหลังจากนั้นเราก็ทานไอศครีมกันอีกคนละลูกแล้วก็พากันกลับ...
เช้าวันรุ่งขึ้นฉันมาทำงานตามปกติ หลังจากที่เมื่อวานฉันได้ไปเที่ยวห้างสรรพสินค้ากับคุณภัทรฉันรู้สึกว่าเขาก็มีมุมที่ดีอยู่บ้างนะ ไม่ขี้เก๊ก ไม่ห่วงหล่อและก็ใจดีไม่ได้ทำหน้าั์ใส่ฉันตลอดเวลาเหมือนตอนอยู่ที่ทำงานแบบนี้
“อิงเข้ามาหาผมหน่อย” นั่นไงนึกถึงก็เรียกเลยตายยากจริงๆ หวังว่าเขาจะเป็คนเมื่อวานนี้ที่พาฉันไปกินปิ้งย่างนะ
“ค่า...ไปแล้วค่ะ”ฉันใช้เสียงเข้าไปก่อนที่ตัวของฉันจะถึงเพราะหน้าห้องมันไม่เคยปิดไง เขาบอกกับฉันว่าจะได้เรียกใช้ได้สะดวกโทรศัพท์ที่โต๊ะก็มี ฉันนะไม่เข้าใจเขาจริงๆ แต่ฉันก็แอบคิดว่าเขากำลังแกล้งฉันอยู่แน่ๆแต่คนอย่างฉันไม่ยอมให้เขาแกล้งอยู่ฝ่ายเดียวหรอก