รอบด้านเต็มไปด้วยความเงียบ
โต๊ะไม้หวงฮวาหลีหนาสองชุ่นทว่าฉู่จวินหลันเพียงกดเข็มเงินเบาๆ ก็แทงทะลุแล้ว! บางคนยังไม่เชื่อพลิกชายผ้าปูโต๊ะลงไปดูก็เห็นปลายเข็มโผล่ออกมาจากด้านล่างทันที จึงอุทานเสียงดัง
“์! ทะลุจริงๆด้วย!”
“นี่ต้องมีฝีมือเพียงใดแม้แต่หมอหลวงผู้ชำนาญวิชาเข็มที่สุด อาจจะทำเช่นนี้ไม่ได้!”
ผู้คนต่างตกตะลึงไม่นานเสียงวิพากษ์วิจารณ์ก็ดังระงม
องค์หญิงใหญ่ยกมือเช็ดเหงื่อตรงขมับโดยไม่รู้ตัวพลางนึกในใจ โชคดีที่เมื่อครู่ตนไม่ได้หลุดปากถามด้วยความลังเลไม่เช่นนั้นหากทำให้นางขุ่นเคือง แล้วพิษในกายเย่อี่เจี้ยนจะมีผู้ใดแก้ได้อีก
“เหลวไหล!”องค์ชายหกหน้าดำคล้ำ “ก็แค่ปักเข็ม จะวิเศษวิโสอันใด คงเป็เพียงกลอุบายของนางเช่นนี้องครักษ์ข้างกายก็ทำได้!”
ฉู่จวินหลันเหลือบมององค์ชายหกแล้วยิ้มอย่างสบายใจ “ในเมื่อท่านว่าข้าเช่นนั้น ข้าไม่รู้วิชาแพทย์เสียก็แล้วกัน”
นี่ไม่ใช่เื่ที่จะบอกว่าไม่รู้ได้ตามใจ!
ฉู่จวินหลันรู้สึกี้เีโต้แย้งท่าทีของนางราวผู้ใหญ่ไม่คิดถกเถียงกับเด็กที่ชอบเถียงเื่ไก่ชอบกินข้าวสารหรือไม่ยิ่งทำให้องค์ชายหกดูเป็คนไม่รู้เหตุผล
องค์ชายหกหน้ามืดดำราวกับก้นหม้อ“เ้าหมายความว่าอย่างไร!”
“ข้าก็อยากถามเหมือนกันว่าองค์ชายหกหมายความว่าอย่างไรกันแน่ข้าควรรู้วิชาแพทย์หรือควรไม่รู้กัน?”
“เ้า!”
“พอแล้ว”องค์หญิงใหญ่ก้าวออกมาโอบไหล่ฉู่จวินหลันไว้ แววตาเต็มไปด้วยการปกป้อง“องค์ชายหกคงได้ฟังคำยุแยงใส่ร้ายมาจึงเข้าใจผิดคิดว่าคุณหนูฉู่เป็คนหลอกลวงการที่ท่านพลั้งเผลอไปในวันนี้ คงเพราะห่วงใยเจี้ยนเอ๋อร์บัดนี้คุณหนูฉู่พิสูจน์ฝีมือแล้ว ความเข้าใจผิดก็ถือว่าได้คลี่คลายกระมัง”
เมื่ออยู่ต่อพี่น้องแท้ๆของเสด็จพ่อ องค์ชายหกจึงค่อยสงบลง
องค์หญิงใหญ่ยิ้มพึงพอใจ“ลวี่เอ๋อร์ วันนี้เ้าก็หุนหันไปหน่อย ทำให้กระทบคุณหนูฉู่ไม่น้อยเช่นนั้นให้ข้าเป็ผู้ไกล่เกลี่ยเถิด พวกเ้าดื่มชาสักถ้วยเื่นี้ก็ถือว่าผ่านไปดีหรือไม่”
เมื่อองค์หญิงใหญ่กล่าวเพื่อคลี่คลายสถานการณ์บรรยากาศที่ตึงเครียดก็ผ่อนคลายลง ฮูหยินผู้เฒ่าตระกูลฉู่ ฉู่อวิ๋นเจียวและฉู่เพ่ยซานต่างถอนหายใจโล่งอกเว้นเพียงฉู่เมิ่งอิ๋งที่รู้สึกเสียดายที่ไม่เห็นฉู่จวินหลันตกต่ำ
องค์ชายหกหันมองฉู่จวินหลันแววตาคมกล้าฉายความเ็าครู่หนึ่ง ก่อนจะแย้มยิ้มเผยฟันขาวแล้วยื่นมือไปด้านหลัง
ขันทีเห็นดังนั้นก็รีบยกถ้วยชาสองถ้วยมอบให้
องค์ชายหกรับถ้วยชามาแล้วเงยหน้ามองฉู่จวินหลัน
ฉู่จวินหลันกะพริบตาจนขนตายาวสั่นไหวนางรับถ้วยชาอีกใบมาอย่างไม่ขัดข้อง
เพียงแต่ขณะยกถ้วยชาจรดริมฝีปากองค์ชายหกกลับโน้มตัวเข้ามาแล้วเอ่ยเสียงต่ำอย่างเหิมเกริม“อีกไม่นานนางต่ำต้อยอย่างเ้าก็จะตกอยู่ในมือข้า”
ผู้คนภายนอกเห็นเพียงองค์ชายหกโน้มตัวเข้าใกล้ฉู่จวินหลันราวกับกำลังชักชวนให้นางดื่มชาหรืออาจเหมือนเอ่ยถ้อยคำสมานฉันท์อย่างไม่อยากให้ผู้ใดได้ยิน
ทว่าองค์หญิงใหญ่ที่อยู่ใกล้ที่สุดกลับได้ยินถ้อยคำนั้นชัดเจนสีหน้าพลันแปรเปลี่ยนทันที
ฉู่จวินหลันที่สีหน้าราบเรียบค่อยๆยกถ้วยชาขึ้นจรดริมฝีปาก แล้วลิ้มรสหนึ่งอึก
องค์ชายหกยกยิ้มเย้ยหยันไม่ว่าสตรีจะหยิ่งผยองเพียงใด ท้ายที่สุดก็ต้องเกรงต่อบารมีอันสูงศักดิ์ของเขา!
แววตางดงามของฉู่จวินหลันจับจ้องเข้าไปยังั์ตาขององค์ชายหกขณะที่เขากำลังเผยรอยยิ้มเย้ยหยันนั้น นางก็เผยยิ้มกว้างอย่างท้าทายก่อนสาดน้ำชาในถ้วยใส่หน้าอกเขา!
“เ้ากล้าดีอย่างไร!”ความเย้ยหยันและความโอหังขององค์ชายหก เปลี่ยนเป็ความตกตะลึงไม่อยากเชื่อ
ฉู่จวินหลันกระแทกถ้วยชาลงบนโต๊ะอย่างแรงแล้วหมุนกายจากไป!
ทั่วทั้งสวนเงียบสงัดทุกคนไม่คิดเลยว่าฉู่จวินหลันจะหาญกล้าถึงเพียงนี้
ฮูหยินผู้เฒ่าตระกูลฉู่หน้าถอดสีรีบก้าวตามไปฉุดรั้ง “เ้าอย่าเพิ่งไป รีบไปคุกเข่าขอขมาองค์ชายหกเสียเ้าคิดจะให้ตระกูลฉู่เราถูกปะาทั้งตระกูลหรืออย่างไร!”
“ใช่น้องสาวสามเ้าอย่าไม่เห็นแก่ชีวิตคนทั้งตระกูลเพียงเพราะโทสะชั่วครู่สิบิดาให้ความสำคัญกับเ้า เหตุใดเ้าถึงทำเช่นนี้!” ฉู่เมิ่งอิ๋งรีบใส่ไฟ
ฉู่อวิ๋นเจียวกับฉู่เพ่ยซานน้ำตาคลอเบ้ารีบวิ่งตามมาเร่งเร้าให้นางไปขอโทษ
เพราะสวนดอกไม้เงียบเกินไปทำให้ผู้คนรอบข้างได้ยินคำพูดของพวกนางชัดเจน
ฉู่จวินหลันไม่เอื้อนเอ่ยคำใดทั้งยังก้าวเร็วจนทิ้งห่างจากฮูหยินผู้เฒ่า ฉู่เมิ่งอิ๋งและพวกนางไปไกล
กระทั่งหลี่เมี่ยวชุนที่ตั้งใจจะเข้ามาสมานฉันท์กับฉู่จวินหลันยังมิกล้าเข้าใกล้
องค์หญิงใหญ่กล่าวเสียงต่ำ“การกระทำขององค์ชายหกในวันนี้ช่างเสียกิริยา หาใช่โทษของคุณหนูฉู่ไม่ข้าจะนำเื่นี้ทูลต่อฮ่องเต้เอง!” จากนั้นหันไปกำชับเย่อี่เจี้ยน “เจี้ยนเอ๋อร์เ้าส่งคุณหนูฉู่กลับจวน”
“ขอรับ”เย่อี่เจี้ยนโค้งกายตอบ และเพราะเขาจำคำของฉู่จวินหลันได้ว่าอย่าเคลื่อนไหวรุนแรงจึงเพียงเร่งก้าวสองสามก้าว “คุณหนูฉู่โปรดรอข้าด้วย”
การที่องค์หญิงใหญ่ออกหน้าปกป้องฉู่จวินหลันเช่นนี้ทำให้ผู้คนที่อยู่ในงานเข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้นไปอีกทางหนึ่ง
ฉู่จวินหลันหาใช่คนโง่เง่าเดิมทียามนางยกถ้วยชาจะประนีประนอมเสมอ หากองค์ชายหกไม่เอ่ยคำข่มขู่หรือคำพูดหยาบช้า นางคงไม่เดือดดาลถึงเพียงนี้
ถึงเขาจะเป็เพียงบุตรที่เกิดจากสนมโปรดแต่การที่องค์ชายหกปฏิบัติกับนางเช่นนี้ ก็ไม่เคยมีคุณหนูตระกูลใดกล้าตอบโต้ตรงๆเช่นฉู่จวินหลัน
องค์ชายหกขบกรามแน่นจนสันกรามชัดขึ้น
เสิ่นอวี๋จึงก้าวออกมาคารวะ“องค์ชายหก ท่านกลับไปเปลี่ยนชุดก่อนเถิดขอรับ”
องค์ชายหกเหลือบมองเสิ่นอวี๋แล้วหัวเราะหยันก่อนเร่งฝีเท้าออกไปพร้อมขันทีติดตาม
งานชุมนุมผู้สูงศักดิ์ที่เดิมทีคึกคักกลับถูกองค์ชายหกทำให้วุ่นวาย จนบรรดาผู้คนที่แม้จะโกรธเคืองแต่ก็ไม่กล้าเอ่ยต่างพากันมาร่ำลาฮูหยินอันลู่โหว
เย่อี่เจี้ยนที่เดินมาถึงหน้าจวนเห็นว่าฉู่จวินหลันยังไม่ได้กลับไป นางยืนอยู่ข้างรถม้าอย่างสบายอารมณ์ฟังคำบ่นกล่าวของฮูหยินผู้เฒ่าและบรรดาน้องสาวร่วมบิดาด้วยท่าทีไม่ยี่หระ
“เ้ารีบกลับไปคุกเข่าขอขมาองค์ชายหกเดี๋ยวนี้!”
“ใช่น้องสาวสามการกระทำของเ้าวันนี้เท่ากับดูิ่ราชวงศ์ ทั้งยังไม่ให้เกีรยติซูกุ้ยเฟยด้วยเช่นนี้แล้วตระกูลเราจะอยู่กันเช่นไร!”
ท่ามกลางเสียงพร่ำบ่นของตระกูลฉู่เย่อี่เจี้ยนถอนหายใจพลางยิ้มเดินเข้าไปหา
“คารวะฮูหยินผู้เฒ่าตระกูลฉู่”
พอฮูหยินผู้เฒ่าที่กำลังปวดศีรษะเพราะนิสัยดื้อรั้นของฉู่จวินหลันได้ยินเสียงเรียกก็เผยสีหน้ารำคาญ แต่เมื่อหันไปเห็นว่าเป็เย่อี่เจี้ยนพลันเปลี่ยนเป็ยิ้มกว้างทันที “คุณชายเย่นี่เอง”
“คุณชายเย่”ฉู่เมิ่งอิ๋ง ฉู่อวิ๋นเจียว และฉู่เพ่ยซานพร้อมใจกันทำความเคารพ
เย่อี่เจี้ยนยกมือคารวะตอบยิ้มละไมกล่าว “ฮูหยินผู้เฒ่าเข้าใจคุณหนูสามผิดแล้วเมื่อครู่องค์ชายหกเป็ฝ่ายเอ่ยวาจาหยาบคายก่อนท่านยายของข้ากังวลว่าท่านที่นั่งอยู่ไกลจะไม่ทันได้เห็นเหตุการณ์จึงอาจโทษคุณหนูสามไป ข้าจึงมาอธิบาย คุณหนูสามจัดการได้เหมาะสมแล้ว การรักษาเกียรติของบุตรสาวตระกูลฉู่หาใช่เื่ที่ทำให้ตระกูลเสื่อมเสียและตอนนั้นท่านยายกับเหล่าสตรีสูงศักดิ์อยู่ใกล้ เห็นเหตุการณ์ชัดเจนฉะนั้นแล้วย่อมไม่มีปัญหาใดตามมาอย่างแน่นอน”
“เื่นี้...”
เย่อี่เจี้ยนยิ้มกล่าว“ฮูหยินผู้เฒ่าไม่ต้องกังวล มีท่านยายข้าอยู่ เื่นี้ย่อมจบลงได้แน่”
ฮูหยินผู้เฒ่าค่อยคลายใจถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่
ฉู่เมิ่งอิ๋งเห็นดังนั้นดวงตากลมใสคล้ายกวางน้อยก็มองเย่อี่เจี้ยนด้วยความซาบซึ้ง“คุณชายเย่ช่างเป็คนดีนักกลัวน้องสาวสามถูกลงโทษด้วยกฎตระกูลจึงมาช่วยพูดด้วยตนเองเพียงแต่สิ่งที่น้องสาวสามทำนั้นเกินไปจริงๆ สมควรอบรมหาไม่แล้วภายภาคหน้าคงก่อเื่ใหญ่ให้ตระกูลเดือดร้อน”
สีหน้าของฮูหยินผู้เฒ่ากลับเคร่งขรึม“ใช่ ข้าเข้าใจน้ำใจของคุณชายเย่ แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ต้องลงโทษ”