ลี่หยางกระตุกยิ้มที่มุมปากทันใดนั้นแขนแกร่งก็กระซากร่างอรชรมานั่งที่ตักของเขา เฟยฉีใแทบช็อคตัวแข็งทื่อมืออีกข้างจับที่ท้ายทอยนางไว้ ริมฝีปากหนากดััที่ริมฝีปากบางอย่างหนักหน่วงลิ้นร้อนตวัดเกี่ยวลิ้นเล็กไปมา เฟยฉีไม่อยากให้ลี่หยางรุกล้ำไปมากกว่านี้นางหลบลิ้นร้อนขบปากล่างลี่หยางแน่นพลันเห็นนางดิ้นไม่หยุดลี่หยางถึงยอมถอนริมฝีปากออกให้นางได้หายใจ
“ อี่ตา ...เอ่ย ... องค์ชายทำบ้าอะไรขององค์ชายเพคะ ?!! ” เฟยฉีรู้สึกโกรธลี่หยางแทบอยากจะบีบคอเขาให้ตาย ใบหน้าร้อนผ่าว โกรธแต่ทำอะไรไม่ได้
จูบแรกของนางกลับถูกลี่หยางขโมยไปอย่างน่าตาเฉยในจินตนาของเฟยฉีกรีบดอกท้อจะประทับที่ริมฝีปากของนางต้องเป็บุรุษที่อ่อนโยนลึกซึ้ง ไม่ใช่อย่างที่เป็เหมือนเมื่อครู่ ลี่หยางเป็บุรุษที่ป่าเถื่อนที่สุดเลย
“จูบเมื่อครู่คือพรจากฟ้าประทานให้แก่เ้านะ ”
“ หม่อมฉันไม่ได้้า!!! หึย ~ ” เฟยฉีพูดพร้อมกลับถูริมฝีปากตัวเองไปมาด้วยความรังเกลียดแค่คิดว่าน้ำลายติดอยู่ในปาก เฟยฉีก็รู้สึกขยะแขยงเต็มทนสายตาเต็มไปด้วยไอสังหารมองเฟยฉีอย่างโกรธเคือง
“เ้ากล้าทำกิริยาเช่นนั้นต่อหน้าข้างั้นหรือ ? ” น้ำเสียงเยือกเย็นเอ่ยขึ้นราวกับกำลังโกรธนางเฟยฉีหน้าบึ้งมองลี่หยางเขม็ง
“ทำไมจะไม่กล้าล่ะเพคะ องค์ชายหลอกให้หม่อมฉันนวดไหล่ให้ แล้วองค์ชายมาทำ .... เอ่อ... ทำ .... ”
เฟยฉีตะกุกตะกัก รู้สึกร้อนผ่าวที่หน้าอีกครั้ง เฟยฉีรีบเบือนหน้าหนีไปอีกทางทันทีลี่หยางลุกขึ้นมือไขว้หลังก่อนจะเดินผ่านหน้าเฟยฉีไปเขายังไม่ลืมหันมากระชิบที่ข้างหูเฟยฉีว่า
“ข้าจะจัดการลงโทษเ้าอย่างไรดีนะ เข้าไปข้างในกินข้าวได้แล้ว : )) ”
เฟยฉีแน่นิ่งไปหลายวิ เสียงท้องร้องเรียกสตินางกลับมาที่ปัจจุบันเห็นลี่หยางเดินไปไกลเฟยฉีก็รีบวิ่งตามเขาไป ฟ้าเริ่มมืดดวงดาวสว่างไสวในยามพลบค่ำ ในยุคโบราณไม่มีไฟข้างถนนหรือไฟนีออนมีเพียงดวงจันท์และดวงดาวเท่านั้นที่สว่างไสวที่สุด
หลังจากที่รับประทานอาหารมื้อค่ำเสร็จ เฟยฉีมานั่งโง่ๆอยู่ที่ริมหน้าต่างแววตาเศร้าสร้อยทอดมองออกไปข้างนอก ภายในใจของเฟยฉีในตอนนี้รู้สึกสับสนไปหมด นางคิดถึงบ้านคิดถึงท่านอาจารย์และเย่วเสี่ยง เฟยฉีอยากจะกลับไปโลกปัจจุบันของนางทว่าอีกใจนึงนางกลับอยากอยู่ที่นี่ จู่ๆเฟยฉีก็คิดถึงจูบของเขาเมื่อบ่ายนี้เป็ความรู้สึกที่แปลกจริงๆ ทำให้ใจดวงน้อยๆของนางเต้นโครมครามไม่หยุด
เช้าวันใหม่แสงแดดอ่อนๆสอดส่องเข้ามาภายในห้องนอนบรรยากาศเงียบสงัดได้ยินเพียงเสียงนกร้องและใบไม้ผลัดผ่านเฟยฉีนอนหลับสนิทสบายใจเฉิบอยู่บนเตียงไม้ ผ้าห่มกระจัดกระจายที่พื้นขาเรียวหย่อนลงจากเตียงส่วนขาอีกข้างพาดที่ข้างเตียง ท่าทีเฟยฉีนอนช่างน่าอายนักคนอื่นมาเห็นเข้าไม่รู้จะเป็อย่างไร
ลี่จูนั่งอยู่ตรงกลางห้องเขี้ยวไม้ไผ่เหมือนเด็กน้อยกำลังนั่งกินขนมเ้าแพนด้าน้อยมองไปที่เฟยฉีก่อนจะส่ายหน้าอย่างเอือมระอา
“ต้องมีสักวันนึงที่นางจะเจอกับปัญหาใหญ่ เฮ้อ ~ ” ลี่จูพูดยังไม่ทันขาดคำ ทันใดนั้น ก็มีใครบางคนเดินมาเคาะประตูดังสนั่นลี่จูรีบใช้วิชาหายตัวหายไปทันที
“ พระชายาเพคะองค์ชายให้มาตามเพคะ ” เสียงเรียกทำให้เฟยฉีสะดุ้งตื่นเฟยฉีหยิบหมอนมาปิดหูไว้ไม่อยากรับรู้อะไรทั้งนั้น
“ พระชายาเพคะ..... ”
“ ข้าเอง” ก่อนที่บ่าวจะพูดจบเสียงทุ้มของใครบางคนก็ได้พูดแทรกเข้ามา
ลี่หยางผลักประตูเข้าไปสาวเท้าเดินไปหยุดอยู่ตรงหน้าเฟยฉีเห็นท่านอนของนางลี่หยางถึงกับประหลาดใจ คุณหนูเฟยฉีอย่างนางมีอะไรแปลกๆอยู่ทุกวันลี่หยางเดินไปนั่งข้างๆเตียงของเฟยฉี ริมฝีปากหนายักยิ้มขึ้นเล็กน้อย
“ ชายาของข้ารีบตื่นเสีย ถ้าเ้าไม่ตื่นอย่าหาว่าข้าหยาบคายกับเ้านะ ”
เสียงทุ้มนุ่มหวานหูกระชิบที่ข้างหูนาง ทำให้เฟยฉีเบิกตากว้างด้วยความใน้ำเสียงของบุรุษที่อยู่ตรงหน้าช่างน่ากลัวเสียใจ เฟยฉีรีบลุกพรวดแทบจะทันทีดวงตาคู่สวยจ้องมองลี่หยางเอาเื่
“ องค์ชาย ... ไยองค์ชายถึงมาอยู่ที่นี่ได้ล่ะเพคะ ?! องค์ชายคิดที่จะทำอะไรหม่อมฉันเพคะ ?! ”
ลี่หยางช้อนคางมนขึ้นมา มองลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวยของเฟยฉี
“ถ้าเ้ายังไม่ยอมลุกจากเตียงไปเปลี่ยนอาภร์ณ ข้าจะถือว่าเ้ากำลังอ่อยข้านะ ”
เฟยฉีเป็สตรีที่อ่อนไหวง่าย ได้ยินเสียงทุ้มหวานหูเจอสายตาที่มีเสน่ห์เช่นนี้ย่อมต้องหวั่นไหวนางถึงกับอ้าปากค้างกลางอากาศพูดอะไรไม่ออกนานหลายวิ เห็นทีท่ากิริยาของนางลี่หยางก็อดยิ้มไม่ได้ มือหนาค่อยๆผละออกให้นางได้เป็อิสระทิ้งให้เฟยฉีนั่งโง่ๆอยู่บนเตียงมองตามแผ่นหลังกว้างของเขาที่กำลังเดินออกจากตำหนักไป
“ ไม่ได้การแล้ว ขืนยังเป็อย่างนี้เราอาจจะตกหลุมรักอี่ตาบ้านั้นได้ไม่ได้ เราห้ามหวั่นไหวกับอี่ตานั่นเด็ดขาด !!! ”
หลังจากจัดอาภร์ณหน้าผมเสร็จเฟยฉีก็เดินออกมาจากตำหนักด้วยอาภร์ณสีชมพูอ่อนขับให้นางดูสวยสง่าเฟยฉีกำลังดื่มด่ำความสุขที่สวนดอกไม้ทว่าบังเอิญเจอลี่จูกำลังนั่งเขี้ยวไม้ไผ่อยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่เห็นเช่นนั้น เฟยฉีก็โกรธมากเมื่อนึกถึงเื่เมื่อวานที่จู่ๆลี่จูก็หายตัวไป
“ นี่ไอ้เ้าปีศาจน้อย วันๆเอาแต่กินหรือยังไงเมื่อวานข้ามีเื่ไม่เห็นจะมาช่วยข้าเลย ปล่อยให้ข้าจัดการปัญหาอยู่คนเดียวเ้ากล้าดียังไงปล่อยให้ข้ารับมือกับอี่ตาบ้านั่น ห๊ะ !!! ”
เฟยฉีระบายความโกรธที่มีอยู่เต็มอก ทว่าลี่จูกลับไม่มีทีท่าตอบสนองใดๆยังคงนั่งเขี้ยวไม้ไผ่อยู่
“นี่เ้ากล้าเมินข้าเหรอ ?!! ห๊ะ !!! ”
“ เ้าช่างพูดมากเสียจริง ข้ามีเื่จะบอกให้เ้ารู้เมื่อวานข้ากลับไปเยี่ยมท่านอาจารย์ ท่านอาจารย์บอกกับข้าว่าเ้าต้องหา ..... หาอะไรสักอย่าง”
“ นี่คิดสิคิด คิดให้ออก เื่นี้สำคัญมากเลยนะ”
“ เอ่อ ..ลู่โจวหราน ใช่ ลู่โจวหราน องค์ชายมาแล้ว” เอ่ยจบลี่จูก็หายตัวไปนางยังฟังไม่รู้เื่อะไรเลยลี่จูกลับหายไปซะแล้ว
“ นี่ไอ้เ้าแพนด้าน้อย ยังพูดไม่ทันจบนะ เ้ากลับมาก่อน !!! ”
“ ฉีเอ๋อร์” เสียงเรียกอันคุ้นเคยนี้อย่าบอกนะว่าเป็เขาอีกแล้ว ต้องมาเจอหน้าเขายามเช้าเช่นนี้เหรอช่างโชคร้ายเสียจริง
“ แฮ่ๆองค์ชาย ” เฟยฉีโบกมือไปมาเฟยฉีตั้งใจที่จะหลบสายตาคู่นั้น เพราะดวงตาของเขาเหมือนหลุมมรณะ
ถ้าจ้องนานๆหัวใจอาจหยุดเต้นไม่สามารถห้ามใจตัวเองได้ เห็นนางมีท่าทีแปลกไปลี่หยางเดินเข้าไปใกล้เฟยฉีก่อนจะเชยคางมนเงยขึ้นอย่างช้าๆ
“ ไยเ้าถึงหลบหน้าข้า? ” เสียงนุ่มเอ่ยถาม เฟยฉีกลัวน้ำเสียงเขาที่สุดนางรีบส่ายหน้าปฎิเสธทันที
“ ไม่เพคะ หม่อมฉันมิกล้าหม่อมฉันแค่ประหลาดใจเพคะ ฟ้ายังไม่สว่างเลย แต่องค์ชายกลับออกมาเดินเล่นเสียได้ ”
ลี่หยางทำให้นางพูดผิดพูดถูกไปหมดสายตาที่ลี่หยางมองมาช่างน่ากลัวยิ่ง เมื่อไหร่เขาจะเลิกยุ่งกับนางสักที
“เ้าเสียอาการเมื่ออยู่ต่อหน้าข้างั้นหรือ ? ” น้ำเสียงนี้กำลังเย้าแหย่นางแน่ๆเลย เฟยฉีรู้สึกร้อนผ่าวที่หน้าขึ้นมากำลังจะหลบหน้าลี่หยางเดินหนีไปที่อื่น เฟยฉีกลับถูกมือใหญ่คว้าไว้
“นี่เ้าจะไปไหนหรือ ? ”
“ หม่อมฉันอยากจะออกไปเดินเล่นเพคะ” ลี่หยางปล่อยมือเฟยฉีเดินไปหยุดอยู่ตรงหน้านาง สองมือประสานกันไขว้หลังก่อนจะพูดกับนางว่า
“งั้นข้าจะไปเดินเล่นเป็เพื่อนเ้า ” เอ่ยจบลี่หยางก็หมุนตัวเดินนำเฟยฉีไปทำไมนางจะไม่รู้ว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่ เขากลัวนางจะหนีสินะ
“ องค์ชาย เช้าเช่นนี้องค์ชายคงยุ่งราชกิจแน่ๆเลยเพคะหม่อมฉันไม่รบกวนองค์ชายแล้ว หม่อมฉันออกไปเดินเล่นคนเดียวได้เพคะ ”
เฟยฉีวิ่งไปข้างหน้า ทำหน้าตาน่ารักออดอ้อนให้ลี่หยางยอมใจอ่อนไม่ไปกับนางแต่เื่ไม่เป็อย่างที่นางคิด
“ น่าเสียดายวันนี้ข้าไม่มีราชกิจอีกอย่างข้าอยากจะออกไปเดินเล่นกับเ้าด้วย เ้าไม่อยากให้ข้าไปด้วยงั้นหรือ?”
คำพูดของเขาทำให้เฟยฉียืนนิ่งไปหลายวิ นางกำลังต่อสู้กับสมองของนางปกตินางต้องตอบไปว่าใช่ ทว่าตอนนี้เฟยฉีกลับต้องอดทนอดกลั้นจะทำตัวให้เป็จุดสนใจไม่ได้
“ แน่นอนว่าหม่อมฉันอยากจะให้ท่านไปด้วยกับหม่อมฉันอยู่แล้วเพคะแฮ่ๆ ” ลี่หยางยังคงเ็าเหมือนเช่นเคยทว่าเดินผ่านหน้าเฟยฉีไปเขากลับผุดยิ้มออกมาอย่างมีความสุข
ลี่หยางไม่เคยคิดเลยว่าแม่นางเฟยฉีผู้นี้จะน่าสนใจถึงเพียงนี้เห็นลี่หยางเดินนำออกไป เฟยฉียืนเท้าเอวก่นด่าเขาไม่หยุด
“ อี่ตาบ้าคอยดูเถอะ สักวันนึงจะต้องเสียใจ ” เอ่ยจบเฟยฉีก็รีบวิ่งตามหลังเขาไป
วันนี้อากาศค่อนข้างดีสดชื่น แม้ว่ายุคสมัยโบราณจะไม่มีพัดลมเครื่องปรับอากาศแต่อากาศเย็นสดชื่นมาก เฟยฉีวิ่งเต้นเดินดูของอย่างสนุกสนานนางจะชอบดูของตามแผงลอย เฟยฉีหยิบจับอะไร ชอบอะไรลี่หยางที่เดินตามหลังนางมาจะซื้อให้นางหมด
เฟยฉีเคยเห็นถังหูหลูอยู่ในทีวีไม่เคยลองได้ชิมดูสักครั้งไม่รู้ว่ารสชาติเป็ยังไงทะลุมิติมาถึงยุดโบราณเช่นนี้ขอชิมดูสักหน่อยแล้วกันขณะที่กำลังเดินเล่นชมเมืองกับลี่หยาง จู่ๆก็ได้ยินเสียงเด็กน้อยพูดขึ้นเฟยฉีมองไปข้างหน้าด้วยความอยากรู้อยากเห็น
เด็กหญิงหน้ามอมแมม เสื้อผ้าขาดหลุดลุ่ย ดูแล้วน่าสงสารยิ่งแต่ดูเหมือนชาวบ้านจะรังเกียจเด็กหญิงคนนั้นเพียงเพราะร่างกายสกปรกเฟยฉีทนไม่ได้อีกต่อไปรีบตรงดิ่งไปหาเด็กหญิงทันที
“ พี่หญิง ...ข้าขอเงินหน่อยนะ ”
“ ไสหัวไป !!! อย่ามาใกล้ข้านะ ” สตรีผู้นั้นดูไม่ได้เลวร้ายแต่อย่างใดนางผลักเด็กหญิงล้มลงไปที่พื้น ก่นด่าทำร้ายร่างกายเด็กหญิงไม่มีความปราณี แต่ทำไมสตรีผู้นั้นถึงได้โเี้เช่นนี้
“ นี่ !!! ยัยหน้าซาลาเปา !!! เ้าเป็ใครกัน?!!! มีสิทธิ์อะไรมาทำร้ายผู้อื่นแบบนี้ !!! ไร้หัวใจเสียจริง!!! ”
คำพูดของเฟยฉีทำให้ชาวบ้านอึ้งตะลึงงั้นเสียงซุบซิบดังว่อนไปทั่ว ลี่หยางก็ใไม่น้อยกับวาจาแปลกประหลาดของนางแต่เขาชินกับมันแล้ว แม่นางเฟยฉีผู้นี้ช่างน่าสนใจเสียจริงตอนแรกลี่หยางอยากจะแกล้งนางสักหน่อย ทว่าตอนนี้ความคิดเขากลับเปลี่ยนไปอยากจะรู้จักนางให้มากกว่านี้
“เ้าเด็กน้อย รีบลุกขึ้นเถิด มา ข้าช่วย ” ทีท่าอ่อนโยนเช่นนี้เป็ครั้งแรกที่ลี่หยางเห็นกับตาตัวเอง
เพลียะ !!! ลี่หยางกำลังจ้องมองเฟยฉีอยู่นั้นก็ได้ยินเสียงประทะขึ้นเฟยฉีถูกใครบางคนตบจนหน้าหันไปอีกทาง ชาวบ้านที่ยืนมุงดูอยู่ต่างก็ใเฟยฉีไม่ทันได้ระวังถูกผลักให้ล้มลงไปที่พื้นอย่างจังเฟยฉีหันมาเผชิญหน้าด้วยสีหน้าที่โกรธแค้นสายตาเยือกเย็นจ้องมองสตรีที่อยู่ตรงหน้า
“ ยัยหน้าปลาร้า!!! เ้ากล้าตบหน้าข้าเหรอ?!! ห๊ะ ” เื่อื่นเฟยฉีอาจจะปล่อยผ่านได้แต่เื่ด่าตบตีกับผู้อื่นนางไม่เป็สองรองใครนะ
เฟยฉีไม่รีรอพุ่งตรงไปหาสตรีผู้นั้น ก่อนจะตบสั่งสอนไปสองฉาด ลี่หยางยืนมองดูสถานการณ์อยู่ห่างๆถึงกับยิ้มอย่างชอบใจสตรีอย่างเฟยฉีถึงจะเหมาะเป็พระชายาของเขา เฟยฉีไม่สนอะไรหยุมศรีษะแม่นางผู้นั้นมาตบกลางตลาด
“ขอโทษข้ามาเดี๋ยวนี้ !!! ”
“อร้ายยยยยยยย ~ ปล่อยข้านะ!!! เ้ากล้าดียังไงมาทำร้ายข้า !!! นังสตรีชั้นต่ำ!!! ”
เฟยฉีตอนนี้โกรธเืขึ้นหน้า กล้าด่านางว่าสตรีชั้นต่ำได้ไงกัน นางจะต้องสั่งสอนแม่นางผู้นี้เสียแล้วเฟยฉีหยุมผมของแม่นางผู้นั้นดึงลากยาวไปไกล
“รีบขอโทษข้ากับเด็กหญิงซะ !!! กล้าดียังไงมาหาเื่กับข้า !!! อยากตายนักหรือไง ?!!!”