Noei : [กรี๊ด !!!!!!!!!!!!!!! ]
May-R : [ส่งสติ๊กเกอร์รูปกระต่ายน้อยทำหน้าใ ตาโต]
May-R : [เนย เกิดอะไรขึ้น?]
Noei : [มีคนเห็นสุดที่รักของเธอ แอบไปกินข้าวกับสาวสวยสองต่อสอง! ]
Noei : [เดี๋ยวฉันส่งภาพไปให้ดู]
May-R : [กดโหลดรูปภาพ]
ลสิตา หรือ เมอาส่ายหน้า คิดอย่างขบขันว่า นี่ถ้าคนอื่นมาเห็นสภาพยัยเนยกรีดร้องอาการหนักเสียขนาดนี้ จะต้องคิดว่าผู้ชายที่กำลังพูดถึง คือ สุดที่รักของเนยแน่ๆ
รูปภาพที่ 'ชญาภา' หรือ 'เนย' เพื่อนสนิทส่งมาเป็รูปถ่ายหญิงสาวและชายหนุ่มคู่หนึ่งหน้าร้านอาหาร
ฝ่ายหญิงหน้าตาสวยเก๋ ยิ้มสดใสกำลังยืนคล้องแขนชายหนุ่มท่าทางสุภาพ
นิ้วมือเธอเลื่อนขยายรูปภาพในส่วนของใบหน้าหญิงสาวเป็พิเศษ
โอ้โห ผู้หญิงคนนี้สวยจัง แต่ไม่คุ้นหน้าเลยแฮะ!
พิจารณารูปหญิงสาวอยู่หลายนาที สายตาเมอาจึงเลื่อนมาจับจ้องชายหนุ่มในรูปภาพอยู่เนิ่นนานด้วยแววตาคะนึงหา
เจเจ ไม่ได้เจอกันตั้งนาน หวังว่าคงสบายดี
ติ๊ง...เสียงข้อความเข้า ทำให้เมอาหลุดออกจากภวังค์ความคิด
Noei : [เออใช่ ฉันได้ยินข่าวว่า คุณหมออติวิชญ์ของเธอ กลับมาจากต่างประเทศแล้ว ตอนนี้ทำงานอยู่ที่โรงพยาบาล พัชรประชาเวช (PP Hospital) ปล. เนยอุตส่าห์สืบข่าวมาจากเพื่อนเรียนร่วมรุ่นของเจเจให้เลยนร้าาา ^ ^ ]
May-R : [ส่งสติ๊กเกอร์รูปหมีคารวะขอบคุณ]
Noei : [ว่างๆ เธอก็ลองโฉบไปโฉบมาแถวโรงพยาบาลดู เผื่อฟลุ๊คเจอไง!]
เมอาหัวเราะกับคำศัพท์ 'คุณหมออติวิชญ์ของเธอ' กับคำว่า 'โฉบไปโฉบมา' ฟังแล้วมันให้ความรู้สึกจั๊กจี้หัวใจ โดยเฉพาะคำหลังให้ความรู้สึกเหมือนกับว่าเธอเป็ค้างคาว หรือตัวอะไรที่บินได้สักอย่าง
May-R : [อืม รู้สึกเหมือนจะไม่สบายกะทันหันยังไงไม่รู้ สงสัยฉันคงต้องแวะไปหาหมอที่โรงพยาบาล PP ซะหน่อยแล้ว เดี๋ยวฉันต้องโบ๊ะแป้งขาวๆ ให้หน้าตาดูซีดๆ เซียวๆ หน่อยจะได้สมบทบาท ดีไหม?]
Noei : [ขอให้เจอๆ โอมเพี้ยง! อ่ะ ฉันช่วยเชียร์ ^ ^]
เมอาย้อนนึกถึง่ที่เธอเรียนอยู่ชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายปีสอง ซึ่งเธอได้มีโอกาสฝึกงานที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่ง
ตอนนั้นเธอแอบชอบ 'เจเจ' เด็กหนุ่มที่มาฝึกงานด้วยกัน แม้จะรู้จักกันไม่นาน แต่ทั้งเธอและเขามีนิสัยและความชอบคล้ายคลึงกัน ทำให้สนิทสนมกันอย่างรวดเร็ว
นอกจากนี้เขาทำให้เธอรู้สึกประทับใจในความพยายามและความมุ่งมั่นที่จะเป็แพทย์เพื่อจะช่วยเหลือผู้อื่น
วันสุดท้ายของการฝึกงาน เด็กสาวตั้งใจสารภาพรักกับเขา
เธอรู้สึกตื่นเต้น มือไม้เย็นเฉียบ ตอนที่เดินเข้าไปหาเจเจ สายตาเธอกลับเห็นเด็กผู้หญิงหน้าตาน่ารักคนหนึ่งยืนอยู่กับเขา เมอาพยายามเงี่ยหูฟังและสังเกตท่าทีว่าทั้งสองคนคุยเื่อะไรกัน
"เรา...ชอบเจเจ...ถ้า..." เสียงเด็กผู้หญิงตะกุกตะกัก
เมอาสีหน้าเศร้าสร้อย ค่อยๆ ก้าวเท้าถอยออกมาอย่างเงียบๆ พยายามไม่ให้เกิดเสียงดัง พร้อมด้วยหัวใจอันหดหู่
เฮ้อ ! ยังไม่ทันที่จะได้สารภาพรัก ฉันก็อกหักดังเป๊าะก่อนซะแล้ว นี่มันช่างข้ามขั้นตอนสุดๆ !!!
ตอนเย็นวันนั้นก่อนที่จะแยกย้ายกัน เจเจเดินมาขอเบอร์โทรศัพท์เธอ เมอารู้สึกหัวใจฟูฟ่องอีกครั้ง แต่พยายามเก็บอาการ แม้ในใจอยากจะถามใจจะขาดว่าเขาได้ตอบตกลงคบกับเด็กสาวคนนั้นหรือไม่ แต่จนแล้วจนรอดเธอก็ไม่กล้าถามออกไป
หลังจากวันนั้นเป็ต้นมา เมอาตั้งหน้าตั้งตารอคอยโทรศัพท์จากชายหนุ่มทุกวัน เธอพกโทรศัพท์ติดตัวตลอดเวลาเสมือนเป็ส่วนหนึ่งของร่างกาย ไม่เว้นแม้กระทั่งตอนเข้าห้องน้ำ ทานข้าว รวมทั้งตอนนอนหลับที่เธอจะวางโทรศัพท์ไว้ข้างหมอน
เธอจะรู้สึกตื่นเต้นทุกครั้งที่มีโทรศัพท์เข้า แต่เมื่อผ่านไปสักพักกลับไม่มีวี่แววของคนที่เธอ้าให้โทรมาหาเลยสักครั้ง
นอกจากนั้นเธอพยายามโทรหาชายหนุ่มหลายต่อหลายครั้ง แต่ไม่เคยมีคนรับสายแม้สักครั้ง ทำให้รู้สึกผิดหวัง เซื่องซึมและถอดใจไปอยู่พักใหญ่
ไม่รู้ว่าทำไม ทั้งๆ ที่เธอก็อกหัก แต่จวบจนทุกวันนี้เธอก็ยังคงติดตาม และสืบข่าวคราวของเจเจอยู่สม่ำเสมออย่างเงียบๆ
เธอรู้สึกคล้ายกับแฟนคลับลับๆ ที่คอยติดตามชีวิต และร่วมรับรู้เื่ราวในแต่ละย่างก้าวชีวิตของเขา
เธอรับรู้และยินดีจากใจจริง...ที่ชายหนุ่มสอบติดแพทย์ตามที่ตั้งใจไว้
เธอรู้ข่าวว่า...ชายหนุ่มไปทำงานใช้ทุนที่ต่างจังหวัด
เธอรู้เื่...ชายหนุ่มไปเรียนต่อต่างประเทศ และกลับมาเมืองไทยแล้ว
และล่าสุด เธอรู้ และเห็นรูปภาพคอยตอกย้ำว่า...ชายหนุ่มควงสาวไปกินข้าว!!!
แต่...อนิจจาชายหนุ่มกลับไม่เคยรับรู้หรือนึกคิดถึงเธอบ้างเลย
นี่เธอควรจะตามติดชีวิตชายหนุ่มเหมือนสต๊อกเกอร์ต่อไปดีมั้ย หรือควรจะลองลุกขึ้นมาลุยอีกสักครั้งดี?
...เป็คำถามที่แม้แต่เธอก็ยังตอบไม่ได้