บทที่ 19 งูแบล็กแมมบา
งูแบล็กแมมบามีพิษต่อระบบประสาทที่ใช้โจมตีระบบประสาทของเหยื่อโดยตรง
พิษของแบล็กแมมบา 10-15 มิลลิกรัม สามารถฆ่าผู้ใหญ่ได้อย่างง่ายดาย ในขณะที่ปริมาณพิษในร่างกายของแบล็กแมมบาคือ 100-120 มิลลิกรัม ยิ่งตัวมีขนาดใหญ่ก็สามารถมีพิษได้ถึง 200 มิลลิกรัม
พิษงูจำนวนนี้เพียงพอที่จะฆ่าคนได้ยี่สิบคนหรือยีราฟที่หนัก 600 กิโลกรัมเลยทีเดียว
แบล็กแมมบาที่อยู่ตรงหน้าเขามีความยาวอย่างน้อยสองเมตรครึ่ง ซึ่งถือว่ามีขนาดค่อนข้างใหญ่
หากไม่มียาต้านพิษ การถูกแบล็กแมมบากัด ก็เรียกได้ว่าหมดหวังที่จะมีชีวิตต่อ
เฉียวซู่เพ่งเล็งไปยังแบล็กแมมบาที่ถูกทำเครื่องหมายไว้
แม้ว่าจะเป็สัตว์เืเย็น แต่หลังจากถูกทำเครื่องหมายแล้ว สัญชาตญาณก็ยังทำให้มันชูลำตัวส่วนบนขึ้นมาเล็กน้อย
มันรู้สึกถึงความตายที่กำลังคุกคามเข้ามา!
เฉียวซู่ลุกขึ้นยืนช้า ๆ หยิบปืนลูกโม่ออกมาในมือขวา และถือมีดทหารไว้ในมือซ้าย
ในเวลาเดียวกัน ผู้ชมในไลฟ์สดดูจะกระวนกระวายมากกว่าเฉียวซู่เสียอีก
[โอ้พระเ้า นั่นงูแบล็กแมมบาเชียวนะ โดนกัดครั้งเดียวก็สามารถวางยาพิษคนทั้งบ้านได้เลย!]
[เ้าของไลฟ์ ถ้าไม่ไหวจริง ๆ ก็แค่ไล่มันไปก็ได้ มันอันตรายเกินไปที่จะสู้กับเ้านี่นะ]
[ใช่แล้ว เ้าของไลฟ์ มันอาจจะไม่สำคัญสำหรับคุณนะ แต่ถ้าเกิดว่าคุณตายไปเ้าอาหลีน้อยของพวกเราจะทำยังไงล่ะ?]
[อย่าพูดอย่างนั้น แม้ว่าบางครั้งพี่ซู่จะทำตัวดูไม่ค่อยปกติสักเท่าไหร่ แต่เขายังคงเป็ผู้พิทักษ์ทะเลทรายที่ควรค่าแก่การเคารพ]
[พูดได้ไม่เลว เมื่อเทียบกับนักอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมที่ประกาศตนซะยิ่งใหญ่ เ้าของไลฟ์ยังควรค่าแก่การเคารพมากกว่าอีก]
ไม่พูดไม่ได้จริง ๆ ว่าฐานแฟนคลับของเฉียวซู่นั้นมั่นคงมาก ๆ นี่เป็เพียงวันที่สามของการออกอากาศ แต่ผู้ชมส่วนใหญ่ต่างยอมรับในตัวเขา
เหตุผลหลักคือเฉียวซู่แตกต่างจากเ้าของไลฟ์คนอื่น ๆ เขาไม่ขอของขวัญ ไม่เขียนบท และไม่ทำกำไร เขาเพียง้าทำให้ทะเลทรายกลายเป็พื้นที่สีเขียว
เฉียวซู่ยิ้มและพูดว่า “วางใจเถอะครับทุกคน ถึงพิษนี้จะรุนแรงมาก แต่ผมแข็งแกร่งกว่า”
พูดจบ เขาก็ก้าวเดินอย่างมั่นคงไปทางหินใหญ่นั่นช้า ๆ
เมื่อเห็นเฉียวซู่โผล่เข้ามาอย่างกะทันหัน งูแบล็กแมมบาก็ยืดร่างกายสองในสามของมันขึ้นตั้งตรง ปากสีดำอันน่าสะพรึงกลัวอ้าออก
ปากของงูแบล็กแมมบาทั้งหมดนั้นเป็สีดำสนิท ซึ่งดูน่าขนพองสยองเกล้าเป็อย่างมาก
เหล่าผู้ชมมองเห็นได้อย่างชัดเจนผ่านกล้องความละเอียดสูงว่าส่วนหน้าของกรามบนของงูสีดำเอียงขึ้น้า และเขี้ยวที่หนาทึบของมันทำให้รู้สึกหนาวสั่น
เขี้ยวเล็ก ๆ นั่นซ่อนพิษอันน่ากลัวที่สามารถฆ่าคนยี่สิบคนให้ตายได้
เฉียวซู่อดไม่ได้ที่จะยิ้มมุมปากขณะมองไปยังงูพิษที่อยู่ในท่าทางพร้อมต่อสู้ราวกับนักรบตรงหน้า
งูแบล็กแมมบาที่ไม่เคยล่าถอย ไม่เคยยอมแพ้ ไม่เคยหนี อดทนต่อความอัปยศอดสู และอาศัยความยากลำบากต่าง ๆ ในการสรรสร้างปาฏิหาริย์
ชาติก่อน ซูเปอร์สตาร์บาสเกตบอลระดับโลกคนหนึ่ง ใช้ชื่อของมันเพื่อสื่อถึงแรงสปิริตในตัวของเขา
น่าเสียดาย เ้าหนุ่มผิวดำเอ๋ย ยุคสมัยมันเปลี่ยนไปแล้ว…
เฉียวซู่เก็บมีดทหาร มือขวาขยับปืนพกเป็องศาหนึ่ง ปากกระบอกปืนสีดำเล็งไปยังปากอันดำมืดของแบล็กแมมบา
ปัง!
ความแม่นยำที่มาจากทักษะการยิงระดับกลางช่วยให้เฉียวซู่สามารถโจมตีเป้าหมายขนาดเท่าฝาขวดได้ภายในระยะสิบเมตร
และในระยะใกล้เช่นนี้ ความน่าจะเป็ที่จะพลาดของเฉียวซู่คือศูนย์!
ะุสีทองเหลืองที่แผดเผาพุ่งผ่านคลื่นความร้อนในทะเลทรายตรงเข้าทะลุหัวของงูแบล็กแมมบาจนแยกเป็ชิ้น ๆ!
ตัวของงูแข็งทื่ออย่างเห็นได้ชัด มันตกจากโขดหินมาดิ้นรนอย่างเ็ปบนผืนทราย
“ทุกคนเห็นแล้วใช่ไหม พวกคุณต้องเป็พยานกับผมนะว่าเ้าตัวนี้จะโจมตีผมก่อน” เฉียวซู่มองกล้องด้วยใบหน้าที่ไร้เดียงสา “ผมแค่ทำเพื่อป้องกันตัวตามที่ควรเท่านั้น”
[เยี่ยม ๆ ๆ คุณพูดถูกทุกอย่าง]
[---‘ป้องกันตัวตามที่ควร’]
[บ้านคุณป้องกันตัวตามที่ควรด้วยการใช้ปืนพกยิงหัวจนแบะเหรอ?]
[ไม่นะ ฉันเพิ่งสั่งป็อปคอร์นไปเอง ทำไมถึงไม่เอามาให้ฉันเร็วกว่านี้หน่อยล่ะ?]
[ฟู่… ความแม่นยำนี้ช่างน่ากลัวยิ่งนัก]
เฉียวซู่เดินไปที่ด้านข้างของงูแบล็กแมมบา จ้องมองไปที่ร่างอันน่าสะพรึงซึ่งมีความยาว 2.5 เมตร
[ติ๊ง! ล่างูแบล็กแมมบาได้สำเร็จ ได้รับรางวัล : เพิ่มความเร็วเล็กน้อยแบบถาวร]
สีหน้าของเฉียวซู่เปลี่ยนไปทันที
ไอ้ ‘ความเร็ว’ ที่ว่านี้รวมอะไรบ้าง? คงไม่ใช่ว่าแม้กระทั่งความเร็วของสิ่งนั้นก็เพิ่มขึ้นด้วยใช่ไหม?
เขาไม่อยากเป็ ‘นักยิงปืนเร็ว’ สักหน่อย!
เขาไม่รู้สึกถึงปัญหาหรือความรู้สึกผิดใด ๆ มากนัก การฆ่างูพิษที่เป็ภัยคุกคามสูงเช่นนี้เป็สิ่งที่ผู้พิทักษ์ทะเลทรายทุกคนทำกัน
ในถิ่นทุรกันดาร สัตว์ทุกตัวล้วนมีสิ่งที่สำคัญที่สุดของพวกมัน ซึ่งนั่นก็คืออาณาเขต
มนุษย์ก็เช่นเดียวกัน
ในเมื่องูแบล็กแมมบาได้เข้ามาในเขตแดนของเขาแล้ว มันก็ต้องเตรียมตัวชดใช้ด้วยชีวิตของมัน
แต่ไหนแต่ไรมา การเอาชีวิตรอดในถิ่นทุรกันดารไม่ใช่เื่โรแมนติกหรือสวยงาม มันมักเป็เื่ไม่เธอตายก็ฉันตาย อะไรแบบนั้น
สำหรับเฉียวซู่นั้น เขาเอนเอียงไปทางปล่อยให้คนอื่นตายมากกว่า…
เขานั่งยองลง ตัดส่วนหัวที่แตกละเอียดออกอย่างชำนาญด้วยมีด จากนั้นหยิบหินขึ้นมาทุบมันสองครั้งก่อนจะฝังลงในทราย
งูพิษที่ฟังดูน่ากลัว ความจริงก็อันตรายแค่ที่ส่วนหัว เมื่อตัดหัวออก สิ่งที่เหลือก็คือกองเนื้ออร่อย ๆ
เฉียวซู่หยิบร่างงูขึ้นมาด้วยมือทั้งสองข้าง ดวงตาของเขาเปล่งประกายด้วยความปรารถนา
เมื่อเห็นสีหน้าที่คุ้นเคยนี้ ผู้ชมก็รู้ได้ทันทีว่าเขากำลังจะทำอะไร
[ไม่… ไม่หรอกมั้ง?]
[ยังไงซะ มันก็เป็งูเห่าชนิดหนึ่ง เ้าของไลฟ์คงไม่…]
[พี่ซู่ เก็บกระแสพลังจิตของคุณเถอะ เื่พรรค์นี้พวกเรารับไม่ได้จริง ๆ!]
เฉียวซู่ยิ้มอย่างสดใสให้กล้อง โดยเผยให้เห็นฟันขาวสองแถวอันเป็เอกลักษณ์ของเขาอีกครั้ง
“อู้หู มีกินไปอีกมื้อแล้ว!”
…
โครกกกกกกก
ศีรษะของเฉียวซู่และอาหลีที่มีขนาดใหญ่เล็กต่างกันเบียดกันอยู่ข้างหม้อเหล็กใบหนึ่ง
หม้อเหล็กนี้คือ ‘หม้อแสนอร่อย’ ที่ได้รับจากการสุ่มรางวัลสิบครั้งติดต่อกัน สิ่งที่กำลังถูกปรุงในหม้อคืองูแบล็กแมมบาที่เพิ่งแสดงฤทธิ์เดชของมันไปเมื่อครึ่งชั่วโมงก่อน
ซุปงูเป็อาหารอันโอชะของกวางตุ้งและฮ่องกง ส่วนผสมหลัก ได้แก่ เนื้องู เห็ดหูหนู เห็ด ไข่ขาว และขิง
เฉียวซู่ไม่มีเห็ดหูหนู เห็ดหอม กับไข่ขาว แต่มีขิงอยู่เล็กน้อย
เพื่อจะปรุงรส เฉียวซู่เติมผงชูรสและซุปไก่แทนซุปน้ำใส
และยังเพิ่มเปลือกส้มเล็กน้อยที่เหลือจากเมื่อคืน ไวน์ขาว และ โสมทะเลทรายที่เป็ดั่ง ‘เวทมนตร์บำรุงไต’ อีกจำนวนหนึ่ง
ซุปงูแบบฉบับทะเลทรายเสร็จสิ้นแล้ว
เฉียวซู่มองนาฬิกาข้อมือ เขาวางฝ่ามือลงบนฝาหม้อ
“5 4 3 2 1”
ดวงตาของเฉียวซู่และอาหลีส่องประกาย
“เปิดหม้อ!”
“หงิง หงิง!”
ไอร้อนพวยพุ่งออกมาจากหม้อ กลิ่นหอมอันเป็เอกลักษณ์ของเนื้องูอบอวลไปทั่วทั้งห้องทันที
ภาพเนื้องูที่เดือดจนพลิกไปมาในซุปสะท้อนเข้าในดวงตา เฉียวซู่ถึงกับกลืนน้ำลายลงคอไปหนึ่งที
อาหลีตัวน้อยใช้อุ้งเท้าเล็ก ๆ เกี่ยวขากางเกงของเฉียวซู่ด้วยความร้อนรน หลังจากชิมเนื้องูย่างเมื่อวานนี้ เ้าตัวน้อยยังคงจดจำรสชาติความอร่อยของอาหารประเภทนี้ได้ไม่ลืม
เขาตักซุปงูชามใหญ่ให้ตัวเอง และตักชามเล็กให้อาหลีน้อย
เฉียวซู่ดึงอุ้งเท้าของอาหลีขึ้นมาแล้วพ่นลมร้อนใส่ “ไม่ต้องรีบ ตอนนี้มันยังร้อนเกินไป”
หนึ่งนาทีต่อมา เขาก็คีบเนื้องูขึ้นมาชิ้นหนึ่งแล้วชิมมันอย่างระมัดระวัง
หลังจากนั้นครู่หนึ่งเฉียวซู่ก็เงยหน้าขึ้นมามองกล้อง “บ้าเอ๊ย ห่วยแตก ไม่อร่อยเลย!”