ย้อนเวลามาเป็นพระชายากับระบบสมาร์ตโฟนต่างมิติ (จบแล้ว)

    เล่มที่ 3 บทที่ 72 ในสุรามียาพิษ

           เยว่เฟิงเกอแย้มยิ้มมองม่อหลิงหาน“ท่านอ๋องกำลังเป็นห่วงหม่อมฉัน? ”

           “เจ้าเป็นชายารักของเปิ่นหวางแน่นอนว่าเปิ่นหวางย่อมต้องเป็นห่วงเจ้า”ม่อหลิงหานไม่รู้ว่าเพราะเหตุใดเยว่เฟิงเกอถึงได้ถามเช่นนี้

           เยว่เฟิงเกอเทสุราในจอกเข้าปาก

           “ท่านอ๋องวางพระทัยได้หม่อมฉันได้รับขนานนามว่าพันจอกไม่เมามาย” เยว่เฟิงเกอกำลังพูด แต่จู่ๆ ก็รู้สึกเวียนศีรษะขึ้นมา

           นางส่ายศีรษะไปมาภาพด้านหน้าซ้อนทับกันไปหมด

           เยว่เฟิงเกอรู้สึกว่าท่าไม่ดีแล้วปกติร่างกายนางมีความพิเศษหนึ่ง พันจอกไม่เมา ดังนั้น เป็นไปไม่ได้ที่ดื่มดอกท้อเมามายไปแค่สามจอกแล้วจะมึนเมาเช่นนี้อีกทั้งดอกท้อเมามายเป็นแค่เครื่องดื่มอย่างหนึ่ง มีสุราผสมอยู่น้อยนิด

           อย่าว่าแต่นางเลยต่อให้เป็นสตรีธรรมดา แค่สามจอกนี้ไม่มีทางเมา

           หรือว่าในสุรามียาพิษ?

           ในใจคิดเช่นนี้เยว่เฟิงเกอก็พูดออกมาว่า “ในสุรามียาพิษ”

           นางฟุบลงไปบนโต๊ะอย่างไร้ซึ่งสติ

           ม่อหลิงหานขมวดคิ้วฤทธิ์สุราของดอกท้อเมามายเป็นเช่นไร เขาย่อมรู้ดี ไม่เช่นนั้นคงไม่ปล่อยให้เสี่ยวเอ้อยกขึ้นมาให้เยว่เฟิงเกอกระนั้นเมื่อครู่ก็คล้ายจะได้ยินเยว่เฟิงเกอพึมพำว่าในสุรามียาพิษฉับพลันนั้นสีหน้าท่าทางเขาก็เปลี่ยนเป็นระแวดระวังทันที

           “มีใครอยู่บ้าง”ม่อหลิงหานเพิ่งพูดจบ ถานอี้และเฉียวเฟยก็มาปรากฏตัวทันที

           “ไปสืบมาใครวางยาในสุรานี้” ม่อหลิงหานสีหน้าเย็นชา เขาอยากจะรู้ว่าใครกันที่กล้าวางยาเยว่เฟิงเกอ

           หากเขาจับได้เขาจะถลกหนังอีกฝ่ายเสีย

           เพียงไม่นานถานอี้และเฉียวเฟยก็ลากตัวสตรีนางหนึ่งขึ้นมา

           ม่อหลิงหานหันไปมองถึงได้รู้ว่าสตรีที่ขวัญกล้าก็คือคนที่มองเยว่เฟิงเกอด้วยสายตาเกลียดชังในตอนที่พวกเขากำลังจะเดินขึ้นมาบนชั้นสอง

           ยามที่สตรีนางนั้นได้เห็นม่อหลิงหานอีกครั้งก็ตัวสั่นไปทั้งร่างแข้งขาอ่อนแรง ทรุดตัวลงคุกเข่าตรงหน้าม่อหลิงหานทันที

           “คารวะจั้นอ๋อง”

           “พิษในสุรานี้เจ้าเป็นคนใส่ลงไป? ” ม่อหลิงหานถามด้วยน้ำเสียงเย็นชาที่ยิ่งทำเอาสตรีนางนั้นเย็นเฉียบไปถึงฝ่าเท้า

           สตรีนางนั้นนั่งคุกเข่าตัวสั่นอยู่กับที่โดยไม่กล้าแม้แต่จะเอ่ยวาจา

           “บอกมา พิษในสุรานี้เป็นฝีมือเจ้าหรือไม่? ” เสียงของม่อหลิงหานเย็นชากว่าก่อนหน้านี้ถึงเจ็ดส่วน

           สตรีนางนั้นตกใจจนต้องรีบตอบกลับ“เพคะ เพคะเป็นหม่อมฉันที่วางยาเอง”

           “ถึงขนาดกล้าวางยาในสุราของชายารักของเปิ่นหวางเจ้าช่างบังอาจยิ่งนัก” ม่อหลิงหานยกมือขึ้น เหวี่ยงกาสุราใบนั้นใส่สตรีตรงหน้า

           “เพล้ง”กาสุราใบนั้นกระแทกเข้าเต็มๆ ศีรษะของนาง เป็นเหตุให้คนเจ็บจนร้อง “โอ๊ย” ออกมาพร้อมๆกับเลือดบนศีรษะที่ไหลเป็นทาง

           “ถานอี้เฉียวเฟย” ม่อหลิงหานส่งเสียง “ลากนางออกไป โบยให้หนักห้าสิบที”

           “พ่ะย่ะค่ะท่านอ๋อง” ถานอี้และเฉียวเฟยไม่พูดพร่ำทำเพลงก็ลากสตรีนางนั้นลงไปด้านล่างทันที

           สตรีนางนั้นตกใจจนสีหน้าซีดขาวหากโบยหนักถึงห้าสิบทีจริงก็ไม่ใช่ว่าหมายจะเอาชีวิตนางหรอกหรือ

           สตรีนางนั้นจับราวบันไดไว้แน่นเป็นตายอย่างไรก็ไม่ยอมปล่อย ขณะที่ปากยังคงพร่ำร้องขอความเมตตา “ท่านอ๋อง ได้โปรดไว้ชีวิตด้วยหม่อมฉันแค่เลอะเลือนไปชั่วขณะ ถึงได้ทำความผิดเช่นนี้ลงไป ขอท่านอ๋องโปรดละเว้นหม่อมฉันด้วย”

           ม่อหลิงหานไม่สนใจคำอ้อนวอนของสตรีนางนั้นเขาดึงเยว่เฟิงเกอมาซบอกตน ก่อนจะโอบเอวนางไว้แล้วอุ้มขึ้นมา

           ขณะเดียวกันถานอี้และเฉียวเฟยจะให้สตรีนางนี้ได้มีโอกาสรอดชีวิตได้อย่างไรพวกเขาแกะนิ้วของนางออกจากราวบันไดอย่างรุนแรง และลากตัวลงบันไดไป

           ส่วนชายที่เดิมนั่งร่วมโต๊ะกับสตรีนางนี้ยังคงยืนอยู่ที่ตีนบันไดเฝ้ามองทุกสิ่งอย่างที่เกิดขึ้นตาไม่กะพริบอย่างไม่มีท่าทีจะเข้าไปช่วยแม้แต่น้อย

           เขาเพียงมองเยว่เฟิงเกอที่ปิดตาสนิท เอนซบอยู่ในอ้อมแขนม่อหลิงหานใบหน้าพลันปรากฏรอยยิ้มน้อยๆ

           ทว่า ระหว่างทางที่สตรีนางนั้นถูกลากลงไปพอเหลือบเห็นชายร่วมโต๊ะก็ราวกับเห็นต้นหญ้าช่วยชีวิต นางกู่ตะโกนไปทางชายคนนั้น“ญาติผู้พี่ช่วยข้าด้วย ญาติผู้พี่...”

           ชายคนนั้นเพียงมองถานอี้และเฉียวเฟยลากสตรีนางนั้นจากไปด้วยสายตาเย็นชาและยังคงไม่คิดยื่นมือเข้าช่วย 

           หลังจากที่สตรีนางนั้นถูกโยนลงไปบนถนนแล้วก็ไม่รู้ถานอี้และเฉียวเฟยไปนำแผ่นไม้สองแผ่นนั้นมาจากที่ใด พวกเขายกไม้ขึ้นสูงแล้วฟาดลงไปบนร่างของนาง

           “อ๊า”สตรีนางนั้นเจ็บปวดจนร้องออกมา เสียงของนางดึงดูดสายตาคนที่เดินผ่านไปผ่านมาบนท้องถนน

           ราษฎรหลายคนต่างชี้นิ้วไปที่สตรีนางนั้นเริ่มวิพากษ์วิจารณ์กัน

           “ไม่ใช่หลิ่วซานเหนียง[1] หรือ นางไม่อยู่ในหอชมบุปผา มาที่นี่ทำอันใด? ”

           “เจ้าไม่เห็นหรือว่าเมื่อครู่นางมากับชายคนหนึ่งข้าว่า เป็นไปได้แปดส่วนที่นางจะตกลงราคากับอีกฝ่ายไม่ได้ ถึงได้ถูกลูกน้องเขาตีเอาเช่นนี้”

           “เจ้าอย่าพูดจาเหลวไหลสองคนนี้เป็นองครักษ์ของจั้นอ๋อง เมื่อครู่ข้าเห็นกับตาเป็นหลิ่วซานเหนียงที่วางยาพิษทำร้ายพระชายา จั้นอ๋องจึงมีบัญชาโบยนางห้าสิบที”

           “ข้าว่าโบยห้าสิบทียังเบาไปนักแม้แต่สตรีฝุ่นโลกีย์เช่นนาง ยังริอาจคิดทำร้ายพระชายา ต่อให้นางมีสิบหัวก็ไม่พอให้ตัด”

           นางเฝ้าฟังเสียงคนวิพากษ์วิจารณ์ร่างกายก็เจ็บปวดจากการถูกตี ตอนนี้หลิ่วซานเหนียงเสียใจแล้วเมื่อครู่นางไม่ควรเลอะเลือนวางยาลงในสุรากานั้น

           เดิมทีนางยังนึกว่าจั้นอ๋องและพระชายามากันแค่สองคนขอแค่นางวางยาให้พระชายาสลบไป ตัวนางก็จะได้มีโอกาสเข้าใกล้ชิดจั้นอ๋อง

           ขอแค่นางใช้ฝีมือเล็กน้อยนางไม่เชื่อหรอกว่าจั้นอ๋องจะไม่สนใจ

           ทว่า นางคาดการณ์ผิดไปจั้นอ๋องไม่เพียงนำองครักษ์มาด้วย เขายังไม่สนใจในสตรีอื่นใดนอกจากพระชายา

           โบยไปสิบครั้งหลิ่วซานเหนียงก็หายใจรวยรินแล้ว

           ม่อหลิงหานอุ้มเยว่เฟิงเกอออกมาจากภัตตาคารเขาไม่แม้แต่จะมองหลิ่วซานเหนียงบนพื้น มุ่งหน้าไปยังรถม้าอย่างรวดเร็ว

           คนที่ห้อมล้อมดูอยู่ต่างก็แยกตัวออกเป็นสองฝั่งให้ม่อหลิงหานได้เดินผ่านอย่างรู้หน้าที่

           หลังจากถูกโบยไปอีกสิบครั้งหลิ่วซานเหนียงก็เนื้อแตกแหลกเหลว เลือดไหลซึมเละเทะ

           ตอนนี้นางสลบไสลไปเรียบร้อยแล้ว

           เนื่องจากถานอี้และเฉียวเฟยยังไม่ได้รับบัญชาจากม่อหลิงหานทั้งสองจึงยังไม่กล้าหยุดมือ

           พวกเขายังคงโบยลงไปครั้งแล้วครั้งเล่าเพียงแต่แรงมือนับว่าผ่อนลงไปไม่น้อย

           เมื่อม่อหลิงหานอุ้มเยว่เฟิงเกอขึ้นรถม้าแล้วก็มุ่งหน้ากลับจวนอ๋องโดยที่ในระหว่างนั้นไม่ได้สั่งให้ถานอี้และเฉียวเฟยหยุดมือ

           กระทั่งโบยครบห้าสิบทีคนทั้งสองถึงได้ทิ้งไม้กระดานแล้วไปจากภัตตาคาร

           ชายที่หลิ่วซานเหนียงเรียกว่าญาติผู้พี่คนนั้นใช้สองมือกอดอกมองสตรีที่ไม่อาจฟื้นขึ้นมาได้อีกแล้วบนพื้นอย่างนึกสนุก

           เดิมทีเขาก็ไม่ใช่ญาติผู้พี่ของหลิ่วซานเหนียงเมื่อครู่ที่คนเรียกเขาเช่นนั้น ก็เพราะเขาปลอมตัวเป็นญาติผู้พี่ของนาง เพื่อแฝงตัวเข้ามาในนี้

           ชายคนนั้นบอกว่าเขาจะไถ่ตัวนางจะให้นางได้รับอิสระ

           และเพราะหลิ่วซานเหนียงนึกว่าตนได้พบญาติผู้พี่ของตนจริงๆจึงแอบหนีออกมาจากหอชมบุปผา ติดสอยห้อยตามเขามากินอาหารที่ภัตตาคารแห่งนี้

           แม้แต่ตอนที่หลิ่วซานเหนียงตายไปแล้วก็ยังไม่ได้รู้ความจริงว่าชายคนนี้ ไม่ใช่ญาติผู้พี่แท้ๆ ของนาง

           ชายคนนั้นหายไปจากหน้าประตูภัตตาคารอย่างรวดเร็วมุ่งหน้าไปยังอีกฟากของถนน

           ตอนที่เขาเดินเข้าไปในตรอกเล็กๆแห่งหนึ่ง เมื่อเห็นว่ารอบข้างไม่มีใครถึงได้ปลดหน้ากากหนังบนหน้าลง และเผยใบหน้าแสนเจ้าเล่ห์กับดวงตาดอกท้อที่ดึงดูดคน

           หลังจากเขาเดินออกมาจากตรอกแห่งนั้นในมือเขายังมีพัดอันหนึ่งเพิ่มเข้ามา เขาโบกพัดในมือเหมือนคุณชายสูงศักดิ์เดินหายไปจากตลาดกลางเมือง

           ขณะที่ร่างของหลิ่วซานเหนียงที่ถูกโบยจนตายถูกคนของทางการลากตัวไปอย่างรวดเร็ว

           ในเมื่อตอนนี้ด้านหน้าของภัตตาคารมีคนตายบรรดาลูกค้าจึงพากันไปจากภัตตาคารทันที

           เถ้าแก่ถ่มน้ำลายลงไปบนรอยเลือดบนพื้น“อัปมงคลจริงๆ ”

     

     

    ————————————————————————————————

    เชิงอรรถ

    [1] ซานเหนียง (三娘) ซาน แปลว่า สาม เหนียง ในที่นี้หมายถึง คำเรียกขานสตรี

    คล้ายกับเรื่องย้อนเวลามาเป็นพระชายากับระบบสมาร์ตโฟนต่างมิติ (จบแล้ว) ที่คุณอ่าน

    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    นิยาย รัก
    85K 245
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    [จบแล้ว] คุณหนูสี่ สตรีเปื้อนเลือด

    [จบแล้ว] คุณหนูสี่ สตรีเปื้อนเลือด

    นิยาย รัก
    324K 1320
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.52M 508
    PAULSON พอลสัน : รักให้จำ (มี Ebook แล้วนะคะ)

    PAULSON พอลสัน : รักให้จำ (มี Ebook แล้วนะคะ)

    นิยาย รัก
    21K 111
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80

    ยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80

    นิยาย รัก
    627K 1276
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730