“...อึก” เหวินจงอุทานเสียงเบา แล้วนวดขมับของตนด้วยความมึนหัวเล็กน้อย ก่อนจะลืมตาที่ยากจะเปิดออกขึ้น พร้อมกับความสงสัยว่าตนมานอนอยู่บนเตียงั้แ่เมื่อไหร่ พอเขาหันหน้ามาทางขวาก็เห็นอวี้ินั่งมองเขาอยู่ข้างเตียง
“นี่...เ้า!!” เหวินจงสะดุ้งเฮือกยกตัวขึ้นจากเตียง มองร่างของคนตรงหน้าขึ้นลงด้วยความหวาดระแวง
“ท่านพี่ ท่านเป็อะไรไปรึเ้าคะ สีหน้าของท่านดูไม่ค่อยดีเลย” อวี้ิทำหน้าซื่อให้เหวินจงพร้อมกับกะพริบตาปริบ ๆ
เหวินจงมองอวี้ิั้แ่หัวจดเท้าก็เห็นคนตรงหน้ายังคงมีหน้าอกอยู่เหมือนเดิม แต่ที่น่าแปลกตาก็คือรูปร่างของคนตรงหน้ากลับเปลี่ยนไปจนผิดสังเกต หรือเป็เพราะเขากินเยอะจนมีน้ำมีนวลขึ้นกัน แต่กระนั้นก็ดูสมส่วนมากกว่าแต่ก่อน
ขณะที่เหวินจงกำลังพิจารณารูปร่างของอวี้ิอยู่ เขาก็เพิ่งนึกถึงเื่ที่ถูกชายหนุ่มแปลกหน้าดึงตนลงไปในอ่างน้ำจนเสื้อผ้าของเขาเปียกโชกได้ เมื่อคิดได้เช่นนั้นเหวินจงก็รีบก้มหน้าลงมองดูเสื้อผ้าของตนอย่างตื่นตระหนก แต่ปรากฏว่าเสื้อผ้าของเขายังคงแห้งสนิทราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น
‘หรือว่าเื่ประหลาดที่ข้าพบเจอคือฝันของข้ากัน...’ เหวินจงคิดในใจแล้วถามอวี้ิด้วยความสงสัย “ข้ามาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร”
“เมื่อเช้าท่านพี่เป็ลมหัวกระแทกพื้นอยู่ที่หน้าห้องของข้า ข้าจึงพยุงท่านมานอนพักในห้องข้าก่อนเ้าค่ะ”
‘มิน่าเล่าหัวข้าถึงได้รู้สึกเจ็บ ๆ’ เหวินจงคิดในใจพร้อมกับนวดขมับตนเบา ๆ แล้วกล่าวถามคนตรงหน้าต่อด้วยน้ำเสียงสุขุม
“ที่เ้าหายไปหลายวันเ้าไปไหนมารึ”
“ข้าไปเยี่ยมบิดาข้ามาน่ะเ้าค่ะ”
“แล้วเหตุใดเ้าถึงไม่บอกข้า!”
จ๊อกกก
พอเหวินจงพูดเสียงดังใส่อวี้ิท้องของเขาก็พลันร้องดังโครกครากขายหน้าเ้าตัวทันใด
“ข้าเห็นท่านพี่วุ่นเื่บัญชีจึงมิอยากรบกวนเ้าค่ะ"" อวี้ิพูดพร้อมกับอมยิ้มกลั้นขำเล็กน้อย
“...บัญชี!” เมื่อได้ยินอวี้ิพูดถึงเื่บัญชี เหวินจงก็พลันลืมเื่ปวดหัว ลุกพรวดขึ้นจากเตียงแล้วรีบเปิดประตูเดินออกจากห้องไป เสี่ยวหยางที่เดินสวนทางกับเหวินจงไปเมื่อครู่ก็เดินเข้ามาในห้องอวี้ิด้วยสีหน้าที่ไม่สดชื่นเท่าไหร่นัก
“คุณชาย ท่านเป็อย่างไรบ้างเ้าคะ ข้าขออภัยที่ห้ามท่านเหวินจงไว้ไม่ได้ ข้าผิดเองเ้าค่ะ” เสี่ยวหยางกล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ ดวงตาแดงก่ำน้ำตาคลอเบ้า
“ไม่ใช่ความผิดของเ้าหรอก"
“ถ้าหากท่านเหวินจงจับท่านได้ขึ้นมา ข้าก็จะบอกกับท่านเหวินจงว่าคุณชายเป็ญาติของคุณหนูอวี้หลินที่มาเยี่ยมวันนี้เ้าค่ะ”
“ที่เ้าเตรียมคำพูดไว้ก็ดีแล้ว แต่มิต้องเป็ห่วงไป ข้าพอจะเอาตัวรอดจากสถานการณ์คับขันเช่นนี้ได้อยู่บ้าง”
‘ต้องขอบคุณเสาระเบียงหน้าห้องที่ช่วยชีวิตข้าไว้จริง ๆ แต่พอข้าได้เห็นเหวินจงนอนนิ่ง ๆ ในเสื้อผ้าที่เปียกน้ำแล้วข้าก็นึกกลัวว่าเขาจะไม่สบาย จึงได้พาเขามานอนพักที่เตียงในห้องของข้าแล้วถอดเสื้อผ้าของเขาไปผึ่งแดดไว้ให้แห้ง และนับเป็โชคดีของข้านักที่เหวินจงนอนสลบไปเสียนาน เสื้อผ้าจึงแห้งทันนำมาสวมคืนให้เขาใหม่ แต่จะว่าไปแล้วเหวินจง...ก็ดูหุ่นดีอยู่มิใช่เล่น ผิวก็ขาวนุ่ม...สมกับที่เป็คุณชายจริง ๆ’ อวี้ิคิดในใจขณะนึกภาพร่างเปลือยเปล่าของเหวินจงพร้อมกับลูบคางมนของตนไปมาอย่างครุ่นคิด
“ถ้าคุณชายกล่าวเช่นนั้น เสี่ยวหยางก็โล่งใจไปได้ครึ่งหนึ่งเ้าค่ะ”
อวี้ิยิ้มให้เสี่ยวหยางเล็กน้อย ก่อนที่จะหันหน้ามองไปทางประตู “เสี่ยวหยาง เหวินจงเดินไปทางไหนรึ”
“ข้าเห็นท่านเหวินจงเดินเข้าไปในห้องหนังสือเ้าค่ะ”
‘ที่พูดว่าบัญชีคือรีบไปเขียนบัญชีต่องั้นรึ แต่เขายังไม่ได้กินข้าวเลยนี่...เสียงท้องร้องดังขนาดนั้น’
ภายในห้องที่มืดสลัวมีเพียงแสงไฟจากตะเกียงที่ส่องสว่าง
เหวินจงนั่งจับด้ามพู่กันในมือแน่น จ่อปลายพู่กันค้างอยู่ที่กระดาษสีขาวแผ่นยาวไปเสียนาน ทันใดนั้นก็มีกลิ่นหอมน่ารับประทานของอาหารโชยเข้ามาให้ห้อง
เมื่อเหวินจงได้กลิ่นหอมของอาหารเขาก็พลันหลับตาพริ้มััถึงกลิ่นหอมที่ตนไม่ได้กลิ่นมาก่อน พอเขาลืมตาขึ้นก้มลงมองบนโต๊ะก็เห็นข้าวผัดใส่ไข่สีเหลืองทองน่ารับประทานอยู่ตรงหน้าหนึ่งจาน
ไม่รอช้าเหวินจงก็หยิบจานกับตะเกียบขึ้นมาคีบข้าวคำใหญ่เข้าปากตนอย่างรวดเร็วด้วยความหิว พร้อมทั้งรู้สึกว่ารสชาติของข้าวผัดจานนี้อร่อยยิ่งนัก
ขณะที่เหวินจงกำลังจะตักข้าวคำที่สี่เข้าปากอยู่นั้น เขาก็ััได้ถึงสายตาของใครบางคนที่กำลังมองเขาอยู่ทางซ้ายมือ
“เฮือกก!!”
อวี้ิที่นั่งมองเหวินจงรับประทานข้าวอย่างเอร็ดอร่อยอยู่นั้น พอเห็นอีกฝ่ายหันมามองเขาแล้วหลุดอุทานอย่างใก็พลันหลุดขำออกมาทันใด
“ฮ่า ๆ ๆ ท่านพี่ ท่านใอะไรกัน ท่านจำข้าไม่ได้แล้วรึ ข้าอวี้หลินภรรยาท่านไงเ้าคะ”
เหวินจงวางจานข้าวลงบนโต๊ะ แล้วจัดเสื้อผ้าของตนให้เรียบร้อยพร้อมทั้งวางมาดในท่าทางสุขุม จนอวี้ิเป็ต้องเลิกคิ้วถามเมื่อเห็นคนตรงไม่หน้ารับประทานข้าวต่อ
“ท่านพี่ ท่านไม่ทานข้าวต่อแล้วรึ ข้าอุตส่าห์ทำให้ท่านเลยนะเ้าคะ”
“ข้าไม่...”
จ๊อกกก
เหวินจงกำลังจะกล่าวปฏิเสธ ทว่าเสียงท้องเ้ากรรมของเขาก็พลันส่งเสียงดังโครกคราก จนเขาต้องทิ้งความยโสแล้วยอมจำนนต่อความหิวแต่โดยดี
เหวินจงหยิบจานข้าวขึ้นมาแล้วหยิบตะเกียบคีบข้าวเข้าปากตนในมาดคุณชาย
เมื่ออวี้ิเลื่อนสายตามองไปที่โต๊ะก็เห็นกระดาษที่ดูโล่งขาวโพลนมีรอยเขียนไม่ถึงครึ่งหน้า เขาจึงถามเหวินจงเสียงเบา
“ท่านพี่ บัญชีพวกนี้...”
“นี่เป็บัญชีที่สองที่ข้ายังเขียนไม่เสร็จ ข้ายังต้องวุ่นเขียนอีกสามบัญชี ถ้าหากเ้าไม่มีอะไรทำก็กลับห้องไปซะ”
อวี้ิจ้องมองใบหน้าของเหวินจงโดยพึ่งแสงสว่างจากแสงเทียน เขาเพิ่งสังเกตเห็นว่าใต้ตาของเหวินจงดูหมองคล้ำราวกับคนอดนอนมาหลายคืน อวี้ิจึงกล่าวกับเหวินจงด้วยความหวังดี
“ท่านพี่ เื่บัญชีข้าพอรู้มาอยู่บ้าง ให้ข้าแบ่งเบาช่วยท่านพี่เขียนเถอะนะเ้าคะ”
“ข้าบอกให้เ้ากลับไปที่ห้องมิใช่รึ แล้วเ้าจะมานอนดึกอยู่เช่นนี้ได้อย่างไร!"
“แต่ข้าเป็ห่วงท่าน”
“...” พอได้ยินน้ำเสียงแ่อย่างเป็ห่วงเป็ใยจากอวี้ิ เหวินจงก็พลันตัวแข็งทื่อพูดไม่ออก
เหวินจงมองแววตาดำขลับของอวี้ิไปครู่หนึ่งก็ถอนหายใจออกมา
“หากเ้ามั่นใจว่าเ้าเก่งนัก จะทำก็ทำไป แต่ถ้าหากเ้าทำผิดขึ้นมาละก็...ข้าจะให้เ้าอดกินพริกหลายวันเลยทีเดียว”
อวี้ินึกคิดในใจ บัญชีสามเล่มนับว่ายังน้อยนักถ้าเทียบกับเมื่อก่อนที่เขาเคยทำงานให้กับณรงค์ “มิต้องเป็ห่วง ท่านพี่ไว้ใจข้าได้ ขอเพียงแค่ท่านบอกรายละเอียดกับข้าว่าต้องทำอย่างไร และไม่ว่างานมันจะยากสักเพียงใดข้าก็จะทำให้ได้เ้าค่ะ”
เวลาตีสาม ยามเช้ามืดของวันใหม่
เมื่ออวี้ิเขียนบรรจงตัวสุดท้ายในกระดาษที่ตนได้รับมอบหมายเสร็จ เขาก็เหยียดแขนขึ้นด้วยความเมื่อยก่อนที่จะเอามือเท้าคางทำตาปรือพร้อมกับสัปหงกไปพักหนึ่งก่อนจะฟุบหลับลงบนโต๊ะทันใด
เหวินจงหันหน้ามองไปทางคนที่ฟุบหลับบนโต๊ะครู่หนึ่งแล้วค่อย ๆ เคลื่อนมือไปหยิบกระดาษที่อวี้ินอนทับออกมาเบา ๆ แล้วกวาดสายตาอ่านตัวอักษรที่อวี้ิเขียนล้วนดูเรียบร้อยยิ่งนัก
‘นางเก่งเื่เขียนบัญชีอยู่มิใช่น้อย ข้าคงประเมินนางต่ำเกินไป’
‧:❉:‧ .。.:*・❀‧:❉:‧ .。.:*・❀‧:❉:‧ .。.:*・❀
ยามเช้าตรู่ แสงแดดที่ลอดผ่านมาทางหน้าต่างส่องใบหน้าของอวี้ิ ปลุกให้เขาตื่นจากการหลับใหล
“หาวว~” อวี้ิเงยหน้าขึ้นจากโต๊ะพร้อมกับอ้าปากหาวอย่างสะลึมสะลือ
พออวี้ิกำลังจะนวดแขนของตน มือของเขาก็ััได้ถึงผ้าที่ห่มอยู่บนร่างกาย อวี้ิก้มลงมองดูปรากฏว่าผ้าที่ห่มกายเขาอยู่ถ้าจำไม่ผิดก็คือเสื้อคลุมของเหวินจง!
อวี้ิชะงักค้างไปพักหนึ่งแล้วค่อย ๆ หันใบหน้ามองไปด้านขวาของตนก็เห็นเหวินจงกำลังฟุบหลับอยู่โต๊ะ
‘เหวินจงสละเสื้อคลุมตัวเองแล้วเอามาห่มให้ข้างั้นรึ...จะว่าไปแล้วถึงแม้เขาจะปากร้ายไปหน่อย แต่ก็มีบางมุมที่ใจดีอยู่เหมือนกัน’ อวี้ิคิดในใจพร้อมกับยิ้มอย่างอ่อนโยน
อวี้ิลุกขึ้นยืนแล้วนำเสื้อคลุมของเหวินจงมาห่มให้เขาคืน แล้วค่อย ๆ เดินออกจากห้องพร้อมกับปิดประตูเบา ๆ
เสียงพึมพำที่ดังอยู่ข้างหูรบกวนเวลานอนของเหวินจงทำให้เขาต้องลืมตาตื่นขึ้นมาอย่างไม่สบอารมณ์เท่าไหร่นัก
แต่เมื่อเหวินจงได้เห็นหน้าเ้าของเสียงอันน่ารำคาญเขาก็แทบอยากจะหลับอีกทีให้รู้แล้วรู้รอด เพราะคนที่นั่งอยู่ข้างเขาไม่ใช่ใครที่ไหน แต่คือเหวินจิวซินน้องชายผู้เหลวไหลของตนที่กำลังนั่งอ่านม้วนกระดาษบัญชีอย่างสนใจ
“โอ้โห ท่านพี่ท่านเก่งยิ่งนัก ข้ามิเคยรู้มาก่อนเลยว่าท่านจะเขียนบัญชีได้อย่างชำนาญขนาดนี้”
“นี่เ้าขี้เมาเข้ามาได้ยังไงกัน!! เอาคืนมา นั่นอวี้หลินเขียนช่วยข้า เดี๋ยวเ้าก็ทำมันขาดพอดี!”
“โถ่ท่านพี่ ข้ากลับมาั้แ่เมื่อวานแล้ว แต่เดี๋ยวก่อน...เมื่อกี้ท่านพี่บอกว่าท่านพี่อวี้หลินช่วยท่านเขียนงั้นรึ ถ้าเช่นนั้นข้าไปให้พี่หญิงสอนข้าบ้างดีกว่า~”
“อย่ายุ่งกับนาง” เหวินจงกล่าวเสียงทุ้มต่ำพร้อมกับจ้องคนตรงหน้าด้วยแววตาเขม็ง
“ท่านพี่เหวินจงตกลงแล้วท่านคิดอย่างไรกับนางกัน...แต่ที่รู้ ๆ ข้าหลงรักนางั้แ่แรกเห็น อันที่จริงแล้วท่านก็ไม่อยากแต่งงานกับนางั้แ่แรกอยู่แล้วมิใช่รึ ถ้าหากท่านรู้สึกฝืนที่ได้แต่งงานกับนาง ท่านพี่ก็ยกนางให้ข้าแบบเงียบ ๆ สิ รับรองข้าไม่บอกท่านพ่ออย่างแน่นอน”
“ถ้าหากเ้าอยากได้เมียนักก็ไปหาเอาเอง”
“หึ...ท่านพี่ ข้าอุตส่าห์ละทิ้งจากสุราแสนรักตามที่ท่านกล่าว แล้วกลับมาที่บ้านก็เพื่อท่านพี่อวี้หลินเลยเชียวนะ และที่สำคัญข้ารู้เกี่ยวกับตัวนางมากกว่าท่านโดยเฉพาะเื่เมื่อวานนี้”
“อย่าทำเป็รู้มากนัก”
“อา...ข้าไม่รบกวนท่านแล้ว เอาเป็ว่าขอแค่เป็นาง และไม่ว่านางจะเป็อะไรก็ตาม ข้าก็รับสิ่งที่นางเป็อยู่ได้ เว้นแต่ว่าท่านพี่จะคิดเห็นเช่นไรนั้นข้าก็มิอาจรู้ใจของท่านได้ ข้าขอตัวก่อน” เหวินจิวซินกล่าวทิ้งท้ายด้วยประโยคกำกวมพร้อมกับคลี่ยิ้มให้พี่ชายเชิงทะเล้นแล้วเดินออกจากห้องไป
เหวินจงกลับมานั่งที่เบาะรองนั่งอีกครั้ง แล้วขมวดคิ้วคิดทบทวนในคำกล่าวของเหวินจิวซิน