ข้ามห้วงรัตติกาล
ตอน 4...ไหมทอสื่อรัก
เ้าเรือนแก้วสนุกสนานกับการขายผ้าไหมทอในตลาดน้ำท่าจีน ที่ต่างคึกคักและคลาคล่ำไปด้วยผู้คนชาวอโยธยาที่มาจับจ่ายใช้สอย และชาวต่างชาติที่นำสินค้าเข้ามาค้าขาย และการนำผ้าไหมมาขายครั้งนี้ ผู้คนสนใจเป็จำนวนมากและขายดีทีเดียวได้เงินหลายบาท ยิ่งสร้างความสนุก ความตื่นตาตื่นใจให้กับเ้าเรือนแก้วเข้าไปอีก
ไม่นานนักได้มีชายหนุ่มรูปงาม หน้าตาหล่อเหลา ท่าทางองอาจแต่งเนื้อแต่งตัวดี ขี่ม้าเข้ามาเดินชมสินค้าในตลาดท่าจีน พร้อมกับคนรับใช้คนหนึ่ง ที่คอยเดินติดตามเ้านายของตน ยามได้ควบม้าอย่างช้าๆ เดินไปในตลาด
“ไอ้ทองมาทางนี้ ข้าสนใจผ้าไหมร้านนี้ ข้าอยากได้สักผืน”
“ครับนายท่าน “..ไอ้ทองรับคำสั่งนาย
“ผ้าไหมของเ้าช่างงามนัก เ้าจักขายเยี่ยงไร ข้าสนใจอยากได้ไปให้ท่านแม่สักผืน.. เ้าช่วยเลือกดูให้ข้าที ผืนที่งามที่สุดที่เ้ามีได้หรือไม่?” ..
เ้าเรือนแก้วได้เงยหน้าขึ้นมองตามเสียงที่ทุ่มนุ่มนวลนั้น เสียงช่างก้องดังกังวานในจิตใจ เมื่อตามองตาประสบพบรักในจิตใจ ดุจไฟอุ่นแห่งสรวง์ได้ประทานมาในสายลมยามเหน็บหนาว ดุจชะตาพรหมลิขิตรักให้มาพบเจอกัน ต่างคนต่างสะดุดในความงาม ความต้องใจซึ่งกันและกัน
“เอ่ม!..ท่าน!..้าผ้าไหมสีเยี่ยงใดเ้าค่ะ” ..เ้าเรือนแก้วยิ้มอย่างเอียงอาย ยามได้สบตาชายหนุ่มผู้นี้ช่างต้องใจยิ่งนัก
“เ้า!!..พวกเ้ามาจากที่ไหนกันรึ? ..ข้าไม่เคยเห็นพวกเ้าเลยสักครา” ..
“พวกเรามาจากทางเหนือ มากับคาราวานขายสินค้าเ้าค่ะ นายท่าน”
“เ้านางเ้าค่ะ!!..ไยต้องเ้าคะเ้าขากับชายหนุ่มท่านนี้ ในเมื่อท่าน..ก็เป็!!..เป็!!...
“พวกเ้าว่ากระไรกันนะ?”
” เปล่าหรอกเ้าค่ะ!.. พี่สาวคนนี้ของข้าคนนี้สติไม่ค่อยดีนักนะเ้าค่ะ หลงๆ ลืมๆ ...บอกกระไรก็มิใคร่จะจำความได้! “..เรือนแก้วพูดหันไปมองค้อนสีลา โดยมีราณีนั่งขำเบาๆ ใช้มือปิดปากเอาไว้
“อ๋อ..แล้วเ้ามีหรือไม่ผ้าไหมทอผืนที่ข้า้า ข้าจักซื้อไปให้ท่านแม่”
“มีซิเ้าค่ะ ผ้าไหมทอจากคุ้มเรือนไหมแก้ว งามทั้งนั้นค่ะ ไม่แพ้ไหมทอที่ใดเลย แถมเป็ที่ขึ้นชื่อเื่ผ้าไหมชั้นดีและงดงามลวดลายวิจิตรบรรจงที่สุดของหัวเมืองทางเหนือเลยเ้าค่ะ
“เรือนไหมแก้ว ชื่อนี้ทำไมข้าช่างคุ้นเคยนัก เหมือนเคยได้ยิน ..คุ้มไหมเรือนแก้วใช่หรือไม่? ...เป็คุ้มของท่านขุนวังสหัสเดชากับเ้านางไหมแก้ว”
“ใช่แล้วเ้าค่ะ...พวกเราเป็ช่างทอผ้าไหมที่นั่นเ้าค่ะ “.เรือนแก้วยิ้มอย่างดีใจ ด้วยท่าทีที่สดใสน่ารักปนซุกซนเล็กน้อย แต่ช่างถูกใจท่านขุนวังไม่น้อย
“กระนั้นหรือ? ..ชายหนุ่มผู้นั้นตอบ อมยิ้มเล็กๆ ขำในท่าทีของเ้าเรือนแก้ว...ว่าแต่เ้ามีชื่อกระไร? เผื่อคราวหน้าอาจมีโอกาสได้พบเจอกันอีก”
“ข้าชื่อ...เรือนแก้วเ้าค่ะ”
“เรือนแก้ว..ชื่อเ้าไพเราะมากทีเดียวเชียว..ข้าชื่อธนาธิป
เ้าช่วยหาผ้าไหมให้ข้าด้วยนะ ข้าขอผืนที่สวยที่สุด..เรือนแก้ว” .
“ได้เ้าค่ะ “....เรือนแก้วหาเลือกดูผ้าไหมที่งามที่สุดเท่าที่ตนมีมา
“นี่เลยเ้าค่ะผืนนี้... แต่เอ๊ะ!!..ทำไมผ้าผืนนี้มันติดมาด้วย ..นี่มันลายม่านแก้วฟ้า..ท่านแม่ให้ช่างทอมาเมื่อไหร่ แต่คงไม่ใช่ผืนสำคัญไม่เยี่ยงนั้นท่านแม่ท่านคงในนางรับใช้เก็บไปแล้ว ดีเสียอีกเราจักได้บอกให้ชาวอโยธยา ได้รับรู้ว่าผ้าไหมคุ้มเรางดงามถึงเพียงใด อีกอย่างท่านผู้นี้ก็คงมียศมีนามในวังไม่น้อย ดูจากท่าทางการแต่งตัว คนติดตามที่เรียกนายท่าน...เรือนแก้วครุ่นคิดในใจ
“ว่าเยี่ยงใด เ้าจักขายให้เราหรือไม่ ดูเ้าครุ่นคิดนานนัก”
“ขายเ้าค่ะ ไหมชิ้นนี้เป็งานฝีมือของช่างชั้นดี ใช้เวลาในการถักทอนานร่วมปีและมีราคาสูง ท่านสนใจหรือไม่เ้าค่ะ?”
“ข้าอยากได้ชิ้นนี้ เ้าขายเยี่ยงไรบอกข้ามาเถิด”
“สองบาทเ้าค่ะ.
“.สองบาทกระนั้นรึ”
“เ้าค่ะ..สองบาท..ท่านขุนรับหรือไม่เ้าค่ะ?” .
“ท่านขุน..เ้ารู้ได้เยี่ยงไร?”
“ก็ไอ้ทองที่มากับท่าน..เรียกท่านนี่เ้าค่ะ.. ข้าก็เลยเรียกตามเ้าค่ะ”
“อืม..มันก็จริงตามที่เ้ากล่าว..ข้ารับผืนนี้ล่ะ นี่เงินของเ้าสองบาท”
“ขอบน้ำใจเ้าค่ะ”
“ออ..คนเมืองเ้าที่พูดแปลกๆ ดีนะ ...งั้นเราไปกันเถอะไอ้ทอง ข้าจะไปตรวจงานด้านฝั่งคะโน้นด้วย ...ข้าไปก่อนนะแม่เรือนแก้ว หวังว่าเราจักได้พบกันอีก”
“เ้าค่ะ..ท่านขุน “..เ้าเรือนแก้วรับปากออกไปอย่างไม่รู้ตัว สายตาที่หยุดนิ่งมองแต่ใบหน้าของขุนธนาธิป ดั่งต้องมนต์สะกด อย่างกับว่าหัวใจได้หลุดลอยไปอยู่กับท่านขุนธนาธิปเสียแล้ว
“นี่ข้าเป็กระไร? ทำไมหัวใจของข้ามันเต้นรัวอย่างกับตีกลองเช่นนี้? ..ท่านขุนธนาธิปเราจักได้เจอกันอีกนะเ้าค่ะ”
“เ้านาง.!!.เ้านางเ้าค่ะ!! .เป็กระไรไปเ้าค่ะ? ยืนนิ่งเชียว “สีลานั่งย่อเข่าลงข้างๆ นาย พร้อมกับดึงเขย่าแขนเ้าเรือนแก้ว
*************************************