“ตาเฒ่าหม่าว่ายังไงบ้าง เขายอมให้สินสอดสามตำลึงกับเราหรือเปล่า” พ่อหยุนถามลูกชายทันทีที่เห็นหยุ่นไป๋เดินเข้ามา
“ทำไมเ้าเหงื่อออกมากขนาดนี้เล่าเ้าใหญ่” แม่หยุนหยิบพัดขึ้นมาพัดให้ลูกชายก่อนจะหันไปบอกหม่าหลง “ลูกสะใภ้ เ้าไปเอาน้ำมาให้เ้าใหญ่ดื่มสักถ้วย ใส่น้ำตาลมาด้วยนะ บ้านตาเฒ่าหม่าอยู่ไกล เ้าใหญ่คงจะเดินมาจนเหนื่อยแล้ว”
“เ้าค่ะท่านแม่” ทีแรกหม่าหลงตั้งท่าจะปฏิเสธด้วยความี้เี แต่พอแม่สามีบอกว่าให้เติมน้ำตาลไปในน้ำด้วย นางก็รีบอาสาอย่างเต็มใจ เพราะนอกจากจะชงน้ำหวานให้สามีแล้ว นางยังจะชงให้ตัวเองด้วยสักแก้ว ไม่ง่ายนักที่แม่สามีจะอนุญาตให้เอาน้ำตาลออกมาใช้
“ขอบคุณขอรับท่านแม่ ข้าเดินมาเหนื่อยมากจริงๆ” หยุนไป๋เล่นตัวต่ออีกสักพัก เพราะเขารู้ว่าเวลานี้ทุกคนคงรอฟังคำตอบจากเขาอยู่ ทำให้ตัวเองดูเป็คนสำคัญสักครู่จะเป็ไรไป
“มาแล้ว...มาแล้ว น้ำหวานชื่นใจมาแล้ว เ้ารีบดื่มสิอาไป๋ ข้าชงมาให้เ้าสุดฝีมือเลยนะ” หม่าหลงยื่นถ้วยน้ำชาให้สามี
หยุนไป๋เอื้อมมือไปรับและตั้งใจจะยิ้มให้ภรรยา แต่เขาต้องผงะไปเล็กน้อยเมื่อเจอเข้ากับใบหน้าอวบอูมที่มีแต่รอยสิวและมันเยิ้มของนาง หยุนไป๋เห็นแล้วแทบจะอาเจียนออกมาเลยทีเดียว
ชั่วขณะหยุนไป๋กลับนึกไปถึงใบหน้าสวยหวานและผิวขาวเนียนนุ่มของแม่นางที่ชื่อว่าอะไรนะ ‘ใช่แล้ว...แม่นางหงเอ๋อผู้งดงาม ใบหน้าราวกับนางฟ้านั้นข้าจะได้เห็นอีกเมื่อไหร่’
“อาไป๋...เ้าเป็อะไร ทำไมไม่รับน้ำหวานไปดื่มเล่า” หม่าหลงถามสามีเมื่อเห็นเขายื่นมือมาแต่ไม่ยอมรับถ้วยน้ำหวานไปสักที หากเป็ยามปกติเขาต้องรีบคว้าน้ำหวานไปดื่มจนไม่เหลือแล้ว
“เ้าพูดว่าอะไรนะ” หยุนไป๋ถามซ้ำ เมื่อครู่เขามัวแต่นึกถึงใบหน้าสวยๆ ของแม่นางหงเอ๋อจนลืมรับถ้วยน้ำหวานจากภรรยา เขารีบพูดกลบเกลื่อน “อ้อ...เอาน้ำหวานมาสิ ข้ากำลังกระหายอยู่พอดี”
หม่าหลงเห็นสามีรับถ้วยน้ำหวานไปดื่มจึงยิ้ม “เป็ยังไง หวานชื่นใจหรือเปล่า ข้าตั้งใจชงให้เ้าเป็พิเศษเลยนะ”
“อืม” หยุนไป๋ตอบแล้วรีบเบี่ยงตัวหันหน้าไปทางบิดา ตอนนี้เขาไม่อยากมองหน้าภรรยาให้เสียสายตาเลยจริงๆ อีกทั้งยังเสียดายน้ำหวานถ้วยนี้ด้วย เพราะหากเขายังมองใบหน้าของนางต่อไปอีก เขาต้องอาเจียนน้ำหวานออกมาจริงๆ แล้ว
“เ้าใหญ่ ตกลงเื่ตาเฒ่าหม่าว่ายังไง” พ่อหยุนถามขึ้น
“ตาเฒ่าหม่าตอบตกลงที่จะให้สินสอดเรามาสามตำลึงตามที่เราเสนอไป แล้วเขายังใจดีที่จะเพิ่มเงินให้อีกสองตำลึงด้วยนะขอรับ เพียงแต่เขามีเงื่อนไขบางอย่างเหมือนกัน จนใจที่เื่นี้ข้าตัดสินใจแทนท่านพ่อกับท่านแม่ไม่ได้ ข้าจึงบอกตาเฒ่าหม่าไปว่าจะขอกลับมาปรึกษากับพวกท่านก่อน”
“เงื่อนไขที่ว่ามันตัดสินใจยากมากเลยหรือเ้าถึงตัดสินใจแทนท่านพ่อไม่ได้ มัวแต่กลับมาถามให้เสียเวลา คอยดูเถอะ...ถ้าหากตาเฒ่าหม่าเกิดเปลี่ยนใจขึ้นมา เงินสักตำลึงก็จะไม่ได้ เ้ามันไม่ได้เื่เลยจริงๆ” หม่าหลงเริ่มบ่นสามี
“นั่นสิ ถ้าเกิดตาเฒ่าหม่าเปลี่ยนใจขึ้นมาเราก็อดได้เงินกันพอดี เงินตั้งห้าตำลึงเชียวนะ” แม่หยุนเริ่มอยู่ไม่เป็สุขแล้ว
“ตกลงว่าเงื่อนไขของตาเฒ่าหม่าคืออะไรเ้าถึงตอบเขาไปไม่ได้” พ่อหยุนถามลูกชาย
“ตาเฒ่าหม่าบอกว่าเขาจะจ่ายเงินเพิ่มให้เราอีกสองตำลึง โดยมีเงื่อนไขว่าเขาจะไม่จัดงานแต่งให้หนิงเอ๋อขอรับ” หยุนไป๋ตอบ
“เื่แค่นี้นะ! ไม่จัดก็ไม่จัดสิ ไม่ใช่เื่สำคัญอะไรสักหน่อย เ้าไม่น่ากลับมาถามให้เสียเวลาเลย” หม่าหลงพูดแทรกขึ้นมา
หยุนไป๋มองภรรยาด้วยสายตาไม่พอใจ เขาเพิ่งรู้สึกว่าภรรยาน่ารำคาญมาก “ข้ายังพูดไม่จบ เ้าจะรีบพูดแทรกขึ้นมาทำไม”
หม่าหลงใที่สามีกล้าตำหนิตนเองต่อหน้าพ่อสามีและแม่สามี แต่เป็เพราะนางมัวแต่คิดถึงเงินห้าตำลึงจึงไม่อยากเก็บคำพูดของเขามาใส่ใจ “ข้าไม่พูดแทรกแล้วก็ได้ เ้าพูดต่อไปสิ”
“นอกจากตาเฒ่าหม่าจะไม่จัดงานแต่งให้หนิงเอ๋อแล้ว เขายังบอกให้เราเขียนหนังสือตัดสัมพันธ์กับหนิงเอ๋อไปมอบให้เขาด้วย เพราะตาเฒ่าหม่าอยากเก็บหนิงเอ๋อไว้ใกล้ตัวไม่อยากให้เราไปยุ่งกับนางอีก และอีกเหตุผลหนึ่งก็คือเขากลัวเราจะเอาเงินไปคืนแล้วยกเลิกงานแต่งเหมือนคราวที่แล้วอีกขอรับ” คราวนี้หยุนไป๋พูดจบในครั้งเดียวโดยที่ไม่มีหม่าหลงพูดแทรก เขายังแอบคิดอยู่ในใจ ‘ได้ต่อว่านางกลับไปบ้างก็ทำให้รู้สึกดีขึ้นมาเหมือนกันนะ’
“ก็แค่ตัดสัมพันธ์ไม่ใช่หรือ ลูกสาวแต่งงานแล้วก็เหมือนกับน้ำที่สาดออก เพราะฉะนั้นจะตัดหรือไม่ตัดมันก็ไม่ต่างกัน แต่เงินสองตำลึงนี่สิที่สำคัญกว่า” หม่าหลงอดที่จะพูดแทรกขึ้นมาไม่ได้
“เื่นี้เป็ท่านพ่อกับท่านแม่ต้องตัดสินใจ แม้แต่ข้ายังไม่กล้าพูด แล้วเ้าเป็ใครถึงกล้ามาออกความเห็น” หยุนไป๋ต่อว่าภรรยาอีกครั้ง และครั้งนี้เขาตวาดนางเสียงดังกว่าครั้งแรกอีก
“กรี๊ด...เ้ากล้าตำหนิข้าต่อหน้าคนอื่นหรือ นี่ครั้งที่สองแล้วนะ” หม่าหลงะโต่อว่าหยุนไป๋ “มาให้ข้าตีเ้าให้หายโมโหเดี๋ยวนี้เลย ไม่งั้นวันนี้ข้าไม่ยอมจบแน่”
“ลูกสะใภ้ใจเย็นๆ ก่อน” แม่หยุนก็ใที่อยู่ดีๆ ลูกชายก็ตวาดลูกสะใภ้ และยิ่งเห็นลูกสะใภ้ร่างอ้วนผู้อารมณ์ร้ายทำท่าจะลงไม้ลงมือกับลูกชายอีก นางจึงรีบแก้ตัวแทน “เ้าใหญ่ไม่ได้ตั้งใจจะตำหนิเ้าหรอก แต่เขาคงเครียดเพราะตัดสินใจแทนพวกข้าไม่ได้ เ้าก็รู้ว่าการตัดสัมพันธ์มันเป็เื่ใหญ่ หากอยู่ดีๆ เราตัดสัมพันธ์กับหนิงเอ๋อไปอย่างไม่มีเหตุผล ถ้าเกิดพี่ใหญ่ถังกับพี่สะใภ้ใหญ่รู้เข้าแล้วเราจะทำยังไง เ้าอย่าลืมว่าพี่ใหญ่ถังเคยคาดโทษเราไว้ว่าถ้าเราทำผิดต่อหนิงเอ๋อ เขาจะตัดชื่อเราออกจากตระกูลและจะขับไล่พวกเราออกจากหมู่บ้านด้วย หรือว่าเื่นี้เ้าลืมไปแล้ว”
หม่าหลงได้ยินคำพูดของแม่สามีก็ใจเย็นลงเล็กน้อย แต่นางก็ยังรู้สึกรับไม่ได้อยู่ดีที่สามีที่เคยอยู่ในโอวาทกล้ามาขึ้นเสียงกับนาง “แต่เขาก็ไม่มีสิทธิ์มาตำหนิข้าเสียงดังต่อหน้าคนอื่น”
“พูดให้มันดีๆ หน่อย คนอื่นที่เ้าว่าคือท่านพ่อกับท่านแม่ของข้านะ” หยุนไป๋ยังไม่หยุดที่จะโต้เถียงกับภรรยา
หม่าหลงมีหรือจะยอมลงให้สามี นางตรงเข้าไปตบหน้าหยุนไป๋เต็มแรงจนหยุนไป๋ที่มีรูปร่างผอมบางกว่าเกือบล้มลงหน้าทิ่มพื้น ยังดีที่พ่อหยุนเข้ามาประคองลูกชายได้ไว้ทัน
หยุนไป๋โมโหถึงขีดสุด เขาไม่อยากทนเป็ที่รองรับอารมณ์ของภรรยาอีกแล้ว เมื่อตั้งหลักได้เขาก็เดินเข้าไปถีบหม่าหลงจนล้มลงไป ก่อนที่เขาจะเดินออกจากบ้านไปด้วยความโมโห โดยไม่สนใจจะฟังเสียงด่าทอที่หม่าหลงะโตามหลังมาเลยแม้แต่น้อย
เมื่อหยุนไป๋เดินจากไป พ่อหยุนก็รีบกลับเข้าห้องของตัวเองเพราะกลัวว่าลูกสะใภ้จะเอาความโกรธมาลงที่ตน เหลือเพียงแม่หยุนที่ต้องดูแลลูกสะใภ้ด้วยความลำบาก เป็เพราะนางตัวเล็กกว่าลูกสะใภ้มาก แล้วนางจะเอาเรี่ยวแรงที่ไหนมาฉุดร่างกายอันใหญ่โตของลูกสะใภ้ให้ลุกขึ้นจากพื้นได้เล่า
ขณะที่แม่หยุนกำลังคิดไม่ตกว่าจะพยุงลูกสะใภ้ขึ้นมาได้อย่างไร สายตาก็เหลือบไปเห็นหยุนหนิงเอ๋อเดินเข้าบ้านมาพอดี
“หนิงเอ๋อ รีบมาช่วยข้าพาพี่สะใภ้ของเ้ากลับห้องที”
หยุนหนิงเอ๋อหันไปมองก็เห็นว่ามารดาเกือบจะถูกพี่สะใภ้ทับไปทั้งตัวอยู่แล้ว นางจึงเดินเข้าไปช่วยมารดาอย่างเลี่ยงไม่ได้ “พี่สะใภ้เป็อะไรไปหรือท่านแม่ สภาพเหมือนกับถูกใครถีบมา”
“เ้ารู้ได้ยังไงว่าข้าถูกคนถีบ” หม่าหลงถามเสียงดัง นางกลัวว่าหยุนไป๋จะเอาเื่นี้ไปพูดข้างนอก หากให้คนอื่นรู้ว่านางถูกสามีถีบแล้วล่ะก็ มีหวังนางต้องถูกหัวเราะเยาะแน่
“พี่สะใภ้ดูที่กระโปรงของท่านก่อนเป็ไร รอยเท้าใหญ่โตขนาดนั้นข้าจะเดาไม่ออกเลยหรือ” หยุนหนิงเอ๋อชี้ไปที่รอยเท้าที่เปื้อนอยู่บนกระโปรงของหม่าหลง
เวลานี้เป็หน้าฝนและฝนก็ตกลงมาทุกวัน ทำให้พื้นดินและถนนแทบจะเป็โคลนไปทั้งหมด ลานบ้านของครอบครัวหยุนก็เต็มไปด้วยโคลนเช่นกัน เมื่อหยุนไป๋เดินเข้าไปถีบภรรยา เท้าของเขาก็ต้องย่ำโคลนไปเต็มๆ เพราะฉะนั้นบนกระโปรงของหม่าหลงจะมีรอยเท้าของสามีที่ฝากไว้เป็ที่ระลึกก็ไม่น่าแปลกใจอยู่แล้ว
หม่าหลงกัดฟันแน่นด้วยความโกรธ “หยุนไป๋! เ้าคนเลว ทางที่ดีวันนี้เ้าอย่าเพิ่งมาให้ข้าเห็นหน้า ไม่เช่นนั้นข้าจะทุบเ้าให้แม่ของเ้าจำหน้าเ้าไม่ได้เลย”
แม่หยุนสะดุ้งในทีแรก แต่ก็แอบไม่พอใจอยู่ลึกๆ ที่ลูกสะใภ้พูดจาไม่ให้เกียรติตน ถึงอย่างนั้นนางก็ต้องทำเป็ไม่ได้ยิน ก็ลูกสะใภ้กับครอบครัวเป็อันธพาลทั้งตระกูล หากนางต่อว่าลูกสะใภ้ไปก็กลัวว่าครอบครัวสกุลหม่าจะมาเอาเื่ ทำอย่างนั้นนางกับสามี หรือแม้แต่ลูกชายก็คงต้องถูกคนบ้านหม่าทุบตีเป็แน่
“เป็พี่ใหญ่เองหรือที่ทำร้ายท่าน อืม...พี่ใหญ่ก็เก่งไม่เบา ไม่รู้ไปเจออะไรดีๆ ในเมืองกันนะถึงได้เปลี่ยนไปเป็คนละคนขนาดนี้” หยุนหนิงเอ๋อหันไปพูดกับพี่สะใภ้ด้วยท่าทางจริงจัง “ข้าว่านะพี่สะใภ้ ่นี้พี่ใหญ่ดูแปลกไปจริงๆ สองวันนั่งเหม่อ สามวันเข้าเมือง นี่ถ้าข้าไม่เห็นว่าพี่ใหญ่รักท่านมากแล้วล่ะก็...”
“ทำไม...เ้าอยากพูดอะไร” หม่าหลงถามอย่างอยากรู้
“หนิงเอ๋อ! เ้าอย่าพูดจาส่งเดช เ้าทำงานอยู่แต่ในไร่แล้วเ้าจะรู้ได้ยังไงว่าเ้าใหญ่เข้าไปในเมืองวันไหน แล้วเขาเข้าไปทำอะไรที่นั่น” แม่หยุนรีบเดินมาฉุดแขนลูกสาวเพราะกลัวนางจะพูดใส่ร้ายลูกชาย “ข้าจะพยุงพี่สะใภ้เ้าเข้าไปในห้องเอง เ้ารีบกลับห้องไป อ้อ...วันนี้ไม่มีข้าวให้เ้ากินนะ ปากไม่ดีก็อดข้าวไปก็แล้วกัน”
“ถ้างั้นข้ากลับห้องก่อนนะเ้าคะ” หยุนหนิงเอ๋อหันไปยักคิ้วให้หม่าหลงอย่างมีความหมาย ก่อนจะกระซิบเสียงเบา “เื่ของพี่ใหญ่ข้าคงคิดมากไปเอง ท่านอย่าเก็บคำพูดของข้าไปใส่ใจเลย”
แม่หยุนไม่ได้ยินที่ลูกสาวกระซิบบอกลูกสะใภ้ นางจึงมองตามหลังลูกสาวไปอย่างโล่งใจ แค่ลูกชายทำร้ายลูกสะใภ้ก็นับว่าแย่แล้ว นังลูกสาวตัวดียังจะมาใส่ร้ายพี่ชายให้พี่สะใภ้ฟังอีก หากลูกสะใภ้โมโหขึ้นมา บ้านหลังนี้ต้องพังพินาศเพราะฝีมือของคนสกุลหม่าเป็แน่
แต่หม่าหลงกลับนำคำพูดของหยุนหนิงเอ๋อมาคิด ก่อนหน้านี้ไม่ใช่ว่าน้องสามีอยากบอกอะไรกับนาง แต่ถูกแม่สามีห้ามไว้หรอกหรือ ถ้าบอกว่าเื่นี้ไม่เกี่ยวกับพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปของสามีแล้วก็นับว่าตนเองโง่เต็มที ‘ในเมื่อท่านแม่ไม่อยากให้ข้ารู้ งั้นคืนนี้ข้าไปถามหนิงเอ๋อเองก็ได้ นางต้องรู้อะไรเกี่ยวกับหยุนไป๋มาแน่ๆ’