“ไปทำอะไรกันมา ท่านหัวหมู่ ทำไมถึงหน้าดำกันมาเยี่ยงนี้” พระเจ้าศารทูลตรัสถามเมื่อเหล่าทหารที่ถูกส่งไปตามหาบิดาและมารดาของพระมเหสียมุนาเทวีต่างกลับกันมาด้วยใบหน้าที่มีคราบเขม่ากันทั่วทุกตัวคน
“กระหม่อมเข้าไปในถ้ำของนางงูยักษ์ จนได้พบท่านพ่อและท่านแม่ของพระมเหสียมุนาเทวีพ่ะย่ะค่ะ” หัวหมู่ร่างใหญ่กราบทูล
“จริงหรือ” พระมเหสีร้องถามอย่างร้อนพระทัย “ตอนนี้พวกเขาอยู่ไหน”
“หมอหลวงตรวจอาการอยู่พ่ะย่ะค่ะ”
“พาข้าไปที” ทรงลุกพรวดขึ้น
แล้วหัวหมู่ร่างใหญ่ก็กระวีกระวาดนำเสด็จพระมเหสียมุนาเทวีและพระเจ้าศารทูลไปทันที เมื่อมาถึงห้องหนึ่ง หมอหลวงที่นายหัวหมู่พูดถึงก็เปิดประตูออกมาพอดิบพอดี
“พ่อกับแม่ของข้าเป็นเยี่ยงไรบ้างท่านหมอหลวง”
“อาการโดยทั่วไปก็มิได้เป็นอะไรมากพ่ะย่ะค่ะ เพียงแต่อิดโรยแล้วก็เกิดอาการหวาดผวาอยู่ตลอดเวลา คงจักต้องใช้เวลาอีกสักระยะเพื่อฟื้นฟูสภาพจิตใจพ่ะย่ะค่ะ” หมอหลวงกราบทูลถวายรายงาน
ยังไม่ทันที่จะฟังจบ พระมเหสียมุนาเทวีก็ปราดเข้าไปในห้องนั้นทันทีแล้วเพียงภาพแรกที่ได้ทอดพระเนตร พระหฤทัยก็แทบจะแหลกสลายลงเสียให้ได้เมื่อทั้งบิดาและมารดาต่างกอดกันกลมด้วยร่างกายที่สั่นเทิ้มไปทั้งคู่ สายตาทั้งสี่ดวงเหลือบมองไปทั่วห้องด้วยความหวาดกลัวจนปวดร้าวเข้าไปถึงก้นบึ้งของพระหฤทัย
“พ่อ แม่” ทรงร้องเรียก ก่อนจะโผเข้าหาทั้งคู่
ทว่าทั้งสองกลับผละหนี ถอยร่างไปอยู่ที่มุมห้อง มองพระนางด้วยสายตาหวาดกลัวราวกับกำลังมองปีศาจร้าย
“แม่” พระมเหสีเอ่ยด้วยสุรเสียงสั่นพร้อมกับพระอัสสุชลที่ไหลลงมาอย่างไม่ขาดสาย ทรงเอื้อมพระหัตถ์เข้าไปใกล้อย่างช้าๆ
ร่างของคนชราทั้งสองสั่นเป็นเจ้าเข้า มองพระหัตถ์ที่คืบคลานเข้าไปด้วยความกลัวที่สะท้อนออกมาทางแววตา ก่อนที่ผู้เป็นพ่อจะตัดสินใจใช้มือปัดพระหัตถ์ของพระนางออกไป
“อย่าเข้ามานะ นางปีศาจ”
คำพูดประณามของผู้เป็นพ่อแทบจะฉีกพระทัยของพระมเหสียมุนาเทวีเสียจนขาดวิ่น ทรงทรุดองค์ลงคุกพระชงฆ์อย่างอ่อนแรง แล้วซบพระพักตร์ลงกับฝ่าพระหัตถ์ ทรงกันแสงออกมาอย่างไม่อายใคร
“เจ้าไม่เป็นไรนะ” พระเจ้าศารทูลตรัสอย่างอาทรพร้อมกับโอบกอดพระนางเอาไว้
“หม่อมฉัน...ขออยู่กับพ่อและแม่ตามลำพังได้ไหมเพคะ” ตรัสสะอึกสะอื้นโดยมิได้เงยพระพักตร์ขึ้นมาจากฝ่าพระหัตถ์
กษัตริย์ชราถอนพระปัสสาสะ ก่อนจะทรงลุกขึ้นยืนนิ่งอยู่พักใหญ่ แล้วจึงทรงพระดำเนินออกจากห้องไป ทิ้งให้พระนางอยู่กับบิดาและมารดาจนกระทั่งพระอาทิตย์อัสดง