ตอนที่สามสิบห้า Dante
ตำราห้าธาตุแม้จะบอกว่าเป็นตำราพื้นฐานแต่ผมก็มองว่าเป็นตำราที่มีประโยชน์มากในการอธิบายว่าแนวคิดพื้นฐานของผู้ใช้เวทย์ที่มีต่อธาตุในโลกนี้นั้นเป็นอย่างไรกันแน่แม้ใช้ตัวอักษรที่ค่อนข้างจะเก่าและคำอธิบายอาจจะออกแนวเปรียบเปรยแต่ด้วยสมองของผมที่ได้เสริทมพลังจาก The Strength ทำให้ผมเข้าใจได้อย่างไม่ยากเย็นนัก
และพิสูจน์ได้อีกอย่างว่า การที่ฉากคัทซีนของเกมส์อธิบายวิธีการเล่นขณะเดินทางนั้นที่จริงได้ผล
ผมสามารถแยกสมาธิไปด้วยได้ระหว่างการเดินทางและการทำความเข้าใจกับตำราห้าธาตุพื้นฐานที่ผมได้มา
ผมนึกภาพว่า คานาเอะคุณเธอจะไปอยู่ที่ไหนได้บ้างผมนึกว่าตามช่วงเวลาจะเป็นฉากคัทซีนไปตามสถานีรถไฟและพวกเราจะได้แต้มหากเราเดินทางไปตามสถานีรถไฟนั้นจริงๆพร้อมกับของรางวัลจากเกมส์แต่ผมกระทืบพี่หัวโมฮอว์กไปแล้วทำให้ผมอาจจะต้องระวังตัวมากขึ้นกว่าเดิม
การได้อ่านข้อมูลระหว่างเดินทางและรู้ว่ามันทำได้ทำให้ผมดีใจมากขึ้น แม้มันจะเป็นเรื่องสามัญพื้นฐานอย่างการที่ธาตุชนะทางหรือแพ้ทางกันก็ตาม
ที่เราอาจจะได้ไอเท็มเล็กๆน้อยๆเช่นนี้ตามฉากต่างๆแนะนำเทคนิคการเล่นเกมส์แน่นอน ว่าเทคนิคเล็กน้อยนี้ผมรู้มาหมดแล้วจากากรเล่นเกมส์แต่มันเป็นเรื่องที่ดีในการยืนยันข้อสันนิษฐานบางอย่างว่าความรู้ที่รู้มาบางอย่างนั้น ใช้ได้ในโลกนี้จริงๆนั่นเอง
หรือเอกสารการทดลองที่เก็บได้ตามฉากที่จะอธิบายจุดอ่อนจุดแข็งของมนุษย์ดัดแปลงทดลองหรือปีศาจแต่ละชนิดผมก็เรียกว่าอ่านมาหมดแล้ว
และต้องขอบคุณกับความรู้ในเกมส์ที่ผมรู้มาทำให้เข้าใจเอกสารที่อ่านในโลกความเป็นจริงได้ดีขึ้น
ว่าความรู้ในหน้าจอของเกมส์ที่เขียนสั้นๆนั้นเป็นการย่อให้พวกผู้เล่นที่เล่นเกมส์เข้าใจได้ง่ายและเร็วที่สุดแล้วและตัดรายละเอียดที่ไม่มีความจำเป็นออกไป
แต่พอมาอ่านในเอกสารที่ไม่ตัดออกแล้วก็พบว่าใช้ภาษาฟุ่มเฟือยแต่ก็อธิบายบางอย่างละเอียดกว่าในเกมส์ที่ต้องการความกระชับในตอนที่ให้ข้อมูลตอนที่โหลดหน้าจอในการเปลี่ยนฉากผมอาจจะต้องหาเอกสารพวกนั้นจริงๆอีกครั้งหนึ่งหากต้องการรู้รายละเอียดที่ไม่ตัดออกไปให้มากขึ้นนั่นเอง
ละผมได้ค้นพบว่าการแยกประสาทในการวิ่งล่องหนและการอ่านหนังสือไปด้วยนั้นพอจะทำได้
แต่พอทำใช้ทักษะ
Body Flicker
เคลื่อนที่ในพริบตาที่เคลื่อนไหวรวดเร็วไปด้วยแล้ว
ผมว่าต้องใช้สมาธิอย่างมากทำให้ไม่สามารถอ่านหนังสือไปด้วยได้
ผมอาจจะต้องเพิ่มความสามารถทักษะที่เกี่ยวกับการแยกประสาทสัมผัสเพิ่มมากขึ้นกว่านี้ก่อนสินะ?
และจากที่บ่นมาที่จริงก็เป็นเพียงแค่ไม่กี่นาทีเท่านั้นการเคลื่อนไหวร่างกายในร่าง The Beast ของผมนั้นไม่ธรรมดาทั้งในด้านความเร็วและความอดทน
ที่ไม่เหนื่อยแม้แต่น้อยแต่กลับรู้สึกลิงโลดมากยิ่งขึ้นที่ยิ่งได้ออกแรง
รู้สึกว่าร่างสัตว์ป่า The Beast ราวกับร่างจริงของผมเองมากกว่าที่จะอยู่ในร่างมนุษย์ธรรมดา
แต่เราอยู่ในสังคมเอาร่างมนุษย์สิงโตสูงกว่าสองเมตรไปเดินในเมืองคงไม่ใช่เรื่องดีแน่ๆ
ผมจึงเปลี่ยนร่างตนเองกลับคืนมาในบริเวณใกล้กับเป้าหมายของผม
ไซโจว คานาเอะ
เธอจะมาอยู่แถวๆสวนสาธารณะที่มีตู้กดน้ำขายเมื่อเวลาประมาณนี้ล่ะนะ หากดึกกว่านี้อีกนิด เธออาจจะไปอยู่สถานีรถไฟ
“รำลึกถึงจุดกำเนิดของเจ้า เราไม่ได้ถูกสร้างมาเพื่อใช้ชีวิตอย่างคนเถื่อนแต่ด้วยคุณธรรมและปัญญา-ดันเต้”
Consider your origins: you were not made to live as brutes, but to follow virtue andknowledge.
ชื่อดันเต้และเวอร์จิลนอกจากเป็นชื่อของพระเอกในเดวิลเมย์ครายแล้วยังเป็นชื่อของนักประพันธ์นิยายเกี่ยวกับสวรรค์และนรกคนหนึ่งและตัวละครในงานประพันธ์เรื่องนั้นด้วย
ผมพยายามหาประโยคเท่ๆมากล่าวกับไซโจว คานาเอะ
ผมเลยก็อปปี้คำพูดประโยคในหน้าจอตอนโหลดเกมส์มาพูดกับเธอเพื่อเปิดหัวข้อสนทนา
ผมสีขาวที่ไม่น่ามีอยู่ในโลกความเป็นจริงแต่เมื่อผมอยู่ในโลกที่คนมีผมสีชมพูหรือสีแดง ส้มหรือน้ำเงิน ทำให้ ผมเลยเปิดใจกว้างมากขึ้นกว่าเดิม
ผิวที่ขาวเนียนสว่างมากกว่าผิวของคนทั่วไปราวกับภาพวาดซีจีที่ผ่านเพนท์บลัช ทำให้ดูเรียบเนียนไร้รอยตำหนิมากกว่าเดิม
สมกับเป็นตัวละครหลักตัวหนึ่งของเรื่องล่ะนะ
ตอนแรกเธอดื่มน้ำชาและก้มหน้าและถอนหายใจอย่างไม่คิดอะไร
ก่อนที่จะเบิกตากว้างอย่างที่ผมไม่คิดว่าคนอย่างเธอจะเป็นไปได้
หากเป็นในภาพซีจีและในหนังสือข้อมูลตัวละคร
บรรยายว่านั่นคือหน้าตาของเธอตอนตกใจที่สุด
“ทำไมคุณถึงมาอยู่ที่นี่คุณไม่ควรมาอยู่ที่นี่ตอนนี้”
เธอกล่าวออกมาอย่าง”ตกใจ”ซึ่งสำหรับเธอที่ไม่ค่อยแสดงอารมณ์ออกมาอะไรอย่างชัดเจนแล้ว
ผมมองว่าเธอคงตกใจจริงๆนั่นล่ะ
“และผมก็มาอยู่ที่นี่ตอนนี้แล้ว”
And yet here I am.
ผมกล่าวขณะที่เดินเข้าไปหาเธอ
“คุณไม่ควรอยู่ที่นี่ตอนนี้คุณรบกวนบทเพลงที่เปล่งทำนองอยู่”
เธอบีบแก้วชาร้อนที่อยู่ในมือเล็กน้อยจนแทบมองไม่เห็น
สั่นเล็กน้อยแบบแทบมองไม่เห็นหากไม่ใช่สายตาที่ว่องไวของผม