พิชิตภพสยบสวรรค์ ภาค1 ดินแดนแห่งท้องฟ้า

    ตอนที่ 27 สุดยอดพ่อค้าอู๋ต้า

    เช้าวันรุ่งขึ้นตลาดการค้าหุบเขาเลือดยังไม่เปิดอย่างเป็นทางการ แต่เหล่าพ่อค้าแม่ค้าที่มาถึงก่อนก็เริ่มขายกันอย่างคึกคักเช่นเมื่อวาน ท่ามกลางแผงการค้าที่มากมายนั้น ช่วงกลางของตลาดการค้าตอนนี้มีผู้คนกำลังมุงดูอะไรบางอย่างด้วยความสนใจ แผงการค้านี้เป็นแผงการค้าเล็กๆ ที่มีสินค้าไม่มากแต่หลากหลาย เมื่อดูให้ดีจะเห็นว่าเป็นของที่ดูเก่าแก่ ด้านหลังแผงการค้าเป็นนักพรตผู้หนึ่ง หนวดเครายาว รูปร่างอ้วน ดูมีราศี ผมยาวขมวดมัดเป็นปมเรียบร้อย  นั่งอยู่บนม้านั่ง เบื้องหน้ามีโต๊ะเล็กหนึ่งตัวและม้านั่งอีกหนึ่งตัวตั้งอยู่ ในมือถือกระดิ่งทองเหลือง ข้างๆ มีเด็กสาวผู้หนึ่งยืนอยู่ สวมเสื้อตัวเล็กสั้นเปิดเผยให้เห็นหน้าท้อง สวมกระโปรงยาวสีฉูดฉาด ใบหน้าของเด็กสาวมีผ้าปิดหน้าบางๆปิดอยู่ ตั้งแต่บริเวณจมูกจนถึงคาง แม้จะมีผ้าปิดบังใบหน้าบางส่วน แต่ก็พอดูออกว่าเป็นเด็กสาวที่น่ารัก ด้านหลังทั้งสองคนมีชายรูปร่างสูงโปร่งคลุมผ้าคลุมสีดำตั้งแต่หัวถึงเท้า ที่ใบหน้าสวมหน้ากากสีขาว ปิดบังใบหน้าทั้งหมด มองเห็นเพียงแค่ดวงตาสองข้างเท่านั้น ด้วยการแต่งกายที่แปลกประหลาดของทั้งสาม ก็สามารถดึงดูดผู้คนให้หันมามุงล้อมแผงการค้าเล็กๆที่แปลกประหลาดนี้ มากพอสมควร “กริ๊งง !!...กริ๊งง !!...” เสียงกระดิ่งดังขึ้น ทุกคนที่พูดคุยกันอยู่หยุดพูดคุย ส่วนคนที่กำลังเดิน รีบเข้ามารุมล้อมเพิ่มเพราะความอยากรู้ “พ่อแม่พี่น้อง!!  วันนี้ฤกษ์งานยามดี ข้าชนเผ่านักพรตจากทางใต้ จะขอนำสมบัติเก่าแก่และสมุนไพรหายากของชนเผ่า มาขายที่ตลาดหุบเขาเลือดแห่งนี้ ” นักพรตอ้วนเครายาว ลุกขึ้นยืนพร้อมสั่นกระดิ่งสร้างความสนใจ ชายรูปร่างสูงโปร่งคลุมผ้าคลุมสีดำมองที่หลังนักพรตอ้วน พร้อมแอบถอนหายใจ เมื่อย้อนนึกถึงเหตุการณ์เมื่อวาน ................................. เมื่อวานหลังจากที่อู๋ต้าบอกว่าจะเปิดแผงการค้านั้น ก็ทำให้มู่ปิงและเจิ้นเทียนตกใจเป็นอย่างยิ่ง “อู๋ต้าเจ้าเพ้อเจ้อใหญ่แล้ว พวกเราไม่มีสินค้าและเงิน พอจะจ่ายค่าเช่าแผงการค้าของที่นี่” มู่ปิงแย้งอู๋ต้า ถึงความเป็นจริง “สาวน้อย....ข้าอู๋ต้าแม้จะอายุเท่าพวกเจ้า แต่การเข้าใจโลกของข้านั้นมากกว่านัก” อู๋ต้าพูดกับมู่ปิงด้วยท่าทางราวกับนักปราชญ์ “เจ้าไม่ต้องกังวล หลังจากข้าตรวจสอบแล้วถึงได้วางแผนเปิดผงการค้า ด้วยเหตุผลสามข้อ"
    “ข้อแรก...ก่อนเปิดตลาดอย่างเป็นทางการจะไม่มีการเก็บค่าเช่าที่ ” “ข้อสอง..ของที่ขายในตอนนี้ยังเป็นเพียงของธรรมดา ไม่น่าสนใจมาก ของดีๆจะมีวางขายตอนตลาดเปิดอย่างเป็นทางการ ซึ่งถือเป็นโอกาสของพวกเรา” “ข้อสาม...ด้วยทุกอย่างที่เรามีอยู่ตอนนี้ พวกเราสามารถสร้างความน่าสนใจสำหรับสินค้าและทำกำไรได้แน่นอน” เมื่ออธิบายเหตุผลทั้งสามข้อแล้ว อู๋ต้าก็บอกแผนทุกอย่างแก่มู่ปิงและเจิ้นเทียน หลังจากประชุมกัน อู๋ต้าก็รวบรวมเงินของทั้งสามคนมาไว้ที่กองกลาง ซึ่งรวมแล้วได้ประมาณสองเหรียญเงิน เขาไปคุยกับอู๋เหลียงพ่อของเขาเรื่องขอยืมชุดและอุปกรณ์ รวมถึงต่อรองกับพ่อของเขาเรื่องสมุนไพรบางอย่างที่นำมา โดยให้ราคาสองเท่า แต่จะจ่ายให้เมื่อขายได้ อู๋เหลียงต้องการสนับสนุนลูกชายอยู่แล้ว จึงตอบตกลงและเฝ้าดูการค้าครั้งแรกของอู๋ต้าและเพื่อน มู่ปิงอยู่ช่วยอู๋ต้าจัดแจงเรื่องสินค้าที่โรงเตี๊ยม ส่วนเจิ้นเทียน...อู๋ต้าให้เขาไปซื้อของมือสองราคาถูกในตลาด ตามที่ได้เคยเดินสำรวจ “เด็กน้อยเจิ้นเทียน...เจ้านำเงินสองเหรียญเงินนี้ไปซื้อของเลหลังถูกๆที่มาขายในตลาดให้ได้มากที่สุด” อู๋ต้าตอนนี้พูดจาเหมือนพ่อค้าใหญ่มากขึ้นทุกที “แล้วข้าจะเลือกเป็นได้อย่างไร?” เจิ้นเทียนสงสัย เพราะเขาไม่เคยทำการค้า “เด็กน้อย...ของเลหลังพวกนี้ ราคาถูกมาก เพียงไม่กี่เหรียญทองแดงก็ซื้อได้ เจ้าก็แค่ชอบชิ้นไหนก็ซื้อมาเท่านั้นเอง ขอเพียงซื้อมาอย่างละชิ้นและให้หลากหลายหน่อยก็พอ” อู๋ต้าพูดจบ ก็นั่งดีดลูกคิดคำนวนราคาสินค้าต่อ ราวกับเป็นพ่อค้าตัวจริง เย็นวันนั้นเจิ้นเทียนก็กลับมาพร้อมของกองใหญ่ อู๋ต้าประเมินปริมาณของและคุณภาพแล้วก็ยกนิ้วให้เจิ้นเทียน จากนั้นทั้งสามก็ช่วยกันคัดเลือกของและเตรียมการสำหรับวันพรุ่งนี้ ..................................... ตอนนี้ผู้คนมากมายเริ่มมุงแผงการค้าของอู๋ต้าและเพื่อนๆมากขึ้น เมื่ออู๋ต้าพูดจบเขาวางมาดนักพรต พลางเดินไปข้างหน้า “ชนเผ่าพรตของเรามีสูตรยาสมุนไพรโบราณที่ช่วยบำรุงร่างกาย ซึ่งถือเป็นของหายาก หากต้มกินทุกวันจะมีร่างกายที่แข็งแรง ช่วยเสริมพลังและรักษาอาการบาดเจ็บเรื้อรังได้ดี วันนี้เรานำมาขายให้พ่อแม่พี่น้องในราคาพิเศษ ” อู๋ต้าวางมาดนักพรตได้สมจริงยิ่ง ทำให้ผู้คนรอบข้างพูดคุยเซ็งแซ่ถึงความน่าเชื่อถือ
    ทันใดนั้นก็มีเสียงหนึ่ง ที่ทำลายเสียงพูดคุยรอบข้างจนเงียบ
    “พูดจาโอ้อวด สมุนไพรของเจ้าจะรู้อย่างไรว่าดีจริง ที่สำคัญพวกเจ้าเป็นนักพรตตัวหรือเปล่าก็ไม่รู้ ที่ตลาดการค้านี้ วันหนึ่งมีพวกหลอกลวงตั้งมากมาย” ชายหนุ่มร่างผอมสูงคนหนึ่งตะโกนถาม อู๋ต้าชำเลืองมองชายคนดังกล่าว เขายืนนิ่งอย่างสงบพร้อมเอามือลูบที่เคราปลอม ทำท่าเหมือนนักพรตที่ดูน่าเชื่อถือ พลางพยักหน้ากับมู่ปิงที่ยืนอยู่ด้านข้าง มู่ปิงเหมือนเข้าใจ นำเทียนไขออกมาหนึ่งเล่ม ยื่นมาที่ด้านหน้า ห่างจากอู๋ต้าประมาณสองก้าว อู๋ต้ายืนหลับตา พลางท่องคาถาพึมพำครู่หนึ่ง เมื่อลืมตาเข้าก็ยื่นฝ่ามือไปที่เทียนไขเล่มนั้น ทันใดนั้น!...ลูกไฟลูกหนึ่ง ก็วิ่งออกมาจากฝ่ามือของอู๋ต้า แล้วจุดที่เทียนไขจนลูกโชติช่วงอย่างแม่นยำ “พรึ่บ!!.....” ผู้คนที่รุมล้อมอยู่ต่างตกใจ ในอิทธิฤทธิ์ของนักพรตอ้วนด้านหน้า  พร้อมอุทานด้วยความตกใจ “ไฟ..เขาใช้อิทธิฤทธิ์ เสกลูกไฟได้”“ข้าไม่เคยเห็นอะไรแบบนี้มาก่อน นี่มันมหัศจรรย์มาก”“นักพรต....เขาต้องเป็นนักพรตตัวจริงแน่นอน” ท่ามกลางเสียงอื้ออึงที่เซ็งแซ่ ชายคนเดิมที่กล่าวตะโกนออกมาตอนแรก ยืนตัวแข็ง ทำท่าตกใจอ้าปากค้าง เมื่อเห็นนักพรตอ้วนเสกลูกไฟออกมาต่อหน้า  “ทีนี้......เจ้าเชื่อข้าหรือยัง?” อู๋ต้ามองที่ชายดังกล่าวอย่างกดดัน ....................................................................