วันรุ่งขึ้นภานุวัฒน์
ก็ขนลูกชายไปขอยืมมอเตอร์ไซค์พ่วงข้างของวัดแต่เช้าอีกแล้ว
หากคราวนี้หลวงตาแช่มแกล้งอิดออดไม่ยอมให้ยืมบอกว่าทิดวัฒน์ทำบุญค่ารถมากเกินไปทำเหมือนวัดเอาของบริจาคจากญาติโยมมาหากินแบบนี้หลวงตาไม่สบายใจ
ไตเติ้ลถูกติงมาอย่างนั้นก็สตั๊นไปอีกรอบพยายามให้เหตุผลกับท่านสมภารว่าเขาเอารถไปใช้ทั้งวันจนวัดไม่ได้ใช้ประโยชน์ตามที่คนบริจาคมาอยากให้เป็ซึ่งการทำบุญให้วัดแทนค่าเสื่อมสภาพของรถนั้นเขาก็คำนวณจากเปอร์เซ็นต์รายได้ของวันนั้นแล้วซึ่งเห็นว่าคุ้มค่าไม่ลำบากตนเองมากจนเกินไปนัก
ฝ่ายหลวงตาแช่มฟังเหตุผลแบบนี้ก็อึ้งงันถึงกับพูดอะไรไม่ออกไปชั่วครู่เพราะสิ่งที่หลวงตารู้อยู่เต็มอกแต่ทิดวัฒน์ไม่เคยรู้เลยนั้นก็คือมอเตอร์ไซต์พ่วงข้างคันนั้นเป็สิ่งที่เจ๊พรเจตนาซื้อให้ทิดวัฒน์เอาไว้ใช้งานโดยอ้างว่าเป็การบริจาคของให้วัด
ซึ่งจริง ๆ แล้วมันก็คือการบริจาคนั่นแหละมอเตอร์ไซค์คันนั้นถือเป็ทรัพย์สินที่วัดสามารถนำไปใช้งานได้แต่มันต้องรองลงมาจากการใช้งานของทิดวัฒน์ในกรณีที่วันไหนเ้านี่ไม่คิดจะเอามอเตอร์ไซค์ไปใช้งานแล้วเท่านั้น
เมื่อเช้าตอนบิณฑบาตหลวงตาได้เอาเงินสองร้อยที่ทิดวัฒน์ใส่ซองถวายเป็ค่าบำรุงรถไปคืนให้เจ๊พรก็โดนยัยเจ๊บ่นใส่พระเสียยืดยาวเื่ว่าไม่เข้าใจจริง ๆ ว่าทำไมจะทำบุญช่วยเหลือทิดวัฒน์แต่ละทีนี่มันถึงยากเย็นนักหนาขนาดซื้อมอเตอร์ไซค์ให้ใช้แบบอ้อม ๆ ทิดวัฒน์ก็ยังแอบมาผ่อนคืนกันแบบอ้อม ๆ ได้อีกให้เจ๊พรได้มีโอกาสทำบุญบ้างเหอะถ้าเกิดชาติหน้าแล้วเฮียฮั้วรวยนำหน้าเธออยู่คนเดียวเจ๊พรจะโกรธหลวงตาจริง ๆ ด้วย
เดี๋ยวนะ? ไอ้เฮียฮั้วรวยนำหน้านี่มันอะไรหลวงตาเคยไปกันท่าเจ๊พรไม่ยอมให้เจ๊พรทำบุญแล้วให้เฮียฮั้วทำบุญอยู่แค่คนเดียวด้วยเร๊อะ?
“หลวงตาอย่ามาทำเป็ลืมตอนเจ๊ไปหาพระเดชที่วัดหลวงตาก็ไม่ยอมให้เจ๊เจอ บอกว่าพระเดชทำวัตรอยู่แต่พอเฮียฮั้วไปหาหลวงตากลับบอกให้รอตอนเพล ถ้าบอกเจ๊แบบนั้นเจ๊ก็จะอยู่รอแท้ ๆแบบนี้มันกีดกัน ลำเอียงชัด ๆ เลยนี่” เถ้าแก่เนี้ยร้านลูกชิ้นงอแงใส่
“อุวะ! หลวงตาลำเอียงเสียที่ไหน ตอนโยมไปถวายสังฆทานนั่นน่ะโผล่ไปซะ 8 โมง 9 โมง กว่าจะถึงเพลก็สิบเอ็ดโมง มันก็อีกตั้งหลายชั่วโมงหลวงตาจะบอกให้โยมรอได้ยังไง ที่เฮียฮั้วไปตอนนั้นมันก็ใกล้จะสิบเอ็ดโมงแล้วเวลามันไม่นาน ถ้าเขารอกันได้หลวงตาก็บอกให้รอสิ”
หลวงตาแช่มเถียงโยมด้วยสีหน้าเหงื่อตกนี่มันเื่แค่นี้เองเหรอเนี่ย หลวงตาไม่ได้มีเจตนาคิดไปไกลอะไรขนาดนั้นเลยนะ
“ก็น่าจะบอกเจ๊สักหน่อยว่าสิบเอ็ดโมงหลวงพี่จะลงเพล”เจ๊พรยังไม่วายจะเถียง
“อุวะอินี่! เอ็งนับถือพุทธไหม? เอ็งเคยเข้าวัดไหม?ถวายสังฆทานวันพระเอ็งเคยไหม? เอ็งก็เข้าวัดอยู่เป็ประจำ เอ็งต้องรู้สิว่าเวลาเพลของพระคือสิบเอ็ดโมงหลวงตาไม่ต้องพูดเอ็งก็ต้องรู้เองได้ไหมล่ะ”
ท่านสมภารชักจะเริ่มอารมณ์ขึ้น
“ก็แหม... เจ๊ก็อยากทำบุญกับพระดี ๆ บ้างนี่ ดูตาเฒ่าฮั้วสิทำไปตั้งเยอะถึงได้เจริญเอา ๆ แต่เจ๊น่ะ ไม่มีโอกาสดี ๆ แบบเฮียฮั้วเลยนะหลวงตา”
เจ๊พรเริ่มเสียงอ่อนลงเมื่อเห็นว่าหลวงตาเริ่มจะหงุดหงิด
“ชิชะยัยพร แบบนี้นะไปพูดให้เ้าภานุวัฒน์ได้ยินเอ็งจะโดนดุ เอ็งทำบุญ... บุญแปลว่าความดีทำบุญแปลว่าการทำความดี การช่วยคนก็คือการทำความดีเอ็งจะทำกับฆราวาสหรือทำกับพระถ้ามันคือความดียังไงเอ็งก็ได้บุญที่มันเป็บุญขึ้นมาได้ก็เพราะว่าเอ็งทำดี คิดดี ที่เฮียฮั้วเจริญเอา ๆหลวงตาก็เห็นว่าเขาเจริญของเขามาแต่ไหนแต่ไรแล้วก่อนที่จะได้เจอกับเ้าวัฒน์เสียอีก มันเป็เพราะเขาทำความดี รู้จักให้โอกาสคนช่วยคนดี ๆ โดยไม่ต้องเกี่ยงต้องงอนว่าจะเป็พระหรือฆราวาส คนเราถ้าทำความดีให้สิ่งดี ๆ กับคนอื่นมันก็จะได้แต่สิ่งดี ๆ ตอบแทนกลับมา เขาถึงได้เจริญเอา ๆเอ็งอยากเจริญแบบเขาก็ต้องหาช่องทำความดี ช่วยคนให้เยอะ ๆโดยไม่ต้องเกี่ยงงอนหาข้อแม้ว่าจะต้องทำกับเฉพาะพระดี ๆ แบบเขาบ้างสิวะ”
หลวงตาเถียง...ฉวยโอกาสเทศน์สั่งสอนยาวเหยียดจนเจ๊พรหือไม่ขึ้น
“จ้า... หลวงตานี่ก็เทศน์เก่งซะจริ๊งงงหาโอกาสเทศน์ได้ตลอดไม่เว้นแม้แต่ตอนบิณฑบาตเล้ยยย”
เถ้าแก่เนี้ยบ่นแก้เก้อ
“หลวงตาเป็พระ หลวงตาก็ต้องเทศน์สิวะการเทศน์สั่งสอนผู้คนนับเป็การโปรดสัตว์เป็หน้าที่ที่พระพึงทำแก่ญาติโยมทั้งหลาย”
“ว่าไปนั่นเจ๊เห็นมะเขือลูกสีแดงที่ตลาดไม่ใช่พระมันก็ยังเทศได้เลยหลวงตา”
เจ๊พรรีบยิงมุกเปลี่ยนเื่ก่อนจะโดนเทศน์ต่ออีกฉากใหญ่
“ว่าพระเป็มะเขือเทศเร๊อะอินี่เดี๋ยวก็เอาบาตรทุ่มซะหรอก”
หลวงตาแกล้งยกบาตรเหนือหัว ทำท่าจะทุ่มใส่อีกฝ่าย
“แหม...เจ๊แค่ยิงมุก หลวงตาจะได้ไม่เครียดไง” เจ๊พรปัดมือไปมา
‘เออ...เนอะ คนเรา มันโวยวายใส่พระหาว่าพระลำเอียงมายืดยาวซะขนาดนั้น เสร็จแล้วมายิงมุกบอกกลัวพระเครียดถ้าไม่อยากให้พระเครียดก็อย่ามางอแงใส่พระั้แ่แรกสิฟะ ยัยพรนี่’
หลวงตาคิดในใจแล้วได้แต่ส่ายหน้าไปมาอย่างเอือมระอา
“แต่ยังไงก็เถอะ เงินสองร้อยอะไรนั่นเจ๊ไม่เอานะต่อไปถ้าทิดวัฒน์จ่ายค่าเช่าค่ายืมอะไรมาอีกหลวงตาก็ไม่ต้องเอามาให้เจ๊แล้วรถเจ๊ถวายทิดวัฒน์... เอ๊ย! ถวายวัดถึงจริง ๆ แล้วก็เพราะอยากจะให้ทิดวัฒน์ได้ใช้ก็เถอะแต่เจ๊ก็ถวายเข้าวัดไปแล้วทิดวัฒน์ได้มีรถใช้ไม่ลำบากเจ๊ก็สบายใจแล้วเพราะฉะนั้นรายได้อะไรพวกนี้ก็เอาเข้าวัดไปให้หมด มันไม่เกี่ยวกับเจ๊ค่างวดรถอะไรนั่นเจ๊มีจ่าย ซื้อรถถวายวัด ไม่ได้ซื้อรถให้วัดเช่า ถ้ายังจะเอาเงินมาคืนกันอีกต่อไปเจ๊จะไม่เข้าไปทำบุญที่วัดหลวงตาอีกเลยจริงๆ ด้วย”
เจ๊พรประกาศคำขาด ทำเอาหลวงตาถึงกับอึ้งเถียงอะไรต่อไม่ได้อีกต่อไป
อุ๊วะ! แบบนี้ก็ได้ด้วยเหรอวะ คนเรา!?
ไหนว่ามนุษย์โลภกันหนักหนาแต่ทำไมคนพวกนี้ถึงได้เกี่ยงจะรับเงินกันไปมาอยู่ได้แล้วจะมาบอกให้หลวงตาเก็บเงินเข้าวัด…
ก็แล้วหลวงตาจะกล้าทำได้ไหมล่ะในเมื่อรู้ทั้งรู้ว่ามอเตอร์ไซค์พ่วงข้างคันนั้นที่วัดได้มาเป็เพราะบุญบารมีของทิดวัฒน์แล้วยังจะมาหลอกเก็บเงินทิดวัฒน์เพื่อเอาเงินเข้าวัดอีกแบบนี้มันจะไม่เป็การหลอกลวงค้ากำไรจากเ้าวัฒน์ที่ไม่รู้เื่รู้ราวนี่หรอกเร๊อะ!
พระและฆราวาสเถียงกันไปมาอยู่นาน ไป ๆ มา ๆท่านสมภารจึงสรุปว่าให้ทิดวัฒน์จ่ายเงินเป็ค่าเช่ารถมาเลยแล้วกันด้วยจำนวนเงินที่แน่นอนวันละห้าสิบบาท ห้ามมากเกินไปกว่านี้หลวงตาแอบเจตนาวางแผนว่าจะนำเงินวันละห้าสิบบาทนี่หยอดกระปุกเอาไว้ก่อนรอให้ทิดวัฒน์ตั้งตัวได้อย่างมั่นคงแล้วค่อยเรียกมาบอกความจริงถึงที่มาของมอเตอร์ไซค์พ่วงข้างคันนั้นพร้อมกับคืนเงินที่หยอดสะสมทั้งหมดเ่าั้ให้กับทิดวัฒน์ไปอีกที
ฝ่ายภานุวัฒน์พอถูกยื่นคำขาดมาแบบนี้ก็คิดว่าน่าจะดีอยู่เหมือนกันเป็ราคาตายตัวไปเลยแบบที่เขาไม่ต้องมานั่งคิดมากว่าวันนี้จะทำบุญอะไร ยังไงเท่าไหร่ดีถึงจะไม่มากจนเกินไปให้หลวงตาต้องเครียดอีก
ไตเติ้ลเกิดและตายผ่านมาแล้วหนึ่งชีวิตก็ยังไม่เคยเจอสถานการณ์อะไรแบบนี้มาก่อนแบบที่เราจะต้องใช้ความเพียรพยายามขนาดหนักในการทำบุญให้กับวัดแบบนี้เนี่ย!
ทุกทีปกติเวลาชาวบ้านหยิบยืมข้าวของของวัดมาใช้ก็จะต้องมีการทำบุญเหมือนกับเป็การจ่ายค่าบำรุงของพวกนั้นอยู่แล้วเป็ปกติไม่ใช่หรือยังไงแล้วทำไมถึงกลายเป็ว่าหลวงตาแช่มถึงได้รู้สึกผิดหนักหนาว่ามาค้ากำไรเอากับเขาได้กันล่ะนี่
แต่เอาเป็ว่าเคลียร์จบได้ก็ดีดังนั้นแล้วป้องกันหลวงตาไม่ยอมรับเงินค่าบำรุงชายหนุ่มก็รีบถวายเอาไว้ก่อนเลยห้าสิบบาทตอนขากลับที่เอารถมาคืนหากไม่เจอหลวงตาก็จะได้ไม่รู้สึกค้างคาอะไรอีก
ภานุวัฒน์จับลูกชายใส่กระบะข้างรถขี่มาแวะที่บ้านก่อนเพื่อมาเอาขยะกระดาษที่แยกสีเสร็จแล้วเรียบร้อยใส่กระบะแทนลูกชายจากนั้นจึงจับลูกพลับนั่งคร่อมขี่มอเตอร์ไซค์ซ้อนไว้ข้างหน้าเขาเหมือนเดิม
แล้วก็เป็อีกวันหนึ่งที่ลูกพลับยิ้มแก้มปริตั้งอกตั้งใจออกเดินทางไปทำงาน ทำหน้าที่อันสำคัญของลูกชาย
เป็กำลังใจให้ป๊ะป๋าได้มีแรงขนเพลทต่อไป.