บทที่ 4
ทั่วทั้งตระกูลหลินตกอยู่ในห้วงแห่งความเงียบฉับพลัน ไม่มีใครเลยสักคนที่กล้าแม้แต่หายใจแรง เพราะคิ้วที่เริ่มผูกกันแน่นของท่านจ้าวตระกูล ที่ตอนนี้แม้ฮูหยินรองที่มักจะทำตัว ‘ล้น’ เกินเหตุก็ยังคงไม่กล้าแม้แต่จะปริปาก
ไม่ว่าจะผ่านไปนานแค่ไหน จะอย่างไรพยัคฆ์ก็ยังคงเป็พยัคฆ์อยู่วันยังค่ำ ต่อให้หลายสิบปีมานี้มหานครหลงเหมินและทั่วทั้งอาณาจักรจะอยู่ในความสงบ แต่ใครๆ ก็รู้ดีว่าต่อให้ถูกลดอำนาจลงมามาก แต่ผู้ชายแห่งตระกูลหลินนั้นไม่อาจจะดูถูกได้!
แล้วนังเด็กนี่มันคิดอะไรอยู่กัน!!
“เ้าลองมองไปรอบๆ กายเ้า มองไปยังข้าทาศบริวารของเ้า เมียรักของเ้า มารดาของเ้า ทุกคนแล้วแล้วแต่หวาดกลัวเ้ามากแค่ไหน...” เด็กหญิงตัวบางในสภาพที่ไม่สู้ดีนักยังคงกล่าวต่อไป และหลั่งน้ำตาออกมาขณะที่สบสายตาเข้ากับดวงตาคมกริบของผู้เป็บิดา แล้วพูดออกมาอีกครั้งด้วยน้ำเสียงเ็ปปานจะขาดใจ “ทั้งๆ ที่เ้ามีพลังขนาดนั้น ทั้งๆ ที่มันเป็แบบนี้เ้าก็ยังละทิ้งคำสัญญาที่ให้ไว้กับแม่ข้า เลือกที่จะปล่อยให้ทุกอย่างมันเกิดขึ้นเพียงเพราะมันง่ายสำหรับเ้า!”
“ทั้งๆ ที่พวกข้าสามแม่ลูกไม่เคยทำผิดอะไรต่อครอบครัวของเ้า ทั้งๆ ที่ตลอดเวลาที่ผ่านมาพวกเราไม่แม้แต่จะสร้างเื่ให้เ้าเลยสักครั้ง แต่ทำไมเ้าถึงได้ทำกับพวกเราแบบนี้!!”
“จะ...เ้า!”
“...”
“...”
ฮูหยินผู้เฒ่าถึงกับปากสั่นจนไม่สามารถที่จะพูดต่อได้ ฮูหยินรองและอนุคนอื่นๆ เองก็เพียงแค่มองมาด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย คนรับใช้ตลอดไปจนนายทหารรอบๆ เองก็เงียบไป
ใช่แล้ว...
เพราะสิ่งที่เด็กหญิงกล่าวออกมานั้นคือความจริง
ถ้าหากว่าใครอยู่ในจวนนี้มาั้แ่ยี่สิบหรือสามสิบปีก่อน ก็จะรู้ความเป็มาของฮูหยินใหญ่สกุลหลินเป็อย่างดี นอกจากนางจะเป็หญิงสาวชาวป่าคนหนึ่งที่ได้ช่วยชีวิตท่านแม่ทัพใหญ่เอาไว้เมื่อนานมาแล้ว นางยังเป็คนประคับประคองให้ท่านแม่ทัพใหญ่มีทุกวันนี้
ซึ่งโดยอุปนิสัยที่อ่อนโยนและเรียบง่ายของนาง ก็ทำให้เป็ที่รักของคนในบ้านแทบทุกคน ที่ผ่านมากว่ายี่สิบปีในจวนแห่งนี้ นางแทบจะเป็บุคคลตัวอย่างและเป็แม่บ้านที่ดีที่สุดคนหนึ่งเลยก็ว่าได้
ถ้าจะถามว่านางมีความผิดอะไร...
ความผิดเดียวที่นางมีก็คงไม่พ้นเื่ที่นางไม่อาจที่จะมีทายาทสืบสกุลให้กับบ้านสกุลหลินได้ และนั่นคือทั้งหมดที่นางผิด และเื่นี้นี่เองที่ทำให้ฮูหยินรองและอนุถูกรับเข้ามา...
และเพราะด้วยนิสัยที่โอบอ้อมอารี รักใคร่ในสามีและคนในครอบครัว ทำให้กว่าที่นางจะรู้ตัวทุกสิ่งทุกอย่างก็เดินมาจนถึงจุดนี้เสียแล้ว
เพราะเหตุนี้นี่เองที่ทำให้เมื่อเด็กหญิงกล่าวแบบนั้นออกมา แม้แต่ฮูหยินผู้เฒ่าเองก็ยังไม่สามารถที่จะเอื้อนเอ่ยอะไรออกมาได้แม้แต่น้อย เนื่องจากนางเองก็หลงใหลในตัวหลานชายมากเกินไป จนทำให้นางเองก็ละทิ้งเื่ราวในอดีตที่ผ่านมาจนหมดแล้ว
บึ้ง!
เสียงกระแทกแท่นที่นั่งของประทานครั้งหนึ่ง ก่อนที่ร่างของแม่ทัพใหญ่จะยืนขึ้นเต็มความสูง เขามองไปยังร่างน้อยๆ ที่สั่นสะท้านด้วยความเ็ปและหวาดกลัวของบุตรสาว รวมไปถึงร่างของเมียรักที่ผ่านอะไรต่างๆ มาอย่างมากมาย ที่ตอนนี้หมดสติไปแล้ว
วูบ...
ในตอนนั้นเองราวกับว่าเด็กน้อยใช้เรี่ยวแรงทั้งหมดตัดพ้อบิดาและครอบครัวไปจนหมดสิ้น ทางก็หมดสติแล้วร่วงลงมาทั้งๆ อย่างนั้น จนทำให้คนทั้งหมดต่างก็ใเป็อย่างมาก
“...”
แต่ที่น่าใไปกว่านั้น ก็คือทุกคนที่กำลังมองร่างของเด็กหญิงกำลังร่วงลงมากลางอากาศโดยที่ไม่กล้าเคลื่อนไหวใดๆ ก็ได้เห็นภาพที่พวกเขาไม่มีใครคาดคิดมาก่อนเป็ครั้งแรกในรอบหลายปี
หมับ
ร่างสูงใหญ่ของแม่ทัพใหญ่แห่งมหานครหลงเหมินราวกับไร้น้ำหนัก เคลื่อนมาหาร่างของเด็กหญิวแล้วโอบนางเอาไว้ แล้วเหลือบมองใบหน้าขาวซีดของลูกน้อย ที่ตอนนี้กำลังพริ้มตาหลับ ก่อนที่จะหันไปมองหน้าภรรยาคนแรกของเขาที่ซีดเซียวราวกับคนตาย เพราะเสียเืไปมาก ทั้งยังต้องทนกับพิษาแนั่นอีก...
“...”
ร่างสูงมิได้เอ่ยอะไรออกมา เพียงแค่ถอนสายตาออกมาจากสองแม่ลูก ก่อนที่จะมองไปยังรอบๆ อีกครั้ง แล้วกล่าวคำที่ไม่มีใครคาดว่าจะได้ยินออกจากปากของเขา
“พาฮูหยินใหญ่กลับเรือน แล้วตามท่านหมอไปรักษานางทั้งสองให้ดีที่สุด...”
“นี่คือคำสั่ง!!”
กล่าวจบเขาก็เดินจากไปทั้งๆ แบบนั้น มุ่งหน้าไปยังเรือนหลังเล็กที่อยู่ท้ายจวน โดยที่ทิ้งเื้ัที่วุ่นวายเอาไว้ แล้วจากไปด้วยอารมณ์ที่หลากหลาย...
‘ฟู...นึกว่าจะไม่รอดซะแล้ว’
.....................
มาแล้วจ้า
ขอกำลังใจสักห้าเม้นจิ หรือจะกดหัวใจก็ได้
เดี๋ยวต่อให้เลยเอ้า
*-*