ล่วงเข้าปลายฤดูฝนย่างเข้าสู่เดือนที่เจ็ดของชีวิตทหารในค่ายจินเฉิงก่านการฝึกเริ่มหนักและเข้มงวดมากขึ้นเรื่อยๆหยางเสียทุ่มเทกำลังในสนามฝึกไม่ด้อยกว่าเพื่อนทหารคนอื่น แม้นางตัวเล็กแต่ก็เป็คนคล่องแคล่วว่องไวหญิงสาวพยายามพิสูจน์ตัวเองว่าไม่เสียแรงที่ท่านแม่ทัพทรงชุบเลี้ยงไว้ งานประจำที่ห้องทรงพระอักษรนั้นว่างเว้นลงชั่วคราวตอนนี้ท่านแม่ทัพใหญ่ทรงลงมาควบคุมการฝึกกำลังพลด้วยพระองค์เอง
“อย่าหวังว่าข้าศึกศัตรูจะไม่ยกทัพมารุกรานดินแดนต้าฉางการจะร้องขอไม่ให้ข้าศึกเข้ารุกล้ำโจมตีแคว้นนั้นหาทำได้ไม่กองทัพจึงจำเป็ต้องเตรียมพร้อมอยู่เสมอ การคิดระวังเภทภัยในยามบ้านเมืองอยู่ใน่สงบร่มเย็นนับเป็เื่ดีที่ทหารหาญพึงกระทำการฝึกหนักของในวันนี้ ย่อมส่งผลถึงความเป็เอกราชของแคว้นต้าฉางของเราในวันหน้า” พระสุรเสียงห้าวดุดันดังก้องฝ่ากระแสลมและฝนที่กระหน่ำลงมาอย่างหนักจนทหารทุกคนได้ยินโดยทั่วกัน
ฝนตกอย่างหนักติดกันเป็เวลาสามวันแล้วแต่การฝึกท่ามกลางสภาพอากาศแปรปรวนยังดำเนินต่อไป กลางสนามฝึกรองแม่ทัพเหอได้แบ่งกำลังพลเป็สองฝ่ายเพื่อจำลองการรบขึ้นองค์ชายฝานจิ้งประทับอยู่บนระเบียงชั้นสองสายพระเนตรแลเห็นการรบของทหารสองกองเบื้องล่างได้อย่างชัดเจน
จินเฉิงก่านเน้นหนักที่ยุทธวิธีของการรบเป็กลุ่มเช่นเดียวกับด่านเจิ้งถงมิตรภาพ ความผูกพันและการร่วมมือร่วมใจกันของทหารที่มาจากหมู่บ้านเดียวกันจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการโจมตีและรักษาชีวิตเพื่อนทหารด้วยกันในเวลาคับขันได้เป็อย่างดีจากกองกำลังเล็กๆ จะมีการแปรขบวนให้เป็กลุ่มก้อนที่ใหญ่ขึ้นได้ทหารทุกคนในหน่วยลุกนั่งเคลื่อนที่เป็ระเบียบ การแปรทัพผ่านจากซ้ายไปขวาหน้าไปหลังการแบ่งกำลังออกเป็กองย่อยแล้วกลับเข้ามาผนึกรวมกันใหม่ทำได้ในเวลาอันรวดเร็วแม้ไม่เคยได้รบในสถานการณ์จริง แต่ความเข้มแข็งและความมีวินัยเคร่งครัดของค่ายเทียบเท่าได้กับกำลังพลรักษาเขตแดนที่หน้าด่านทีเดียวจุดนี้เป็ที่พอพระทัยยิ่งนัก
ทหารซึ่งตัวเตี้ยนั้นถูกฝึกให้ชำนาญการใช้หอกและดาบเป็ที่ตั้งทหารที่ตัวสูงต้องฝึกการใช้เกาทัณฑ์และหน้าไม้ให้ชำนาญและแม่นยำ ทหารที่มีกำลังแขนแข็งแรงให้ฝึกถือธงและแถบแพรเพื่อจัดรูปกองทัพยามที่ต้องเคลื่อนกำลังเข้าโรมรันกับข้าศึกศัตรู
การทำานั้นจะต้องรวดเร็วและเฉียบคมหากนายกองและทหารในกองทัพขาดการฝึกซ้อมและเข้าใจคลาดเคลื่อนกันเพียงนิดเดียวการจัดกำลังพลเพื่อการจู่โจมหรือตั้งรับย่อมสับสน ความผิดพลาดเพียงนิดเดียวอาจไม่ได้หมายถึงความปราชัยในสมรภูมิเท่านั้นแต่หมายถึงการสูญเสียชีวิตและแผ่นดินอีกด้วย
พระเนตรคมดุจเหยี่ยวมองฝ่าสายฝนไปยังหยางเสียที่ไม่ว่าจะล้มลุกคลุกคลานเพียงใดแต่ก็สามารถกลับมาหยัดยืนและโต้กลับฝ่ายตรงข้ามได้อย่างรวดเร็วทุกครั้ง องค์ชายฝานจิ้งแย้มพระสรวลอย่างพอพระทัยคนผู้นี้จะตัดสินและมองแต่เพียงภายนอกไม่ได้จริงๆ
ตะวันคล้อยต่ำลง การฝึกของวันเสร็จสิ้นลงแล้วเนื่องจากต้องกรำแดด กรำฝนมาหลายวันทำให้หยางเสียรู้สึกครั่นเนื้อครั่นตัวเหมือนจะมีไข้หญิงสาวไม่ชอบบรรยากาศหม่นหมองของฤดูฝนมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว สำหรับบางคน สายฝนอาจนำมาซึ่งความชุ่มชื่นหัวใจแต่สำหรับนาง...ฝนมักจะตอกย้ำทำให้นางไม่อาจลืมอดีตแห่งความขมขื่นของชะตาชีวิตได้แม้เวลาผ่านล่วงเลยมาเกือบจะสิบปีแล้วก็ตาม ทุกคราที่ฝนตกอดีตที่เลวร้ายครั้งเคยระหกระเหินเร่ร่อนคล้ายจะย้อนกลับมาเด่นชัดในความทรงจำทุกครั้งไป
และแม้ฤดูฝนผ่านไปความทรงจำของฤดูหนาวอันแสนโหดร้ายเมื่อครั้งเยาว์วัยนั้นก็ตามหลอกหลอนนางเช่นกัน
หยางเสียรู้ว่าตัวเองคงเป็ไข้หวัดแน่แล้วหลังผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้ามาอยู่ในชุดแห้งและแสนจะอบอุ่นแล้ว นางก็มุ่งตรงไปยังห้องยาเมื่อไปถึงห้องยาหญิงสาวก็พบเพื่อนร่วมค่ายหลายสิบคนยืนออกันอยู่ที่หน้าประตูหลังกินยาต้มรสขื่นขมคอไปหนึ่งถ้วยนางก็เตรียมพร้อมจะขึ้นไปถวายงานที่ห้องทรงพระอักษร หลังกลับจากวังหลวงหยางเสียมุ่งมั่นและเอาใจจดจ่อกับงานที่ได้รับมอบหมายจนแทบไม่มีข้อผิดพลาดใดๆให้ท่านแม่ทัพต้องทรงปวดพระเศียรกับนางอีก
องค์ชายฝานจิ้งประทับยังโต๊ะทรงพระอักษรจดหมายจากอู๋อี้หวินซึ่งกลับไปรักษาการที่ด่านเจิ้งถงเมื่อสองเดือนก่อนวางอยู่บนกองตำราพิชัยาที่ถูกกางอยู่เต็มโต๊ะความในจดหมายกล่าวถึงความเคลื่อนไหวของบรรดาแว่นแคว้น และชนเผ่าน้อยใหญ่ที่รายล้อมต้าฉางกำลังถูกรุกรานจากกองกำลังของแคว้นลู่เหลียงขณะนี้แคว้นจื่อจิ้น แคว้นเวยและแคว้นเยว่ล้วนถูกตีแตกตกเป็อาณานิคมของลู่เหลียงโดยสิ้นการรุกรานเริ่มเข้าใกล้ต้าฉางมากขึ้นเรื่อยๆ แคว้นเสี้ยนซึ่งเป็กันชนด้านตะวันออกระหว่างต้าฉางกับลู่เหลียงก็กำลังระดมกำลังพลอย่างเร่งด่วนเพื่อเตรียมรับการโจมตีจากลู่เหลียงส่วนแคว้นซีฉินซึ่งอยู่ทางเหนือแม้สถานการณ์ยังสงบและไม่มีข่าวการเคลื่อนไหวใดๆจากลู่เหลียงแต่ก็ไม่ได้นิ่งนอนใจที่จะเตรียมพร้อมทางกำลังทหารเช่นกัน
ลู่เหลียงจะผ่านมาถึงต้าฉางได้ต้องตีแคว้นเสี้ยนให้ได้เสียก่อนมิเช่นนั้นอีกทางหนึ่งก็คือต้องข้ามเขาเฟิงไป๋ซึ่งเป็จุดสามสบระหว่างต้าฉางลู่เหลียงและซีฉินเมื่อพ้นหุบเขามาแล้วก็จะต้องผ่านเมืองซร่วงซานซึ่งเป็เมืองหน้าด่านทางเหนือที่มีภูมิประเทศส่วนใหญ่เป็ูเาสลับซับซ้อน
หรูจื้อเถียน...องค์ชายสิบเอ็ดผู้ดำรงตำแหน่งจอมทัพแห่งแคว้น ลู่เหลียงที่ได้รับฉายาว่า ‘เป่ยหลง’ ักระหายาแห่งทิศเหนือไม่มีแผ่นดินใดที่เขาผู้นี้เคลื่อนทัพผ่านแล้วจะไม่ได้รับชัยชนะ เห็นทีต้าฉางต้องระวังให้จงหนัก!
หลังจากจัดเรียงฎีกาที่จะนำถวายจักรพรรดิเสินตี้เสร็จแล้วหยางเสียก็นั่งอ่านตำรากลยุทธ์การรบที่ท่านแม่ทัพให้ศึกษา แม้นางกินยาไปแล้วแต่ก็ยังรู้สึกครั่นเนื้อครั่นตัวอยู่หญิงสาวเงยหน้ามองท่านแม่ทัพที่ตอนนี้สีพระพักตร์กำลังเคร่งเครียด...เพราะจดหมายจากรองแม่ทัพอู๋กระมัง
แต่ก่อนนางนึกว่าบรรดาเ้านายใหญ่โตจะมีชีวิตที่สุขสบายอยู่แต่ในรั้วในวังอย่างเดียวพอได้เห็นท่านแม่ทัพทรงงานหนักในทุกๆ วันนางก็รู้สึกรักและเทิดทูนพระองค์เหลือเกิน นางอยากตอบแทนพระเมตตาที่ทรงรับนางกลับเข้าค่ายเข้ามาอยากอยู่เคียงข้างคอยแบ่งเบาภาระของพระองค์ แม้ทำได้เพียงน้อยนิดก็ตาม
ทหารเก่งๆ ที่มีฝีมือล้ำเลิศนั้นมีอยู่เป็จำนวนมากแต่คนที่พระองค์ประทานโอกาสชุบเลี้ยงกลับเป็ตัวนาง...ชายหนุ่มธรรมดาๆ คนหนึ่ง
อาเค่อกับอาฮุ่ยบอกว่านางโชคดีและมีวาสนาต่อไปในอนาคตอาจได้ก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งหัวหน้านายกองใหญ่โตในกองทัพได้พวกเขายังล้อเลียนขอฝากเนื้อฝากตัวกับนางอีกด้วย
หยางเสียรู้เต็มอกว่าคงเป็ไปไม่ได้ นางไม่รู้ว่าตนเองจะปิดบังเื่แท้จริงแล้วเป็สตรีได้อีกนานแค่ไหนหากความลับถูกเปิดเผย ถึงตอนนั้นท่านแม่ทัพยังจะยอมให้นางอยู่ในกองทัพอีกหรือไม่...นางไม่กล้าแม้แต่จะคิด
แต่ไหนแต่ไรมาสตรีนั้นถูกกันออกจากงานของกองทัพโดยเด็ดขาดอยู่แล้วถ้าวันหนึ่งความจริงเปิดเผย พระองค์จะกริ้วที่นางหลอกลวงพระองค์มากเพียงใดมองท่านแม่ทัพผู้เปรียบเสมือนเ้าชีวิตนางแล้ว หยางเสียก็สะบัดหัวอันหนักอึ้งไล่ความกังวลที่มีออกไปตอนนี้ขอแค่ได้อยู่ใกล้ๆ พระองค์ก็พอแล้ว ต่อให้ต้องตอบแทนพระเมตตาที่พระองค์มีต่อนางด้วยชีวิต...นางก็ยอม