หลังกลับถึงห้องพักหานเซินก็จุดเตาต้มน้ำ จากนั้นก็โยนทุกส่วนของด้วงทมิฬเืศักดิ์สิทธิ์ที่เก็บกลับมาลงไปในหม้อ
เพราะไม่รู้วิธีทำอาหารมากนัก อีกอย่างในห้องพักของเขาก็ไม่มีเครื่องปรุงหรืออุปกรณ์ทำอาหารดี ๆ เขาจึงเลือกใช้วิธีที่คิดว่าง่ายที่สุดในการสกัดเอาจีโนพอยต์ออกมากิน…นั่นคือการต้ม
ปกติแล้วการจะต้มจนจีโนพอยต์ถูกสกัดออกมาต้องใช้เวลาอย่างน้อยหนึ่งถึงสองชั่วโมง ดังนั้นหลังจากปิดฝาหม้อ ในระหว่างรอ หานเซินจึงหยิบคริสตัลสีดำขึ้นมาดูอย่างละเอียดอีกครั้ง
แต่ไม่ว่าจะจ้องหรือส่องอย่างไร เขาก็ไม่ได้รู้อะไรมากขึ้นเลย
ขณะกำลังถอนหายใจอย่างปลงตก จู่ ๆ หางตาของเด็กหนุ่มก็เหลือบไปเห็นสัตว์อสูรหน้าตาเหมือนสัตว์เลื้อยคลานขนาดเท่าแมวป่าที่ถูกเรียกว่า ‘เกล็ดมรกต’ อยู่ในกรงตรงมุมห้อง
ทันใดนั้นความคิดหนึ่งก็ผุดขึ้นในหัว…
เกล็ดมรกตก็คล้ายกับด้วงทมิฬ มันคือสัตว์อสูรระดับสามัญที่หานเซินมักจะล่ามากินเพื่อเพิ่มจีโนพอยต์ แต่หลังจากล่าและกินอสูรสามัญชนิดนี้ไประยะหนึ่งมันก็ไม่ช่วยเพิ่มจีโนพอยต์ให้เขาอีก
เกล็ดมรกตตัวนี้เขาล่ามาเก็บไว้นานแล้ว เมื่อรู้ว่ากินมันเข้าไปก็ไม่มีประโยชน์ หานเซินจึงเลิกสนใจและลืมไว้ในกรงจนถึงตอนนี้… ต้องนับว่าโชคยังดีที่มันยังมีชีวิตอยู่
เด็กหนุ่มจับเกล็ดมรกตที่อ่อนแอใกล้ตายออกจากกรง เขาลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะตัดสินใจเอาคริสตัลสีดำจ่อไปใกล้ปากของมันเตรียมยัดเข้าไป
ทว่าสิ่งที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น ทันทีที่เห็นลูกแก้วประหลาด เ้าอสูรสามัญที่นอนไร้เรี่ยวแรงหมดอาลัยตายอยากก็แลบลิ้นออกมาตวัดเอาผลึกสีดำเข้าปากอย่างรวดเร็วแล้วกลืนลงท้อง ไม่ต้องรอให้ใครยัดเยียดให้ทั้งนั้น
ครากกก~
ไม่กี่วินาทีต่อมาก็มีเสียงโครกครากดังมาจากท้องของเ้าสัตว์ตัวเขียว
“คริสตัลสีดำนี่ ไม่ธรรมดาจริง ๆ ด้วย!” หานเซินอุทานตาเบิกกว้าง
แต่แล้วเขาก็ต้องใมากกว่าเดิม เมื่อเห็นว่าเกล็ดมรกตดูมีชีวิตชีวาขึ้นทันตา แตกต่างจากเมื่อครู่ลิบลับ สัตว์เลื้อยคลานตัวเขียวเริ่มดิ้นรนและพยายามหันมากัดมือของหานเซินที่ยึดคอของมันอยู่
เมื่อเห็นพฤติกรรมดุร้ายบวกกับแรงที่เพิ่มขึ้นอย่างกะทันหันของกิ้งก่าทดลอง หานเซินจึงรีบโยนมันกลับเข้าไปในกรงตามเดิม แล้วนั่งสังเกตมันอย่างละเอียด เขาพบว่าเกล็ดมรกตที่ขาดอาหารมาหลายวันจนใกล้ตายดูเหมือนจะฟื้นคืนชีพโดยสมบูรณ์
หลังจากผ่านไปหนึ่งชั่วโมง แรงของเ้ากิ้งก่าั์ก็เพิ่มขึ้นมหาศาล มันเริ่มอาละวาดอย่างบ้าคลั่ง
หานเซินนั่งจ้องกรงตรงหน้าตาไม่กะพริบ เขาสังเกตทุกความเคลื่อนไหวในกรง การเปลี่ยนแปลงของเกล็ดมรกตทำให้เขาได้สมมติฐานข้อหนึ่ง…ถ้าหากสมมติฐานข้อนี้ถูกต้องก็หมายความว่าเขาได้สิ่งที่ล้ำค่ายิ่งกว่าิญญาอสูรเืศักดิ์สิทธิ์มา!
อย่างไรก็ตาม เพื่อให้แน่ใจในสิ่งที่คิด หานเซินจึงยังคงนั่งเฝ้าเกล็ดมรกตเพื่อจับตาดูการเปลี่ยนแปลงของมันต่อ
เด็กหนุ่มเพ่งความสนใจไปที่สัตว์อสูรตัวสีเขียวมาก…มากเสียจนลืมไปว่าตัวเองต้มซุปด้วงทมิฬเืศักดิ์สิทธิ์เอาไว้ เขารู้ตัวอีกทีก็ตอนที่กลิ่นหอมของน้ำซุปลอยมาเตะจมูกแล้ว
โครกกก~~~~~~~~~~~
กลิ่นหอมน่ากินทำให้กระเพาะของหานเซินส่งเสียงประท้วง เด็กหนุ่มเพิ่งรู้ตัวตอนนี้ว่าท้องของตัวเองว่างเปล่า ที่สำคัญในนาทีนี้เขากำลังหิวมากกกกกกก
หานเซินกลับมาดูเปลือกด้วงทมิฬสีทองที่ต้มอยู่ในหม้ออีกครั้งหลังจากปล่อยให้เวลาผ่านไปนานหลายชั่วโมง ในตอนนี้น้ำซุปสีเหลืองทองกำลังเดือดปุด ๆ พร้อมส่งกลิ่นหอมชวนน้ำลายสอ
‘โอ้โฮ…สมกับเป็อสูรระดับสูงของแทร่~’
ต้องยอมรับเลยว่าสัตว์อสูรระดับเืศักดิ์สิทธิ์เป็วัตถุดิบชั้นยอดจริง ๆ… เพราะถึงหานเซินจะใช้วิธีต้มลวก ๆ โดยไม่ใส่เครื่องปรุงอะไร ก็ยังออกมาดูน่ากินได้ขนาดนี้
ในขณะที่เขาตักน้ำซุปใส่ถ้วยเตรียมจะซดนั้น จู่ ๆ ก็มีเสียงแสบแก้วหูดังมาจากกรงของเกล็ดมรกต หานเซินรีบหันไปมอง… ภาพที่เห็นทำให้เขาแทบสะดุ้ง
รูปลักษณ์ของสัตว์อสูรในกรงไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว เกล็ดที่เคยมีสีเขียวสดใสเปลี่ยนเป็สีเขียวคล้ำ ฟันและกรงเล็บดูใหญ่และคมขึ้นมาก และขณะนี้มันกำลังใช้ฟันแทะซี่ลูกกรงเหล็กอยู่!
แต่ที่ยิ่งกว่านั้นคือ…มันกัดเข้า! กรงเหล็กกล้าเส้นหนามีรอยแหว่งเป็จุด ๆ อยู่เต็มไปหมดและดูเหมือนพร้อมจะพังได้ทุกเวลา ถ้าหากไม่ทำอะไรสักอย่าง เ้ากิ้งก่าคลั่งคงจะหลุดออกมาในไม่กี่อึดใจแน่ ๆ! หานเซินเห็นท่าไม่ดีจึงชักมีดที่เอวแล้วพุ่งไปที่กรงมุมห้อง
*ฉึก!*
มีดเสียบเข้าใต้ท้องเกล็ดมรกต สัตว์อสูรเกล็ดสีเขียวนอนแน่นิ่งขาดใจ
-- สังหารเกล็ดมรกตระดับโบราณ, ไม่ได้รับิญญาอสูร, หากกินเนื้อเกล็ดมรกตระดับโบราณ คุณมีโอกาสได้รับจีโนพอยต์ 0 ถึง 10 โดยการสุ่ม --
“เกล็ดมรกตโบราณ สัตว์อสูรระดับโบราณ?... คริสตัลนั่นทำให้อสูรวิวัฒนาการจริง ๆ ด้วย?”
หานเซินรู้สึกตื่นเต้นกับเื่ที่ค้นพบ เขารีบชำแหละเนื้อเกล็ดมรกตเพื่อเอาคริสตัลออกทันที
‘สมมติฐานได้รับการพิสูจน์และยืนยันแล้ว!’
เด็กหนุ่มหัวใจพองโต มองคริสตัลสีดำตาเป็ประกาย เขาตื่นเต้นดีใจถึงกับพรมจูบลูกแก้วเหม็นคาวไปหลายทีโดยไม่สนเืที่เปื้อนอยู่เลยด้วยซ้ำ
‘คริสตัลเม็ดนี้เป็เหตุผลที่ทำให้ด้วงทมิฬธรรมดากลายเป็ด้วงทมิฬเืศักดิ์สิทธิ์… ถ้าปล่อยให้เกล็ดมรกตพัฒนาต่อไปเรื่อย ๆ มันก็อาจจะวิวัฒนาการกลายเป็เกล็ดมรกตเืศักดิ์สิทธิ์ก็ได้’
หานเซินใจเต้นรัว มือที่ถือคริสตัลอยู่สั่นอย่างควบคุมไม่ได้ เขาลองกัดลิ้นตัวเองเบา ๆ เพื่อพิสูจน์ว่านี่ไม่ใช่ความฝัน
หลังจากนั่งชื่นชมคริสตัลวิเศษอยู่นาน เขาก็เช็ดและเก็บมันอย่างระมัดระวังก่อนจะเริ่มสวาปามซุปที่ต้มไว้เพื่อรับจีโนพอยต์เืศักดิ์สิทธิ์เพิ่ม
เมื่อซดซุปจนหมด เสียงปริศนาก็แจ้งเตือนว่าเขาได้รับจีโนพอยต์เืศักดิ์สิทธิ์เพิ่มอีกหนึ่งพอยต์ แม้จะน้อยกว่าที่คาดไว้ แต่วันนี้ก็นับว่าโชคดีมากพอแล้ว
หานเซินเช็กสถานะของตัวเอง
--------------------------------
หานเซิน: ยังไม่มีการวิวัฒนาการ
ระดับ: ไม่มี
อายุขัย: 200 ปี
จีโนพอยต์: สามัญ = 79, เืศักดิ์สิทธิ์ = 8
(้า 100 จีโนพอยต์เพื่อเกิดวิวัฒนาการ)
ิญญาอสูร: ด้วงทมิฬเืศักดิ์สิทธิ์
ประเภทของิญญาอสูร ‘ด้วงทมิฬเืศักดิ์สิทธิ์’: ชุดเกราะ
--------------------------------
‘ิญญาอสูรด้วงทมิฬเืศักดิ์สิทธิ์เหรอ?…จะเป็ชุดเกราะแบบไหนนะ’
หานเซินเริ่มจินตนาการ ทว่ายังไม่ทันที่เขาจะได้วาดภาพชุดเกราะจากด้วงทมิฬสุดเท่ขึ้นในหัว จู่ ๆ ก็มีก้อนแสงสีทองที่มีรูปทรงเหมือนด้วงทมิฬเืศักดิ์สิทธิ์ไม่ผิดเพี้ยนลอยออกจากกลางหน้าอกเขา
ก้อนแสงประหลาดหยุดนิ่งตรงหน้าเด็กหนุ่มชั่วขณะ พริบตาต่อมาก็กระจายออกกลายเป็ลำแสงเจิดจ้า ลำแสงแสบตาพุ่งเข้ามาห่อหุ้มร่างของเขาเอาไว้ทั้งตัวไม่เว้นแม้แต่เส้นผม! เพียงเสี้ยววินาทีชุดเกราะสีทองอร่ามก็ปรากฏบนร่างกายเขา!
รูปลักษณ์มันเหมือนกับชุดเกราะสมัยโบราณ ดูแข็งแกร่งทนทานแต่กลับมีน้ำหนักเบา ผิวเกราะสีทองเปล่งประกายกับรูปทรงที่เน้นให้เห็นกล้ามหน้าอกและกล้ามท้องอย่างชัดเจนทำให้มันดูคล้ายชุดเกราะของโกลด์เซนต์ในอานิเมะเก่าแก่แสนคลาสสิกเื่เซนต์เซย่า
ชุดเกราะสีทองนี้ แม้จะคลุมทั้งตัวั้แ่หัวจรดเท้า แต่ถ้ามองดูดี ๆ จะเห็นว่ามันมีจุดอ่อนสำคัญคือช่องว่างที่อยู่ตามข้อต่อต่าง ๆ ลักษณะแบบนี้เหมือนเปลือกแข็งที่ช่วยปกป้องร่างกายของด้วงไม่มีผิด
อย่างไรก็ตาม ณ เวลานี้หานเซินรู้สึกว่าตัวเขาเต็มเปี่ยมไปด้วยพลังอย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อน
‘นี่น่ะเหรอชุดเกราะิญญาอสูรเืศักดิ์สิทธิ์ เทียบกับชุดเกราะิญญาอสูรโบราณที่เคยเห็นแล้ว...ต่างกับลิบลับ เ้านี่เท่กว่าเป็พันเท่าเลย!’
หานเซินตื่นเต้นมากกว่าเดิม เขาอิจฉาคนในเมืองที่มีชุดเกราะิญญาอสูรมานานแล้ว เขาไม่เคยคิดเลยว่าวันหนึ่งตัวเองจะมีโอกาสได้ใส่ชุดเกราะิญญาอสูรเหมือนคนอื่น
และวันนี้ไม่ใช่แค่ได้ใส่ แต่ยังได้ชุดเกราะิญญาอสูรระดับเืศักดิ์สิทธิ์มาเป็ของตัวเองเลยด้วย
.
.
.