งานแข่งขันยอดบุปผางามยังคงดำเนินต่อมาเป็วันที่สามแล้ว แต่ตอนนี้ชื่อเสียงของฮายอนก็ได้เป็ที่เลื่องลือกันไปทั่ว
หลายวันมานี้เหล่าองค์ชาย ท่านอ๋อง เ้าเมืองและขุนนางยศสูงทั้งหลายก็ยิ่งให้ความสนใจกับการแข่งขันภายในงานมากขึ้น ทุกคนล้วนเฝ้ารอความประหลาดใจต่อไปที่จะเกิดขึ้น
ฮายอนได้กลายเป็จุดสนใจของทุกคนไปเสียแล้ว นางเหมือนจะรู้สึกเสียใจกับการกระทำของตนอยู่บ้าง ดูเหมือนว่าชื่อเสียงจะโด่งดังจนเกินไป ด้วยนิสัยของนาง สิ่งเหล่านี้มิใช่สิ่งที่นาง้า ที่นางทำไปก็เพราะความอยากเอาคืนคุณชายยองกีเพียงชั่วขณะเท่านั้น
ตอนนี้บนเวทีก็เริ่มทำการแข่งแล้ว โดยการแข่งขันด่านที่สาม คือการแข่งบรรเลงพิณ
บนโต๊ะนั้นมีพิณโบราณที่งดงามคันหนึ่งตั้งอยู่ ฮายอนเบิกตาขึ้นมองไปทางพิณคันนั้น ทันใดนั้นก็มีภาพหนึ่งแวบเข้ามาในหัวของนาง ภาพนั้นนางนั่งอยู่กลางศาลา กำลังบรรเลงพิณท่ามกลางเหล่าบุรุษซึ่งหนึ่งในนั้นคือ...องค์ชายสาม
ในวินาทีนั้น ในใจของนางก็รู้สึกเ็ปเป็อย่างมาก ครั้งนั้นนางดีดพิณก็เพื่อองค์ชายสาม โดยหวังว่าองค์ชายจะมองเห็นถึงคุณค่าของนางบ้าง โดยที่นางยอมทำทุกอย่าง แม้แต่การทำตัวเยี่ยงหญิงคณิกา แต่สิ่งที่แลกกลับมาคือสายตาเ็า ว่างเปล่า เสมือนนางไร้ซึ่งตัวตน
ครั้งนี้นางจะทำการบรรเลงพิณเพื่อตัวเอง เพื่อตระกูลซอ เพื่อท่านพ่อ และเพื่อชีวิตใหม่ของนาง...
บนเวทีมีเสียงพิณของผู้คนเริ่มบรรเลงออกมาเป็ระยะ เสียงพิณค่อยๆ ดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง เหล่าสตรีมากมายเดินขึ้นๆ ลงๆ สวนกันไปมา ท่าทางและสีหน้าของพวกเขาล้วนแตกต่างกันออกไป สำหรับผู้ชมโดยรอบแล้ววันนี้นับว่าเป็บุญตาอย่างมากแล้ว ที่มีสตรีรูปโฉมงดงามและฝีมือเก่งกาจมาแสดงความสามารถให้ได้ชมกัน
ขณะที่นางกำลังจมอยู่กับความคิดของตนนั้น บนเวทีก็มีเสียงประกาศชื่อซอฮายอนดังขึ้น
นางดึงสติของตนเองกลับมาก่อนจะลุกขึ้นด้วยท่าทีเรียบเฉย นางค่อยๆ เดินขึ้นบันไดท่ามกลางสายตาจับจ้องของผู้คน ท่วงท่าของนางยังคงเป็เฉกเช่นวันก่อนๆ สงบนิ่งและสง่างาม
วันนี้นางเปลี่ยนชุดเป็ชุดกระโปรงสีแดงสด บริเวณชายแขนเสื้อปักดอกโบตั๋นสีชมพูอ่อนเอาไว้โดยรอบ สายรัดเอวสีขาวทำให้เอวบางเรียวของนางเด่นชัดมากขึ้น ผมยาวสลวยของนางได้ถูกรวบเอาไว้ด้วยปิ่นหยกชิ้นหนึ่งเท่านั้น ผมบางส่วนที่ไม่ได้รวบเอาไว้นั้นก็ทิ้งตัวลงสยายพาดผ่านหลังของนางไป ทุกย่างก้าวและทุกการกระทำของนางล้วนงดงาม การวางตัวของนางดูดีมีมารยาท อีกทั้งโครงหน้าที่เปี่ยมด้วยความมั่นใจของนางก็งดงามอย่างไร้ที่ติ งามจนเหมือนมิมีสิ่งใดบนโลกนี้สามารถเทียบกับนางได้อีกแล้ว
เหล่าขุนนางยศสูงทั้งหลายล้วนหันไปมองทางเวทีกันอย่างพร้อมเพียง ฮายอนแหงนหน้าขึ้น ประสานเข้ากับแววตาที่ไม่ปรารถนาดีของคุณชายยองกี ทว่านางกลับยิ้มตอบกลับเขา ในรอยยิ้มนั้นก็แฝงด้วยความไม่ปรารถนาดีเช่นกัน อีกทั้งยังมีความท้าทาย ความหยิ่งทะนง ความมั่นใจ และความเ็าเล็กน้อยอีกด้วย
การบรรเลงพิณนั้น เสมือนว่าจางจองอิมมิได้แตะต้องมันมาเป็เวลานานแล้วก็จริง แต่ว่า ั้แ่เด็กยามที่นางอาศัยอยู่นอกจวนตระกูลจาง สิ่งบันเทิงที่ใช้ฆ่าเวลาเพียงอย่างเดียวของนางกับมารดานั้นก็คือการบรรเลงพิณ อีกทั้งบิดาและมารดายังชื่นชอบมันเป็อย่างมาก
คุณชายยองกีกำมือแน่น ก่อนจะจ้องไปที่ฮายอนที่ยืนอยู่บนเวที เขาเห็นเพียงแค่นางกำลังค่อยๆ เดินไปเบื้องหน้าโต๊ะพิณ ก่อนจะนั่งลงด้วยสีหน้าราบเรียบ และเริ่มดีดนิ้วมือลงบนสายพิณเบาๆ
หลังจากที่นางปรับเสียงพิณแล้ว นิ้วมือเรียวยาวก็ค่อยๆ ลากผ่านหน้าพิณ สำหรับพิณ นางรักใคร่มันอย่างมาก อีกทั้งั้แ่เล็ก นางก็ได้ทุ่มเทฝึกฝนมาอย่างหนัก
เพลงที่นางเล่นในวันนี้เป็เพลงที่เล่าเื่ราวของความรักของชายหนุ่มกับหญิงสาว ชายหนุ่มสูงศักดิ์มีใจรักกับหญิงสาวชาวบ้าน ชายหนุ่มพาคนรักไปดูดอกไม้บนหุบเขาบุปผา ซึ่งมันเป็ความฝันของทั้งสองคนเมื่อนานมาแล้ว ชายหนุ่มจึงออกเดินทางพาหญิงสาวไปที่หุบเขานั้นเอง ระหว่างทางก็เจออุปสรรคมากมายที่ทำให้ทั้งสองท้อใจมากแต่ก็ยังอดทน สุดท้ายทั้งสองก็ผ่านมันมาได้ เมื่อมาถึงหุบเขาหญิงสาวมองดูดอกไม้หลากหลายชนิดที่เบิ่งบานอยู่เต็มหุบเขา นางยิ้มอย่างมีความสุขท่ามกลางมวลดอกไม้มากมาย ชายหนุ่มเห็นหญิงสาวยิ้มอย่างมีความสุขก็ยิ้ม ดีใจเพราะไม่ได้เห็นรอยยิ้มแบบนี้ของนางมานานแล้ว จึงตัดสินใจสร้างกระท่อมไว้ที่นั้น และใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันอย่างมีความสุขตลอดไป
ผู้ชมโดยรอบ ได้ยินเสียงใสกังวานของพิณค่อยๆ ดังขึ้น ไม่นานมันก็เป็เสมือนคลื่นน้ำที่แผ่กระจายไปบริเวณโดยรอบ ทำให้บรรยากาศรอบข้างอัดแน่นไปด้วยเสียงพิณที่บรรเลงขึ้นของนาง
เสียงพิณนั้นให้ความรู้สึกเสมือนมีภูติสีขาวตัวน้อยกำลังร่ายระบำอยู่ ท่วงท่าของมันงดงามมีสง่า แต่ก็เป็เสมือนทุ่งดอกไม้ที่ค่อยๆ ผลิบาน กระจายกลิ่นหอมไปพร้อมกับเสียงเพลงที่ดังขึ้น
ความนุ่มนวลและเชื่องช้าของเสียงพิณ บางช้า บางเร็ว บางเศร้า บางมีความสุข ผสมผสานกับความแข็งแกร่งรวดเร็วของจังหวะพิณที่บรรเลงตามมานั้นเสมือนเสียงหยดน้ำค้างที่ตกกระทบแก้ว ใสบริสุทธิ์แต่ขณะเดียวกันก็ก้องกังวานไปทั่ว...
ทำให้ใจของผู้ฟังนั้นก็เริ่มเต้นรัวไม่เป็จังหวะ อารมณ์ของผู้คนในที่นั้นได้ล่องลอยไปพร้อมกับเสียงพิณของนางแล้ว
องค์ชายสามที่นั่งอยู่ข้างกายคุณหนูยองอึนนั้นก็ขมวดคิ้วเข้าหากันแน่น เดิมเขารู้สึกชื่นชมต่อรูปโฉมที่งดงามไร้ที่ติของฮายอนเป็ทุนเดิมอยู่แล้ว ยิ่งเมื่อได้เห็นฝีมือบรรเลงพิณของนาง ก็ยิ่งทำให้เขาประทับใจเพิ่มขึ้นไปอีกหลายส่วน
แต่ว่าเสียงพิณนี้กลับทำให้เขารู้สึกคุ้นเคยอย่างประหลาด ตอนนี้เขากำลังพยายามคิดอยู่ว่าเขาเคยได้ยินเสียงพิณที่ใสกังวานนี้จากที่ใดมาก่อน...
ในสมองก็มีเงาของคนผู้หนึ่งปรากฏขึ้นมาจางๆ จากนั้นเขาก็รีบส่ายศีรษะของตน บังคับให้ตนไม่ต้องคิดเพ้อเจ้อ คนผู้นั้นได้เสียชีวิตไปนานแล้ว และศพก็ถูกทำพิธีไปแล้ว นางได้ตายไปแล้วอย่างแน่นอน อีกทั้งสตรีที่อยู่บนเวทีในตอนนี้ก็ไม่มีเค้าโครงเหมือนนางแม้แต่น้อย ไม่ว่าจะเป็ท่าทางหรือว่ารูปโฉม
มีเพียงรังสีบางอย่างที่แผ่ออกมานั้นที่ดูละม้ายคล้ายกันอยู่บ้าง แต่ว่าสตรีเบื้องหน้านี้ดูเจิดจรัสมากกว่า ผิดกับอีกผู้หนึ่งที่มีเพียงความสงบนิ่งและเยือกเย็น
องค์ชายสามส่ายศีรษะอีกครั้ง และบอกกับตนเองว่าให้สงบสติอารมณ์ลง
เมื่อเขาแหงนหน้าขึ้นอีกครั้ง ฮายอนก็ได้ค่อยๆ ก้าวเท้าลงจากลานแข่งแล้ว อย่างสงบนิ่งเหมือนตอนที่นางก้าวขึ้นมา เสมือนเซียนหญิงที่มีเสน่ห์สะกดสายตาผู้คน
เสียงปรบมือที่ดังสนั่นราวกับกลองศึกถูกส่งออกมาอย่างต่อเนื่องไม่หยุด ทุกคนล้วนจมเข้าไปอยู่ในเสียงพิณโดยไม่รู้ตัว ไม่มีใครซุบซิบนินทาเื่ที่คุณหนูเล็กแห่งตระกูลซอเป็สตรีสติฟั่นเฟื่อนอีก เสมือนว่าพวกเขาได้ลืมไปแล้วว่าสตรีที่กำลังเดินลงบันไดมานั้นเคยมีสติฟั่นเฟื่อนจริงๆ
สตรีที่ขึ้นมาแสดงบนเวทีภายหลังล้วนถูกจับมาเปรียบเทียบกับความสามารถของฮายอนด้วยกันทั้งนั้น สิ่งที่พวกนางได้รับนอกจากการวิจารณ์ข้อบกพร่องแล้วก็ไม่มีสิ่งใดอีก แม้กระทั่งเสียงตบมือ
การแข่งบรรเลงพิณดำเนินไปถึงหนึ่งวันหนึ่งคืน แต่ทุกคนก็ยังดูครึกครื้นสนุกสนานกันมิเปลี่ยน แต่ตลอดทั้งงานกลับไม่มีเสียงปรบมือและเสียงพิณที่ดึงดูดและเร้าอารมณ์ของผู้ชมโดยรอบได้แบบฮายอนแม้สักคนเดียว ยกเว้นก็แต่การบรรเลงพิณของคุณหนูยองอึนเท่านั้น ที่พอจะให้ความรู้สึกและอารมณ์สูสีกับการบรรเลงพิณของฮายอน แต่ก็ยังมิอาจเทียบกันได้ ทำให้ผู้ชนะการแข่งบรรเลงพิณในวันนี้ตกเป็ของคุณหนูเล็กแห่งตระกูลซอ... ซอฮายอนนั่นเอง
“อยากให้ถึงวันพรุ่งนี้โดยเร็วเสียจริง” ฮูหยินใหญ่ตระกูลซอหัวเราะออกมา นางเองแม้ไม่ชอบใจที่ฮายอนได้รับความสนใจจากทุกคนมากขนาดนี้ แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าการที่ฮายอนชนะการแข่งนั้น ย่อมทำให้นางและตระกูลซอได้หน้าไปด้วย ผู้ใดที่เคยดูถูก หยามเกียรติตระกูลของนางไว้จะได้รับรู้เสียที นางคาดหวังในตัวฮายอนเช่นกัน ท่าทางสง่างามเช่นนั้น แค่เพียงปรากฏตัวก็สร้างความดึงดูดให้กับผู้คนโดยรอบแล้ว ต่อให้นางยังมิได้ทำอะไรก็ตาม ก็ยังคงเป็ที่จับตามองของผู้คนทั้งหมด
ฮูหยินรองตระกูลซอมิได้เอ่ยอะไรออกมาสมทบ นางรู้สึกว่าการแสดงออกในวันนี้ของฮายอนถือเป็การตบหน้าคุณชายยองกีและเมืองแพ็กเจแรงๆ ครั้งหนึ่ง ซึ่งสร้างความสะใจขึ้นมาไม่น้อยเช่นกัน นางมองไปที่ฮายอนที่กลับไปนั่งที่เดิมของตนอย่างพึงพอใจ บนใบหน้าปรากฏรอยยิ้มที่พึงพอใจออกมาอย่างปิดไม่มิด