บทที่ 25 จิตใจที่คิดเพ้อเจ้อ
เ้าก้อนแป้งพบว่าเซียวหย่งเหวินซ่อนตัวแอบฟังอยู่หลังกำแพง นางเลยสั่งให้หมาป่าขาวจับเขา
ร่างั์ของหมาป่าขาวะโลงมาโดยไม่ส่งเสียงใด ๆ และะโไปตรงหน้าเซียวหย่งเหวิน ทำให้เขาตื่นตระหนกและหวาดกลัว
เซียวหย่งฝูขมวดคิ้ว เสียงนี้คุ้นมากเกินไป เขาเปิดประตูออกไป และเห็นหมาป่าขาวตะปบเซียวหย่งเหวินที่ตัวสั่นอยู่ข้างกำแพง จนมุมปากกระตุกอย่างอดไม่ได้
ทำไมหมาป่าตัวนี้ถึงได้ฉลาดนักนะ?
“พอดีเลย ประคองแม่เ้ากลับไปด้วย อย่าปล่อยมาสร้างปัญหาที่บ้านข้าอีก” เซียวหย่งฝูพูดด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง
ั้แ่แยกบ้านชีวิตของเซียวหย่งเหวินก็ไม่ค่อยราบรื่นนัก เขาไปลงชื่อเรียนเร็วกว่าเซียวหยวนหลางสองสามวัน
แต่พอเ้าหน้าที่ของสำนักศึกษาดูหนังสือที่ตนเขียนส่งไป ก็ปฏิเสธทันที
เขาสอบได้ซิ่วไฉ แล้วจะด้อยกว่าเซียวหยวนหลางที่ไม่ได้สอบด้วยซ้ำได้อย่างไร?
แม่เฒ่าเหยาสร้างปัญหาให้เสี่ยวเหยาทุกวัน ในบ้านเต็มไปด้วยความวุ่นวาย ทำให้เขาไม่สามารถร่ำเรียนเงียบ ๆ ได้เลย คงเป็เพราะเหตุนี้เขาจึงถูกปฏิเสธกระมัง?
สิ่งที่ไม่เข้าใจมากที่สุดก็คือบ้านก็อยู่ในสภาพดี แต่เหตุใดกระเื้ัคาถึงหล่นใส่แม่เฒ่าเหยาได้ทุกวัน
เขากลัวว่าวันหนึ่งแม่เฒ่าเหยาจะทนไม่ไหวและทุบบ้านทิ้ง
ตอนนี้เสี่ยวเหยาซื่อเหมือนสาวชาวนาเข้าไปทุกวัน มีใบหน้าซีดมือหยาบกร้าน
เมื่อก่อนผิวพรรณแดงเปล่งปลั่ง ตอนนี้ผิวไหม้แดดไปทั้งตัว
ทว่าหลินซื่อที่ทำแบบเดียวกันมานานหลายปี กลับยังคงมีผิวนุ่มเนียนละเอียด
ตอนนี้เมื่อเห็นเสี่ยวเหยาซื่อ เขามีความรู้สึกเดียวเท่านั้น นั่นคือนางไม่คู่ควรอีกต่อไป
ทั้งหมดนี้เป็เพราะการแยกบ้าน!
บ้านหลังใหม่นี้ควรจะเป็ของซิ่วไฉเช่นตน และปลาตัวใหญ่ก็ควรเป็เขาที่ได้กินเช่นกัน
ดังนั้นเมื่อเซียวหย่งเหวินได้ยินว่าขอให้พาแม่เฒ่าเหยากลับไป เขาก็ปฏิเสธทันที
เขาสะบัดแขนเสื้อ เหมือนพยายามสั่งสอนเซียวหย่งฝูด้วยความเมตตาชอบธรรมจอมปลอม “พี่ใหญ่ ท่านสร้างปัญหามากพอแล้ว!”
“ทั้งที่ข้ากับท่านแม่ทำดีและยอมอดทนกับท่าน”
“ไม่ว่าครอบครัวจะดีแค่ไหน แต่เืย่อมข้นกว่าน้ำ ท่านคิดว่าแค่พูดว่าแยกบ้านจะแยกได้อย่างนั้นหรือ?”
“ตัวท่านยังมีเืของท่านแม่ไหลเวียนอยู่! เหตุใดถึงถูกคนนอกชักจูงให้ละทิ้งผู้ให้กำเนิดเสียล่ะ?”
หลินซื่ออยากจะหัวเราะให้ฟันร่วง “เ้าอย่ามาวิพากษ์วิจารณ์คนอื่นที่นี่เลย เ้ารู้อยู่แก่ใจว่าคนนอกตอนนี้ก็คือพวกเ้านั่นแหละ!”
แม่เฒ่าเหยาถึงกับกระเด้งตัวขึ้นจากพื้น ชี้ไปยังหลินซื่อแล้วสาปแช่ง “เ้ามีสิทธิ์อะไรมาพูด ข้าจะให้ลูกชายข้าหย่ากับเ้า!”
เซียวหย่งฝูมองแม่เฒ่าเหยาเขม็ง “ถ้าท่านกล้าว่าภรรยาข้าอีกคำเดียว ข้าจะโยนท่านออกไป”
“เซียวหย่งเหวิน เ้าอาจคิดว่าข้า เซียวหย่งฝูไม่รู้หนังสือ ดังนั้นก็ควรทอดทิ้งภรรยาและลูก ๆ เพื่ออุทิศทุกสิ่งทุกอย่างที่มีให้กับเ้าหรือ?”
“ตอนเด็ก ๆ ข้าเคยทำอะไรให้เ้า? ของดี ๆ ข้าก็ให้เ้า”
“ลูกชายข้ายังไม่ได้เข้าเรียน ครอบครัวของข้าจึงต้องประหยัดเพื่อให้เ้าได้เล่าเรียน”
“แต่เ้ายังพูดถึงลูกชายข้าเสีย ๆ หาย ๆ และยังบอกให้ข้าหย่าภรรยาอีก”
เซียวหย่งเหวินไม่เพียงไม่แยแสต่อคำพูดเหล่านี้เท่านั้น แต่ยังถามสมทบอีกคำ “นี่คือสิ่งที่ถูกต้องหรือ?”
“หลินซื่อเป็คนอ่อนโยนและทำงานบ้านเก่ง แต่นางก็มีความคิดอ่านของตัวเอง พี่ควรฟังคำพูดของแม่ แบบนี้ถึงจะดีกับตัวของพี่เอง”
“ลูกชายของพี่มีพร์แบบไหนกัน ทำไมถึงบอกว่าเขาได้รับเลือกให้เป็ศิษย์สายตรงของอาจารย์ใหญ่ล่ะ พี่คิดจะโกหกคนไปถึงเมื่อไหร่”
เซียวหย่งฝูรู้ดีแก่ใจว่าคนตรงหน้าเป็เพียงคนไร้ค่า ในอดีตเขาทำได้เพียงถูกจูงจมูกให้เดินตาม
หลังจากแยกบ้าน แน่นอนว่าเขายังมีความอาลัยอาวรณ์ แต่คำพูดที่ได้ยินในวันนี้ก็ทำให้เขาปล่อยวางความเมตตาเสี้ยวสุดท้ายในใจลงได้
ผู้เฒ่าเซียวโกรธเป็ฟืนเป็ไฟเมื่อได้ยินคำพูดเหล่านี้ แต่สุดท้ายชายชราก็เพียงก้มไปคุยกับเ้าก้อนแป้งในอ้อมแขน
“หน่วนเป่า พ่อของเ้าเป็คนโง่จริง ๆ”
เ้าก้อนแป้งปัดป่ายมือไปมา ถึงท่านพ่อจะดูโง่เง่า แต่นั่นก็เป็ลูกของท่านไม่ใช่หรือ?
“หลังจากผ่านวันดี ๆ มากมาย ข้าไม่คิดว่าข้าจะอยากกลับไปใช้ชีวิตเช่นนั้นอีก”
เ้าก้อนแป้งพ่นฟองก้อนใหญ่ ถ้าเขาอยากไป ข้าจะทำให้ถนนไปบ้านหลังเก่าหายไปให้หมดเลย!
“แม่ของเ้าเป็คนดี ถ้าเขากล้าคิดจะหย่ากับภรรยา ข้าสาบานเลยว่าจะทุบตีเ้าลูกโง่จนตาย!”
แล้วข้าก็จะเปลี่ยนไม้ค้ำยันที่แข็งที่สุดแก่เ้าเอง
ดวงตาที่เป็ประกายของเ้าก้อนแป้งเต็มไปด้วยรอยยิ้ม อย่างกับผู้เฒ่าเซียวมีสัญชาตญาณรับรู้สิ่งที่หน่วนเป่า้าจะสื่อ
เขาลองพูด “หน่วนเป่า เ้าคิดว่าพวกเราจะขับไล่คนชั่วเ่าั้ออกไปได้อย่างไร”
เ้าก้อนแป้งกำหมัดอ้วน ๆ ของตัวเองแล้วพ่นฟองงึมงำ อันนี้ทำได้อยู่แล้ว ปล่อยให้เป็หน้าที่ข้าเอง!
ทันใดนั้นก็มีเสียงฟ้าร้องดังสนั่นบนท้องฟ้า
ภาพจำยามถูกฟ้าผ่าครั้งที่แล้วยังคงติดตรึงอยู่ในใจ ทันทีที่ฟ้าร้องดังขึ้น แม่เฒ่าเหยาก็กำไม้ค้ำยันและะโไปหลบใต้ชายคา
“บา ๆ ๆ อา ๆ ๆ!”
เ้าก้อนแป้งบ่นอยู่พักหนึ่ง และทันใดนั้นก็มีเสียงหมาป่าหอนอยู่ข้างนอก
“บรู๊ววว”
หลังจากได้รับคำสั่งจากเทพัน้อยแล้ว หมาป่าขาวหยุดกินแตงแล้วะโลงจากกำแพง พลางแยกเขี้ยวใส่เซียวหย่งเหวินกับแม่เฒ่าเหยาแล้วส่งเสียงขู่อย่างดุร้าย
“แม่เ้า! หมาป่า!” แม่เฒ่าเหยาเกือบล้มลงไปถ้าไม่ได้ใช้ไม้เท้ายัน
“เ้าใหญ่ ข้าเป็แม่เ้านะ เ้าไม่สนใจข้าและน้องชายของเ้า ข้าจะไปหาหลี่เจิ้ง ไปที่ว่าการอำเภอร้องเรียนเ้า”
“เว้นแต่ว่าเ้าจะคืนที่ดินสองผืนนั้นกลับมาให้ข้า! อ๊ะ”
เซียวหย่งเหวินถอยไปสามก้าวแล้วค่อย ๆ ก้าวออกไปนอกประตู
หมาป่าขาวตั้งท่าเตรียมโจมตี แม่เฒ่าเหยาหวาดกลัวจนแทบจะโยนไม้ค้ำยันทิ้งและหันหลังวิ่งหนีไป
ทันทีที่นางออกไป ประตูก็ปิดเสียงดังปัง
เซียวหย่งฝูมองหมาป่าขาวและปิดประตูด้วยขาหลังทำให้เขาอดชื่นชมไม่ได้ “ทำได้ดีมาก!”
หมาป่าขาวเงยหน้าอย่างภาคภูมิ ฮึ!
หลินซื่อปิดปากแล้วหัวเราะคิกคัก หมาป่าขาวสูงส่งมากจนใครก็ไม่สามารถชมหรือแตะต้องมันได้
ยกเว้นหน่วนเป่าของพวกเขาที่จะทำอะไรก็ได้ จะตี จะเตะหรือนอนบนท้องของหมาป่าก็ได้
สิ่งที่ต้องรู้คือท้องของหมาป่าเป็ส่วนที่เปราะบางที่สุดในร่างกายของมัน
“แอ๊ะ ๆ!”
ผู้เฒ่าเซียวหอมแก้มเ้าเนื้อนุ่มฟอดใหญ่
ผู้เฒ่าเซียวไม่แน่ใจว่าสิ่งที่เกิดขึ้นตอนนี้เกี่ยวข้องกับหน่วนเป่าหรือไม่ ดังนั้นเขาจึงแสร้งทำเป็ไม่รู้อะไรเลย
เซียวหย่งฝูเหนื่อยล้าตลอด่เช้าและต้องกลับมาทะเลาะกับที่บ้านอีก ตอนนี้เขาเหนื่อยทั้งกายเหนื่อยทั้งใจ
“เสียเวลาจริง ๆ!” เซียวหย่งฝูดื่มน้ำไปสองชามใหญ่ จากนั้นจึงไปที่สวนหลังบ้านและย้ายไหทั้งหมดออกจากรถม้า
หลินซื่อล้างผักทั้งหมดั้แ่สามีออกไปข้างนอกแล้ว จนตอนนี้ผักแห้งและน้ำต้มเดือดก็เย็นลงพอดี
ตอนนี้เหลือเพียงแค่ต้องล้างไหเท่านั้น
“ลำบากเ้าแล้ว” เซียวหย่งฝูพูดขึ้นมาระหว่างกำลังเตรียมทำผักดอง
หลินซื่อตกตะลึงและน้ำตาคลอเบ้า นางใช้แขนเสื้อเช็ดหน้า ปิดปากแล้วพูดด้วยรอยยิ้ม “ข้าทำไปก็เพื่อป้องกันไม่ให้ท่านมีปัญหา เพื่อลูก ๆ จะได้ไม่ต้องไปรองรับอารมณ์คนพวกนั้นด้วย แต่สุดท้ายก็ไม่มีอะไรแลกเปลี่ยนโชคชะตาของพวกเขาได้”
“ตอนนี้ดีมากแล้ว ไม่ต้องทนทุกข์อีก สามารถทำทุกอย่างได้ตามที่ใจ้า”
“ท่านพี่ ข้าแค่้าชีวิตของตัวเองและใช้ชีวิตอย่างมีความสุข” ขณะที่พูดก็เหมือนจะนึกอะไรขึ้นมาได้ จู่ ๆ หน้าก็เริ่มแดงอย่างเขินอาย “ท่านคงไม่ได้คิดว่าข้าโหดร้ายใช่หรือไม่”
เซียวหย่งฝูหัวเราะ เห็นได้อย่างชัดเจนว่านางยังคงเป็เด็กสาวตัวน้อยเหมือนในวันวาน ไม่เหมือนแม่ลูกหกเลยสักนิด