ตอนที่ 4
สถานที่ที่เอมิลี่ถูกส่งมาคือถ้ำแห่งหนึ่งซึ่งเต็มไปด้วยเครื่องเรือนแสนคุ้นตาและหญิงสาวร่างเล็กที่กำลังนอนหลับอยู่บนโซฟาไทม์นั่นเอง
"ยินดีต้อนรับครับท่านเอมิลี่"
ชายหนุ่มในชุดพ่อบ้านกล่าวต้อนรับเธอพร้อมก้มหัวแสดงความเคารพก่อนจะนำเอมิลี่ไปนั่งบนเก้าอี้ใกล้ๆโซฟาที่ไทม์นอนอยู่และรินชาให้
"กระผมชื่อสการี่ ครับ เป็หนึ่งใน โซดิแอ็ค ไทม์ บีสต์ ตนใหม่ของท่านไทม์ครับ"
สการี่แนะนำตัวอย่างง่ายๆก่อนที่จะเดินหายลับไป
"ในที่สุดก็ได้<งูใหญ่>มาแล้วสินะไทม์"
เอมิลี่กล่าวขึ้นอย่างลอยๆพลางจิบชาในมือ
บรรยากาศกลับสู่ความเงียบอีกครั้งหนึ่ง
"นี่...เธอคิดจะหลอกเขาไปถึงเมื่อไหร่"
ไม่มีคำตอบไทม์ยังคงนอนต่อไป
"ของที่จำเป็ต้องใช้ในการโค่นพารักซ์ครบแล้วหลังจากจัดการมัน คิดจะทำอะไรต่อล่ะ? "
"..."
"จะหยุดแค่นี้หรือจะเสียสละตัวเองอีกครั้งล่ะ?"
"....แค่นี้มันยังไม่พอหรอกค่ะ"
เสียงที่ตอบกลับมานั้นหนักแน่นต่างจากท่าทีตามปกติ
ร่างที่ไม่ไหวติงของไทม์ค่อยๆลุกขึ้นอย่างช้าๆ
ผมและดวงตาสีรุ้งของไทม์ค่อยๆเปลี่ยนกลับเป็สีดำอย่างช้าๆดวงตาที่กลมโตเรียวแหลมขึ้นเล็กน้อย ร่างกายสูงขึ้นราวๆสิบเิเ
เอมิลี่ยื่นแก้วให้สการี่เติมชาก่อนจะหันมามองไทม์
" ทั้งๆที่ฉันคิดว่าความสามารถในการปกปิดน่าจะสูงพอแล้วแท้ๆนะคะ ว่าแต่ รู้ตัวั้แ่เมื่อไหร่เหรอคะพี่เอมิลี่ "
เมย์ร้องถามพลางรับชานมจากสการี่มาจิบ
ตามความทรงจำของเอมิลี่ตัวตนของเรนนั้นเป็ที่หวาดกลัวของชาวบ้าน
ไม่ใช่ว่าเขาทำอะไรไม่ดีแต่การมีตัวตนของเขาต่างหากที่เป็ปัญหา
เรนนั้นมีพฤติกรรมแปลกๆที่ชอบเข้าไปพูดคุยกับคนที่กำลังจะมีอันเป็ไป
หากเรนเข้าไปคุยกับใครด้วยท่าทีแปลกๆเมื่อไหร่ล่ะก็คนๆนั้นจะตายในอีกสามวันหลังจากนั้น
เพราะแบบนั้นเรนจึงถูกตีตราเป็ตัวกาลกินีผู้ใหญ่ไม่กล้ายุ่งเกี่ยว ส่วนเด็กนั้นคอยแต่จะรังแก
เอมิลี่นั้นก็ไม่ได้ต่างจากคนอื่นเท่าไรเพราะความสามารถของเธอทำให้เธอรู้ว่าเรนมีสายเืของ'ยมทูต'อยู่ในตัว
พฤติกรรมแปลกๆของเรนน่าจะมีที่มาจากสิ่งนั้น
แต่นั่นไม่ได้เปลี่ยนแปลงความจริงที่เรนเป็ตัวกาลกินีในสายตาคนอื่นแม้แต่น้อย
ดังนั้นแม้จะไม่ได้รังแก แต่เธอก็ไม่ได้ยุ่งเกี่ยว แม้จะรู้ถึงตัวตนที่แท้จริงของเรนแต่ก็ไม่อยากทำให้ตัวเองเดือดร้อน ไม่อยากถูกรังเกียจ ไม่อยากถูกรังแก
นั่นคือความคิดของเธอในตอนนั้น
จุดเปลี่ยนของตอนนั้นคือเธอถูกเรนช่วยไว้ตอนเข้าไปในป่า
ั้แ่นั้นเธอก็เริ่มสนใจในตัวเรน
อาจเป็ผลของปรากฏการณ์สะพานแขวนก็เป็ได้ทำให้เธอเริ่มเข้าไปพูดคุยกับเรนเวลาที่คนอื่นไม่เห็น พัฒนาไปถึงการเล่นด้วยกันตามลำพังในป่าจนสุดท้ายมันก็พัฒนาเป็ความรัก
ชีวิตประจำวันดำเนินไปอย่างสงบสุขจนกระทั่งเรนชวนเอมิลี่ไปเล่นที่บ้าน
บ้านที่เธอไม่เคยเห็นหรือพบเจอในเมืองเพราะมันตั้งอยู่ลึกเข้าไปในป่า
และเธอได้พบกับความจริงที่นั่น
พ่อแม่ของเรนที่เขาพูดถึงด้วยความรักและนับถืออยู่ทุกวันนั้นเป็เพียงภาพลวงตาที่น้องสาวของเขาสร้างขึ้นประกอบกับในตอนนั้นความสามารถของเธอก็พัฒนาขึ้นทำให้เธอรับรู้ถึงความจริงที่ว่าเรนเป็ผู้มีสิทธิ์สืบทอดบัลลังก์ของาายมทูต
และยังรู้อีกว่าเมย์นั้นใช้ประโยชน์จากการปรากฏตัวของพารักซ์สร้างเป้าหมายในการพัฒนาตนเองให้กับเรน...หากถามว่ารู้ั้แ่เมื่อไหร่ล่ะก็เอมิลี่คงต้องตอบว่ารู้ั้แ่ต้น
"ก็...เื่ที่จริงๆแล้วเรนมีแค่เธอเป็ครอบครัวเพียงคนเดียวแล้วก็เื่ที่ใช้ประโยชน์จากพารักซ์ล่ะมั้ง?"
เอมิลี่ใช้นิ้วแตะปากเบาๆและตอบเช่นนั้น
"พี่สาวนั้นมันั้แ่แรกเลยนี่คะ..."
"จ๊ะ"
"...."
เมย์หรี่ตาลงเล็กน้อย
"พี่สาวทั้งๆที่น่าจะเป็ตัวละครที่ไม่รู้เื่อะไรแท้ๆแต่กลับเป็คนที่รู้เื่ทั้งหมดเหรอคะ?"
"?"
เอมิลี่ทำหน้างุนงงไม่เข้าใจ
"ช่างเถอะค่ะแต่พี่สาวก็ห้าม-" "เื่นั้นพี่รู้อยู่แล้วล่ะ ห้ามบอกเื่ของเธอตอนนี้สินะนั่นน่ะรู้อยู่แล้ว แต่หลังจากนี้ล่ะ"
"หลังจากนี้?"
"ใช่เมื่อถึงเวลาที่เรนต้องรู้ความจริง...เธอจะทำอย่างไร?"
เอมิลี่มองเข้าไปในดวงตาของเมย์
"เรนเสียใจกับการตายของครอบครัวมาตลอดการล้างแค้นคือสิ่งที่ผลักดันเขามาจนถึงทุกวันนี้แต่ว่าในตอนนี้เงื่อนไขในการโค่นพารักซ์ก็ครบถ้วนแล้วการล้างแค้นของเรนกำลังจะจบลงเป้าหมายในการพัฒนาตนเองของเขาจะหายไป...แต่ความแข็งแกร่งของเขาในตอนนี้ยังไม่เพียงพอที่จะรอดจากการคัดเลือกผู้สืบทอดตำแหน่งาายมทูตเธอจะทำอย่างไรล่ะ เมย์"
"นั่น..."
"เธอจะเอาอะไรเป็แรงผลักดันในการพัฒนาตัวเองของเรนจะเสียสละตัวเธออีกครั้ง? จะ..."
น้ำตาเริ่มไหลออกมา
"จะหลอกเรนและทำให้เขารู้สึกเ็ปไปถึงเมื่อไหร่กัน ฉันรู้ เวลาเหลืออีกไม่มากแล้วฉันเข้าใจหากมีเป้าหมายที่ต่อให้ตายก็ต้องทำให้สำเร็จอยู่ละก็คนเราจะพยายามอย่างหนักดังนั้นเธอจึงเลือกวิธีนี้ เธอไม่อยากให้เรนตาย เื่นั้นฉันก็รู้ แต่ว่าแต่..."
"คิดว่าฉันอยากทำให้พี่ชายต้องเ็ปงั้นเหรอคะ!"
น้ำตาเริ่มไหลริน
"ฉันไม่อยากให้พี่ชายตายค่ะ!ฉันรู้วิธีนี้ทำให้พี่ชายต้องเ็ป แต่จะให้ฉันทำอย่างไรล่ะ จะให้บอกพี่ชายว่า 'พี่เป็ผู้มีสิทธิ์สืบทอดตำแหน่งาายมทูตและจะถูกบังคับให้เข้าร่วมการประลองคัดเลือกในอีกยี่สิบปีข้างหน้า ฉะนั้นพี่ชายต้องฝึกฝนการต่อสู้นะคะ' จะให้บอกพี่ชาย...จะให้บอกพี่ชายที่ตอนนั้นอายุแค่สามขวบเหรอคะ!"
เมย์ะโออกมาสุดเสียง
"ความสามารถของฉันตื่นขึ้นมาตอนอายุหนึ่งปี...ไม่สิถูกบังคับให้ตื่นขึ้นมา เพราะความปรารถนาของตัวฉันในอนาคตที่พี่ชายตายไปแถมยังเป็่ที่เลวร้ายที่สุด ่เวลาที่พวกเราถูกลอบฆ่า่เวลาที่ฉันกับพี่ชายถูกพ่อแม่ใช้เวทย์เคลื่อนย้ายส่งไปหน้าโบสถ์ที่ห่างไกลก่อนที่จะตายไป...โบสถ์ของเพื่อนที่พวกท่านไว้ใจแต่ความไว้ใจที่ให้ไปเป็เพียงแผนการที่วางเอาไว้เพราะรู้ว่าพวกท่านต้องส่งฉันกับพี่ชายออกมาก่อนที่จะตายได้อย่างแน่นอน...ที่พึ่งสุดท้ายกลายเป็ความสิ้นหวังแต่เพราะตอนนั้นตัวฉันในอนาคตได้โอนถ่ายพลังเวทย์ของตัวเองทั้งหมดมาให้ฉันก่อนที่จะตายเลยรอดสถานการณ์ในตอนนั้นมาได้อย่างหวุดหวิด"
ร่างของเมย์ทรุดลงไป
"ฉันสับสนมากเลยค่ะไม่รู้ว่าจะทำอย่างไร ความทรงจำที่ถูกยัดเยียดเข้ามาแทบจะเป็บ้าสุดท้ายฉันก็ตัดสินใจที่จะหลอกพี่ชายโดยการสร้างพ่อแม่ตัวปลอมขึ้นมาด้วยเวทย์มนตร์พยายามฝึกฝนพี่ชายั้แ่เขาเริ่มจำความได้ แต่มันก็ไปไม่ถึงไหน แล้วจะให้ฉันจะให้ฉันทำอย่างไรล่ะคะ พี่เอมิลี่"
เมย์มองตาเอมิลี่ด้วยแววตาเ็ปเมย์ทุกข์ทรมานที่ต้องหลอกพี่ชายของตัวเองมาตลอด แม้จะเ็ปแต่ก็ต้องทำเพื่อให้ครอบครัวคนสุดท้ายของตัวเองไม่ตาย เพื่อให้เขาที่เธอรักมีชีวิตอยู่
เมย์ถูกโอบกอด
เอมิลี่โอบกอดร่างเล็กๆของเมย์อย่างแ่เบาราวกับจะปลอบประโลมจิตใจที่ใกล้แตกสลายของเด็กสาว
"ไม่เป็ไรไม่เป็ไร”
เอมิลี่ลูบหัวของเมย์ช้าๆ
“ไม่เป็ไรไม่เป็ไรแล้วนะ”
น้ำตาของเมย์ไหลออกมาช้าๆ
“ตอนนี้เธอไม่ได้อยู่คนเดียวแล้วนะถึงจะไม่อาจเทียบกับสิ่งที่เธอทำมา แต่ว่า ต่อจากนี้พี่สาวคนนี้จะคอยช่วยเองนะ”
"ฮฮึก พี่สาว แงงงงงงงงงงง!"
การร้องไห้ของทั้งสองยาวนานถึงสามชั่วโมงก่อนจะหยุดลงและตอนนี้เอมิลี่ก็กำลังลูบหัวของเมย์ที่กำลังนอนบนตักของเธอด้วยความเอ็นดู
"พี่เอมิลี่คะหนูควรจะทำอย่างไรดีคะ หนูหลอกพี่ ทำให้พี่ต้องเ็ป แต่ถ้าหนูไม่ทำพี่ก็ต้อง... หนูควรจะทำอย่างไรดี"
เอมิลี่มองแววตาอันเศร้าสร้อยของเด็กสาวและน้ำตาที่กำลังจะเอ่อล้นออกมาอีกครั้ง
"ก่อนอื่นก็ต้องบอกความจริงกับเรนก่อนล่ะนะ-"
เมื่อเอมิลี่กล่าวแบบนั้นร่างของเมย์ก็สั่นเทา
"ไม่ค่ะไม่บอกได้ไหมคะ พี่เอมิลี่ หนูกลัว...หนูกลัวพี่ชายจะเกลียดหนู กลัวกลัวจะเสียครอบครัวของหนูไป"
มือของเอมิลี่จับเสื้อของเอมิลี่แน่นราวกับไม่อยากให้มันหลุดมือไป
เอมิลี่ยิ้มบางๆก่อนจะใช้สองมือจับแก้มของเมย์ให้พวกเธอสบตากัน
"ยังไงก็ต้องบอกจ๊ะเื่นี้เป็เื่ที่เกี่ยวพันถึงชีวิตของเขา เรนต้องรับรู้"
"ตแต่ว่า..."
“ไม่มีแต่จ๊ะเรนรักเมย์มากเลยนะ ถึงเมย์จะทำให้ต้องเ็ป แต่นั่นก็เพื่อตัวเขาเองใช่ไหมล่ะ? พี่เชื่อว่าเรนไม่ใช่ผู้ชายที่จะเกลียดน้องสาวที่ทำเพื่อตัวเองขนาดนี้แน่ถ้าเกลียดขึ้นมาจริงๆล่ะก็พี่จะเป็คนจัดการอบรมสั่งสอนเขาเอง เพราะฉะนั้นเลิกร้องไห้ได้แล้ว"
เอมิลี่ดึงแก้มทั้งสองข้างของเรนจนยืดออกเหมือนโมจิ
"แต่..."
"ไม่ก็คือไม่จ๊ะถ้าเมย์รู้สึกผิดจริงๆล่ะก็ เอาแบบนี้เป็ไง ไปขอโทษเรนแล้วต่อจากนี้ก็ห้ามมีความลับกับเรนอีก แต่ถ้าคิดว่าแค่นั้นมันยังไม่พอล่ะก็ทำให้เรนมีความสุขซะสิ"
"ทำให้พี่ชายมีความสุข?"
"ใช่ทำให้เรนมีความสุขมากๆ มากพอที่จะทำให้ความทุกข์ในอดีตกลายเป็เื่เล็กน้อยไปเลยคิดซะว่าเป็การทำโทษตัวเอง เพราะถึงแม้มันจะลบล้างความผิดที่ทำไว้ไม่ได้แม้จะไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงแต่มันต้องช่วยบรรเทาความทุกข์ของทั้งสองคนได้แน่นอน..."
"ค่ะ!"
¤
ฟิไนต์คิดเช่นนั้นพลางเหม่อมองขึ้นไปบนท้องฟ้าพลางคิดถึงเื่ที่เกิดขึ้นเมื่อคืนคิดถึงแววตาที่ไม่ยอมแพ้ของหญิงสาว
[เหอะ แข็งแกร่งพอตัวเลยนี่ เ้ามนุษย์จะพักสักหน่อยไหมล่ะ?]
เสียงของัเขียวเข้ามาในโสตประสาทเรียกสติของฟิไนต์กลับมา
"ไม่ล่ะครับ"
จำนวนของัที่เขาสยบไปตอนนี้คือ17 ตัว จาก 128 ตัว
เป้าหมายของเขาคือจัดการให้ได้78 ตัวในวันนี้
เวลาตอนนี้คือ13.00 น. เวลาทานอาหารของั คือ 18.00 น. เขาเหลือเวลาอีก 5 ชั่วโมง กับั61 ตัว
...ต้องเร่งมือซะแล้วฟิไนต์คิด
ัตัวต่อไปเข้ามาประจันหน้ากับฟิไนต์
หางขนาดใหญ่ตวัดเข้าใส่ทว่ากลับกลับเป็การโจมตีใส่ความว่างเปล่าเท่านั้นในพริบตานั้นเองที่มันถูกกระแทกจนลงไปนอนหมดสติ
ฟิไนต์ะโลงมาจากศีรษะของัตัวนั้นพร้อมกับดาบสีดำความยาว0.75 เมตร
ัตัวต่อไปทะยานเข้าหาฟิไนต์พร้อมกับพ่นเปลวเพลิงสีทองใส่
ครืนนนน-อั๊ก!
ัตัวนี้เองก็พ่ายแพ้ในสภาพที่ไม่แตกต่างจากตัวก่อนหน้านี้มากนักเพราะทันทีที่มันเริ่มพ่นไฟกรามล่างของมันถูกฟาดจนปากที่กำลังพ่นไฟปิดก่อนจะโดนฟาดลงมากระแทกพื้นจนหมดสติไปอีกรายการต่อสู้ดำเนินไปเรื่อยๆและจบลงอย่างรวดเร็วทุกครั้ง
[วันนี้พอเท่านี้]
"ขอบคุณมากครับ"
ฟิไนต์ก้มหัวก่อนจะเดินถอยห่างออกมาเข้าไปในป่าและเรียกเต็นท์สีเขียวตัวเดิมออกมาก่อนจะเริ่มเตรียมอาหารอย่างช้าๆ
เนื้อมากมายที่ได้จากการล่าสัตว์ระหว่างทางถูกนำออกมาเรียงรายและถูกตัดแบ่งออกมาอย่างละนิดก่อนจะถูกนำไปย่างบนเตาถ่าน
ขมหวาน เปรี้ยว ฉ่ำ เหนียว นุ่ม แข็งรสััของเนื้อชนิดต่างๆทำให้รู้สึกเพลิดเพลินไปกับการชิม
หลังจากชิมไปสักพักฟิไนต์จึงตัดสินใจเลือกหนึ่งชนิดออกมาย่างเป็อาหารเย็นสำหรับสองคนซอสถูกทาลงไปเป็ชั้นบางๆบนเนื้อตามด้วยเครื่องปรุงชนิดต่างๆ
ความรู้สึกของฟิไนต์ตอนนี้ราวกับเขาเป็พ่อครัวที่กำลังสรรค์สร้างอาหารจานใหม่...
"คูวววว~"
เสียงคำรามน่ารักดังขึ้น
ในที่สุดแขกตัวน้อยก็ยอมเผยตัวออกมา
เขาคือัขาวตาฟ้าตัวน้อยขนปุกปุยขนาดตัวน่ารักน่ากอดบินเข้ามาด้อมๆมองๆเนื้อที่เขาย่างอยู่อย่างสนใจ
[หอมกิน]
"ครับๆ"
เนื้อย่างถูกหั่นเป็ชิ้นเล็กๆวางตรงหน้าัน้อยขนปุย
มันจ้องมองเนื้ออยู่ครู่หนึ่งก่อนจะใช้พลังควบคุมชิ้นเนื้อลอยเข้าปากไป
"คิ้ววว~"
ัน้อยหยีตาและกระพือปีกอย่างมาความสุขแล้วค่อยๆกินต่อเรื่อยๆ
เมื่อเห็นดังนั้นแล้วฟิไนต์จึงกินส่วนของตนเองบ้าง
รสชาติใช้ได้เอาไว้กินเพลินๆได้อยู่ นั่นคือความเห็นของฟิไนต์
"คุว~"
เ้าัน้อยบินขึ้นมาเกาะหัวของฟิไนต์พลางส่งเสียงพึงพอใจออกมาทำเอาอยากจะจับลงมากอดแต่ก็ต้องอดใจเอาไว้
ัส่วนมากเป็สิ่งมีชีวิตที่หยิ่งในศักดิ์ศรีดังนั้นแล้วการที่ไปจับเนื้อต้องตัวโดยที่ไม่ใช่คนที่ทำสัญญาด้วยหรือไม่ได้รับอนุญาตนั้นเป็การดูิ่และส่วนมากจะตามมาด้วยการอาละวาด...ของพ่อแม่
ด้วยเหตุนี้ฟิไนต์จะไม่ค่อยแตะต้องใครหรืออะไรโดยที่ยังไม่แน่ใจในความปลอดภัย
"คิ้วคิ้ว คิ้ว~"
จู่ๆเ้าตัวน้อยก็อาละวาดขึ้นมาด้วยการใช้กงเล็บกรุยผมของฟิไนต์เหมือนกับพยายามประท้วงอะไรบางอย่างแถมยังไม่ยอมส่งกระแสจิตมาบอกว่า้าอะไร
เจ็บพอสมควรแต่ก็ไม่ได้ร้ายแรงอะไรฟิไนต์จึงไม่สนใจแล้วเปิดแชทขึ้นมาคุยกับพวกอลิซและซิลเวีย
"คูว..."
และในที่สุดเ้าตัวน้อยก็หยุดอาละวาดแล้วเอาหน้ามาถูกับผมของฟิไนต์ด้วยท่าทีสลด
"ก็ได้ๆแต่ไปอธิบายพ่อแม่ด้วยล่ะ เอ..เธอ? นาย? เอาเป็เธอละกันถึงเธอจะยังไม่ได้กำหนดเพศก็เถอะ เอาเป็ว่า ผมจะใช้คำว่า เธอ เรียก เธอละกัน"
ฟิไนต์ใช้นิ้วชี้ลูบวนบนหัวของเ้าตัวน้อยเบาๆ
"เธอหญิง?"
เ้าตัวน้อยถามระหว่างที่กำลังใช้ใบหน้าของมันคลอเคลียกับนิ้วฟิไนต์ด้วยท่าทางมีความสุข
"อ่าไม่ชอบเหรอ?"
"นายชอบ หญิง?"
เ้าตัวน้อยผละออกจากมือของเขาแล้วจ้องตาฟิไนต์
"แน่นอนว่าผมชอบผู้หญิงแล้วเธอก็น่ารักมากด้วยนะ"
"ฉันไม่ หญิง"
เ้าตัวน้อยมองค้อนกลับมาแต่นั่นทำให้เธอยิ่งดูน่ารักกว่าเดิม
"จ้าๆก็เธอยังไม่ได้เลือกเพศเลยนี่นะ"
ฟิไนต์ตอบพลางยื่นมือออกไปทว่า
"กลับ"
ร่างปุกปุยสีขาวบินห่างออกไปมุ่งตรงไปยังชายป่า
ฟิไนต์มองส่งจนกระทั่งร่างนั้นหายลับไป
¤
เช้าวันต่อมา
"ง้านก็~ เริ่มเคลื่อนย้ายด้าย~"
สิ้นเสียงของไทม์ทิวทัศน์เบื้องหน้าฉันก็แปรเปลี่ยนเป็สีขาว
"เอมิลี่!"
ร่างของฉันถูกกอดััและกลิ่นที่คุ้นเคย กลิ่นที่ทำให้ใจฉันสงบ กลิ่นของเรน...
"ฉันกลับมาแล้วเรน"
มือข้างขวาขยับไปอย่างไม่รู้ตัวฉันกำลังลูบหัวเรน
"อ่ายินดีต้อนรับกลับ"
เรนเอ่ยออกมาพร้อมรอยยิ้มก่อนจะหันไปกล่าวทักทายไทม์
"ยินดีต้อนรับกลับนะไทม์"
"..."
เคร้ง!
เรนใช้ดาบไขว้ไปด้านหลังเพื่อรับดาบที่ฟันเข้ามา
"คนเขาคุยกันอยู่อย่าเข้ามาแทรกสิวะ!"
เรนผลักดาบเล่มนั้นออกไปจนทำให้ปีศาจร่างั์เสียหลักก่อนจะฟันร่างนั้นขาดเป็สองท่อน
"เอาล่ะเรียบร้อย ทีนี้...เอิ่ม เอาเป็ว่า เราออกจากที่นี่ก่อนละกัน"
เรนมองบริเวณรอบๆที่เต็มไปด้วยซากศพของพวกปีศาจพลางยิ้มแห้งๆออกมา
"ไทม์"
"..."
ไทม์ไม่ตอบกลับแต่ใช้เวทมนตร์ควบคุมศพมากองรวมกันเพื่อเผาส่งไปมิติอื่นเฉกเช่นทุกครั้ง
"จะว่าไปแล้วเอมิลี่ สงสัยมาั้แ่เมื่อกี้แล้วล่ะ คำสาปบนหลังของเธอมันหายไปไหนแล้ว?"
หลังจากเดินมาพักหนึ่งเรนก็ถามฉันแบบนั้นดูเหมือนเขาจะตรวจพบแล้วว่าคำสาปของฉันมันหายไปแล้ว
"มีคนๆหนึ่งช่วยถอนคำสาปให้น่ะตอนที่ฉัน...เจอกับพารักซ์"
ใบหน้าของเรนเริ่มบิดเบี้ยวทันทีที่ได้ยินชื่อของพารักซ์เขาตวัดดาบใส่ต้นไม้ต้นใหญ่ข้างตัวจนหักโค่นก่อนจะถอนหายใจออกมา
"เธอปลอดภัยก็ดีแล้วล่ะแล้วก็ ขอโทษนะ ที่ให้เห็นอะไรแย่ๆเข้า"
ไม่หรอกฉันต่างหากที่ต้องขอโทษ...อยากจะพูดออกไปแบบนั้น แต่ทำไม่ได้พูดออกไปมีแต่จะทำให้ความรู้สึกในตอนนี้แย่ลง
"อ๊ะจริงสิ เขาเป็คนช่วยเธอไว้สินะ คนที่ถอนคำสาปให้"
เรนกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงร่าเริงเพื่อเปลี่ยนบรรยากาศ
"จ๊ะเขาเป็นักท่องมิติ ชื่อ ฟิไนต์ ฉันแยกกับเขาหลังจากไปถึงหุบเขาัน่ะ"
"หืม~ นักท่องมิติสินะ ไทม์ รู้จักรึเปล่า?"
"..."
"ไทม์?"
เรนเรียกไทม์อีกครั้งแต่ก็ไม่มีเสียงตอบกลับเช่นเดิม
เขาเริ่มรู้สึกถึงความผิดปกติที่เกิดขึ้น
และในตอนนั้นเอง
"เรน"
"หืม?"
"ฉันมีเื่จะบอก"
¤
อีกด้านหนึ่ง
กรรรร!
คลื่นความร้อนสูงถาโถมเข้าใส่ฟิไนต์พัดพาร่างของฟิไนต์ลอยขึ้นกลางอากาศพร้อมกับวงเวทย์สำหรับโจมตีหลายสิบวงที่ตอนนี้ผุดขึ้นมาล้อมรอบพิไนต์ราวกับดอกเห็ด
แถมวงเวทย์ทั้งหมดยังเชื่อมต่อถึงกันเป็วงเวทย์วงเวทย์สำหรับกักขังขนาดใหญ่
เรียกได้ว่าเป็การใช้ประโยชน์จากวงเวทย์ได้อย่างคุ้มค่า
ลวดลายสีฟ้าคล้ายแผงวงจรวาดไปทั่วดวงตาข้างขวาของฟิไนต์ย้อมดวงตาของฟิไนต์จนกลายเป็สีฟ้าทั้งหมดก่อนที่จะหายไปอย่างรวดเร็วและ
"เปิดใช้งานAbsorb Dimension"
ลวดลายที่จะว่าคล้ายวงจรไฟฟ้าก็คล้ายจะว่าคล้ายเส้นเืก็ใช่วาดจากด้ามดาบไปจนสุดปลายดาบพร้อมกันนั้นฟองสบู่สีดำขนาดเล็กถูกสร้างขึ้นที่ปลายดาบ
ซูบบบบบบบบบบบบว
วงเวทย์ลอกออกมาจากแผ่นฟ้าราวกับแผ่นกระดาษและถูกดูดเข้าไปในฟองสบู่สีดำราวกับฟองน้ำดูดซับหมึก
เป๊าะ!
ฟองสบู่สีดำแตกออกและหายไปทั้งอย่างนั้น
ทว่าการต่อสู้ยังไม่จบลง
ดาบเพลิงขนาดใหญ่ปรากฏขึ้นกลางอากาศฟาดเข้าใส่ฟิไนต์
ตู้มมมมมมม!
ดาบสีดำที่ถูกยกขึ้นมาป้องกันประกอบกับมวลอากาศที่ถูกควบแน่นด้านหลังทำให้ความเสียหายทางกายภาพที่ฟิไนต์ได้รับลดลงไปพอสมควร
แต่ปัญหาคือมวลความร้อนของดาบอุณหภูมิกว่าสามพันองศาเซลเซียสที่ลอยอยู่้าทำให้เขาต้องคอยควบคุมอุณหภูมิของร่างกายให้คงที่และมวลอากาศรอบข้างไม่ให้ถูกใช้จนหมดทำให้เขาเสียพลังเวทย์อย่างต่อเนื่อง
่เวลาแห่งการตัดสินเริ่มต้นขึ้นแล้ว
ฟิไนต์ใช้ด้ามดาบเป็ที่จับแล้วขว้างดาบสีดำใส่ัแดงที่กำลังลอยตัวอยู่้าเหมือนหอกัแดงพิจารณาตัวหอกที่พุ่งมาอย่างใจเย็นก่อนที่จะตัดสินใจเอี้ยวตัวหลบ
"สวิทต์..."
ดาบสีดำโผล่ในตำแหน่งของฟิไนต์ฟิไนต์โผล่ในตำแหน่งของดาบสีดำ
การเอี้ยวตัวหลบของัแดงกลายเป็การเปิดช่องว่างครั้งใหญ่
ท่าโจมตีลำดับที่1 หมัดทะลวงศูนย์
ฟุบตู้มมมมมม
ดาบสีแดงฟาดลงมาทันทีที่ัแดงโดนต่อยจนกระเด็นไถลไปกับพื้น
ด้วยระยะห่างเพียงน้อยนิดฟิไนต์ไม่สามารถหลบการโจมตีครั้งนี้ได้แน่นอน มั้ง?
"สวิทต์"
ร่างของฟิไนต์สลับที่กับดาบดำที่พุ่งผ่านดาบเพลิงไปก่อนหน้านี้
ด้วยความคมของมันดาบสีดำแทงเข้าไปในดาบเพลิงจนมิดด้าม และ
ซูบบบบบบบบบ
เปลวเพลิงถูกสูบเข้าไปในดาบดำจนหมดในพริบตาเปลี่ยนดาบเพลิงให้กายเป็ดาบหินธรรมดาๆก่อนที่จะพังทะลายลง
"เฮอะข้าขอยอมรับในความแข็งแกร่งของเ้า ฟิไนต์ ลูครอสต์"
ัแดงพ่นลมหายใจออกมาก่อนที่จะปลดเวทมนตร์มิติออกส่งผลให้ฟิไนต์และัแดงกลับมาอยู่ที่วิหารอีกครั้งเพราะการต่อสู้กับัใน่ยี่สิบตัวสุดท้ายนั้นส่งผลกระทบที่รุนแรงการต่อสู้จึงต้องเปลี่ยนมาเป็การต่อสู้ในมิติที่ถูกสร้างขึ้นแทน
ฟู่ว~ฟิไนต์ถอนหายใจออกมาด้วยความเหน็ดเหนื่อย
เขาประเมินความสามารถและจำนวนของัในมิตินี้พลาดไป
ัที่ต้องสู้จากเดิม128 ตัว อยู่ๆก็กลายเป็ 139 ตัว แถมพลังของัอีก 11ตัวก็แข็งแกร่งมากทำให้ตอนนี้ล่วงเลยมาถึงเย็นวันที่สี่
พรุ่งนี้เช้าจะเป็การต่อสู้ครั้งสุดท้าย
คู่ต่อสู้คือัเขียวที่ฟิไนต์เจอในตอนแรก...
"อ่าวันนี้นอนเร็วหน่อยแล้วกัน"
ฟิไนต์กล่าวเช่นนั้นก่อนจะเดินเข้าป่า
"คูววววว~"
หลังจากกลับมานั่งพักทำอาหารได้ไม่นานร่างสีขาวปุกปุยก็โผล่มาอีกครั้ง
นับั้แ่คืนแรกที่มาค้างอยู่ในป่าเ้าตัวน้อยก็จะมาหาฟิไนต์ทุกๆเย็นและร่วมทานอาหารด้วย
"อีกเดี๋ยวก็เสร็จแล้วล่ะเอาบอลไปเล่นก่อนนะ"
ฟิไนต์โยนบอลสีแดงลูกเท่ากำมือให้เ้าตัวน้อยเอาไปเดาะเล่นอย่างสนุกสนาน
บางครั้งก็โยนส่งกลับมาให้ฟิไนต์บางครั้งก็เลี้ยงบอลค้างไว้บนหัว เป็ภาพที่ดูเพลินตาดีไม่น้อย
และค่ำคืนอันแสนสั้นก็ดำเนินต่อไป