บทที่ 8 สิ่งดีอาจนำพาสิ่งร้ายมาได้ สิ่งร้ายก็อาจนำพาสิ่งดีมาได้เช่นกัน
หลังจากที่หานชิงอวี่ได้ยินประโยคนี้ ตัวเขาก็ตะลึงไปครู่หนึ่ง
ดูหนัง
นี่คือเดตเหรอ?
พูดตามตรง ดูจากรูปลักษณ์ภายนอกของหานชิงอวี่ ก่อนหน้านี้ก็ใช่ว่าจะไม่มีผู้หญิงมาชอบ แต่แบบนี้เพิ่งเคยเจอ ที่ใช้วิธีขอเดตแบบตรง ๆ แบบนี้ ไม่เคยพบเจอเลยจริง ๆ
สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือ เขาไม่รู้แม้แต่ชื่อของอีกฝ่ายเลยด้วยซ้ำ!
ในขณะเดียวกัน เวลาทำงานก็ใกล้เข้ามาแล้ว หลี่หยางที่อยู่ในเคาน์เตอร์พยาบาลก็เดินออกมาข้างนอกอย่างช้า ๆ
“ไปแล้วนะ พรุ่งนี้เช้าอยากกินอะไรก็บอกฉันนะ เดี๋ยวจะเอามาให้”
พูดจบ หลี่หยางก็โบกมือ ปิดประตูตรงเคาน์เตอร์พยาบาล แล้วมาที่ทางเดิน
วันนี้ได้คุยกับผู้หญิงอีกแล้ว ฮี่ ๆ
แต่ในขณะที่เขากำลังมีความสุขกับผลลัพธ์ในวันนี้ ก็ถูกภาพตรงหน้าทำให้ตะลึงหยุดนิ่งอยู่กับที่ไป
เขาเห็นว่าตรงทางเดิน ด้านนอกเคาน์เตอร์พยาบาลนั้น
หานชิงอวี่กำลังยืนอยู่กับผู้หญิงหน้าตาสะสวยคนหนึ่ง
ใบหน้าของผู้หญิงคนนั้นแดงก่ำ เป็ท่าทีที่ดูเขินอายอย่างมาก
แต่หานชิงอวี่ที่อยู่ข้าง ๆ กลับแสดงท่าทีงุนงง
“หะ ห่าวเหม่ยเหม่ย?”
หลี่หยางมองหญิงสาวหน้าตาน่ารักตรงหน้า แล้วมีท่าทีราวกับถูกฟ้าผ่า
นี่เป็สาวสวยผู้มีชื่อเสียงของโรงพยาบาลเชียวนะ!
นี่เพิ่งจะมาแค่สองวัน ทำไมหานชิงอวี่ถึงได้มีการคบค้าสมาคมกับเธอด้วยแล้วล่ะ?!
ช่างไร้เหตุผลเกินไปแล้ว! ไร้มนุษยธรรมเกินไปแล้ว!
หานชิวอวี่มองหลี่หยางที่อยู่ตรงหน้าแล้วแสดงท่าทีนับถือ
หลี่หยางสามารถมาอยู่ในสภาพแวดล้อมใหม่ ๆ ในขณะเดียวกันก็เอาข่าวที่ได้รับมาส่งต่อไปถึงผู้หญิงทั้งหมดได้อย่างรวดเร็ว นี่เป็สิ่งที่เขานับถืออีกฝ่ายมาก ๆ มาตลอด
เมื่อห่าวเหม่ยเหม่ยเห็นว่ามีบุคคลที่สามปรากฏตัวขึ้นมา ใบหน้าที่แดงก่ำอยู่ก็ยิ่งแดงขึ้นไปอีก
“อ่ะ เอ่อ...”
“หานชิงอวี่ ฉันเพิ่มเพื่อนคุณจากในกลุ่มของโรงพยาบาลแล้ว ถ้าคุณมีเวลาก็ตอบฉันหน่อยนะคะ รบกวนด้วยค่ะ!”
หลังจากพูดเสร็จ ห่าวเหม่ยเหม่ยก็ก้มหน้าแดง ๆ วิ่งเข้าไปในเคาน์เตอร์พยาบาลอย่างรวดเร็ว
ติ๊ง
เป็จริงตามนั้น มือถือของหานชิงอวี่มีแจ้งเตือนเพิ่มเพื่อนขึ้นมาทันที
เวลานี้ใบหน้าของหลี่หยางที่อยู่ข้าง ๆ กลายเป็คนที่อยากร้องไห้แต่ไม่มีน้ำตาไปแล้ว
เดิมทีเขาแค่ยกเื่การกระทำของหานชิงอวี่มาเป็ข้ออ้างให้ตนเองมีโอกาสได้ใกล้ชิดกับสาว ๆ ที่เคาน์เตอร์พยาบาลเท่านั้น
แต่ไม่คิดเลย ว่าขณะที่เขากำลังจ่ายเงินซื้ออาหารเช้าให้สาว ๆ
ในอีกด้านหนึ่ง หานชิงอวี่กลับมีสาวมาชวนนัดเดตถึงที่แล้ว!
นี่มันคือความแตกต่างกันของชีวิตเหรอ
หลี่หยางรู้สึกเ็ปมาก
จากนั้น มือถือของหานชิงอวี่ก็มีข้อความเข้ามาสามข้อความ
อันแรกคือรูปภาพ เป็ชื่อทางการและรอบฉายของภาพยนตร์
[ห่าวเหม่ยเหม่ย : หนังเื่นี้ค่ะ คุณสะดวกไหมคะ? ถ้าหากว่าได้ หลังจากเสร็จแล้วเรานัดกินข้าวกันได้อีกนะคะ]
ด้านหลังประโยคนี้ มีอิโมจิน่ารักตัวหนึ่งส่งมาด้วย
หลี่หยางเห็นมือถือของหานชิงอวี่ หัวใจก็รู้สึกราวกับว่ามีเืออก
แต่ถึงอย่างนั้น เขาก็ยังคงเร่งว่า “นี่ ยังจะมายืนงงอยู่ตรงนี้ทำไมล่ะ รีบตอบตกลงไปสิ!”
เื่ดี ๆ ที่เข้ามาหาถึงที่แบบนี้ ยังจะมีเหตุผลให้ปฏิเสธอีกเหรอ?
แต่หานชิงอวี่กลับไม่ได้รีบร้อนตอบกลับไป แล้วเปิดรูปภาพหนึ่งในอัลบั้ม
มันคือตารางเวรของเขากับหลี่หยาง
ตรงแถวของสุดสัปดาห์ เห็นได้ชัดเลยว่าเป็สีแดง
หานชิงอวี่มองแถบสีแดงที่ทำให้หายใจไม่ออกนั้น ในใจรู้สึกไม่สบายใจเป็อย่างมาก
ช่วยไม่ได้ นี่มันเป็โชคชะตาของห้องฉุกเฉินนี่!
ดังนั้นภายใต้สายตาตกตะลึงของหลี่หยาง หานชิงอวี่ก็กดพิมพ์ข้อความไปในหน้าต่างพูดคุยกันด้วยคำจริงจัง
[ขอโทษครับ สุดสัปดาห์ผมมีเข้าเวร เอาไว้นัดกันครั้งหน้านะครับ]
ตึง!
เวลานี้หลี่หยางรู้สึกราวกับว่าได้ยินเสียงฟ้าผ่าดังมาจากท้องฟ้าสดใสที่อยู่ข้างนอกไปพันลี้ เขาอ้าปากค้าง
ปะ...ปฏิเสธไปแล้ว?
เมื่อหานชิงอวี่เห็นท่าทีของเพื่อนสนิท เขาก็พูดไปแบบจนปัญญา
“สุดสัปดาห์เราต้องมาทำงานไง นายคงไม่ได้จะให้ฉันลาไปเดตกับเธอหรอกใช่ไหม?”
ท่าทีของหลี่หยางดูดุร้าย “ลา?”
“ถ้าห่าวเหม่ยเหม่ยมาเชิญฉันให้ไปดูหนังกับเธอ แต่วันนั้นฉันดันมีงาน แบบนั้นฉันก็ลาออกเลย ป้องกันปัญหาตามมาทีหลัง!!”
พ่อคนดี
มองออกเลย ว่าตอนนี้สภาพจิตใจของผู้ชายคนนี้ดีมากเลยทีเดียว
ถ้าทางแผนกจิตเวช้าตัวอย่างอะไรละก็ สมองโต ๆ ของหลี่หยางในตอนนี้จะต้องเหมาะที่จะเอาไปผ่าแน่นอน
หานชิงอวี่ไม่ได้สนใจความบ้าคลั่งของคนข้างตัว แล้วลากเขากลับไปที่แผนกฉุกเฉินด้วยสีหน้าเรียบเฉย
และอีกฝั่งของมือถือ ห่าวเหม่ยเหม่ยอยู่ตรงนั้น
บนมือถือของห่าวเหม่ยเหม่ยในเวลานี้ สิ่งที่ปรากฏอยู่คือข้อความปฏิเสธของหานชิงอวี่
แต่เวลานี้หญิงสาวกลับไม่ได้รู้สึกท้อแท้เลยสักนิด ในทางตรงกันข้ามกลับมีรอยยิ้มปรากฏขึ้น
ไม่เพียงแค่เขาทั้งหล่อ ระดับทักษะก็สูง อีกทั้งยังไม่เปลี่ยนตารางงานของตัวเองเพราะการยั่วยวนของคนอื่นด้วย
ผู้ชายที่ดี ๆ แบบนี้ จะไปหาได้จากที่ไหนกันล่ะ!
ขณะที่คิดแบบนี้ ความรู้สึกดีที่ห่าวเหม่ยเหม่ยมีต่อหายชิงอวี่ก็ไม่เพียงแต่จะไม่ลดลง แถมยังเพิ่มขึ้นไม่น้อยเลย
[ห่าวเหม่ยเหม่ย : ไม่เป็ไรค่ะ งั้นเราค่อยนัดกันคราวหน้านะคะ ฉันจะรอค่ะ!]
ดังนั้นหลังจากที่ถูกปฏิเสธคำเชิญที่นัดตนเองออกไปเดตตอนสุดสัปดาห์ ห่าวเหม่ยเหม่ยก็ตั้งข้อความของหานชิงอวี่ไว้เป็การแจ้งเตือนพิเศษ
แต่การกระทำที่ถูกจังหวะเช่นนี้ กลับนำพาความยุ่งเหยิงเล็ก ๆ มาให้หานชิงอวี่
เป็่เช้าที่ยุ่งวุ่นวายอีกวัน หลังจากจัดการเคสง่าย ๆ เสร็จสิ้นไปหลายเคส ในที่สุดสองเพื่อนซี้ก็สบโอกาสได้กินข้าว แล้วพักผ่อนอยู่ในแผนกเงียบ ๆ
แต่ทันใดนั้น ประตูแผนกฉุกเฉินก็ถูกเปิดออกอีกครั้ง
หลี่หยางกับหานชิงอวี่ถอนหายใจยาว ๆ ออกมาพร้อมกัน ดูท่าทางจะงานยุ่งอีกแล้ว
แต่คิดไม่ถึงว่าผู้ชายที่ใส่ชุดกาวน์สีขาวที่ยืนอยู่หน้าประตู ไม่เพียงแต่จะไม่บอกเื่การปรากฏตัวกับพวกเขาสองคน แต่ยังตรงเข้ามาที่ตำแหน่งที่หานชิงอวี่อยู่
“คุณคือหานชิงอวี่เหรอ?”
คนตรงหน้ารูปร่างดูแข็งแรง น้ำเสียงก็ดังกังวาน ถ้าไม่ใช่ว่าใส่ชุดกาวน์มา คนอื่นอาจจะคิดว่าเขาเป็เทรนเนอร์จากที่ไหนสักที่
แพทย์หนุ่มดูสถานการณ์แล้วพยักหน้า หลี่หยางที่อยู่ข้าง ๆ ยังคิดว่าคงเป็เหมือนคนอื่น ๆ ที่อยากจะมาทำความรู้จักกับหานชิงอวี่
เพราะในโรงพยาบาลตอนนี้ โดยเฉพาะในแผนกฉุกเฉิน หานชิงอวี่เป็คนที่ยุ่งมาก ๆ
ดังนั้นเขาจึงพิงเก้าอี้ไปอีกครั้ง พลางพูดแนะนำอย่างจริงจัง
“ใช่แล้ว นี่คือหานชิงอวี่ คนที่มีความสามารถและมีทักษะที่ยอดเยี่ยม การผ่าตัดของเขาเมื่อวานนี้แม้แต่คณบดียังชื่นชมเลย”
“ถ้าคุณอยากจะเพิ่มช่องทางการติดต่อ...”
ยังไม่ทันที่หลี่หยางจะพูดจบ ผู้ชายคนนั้นก็เอ่ยปากพูดตัดบทอย่างหยาบคาย
“เหอะ ๆ ทักษะยอดเยี่ยมเหรอ? โชคดีล่ะสิไม่ว่า”
“มีแพทย์ ST ที่ทักษะยอดเยี่ยมคนไหนจะไปหน้าหม้อใส่พยาบาลที่เคาน์เตอร์พยาบาลบ้างฮะ?”
“คงไม่ใช่ว่าโชคเข้าข้าง จนคิดว่าตัวเองเป็เสือจริง ๆ หรอกใช่ไหม?”
หลี่หยางในตอนนี้หุบยิ้มแล้ว เขาพูดกับผู้ชายที่อยู่ตรงหน้าอย่างไม่พอใจ
“คุณเป็ใครกัน?”
ผู้ชายคนนั้นส่งเสียงหึเบา ๆ แล้วพูดอย่างดูถูก
“ผมชื่อเฉินฟา รู้จักเฉินกั๋วกวงไหม? เขาเป็อาของผมเอง”
“คุณใช่ไหมที่นัดห่าวเหม่ยเหม่ยไปดูหนังตอนสุดสัปดาห์?”
“ผมจะบอกคุณให้นะ ทางที่ดีต่อไปนี้คุณอยู่ให้ห่างจากห่าวเหม่ยเหม่ยจะดีกว่า”