ตอนที่10 อาหารเย็นพร้อมหน้า
เมื่อมีหัวหน้าแม่ครัวเดินมาออกคำสั่งให้ทุกคนแยกย้ายไปทำงานโดยไม่สนใจอาการาเ็ของตนยิ่งทำให้รู้สึกเจ็บแค้นมากกว่าเดิม พลางปล่อยให้น้ำตาไหลออกมาแล้วเค้นเสียงพึมพำพร้อมพยุงตัวลุกขึ้นยืนเองเนื่องจากคนอื่นต่างวิ่งแยกย้ายไปทำงานตามคำสั่งของหลงมู่ตานด้วยความหวาดเกรงว่า
“นังไช่อิง! แกอย่าฝันหวานไปหน่อยเลย! ฉันนี่แหละจะกระชากแกลงมาจากตำแหน่งเอง!ตำแหน่งสะใภ้สามมันควรเป็ของฉัน ไม่ใช่แก! นังไช่อิง !!!”
กงหนิงจินกุมแก้มสองข้างด้วยความเ็ป เธอจะจดจำความแค้นนี้ฝังลึกไว้ในกระดูกพลางคิดหาโอกาสเอาคืนไช่อิงในภายหลังแล้วใช้ปลายนิ้วมือสองข้างปาดน้ำตาออกจากแก้มอย่างระมัดระวังสลับด้วยเสียงครางอันเ็ปเพราะน้ำตาไหลลงไปถูกแผลมุมปากจากแรงตบพอดี
เหตุการณ์ตอบโต้กันระหว่างไช่อิงกับสาวใช้หน้าคฤหาสน์ตระกูลหลง จิวหลุนทันเข้ามาเห็นและหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาบันทึกภาพไว้ได้พอดีเขาพึมพำอย่างไม่เชื่อสายตาพลางรู้สึกตื่นเต้นที่มีข่าวใหม่ไปรายงานเ้านายว่า
“โอ้โฮ!นี่มันใช่คุณไช่อิงไหมเนี่ย ปกติเธอจะไม่กล้าตอบโต้ใคร แต่นี่.....ตบซะดังลั่นเลยมีเื่สนุกไปรายงานคุณชายแล้ว รีบไปรายงานดีกว่า”
จิวหลุนวิ่งตรงไปยังห้องทำงานเ้านายซึ่งอยู่ชั้นล่างของคฤหาสน์อย่างรวดเร็วโดยไม่สนใจติดตามความวุ่นวายของบรรดาคนรับใช้และองครักษ์ตระกูลหลงทั้งหลายเขารู้สึกได้ว่าวันนี้ไช่อิงสร้างความประหลาดใจให้กับตนหลายเื่ด้วยกัน
หลงปิงนั่งเคาะนิ้วบนโต๊ะทำงานขณะรับฟังคำกล่าวรายงานและวิดีโอบันทึกสถานการณ์ประหลาดของภรรยาซึ่งเพิ่งเกิดขึ้นได้ไม่นานนักโดยเป็เหตุวิวาทอันไม่น่าจะเกิดขึ้นได้เขารู้สึกประหลาดใจต่อพฤติกรรมของภรรยาเป็อย่างยิ่งพลางมีประกายตาสั่นไหวอย่างนึกสนุกต่อเหตุการณ์ในอนาคตบนโต๊ะรับประทานอาหารเย็นของตระกูลหลง
“ทำดีมาก! เหลียงเกออย่าลืมบอกเธอด้วยล่ะพรุ่งนี้พาไปชอบปิงให้เต็มที่เลย”
คุณชายสามพยักหน้ารับรู้พลางสั่งการองครักษ์ในเื่เดิมที่เคยมอบหมายไว้ก่อนหน้าเขาเกิดความรู้สึกอยากให้รางวัลภรรยาเป็ครั้งแรกเพราะเธอกล้าที่จะตอบโต้สาวใช้คนสนิทของอาสะใภ้ทว่ายังไม่ไว้วางใจเต็มที่นักเพราะคิดว่าเธออาจเป็สายลับจากทางฝั่งอาอยู่
พลันนึกขึ้นได้ว่าควรให้ความสนใจต่อพฤติกรรมของภรรยาต่อไปเพราะเธอมีบางอย่างไม่เหมือนภรรยาคนเดิมซึ่งตัวเขาเองบอกไม่ถูกเหมือนกัน จึงสั่งการสององครักษ์เสียงเคร่งเครียดว่า
“จิวหลุนกับเหลียงเกอติดตามเธอต่อไปบางทีวันประชุมอาจมีเื่ให้ประหลาดใจกว่าเดิม เหลียงเกออยู่ช่วยงานฉันไปก่อนเก็บหลักฐานเรียบร้อยหรือยัง อย่าลืมล็อกห้องก่อนไปกินข้าวเย็นด้วย”
“ครับผม!”จิวหลุนและเหลียงเกอรับคำสั่งเ้านายพร้อมกัน
จิวหลุนออกจากห้องทำงานของเ้านายหลังจากรายงานภารกิจทั้งหลายเสร็จสิ้นทั้งเื่การไปจ่ายหนี้ของครอบครัวไช่ซึ่งเ้านายไม่ได้ว่ากล่าวอะไรมีเพียงเื่การตอบโต้สาวใช้ซึ่งทำให้เขารู้สึกได้ว่าเ้านายพึงพอใจต่อการกระทำของภรรยาแต่ไม่แสดงออกมามากนัก
ชายหนุ่มจะต้องรีบมาอำนวยความสะดวกด้วยการตรวจสอบแล็ปท็อปคอมพิวเตอร์ที่เ้านายสั่งซื้อมาให้ภรรยาอย่างแข็งขันขณะเพื่อนองครักษ์ต้องทำหน้าที่ตรวจสอบความเรียบร้อยของงานให้มิดชิดโดยไม่ทิ้งร่องรอยใดให้ศัตรูเข้ามาล้วงความลับในห้องทำงานได้
ไช่อิงกลับจากห้องครัวหลังจัดเก็บและเตรียมวัตถุดิบสำหรับปรุงอาหารเย็นให้สามีและสมาชิกตระกูลหลงเสร็จเรียบร้อยเธออยากมาตรวจสอบแล็ปท็อปคอมพิวเตอร์ของตนเองพลางทอดตามองเห็นจิวหลุนกำลังทำการตรวจสอบคุณลักษณะของแล็ปท็อปคอมพิวเตอร์อย่างคล่องแคล่วอยู่จึงปล่อยให้เขาทำต่อไปอย่างสบายใจ
“เป็ยังไงบ้างคะมันเป็เครื่องรุ่นใหม่ล่าสุดไหม”
ไช่อิงเดินเข้าไปสอบถามจิวหลุนด้วยความสนใจเธอไม่อยากขัดขวางหน้าที่ของเขาจึงปล่อยให้ทำอย่างผ่อนคลายแล้วถามด้วยความอยากรู้ต่อผลการทดสอบ
“ลองใช้ดูสิครับรับรองว่าลื่นไหลและทำงานเร็วมากคุณชายเลือกรุ่นล่าสุดและสเปคแรงที่สุดให้ด้วยนะครับ อย่าลืมค้นแล้วเรียนรู้เื่มารยาทของพวกชนชั้นสูงไว้หน่อยนะเผื่อได้ใช้งานเร็ว ๆ นี้”
จิวหลุนยิ้มมุมปากเล็กน้อยพลางตอบหญิงสาวอย่างผ่อนคลายเขาแอบกระซิบบอกเธอในภารกิจสำคัญซึ่งเ้านายอาจไม่ได้ชี้โพรงบอกโดยตรงเหตุเพราะไม่้าให้เธอสร้างเื่ขายหน้าให้เ้านายต้องอับอายในวันประชุมบอร์ดกรรมการบริหารบริษัทเครือหลงกรูปนั่นเอง
ไช่อิงเลิกคิ้วเล็กน้อยด้วยความแปลกใจเธอมองตามแผ่นหลังของจิวหลุนซึ่งเดินหนีไปยังห้องทำงานของสามีด้วยความสงสัยใคร่รู้พลางคิดว่าในอนาคตอันใกล้อาจมีเื่ทำให้เธอประหลาดใจมากกว่านี้
หญิงสาวยักไหล่อย่างไม่กังวลใจเพราะเธอมีไพ่ลับในมืออีกหลายใบซึ่งไม่คิดที่จะบอกใครแต่นำแล็ปท็อปคอมพิวเตอร์ไปเก็บไว้ในห้องนอนให้เรียบร้อยเธอต้องระมัดระวังตัวให้มากขึ้นเพราะได้สร้างศัตรูขึ้นอย่างโจ่งแจ้งแล้ว
“งานนี้ฉันขอเลือกข้างสามีฉันจะเลือกตามสัญชาตญาณแล้วกันเพราะที่ผ่านมาดูเหมือนสองผัวเมียนั่นจะเ้าเล่ห์ไม่ใช่เล่นเลย”
ไข่อิงพึมพำอย่างมั่นใจต่อการตัดสินใจเลือกข้างของตนเธอเลือกตามสัญชาตญาณส่วนตัวซึ่งเชื่อมั่นอยู่ในจิตสำนึกว่าสามีตนไม่ใช่คนเลวแต่เป็ฝั่งอาและอาสะใภ้ของเขาที่มีพฤติกรรมอันเป็ลับลมคมใน โดยเป็ผลจากการวิเคราะห์ข้อมูลต่อการพบปะกับทั้งคู่ของร่างเก่า
จากนั้นหญิงสาวไม่ลืมล็อกประตูห้องนอนให้เรียบร้อยก่อนไปปรุงผัดไทยกุ้งตามแผนการโดยมีสายตาของเหล่าแม่ครัวจ้องมองท่าทางการปรุงอาหารของเธอด้วยความประหลาดใจเพราะคล่องแคล่วมากกว่าร่างเก่ายิ่งนัก
“เย็นนี้มีเมนูพิเศษเหรอคะ”
หลงมู่ตานสอบถามไช่อิงด้วยความอยากรู้เพราะรายการอาหารที่สะใภ้สามกำลังทำอยู่นั้นไม่ใช่รายการในผังบัญชีอาหารประจำสำหรับวันนี้ ขณะที่ตนกำชับเหล่าแม่ครัวคนอื่นให้ปรุงอาหารตามรายการเกือบเสร็จสิ้นโดยเหลือเวลาอีกเพียงสิบนาทีจะถึงเวลาสิบเก้านาฬิกาซึ่งตอนนี้แม่ครัวกำลังทยอยนำอาหารไปเสิร์ฟในห้องอาหารของทางตระกูลหลงอยู่
“ใช่ค่ะ พอดีวันนี้ได้รับของขวัญจากคุณชายสามก็เลยจะตอบแทนเขากับทุกคนสักหน่อย คงไม่เป็ไรใช่ไหมคะแม่ครัวหลง”
ไช่อิงหันหน้าส่งยิ้มให้กับหลงมู่ตานโดยตรงพร้อมลอบสังเกตสีหน้าและแววตาของอีกฝ่ายเพื่อความมั่นใจเธออยากรู้ว่าการวิเคราะห์ของตนเองกับร่างเก่าจะเหมือนหรือแตกต่างกันมากน้อยเพียงใด
“คงไม่เป็ไรมั้งฉันแค่แปลกใจเท่านั้น ถ้าทำเสร็จแล้วก็ให้แม่ครัวยกไปเลยเธอรีบไปเตรียมตัวกินข้าวเถอะ”
หลงมู่ตานพยักหน้าเข้าใจแล้วกำชับไช่อิงให้เตรียมตัวไปร่วมรับประทานอาหารเพราะหญิงสาวจะต้องนั่งร่วมโต๊ะรับประทานอาหารกับเ้านายทั้งหลายในฐานะสะใภ้สามซึ่งเป็ความจริงอันปฏิเสธไม่ได้
ไช่อิงส่งยิ้มจริงใจให้กับหลงมู่ตานเธอััได้อย่างชัดเจนว่าหญิงวัยกลางคนตรงหน้าท่าทางนิ่งเฉยเ็าแท้จริงเป็คนใจดีและมีเหตุผลทีเดียวโดยเฉพาะความจริงใจที่มีให้กับตนจึงรู้สึกสบายใจต่อการทำหน้าที่ช่วยเหลือแม่ครัว
หญิงสาวพยักหน้ารับคำแนะนำจากหัวหน้าแม่ครัวแล้วปล่อยให้แม่ครัวยกผัดไทยจานใหญ่ออกจากห้องครัวขณะเธอเดินไปแต่งตัวให้เรียบร้อยพร้อมปลดผ้ากันเปื้อนออกในห้องแต่งตัว
สะใภ้สามเหลือบเห็นบรรดาแม่ครัวอีกคนกำลังเตรียมปรุงอาหารเย็นสำหรับคนรับใช้และองครักษ์ซึ่งทุกคนจะแบ่งกลุ่มรับประทานหลังจากสมาชิกตระกูลหลงรับประทานอาหารเย็นเสร็จสิ้นเพื่อให้มีคนคอยรับใช้เวลาเ้านายเรียกหา
เธอเดินตรงไปยังห้องรับประทานอาหารของตระกูลหลงในเวลาปกตินั่นคือสิบเก้านาฬิกาตรง พลางพบเห็นสมาชิกตระกูลหลงทยอยเดินเข้ามาในห้องอาหารจนครบถ้วน โดยวันนี้มีแขกรับเชิญร่วมโต๊ะอาหารเพิ่มหนึ่งคนคือตงเจี๋ย ทนายหนุ่มประจำตระกูลหลงซึ่งสืบทอดต่อมาจากพ่อผู้เป็ทนายประจำตระกูลหลงแต่ปลดระวางไปแล้วเหมือนกัน
หลงลู่เอินชายวัยกลางคนท่าทางสุขุมใจเย็น หน้าตาหล่อเหลาเค้าหน้าคล้ายคลึงกับหลงปิงเขานั่งหัวโต๊ะในตำแหน่งประธาน ส่วนฝั่งขวามือของหัวโต๊ะเป็ที่นั่งของหลงลู่หลิงลูกชายคนโตของหลงลู่เอิน ชายหนุ่มหล่อเหลาเ้าเล่ห์ท่าทางเคร่งขรึมแต่มีแววตาหลุกหลิกชอบกลถัดมาเป็ที่นั่งหลงปิงแทนที่ตำแหน่งลูกชายคนรองของหลงลู่เอิน
ไช่อิงรับรู้แค่ว่าหลงลู่หลินหรือลูกชายคนรองของผู้นำตระกูลหลงไปท่องเที่ยวต่างประเทศในฐานะช่างภาพมืออาชีพแล้วหายสาบสูญไปอย่างไร้ร่องรอยเป็เวลานานเกือบห้าปี ระหว่างนั้นตระกูลหลงให้รางวัลแจ้งเบาะแสและหรือพาตัวกลับมาด้วยเป็เม็ดเงินหลายล้านหยวนทว่าตำรวจและผู้คนต่างไม่มีใครสามารถค้นหาร่องรอยของเขาได้
ที่นั่งสุดท้ายทางฝั่งผู้ชายด้านขวามือของประธานเป็ที่นั่งของชายหนุ่มใส่แว่นตาท่าทางเคร่งขรึมในชุดสูทสุภาพเนื้อดีราคาแพงตัดเย็บด้วยมือเขาคือติงเจี๋ย ลูกชายผู้เป็ทนายความประจำตระกูลหลงรุ่นปัจจุบันซึ่งมาร่วมรับประทานอาหารเย็นตามคำเชิญของผู้นำ
ส่วนที่นั่งทางฝั่งซ้ายมือของประธานเป็ที่นั่งฟางอิ่งลำดับแรกในฐานะภรรยาของผู้นำหญิงวัยกลางคนผมสีบลอนด์ดัดลอนใหญ่สั้นประบ่าในชุดเดรสสีเหลืองสดใสท่าทางสงบนิ่งดังสตรีชนชั้นสูงถัดมาเป็ที่นั่งของสะใภ้ใหญ่แห่งตระกูลหลงหรือโม่เจียอี หญิงสาวผมยาวสลวยสีน้ำตาลอ่อนท่าทางสุขุมนุ่มลึกต่อมาเป็ที่นั่งของหลงฟางจิงผู้เป็ลูกสาวคนเล็กแห่งตระกูลหลงหญิงสาวปล่อยผมยาวสสลวยสีบลอนด์ทองท่าทางคุยเก่งและคล่องแคล่วดังหญิงทำงานทั่วไปสุดท้ายถึงจะเป็ที่นั่งของไช่อิงในฐานะสะใภ้สามแห่งตระกูลหลง
ไช่อิงรับรู้ก่อนหน้าแล้วว่าสามีมาอยู่ในตระกูลหลงของอาและอาสะใภ้เป็ลูกชายในลำดับที่สามจึงได้ชื่อว่าคุณชายสามั้แ่เขาอายุได้เพียงแปดขวบขณะที่เขาและคุณชายรองมีอายุเท่ากันและสนิทสนมกันเป็อย่างดีทว่าคุณชายใหญ่และคุณชายรองกลับถูกส่งตัวไปเรียนต่อต่างประเทศั้แ่อายุได้เพียงสิบสองปีขณะคุณชายสามยังคงเรียนพิเศษโดยมีอาจารย์มาสอนที่บ้านจนจบชั้นระดับมัธยมปลายปีที่สาม
อย่างไรก็ตามคุณชายสามไม่ได้เรียนต่อในระดับชั้นอุดมศึกษาเพราะเขาสอบเกาเข่าไม่ผ่านเกณฑ์จึงเรียนรู้จากอาจารย์ของทางวิทยาลัยบริหารธุรกิจซึ่งเปิดอำนวยความสะดวกให้กับเหล่าลูกหลานคนร่ำรวยโดยเฉพาะ
สะใภ้สามยังไม่รู้ข้อมูลด้านการศึกษาของสามีในเชิงลึกตอนนี้เพราะเธอยังไม่มีโอกาสสืบค้นอย่างละเอียดจึงกวาดตาสำรวจเก็บข้อมูลเฉพาะการแสดงของทุกคนอย่างละเอียดเพื่อนำไปวิเคราะห์สถานการณ์ในภายหลัง
ครั้นจานผัดไทยกุ้งถูกวางต่อท้ายรายการอาหารอื่นบนโต๊ะอาหารซึ่งจานผัดไทยถูกวางอยู่ต่อหน้าไช่อิงพอดีหลงลู่เอินรู้สึกแปลกใจเพราะปกติรายการอาหารจะมีภรรยาและสะใภ้ใหญ่ช่วยกันตรวจสอบเพื่อหาทางกระตุ้นให้หลานชายหรือคุณชายสามรับประทานได้มากขึ้นอันจะส่งผลให้การฟื้นฟูความพิการเป็ไปด้วยดี
“นี่เมนูอาหารอะไร?! ใครเป็คนสั่งให้ทำ?!”
ฟางอิ่งถามขึ้นมาด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียดพลางขมวดคิ้วอย่างไม่พอใจแล้วกวาดตามองแม่ครัวกับคนรับใช้ซึ่งยืนเรียงรายรอรับคำสั่งอยู่ชิดผนังห้องอาหารทันที
“ไม่มีใครสั่งหรอกค่ะฉันเห็นว่าสามีกินอาหารได้น้อย เลยอยากให้เขาลองเปลี่ยนเมนูบ้าง แล้วลองกินอาหารขึ้นชื่อของที่อื่นอย่างผัดไทยกุ้งเท่านั้นค่ะ”
ไช่อิงกล่าวตอบขึ้นมาด้วยน้ำเสียงแสดงความมั่นใจเธอไม่หวาดเกรงหากจะต้องถูกผู้นำตระกูลหลงลงโทษเพราะคิดว่าตนทำสิ่งที่ดีต่อสามีซึ่งไม่ใช่เื่เลวร้ายแต่อย่างใด