ทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70【จบ】

    เล่มที่ 4 ตอนที่ 96 ใช่ ฉันดีจริงๆ

            แต่สวีหว่านหนิงไม่รู้สึกเสียดายเลยสักนิดทั้งยังรู้สึกหนักแน่นและแน่วแน่กว่าเดิมว่า เธอจะต้องขยันทำงานหาเงินก้อนโตมาให้ได้

            สวีหว่านหนิงออกจากร้านค้ามิตรภาพเตรียมหิ้วถุงน้อยใหญ่กลับบ้านพักทหาร ตอนนั้นเองก็มีเสียงแตรรถยนต์ดังขึ้น

            สวีเม่าหรานพี่ใหญ่ของสวีหว่านหนิงลดกระจกรถแล้วยื่นศีรษะออกมา “น้องเล็ก ขึ้นรถสิ พี่จะไปส่งที่สถานีรถไฟ”

            “ขอบคุณค่ะพี่ใหญ่!”

            สวีหว่านหนิงขึ้นรถมาแล้วถึงพบว่าเฉินเยี่ยนั่งอยู่ที่เบาะหลังด้วย

            เฉินเยี่ยเอาของที่เตรียมไว้ก่อนหน้านี้ยัดใส่อ้อมแขนของเธอ

            “นี่คือของที่ฉันอยากให้กับคุณป้าต้าชุน และเยาเม่ย มันไม่ได้มีค่ามากมายแต่เป็นน้ำใจจากฉัน น้องห้ามปฏิเสธล่ะพี่ได้ยินว่าหลานสองคนของหลินอันก็อยู่ที่บ้านเดียวกันกับน้อง เลยเตรียมของไว้ให้ด้วยทั้งหมดอยู่ในนี้แล้ว”

            สวีหว่านหนิงยิ้มกว้างพลางเอียงศีรษะไปซบไหล่เฉินเยี่ย

            “พี่สะใภ้พี่ดีจริงๆ ค่ะ ตระกูลสวีของพวกเราได้แต่งพี่เข้าตระกูลช่างเป็นวาสนายิ่งนัก”

            “ดูพูดเข้า!”เฉินเยี่ยค้อนใส่สวีหว่านหนิง แต่แววตากลับเปี่ยมไปด้วยรอยยิ้ม

            “จริงสิอันนี้เป็นของน้อง”

            “พี่สะใภ้ของฉันไม่เป็นไรหรอกค่ะ”

            รับของขวัญมากเกินไปแล้วจิตใจเธอไม่สงบ

            แต่เฉินเยี่ยกลับตบหลังมือของเธอเบาๆ“เปิดดูก่อน รับรองว่าน้องจะต้องชอบ”

            ความอยากรู้อยากเห็นของสวีหว่านหนิงถูกปลุกขึ้นมาในชั่วพริบตา

            เธอเปิดของขวัญออกดูแล้วตาเป็นประกาย

            “นี่มัน...”

            เฉินเยี่ยห่อของกลับคืนตามเดิมแล้วพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงลึกลับว่า“พี่ต้องใช้เส้นสายเพื่อหามันมาจนครบ อาหนิงพี่ตั้งตารอวันที่น้องจะกลับมาอยู่ปักกิ่งนะ”

            สิ่งที่พี่สะใภ้เตรียมไว้ให้คือหนังสือเรียนระดับมัธยมปลายหนึ่งชุด

            ตอนนี้การสอบเข้ามหาวิทยาลัยยังไม่ถูกนำกลับมาใช้แม้จะมีโรงเรียนเปิดการเรียนการสอน แต่ก็มีเพียงโรงเรียนระดับประถมและระดับมัธยมต้นเท่านั้น

            เฉินเยี่ยคงต้องทุ่มเทแรงกายแรงใจเป็นอย่างมากเพื่อหาหนังสือเรียนระดับชั้นมัธยมปลายจนครบชุด

            สวีหว่านหนิงตาแดงก่ำ“พี่สะใภ้ พี่ดีจริงๆ เลยค่ะ”

            “ใช่ฉันดีจริงๆ พี่ใหญ่ของน้องได้แต่งงานกับพี่ถือเป็นวาสนาของเขา”เฉินเยี่ยพูดหยอกเย้าอย่างหาได้ยาก

            สวีเม่าหรานที่กำลังตั้งใจขับรถได้ยินดังนั้นก็รีบขานตอบว่า“ใช่ ได้เธอมาเป็นภรรยาถือเป็นวาสนาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิตฉันแล้ว”

            “พี่คะบนรถยังมีฉันนั่งอยู่อีกคนนะคะ”

            อยากอวดความหวานช่วยไปอวดกันสองต่อสองได้ไหม!

            สวีเม่าหรานยิ้ม“พี่กลัวว่าถ้าไม่พูดตามสิ่งที่คิดพี่สะใภ้ของน้องจะรู้สึกว่าการใช้ชีวิตกับพี่มันน่าเบื่อ”

            มีน้องสาววาจาฉะฉานใช่ว่าจะเป็นเรื่องดีเสมอไป

            เฉินเยี่ยหลุดขำบรรยากาศในรถยนต์เต็มไปด้วยความสุข

            “พี่จะพาน้องกลับไปเอาของที่บ้านก่อนแล้วค่อยไปส่งที่สถานีรถไฟ”

            หลังมาถึงบ้านสวีสวีหว่านหนิงก็เห็นแม่สวีกำลังนั่งเหม่อลอยอยู่ในสวน

            วันนี้พระอาทิตย์เจิดจ้าแสงแดดส่องลงมาให้ความอบอุ่นแต่รอบกายแม่สวีกลับเต็มไปด้วยกลิ่นอายของความนิ่งขรึม

            สวีหว่านหนิงรู้สึกเศร้าใจขึ้นมาเธอจึงพยายามเดินเข้าบ้านอย่างเงียบงัน

            แต่แม่สวีกลับสังเกตเห็นลูกสาวตั้งแต่วินาทีแรกเธอเงยหน้าขึ้นใบหน้าที่ได้รับการบำรุงผิวพรรณมาเป็นอย่างดีกลับมาเต็มไปด้วยรอยยิ้มเมตตาอีกครั้ง

            “กลับมาแล้วเหรอลูก”

            “ค่ะแม่”สวีหว่านหนิงกล่าวทักทายแล้วเดินตรงไปโอบกอดแม่ของตน “ฉันจะคิดถึงแม่กับพ่อนะคะ”

            แม่สวีตบหลังเธอเบาๆ“กลับไปแล้วต้องดูแลตัวเองให้ดี อีกอย่าง ลูกเป็นคนอารมณ์ร้อนตั้งแต่เด็กอยู่กับแม่สามีต้องรู้จักอดทนบ้าง อย่าทำให้คนอื่นโมโหล่ะ”

            “วางใจเถอะค่ะแม่แม่สามีของฉันเป็นแม่ที่ดีเหมือนกับแม่ทุกอย่าง เธอดีกับฉันมากพวกเราสองคนอยู่ด้วยกันเหมือนเป็นแม่ลูกแท้ๆ”

            สวีหว่านหนิงซุกใบหน้าลงบนตัวของแม่สวี“แต่แน่นอนว่าฉันสนิทสนมและใกล้ชิดกับแม่ที่สุดค่ะ”

            แม่สวีจิ้มหน้าผากลูกสาวอย่างขบขัน“กลัวแม่หึงงั้นหรือ เด็กโง่ ขอแค่ลูกมีความสุข แม่ก็ดีใจแล้ว”

            “ค่ะ”สวีหว่านหนิงพยักหน้า “ครั้งนี้ฉันจะกลับไปสะสางงานที่โรงงานคาดว่าอีกไม่นานคงต้องกลับมาจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าที่ปักกิ่งฉันรับปากแม่ค่ะว่าถึงปักกิ่งเมื่อไรจะมาที่บ้านเราทันที”

            “ได้สิแม่คงไม่ได้ไปส่งลูก เดินทางระวังตัวด้วย ถึงจุดหมายเมื่อไรอย่าลืมโทรมาบอกที่บ้านด้วยนะลูก”

            สวีหว่านหนิงเพิ่งหิ้วกระเป๋าเดินทางที่จัดเตรียมไว้แล้วล่วงหน้าออกจากบ้านพ่อสวีก็เดินออกมายืนตรงจุดที่สวีหว่านหนิงยืนอยู่เมื่อครู่นี้พลางทอดสายตามองลูกสาว

            แม่สวีกลอกตาใส่เขาแล้วตัดพ้อว่าเมื่อกี้บอกให้คุณออกมาส่งลูกดันอิดออดไม่อยากออกมา เป็นยังไงล่ะเลยไม่ได้เจอหน้าบอกลากันเลย!”

            “ลูกก็บอกแล้วไม่ใช่หรือว่าเดี๋ยวจะกลับมาอีก”

            “เก่งจริงก็อย่าเขย่งเท้าชะเง้อมองลูกสิ!”

            พ่อสวีลูบปลายจมูกแก้เก้อแล้วถามว่า “จริงสิ คุณได้บอกอาหนิงหรือเปล่าว่ากลับมาคราวหน้าให้พาต้าชุนกับเยาเม่ยกลับมาด้วย”

            แม่สวีถลึงตาใส่เขาอีกรอบ“ไม่ได้ยินลูกบอกหรือว่า คราวหน้าจะกลับมาทำธุระเรื่องงาน ให้พาเด็กสองคนมาด้วยคงจะไม่สะดวก”

            “คุณคิดว่าฉันไม่อยากเจอหลานชายกับหลานสาวงั้นหรือแต่ยังไงพวกเราก็ต้องคิดถึงสภาพความเป็นจริงด้วย!”

            “ใช่ๆๆภรรยาของฉันพูดถูกทุกอย่าง ฉันวู่วามไปเอง”

            อีกด้านสวีหว่านหนิงขึ้นมานั่งบนรถของพี่ใหญ่เพื่อเดินทางตรงไปที่สถานีรถไฟ

            “นั่นคือหลินอันหรือเปล่า”

            พี่สะใภ้มองชายร่างสูงที่ยืนอยู่ตรงทางเข้าสถานีรถไฟแล้วถามขึ้นมา

            สวีหว่านหนิงเคาะหัวตัวเองอย่างแรง“โอ๊ย ฉันลืมบอกหลินอันว่าจะไปซื้อของที่ร้านค้ามิตรภาพก่อน”

            พูดจบเธอก็รีบเปิดประตูรถ“พี่ใหญ่ รบกวนช่วยหยิบของให้ฉันทีค่ะ ฉันต้องไปบอกลาหลินอัน”

            “ไปเถิด”สวีเม่าหรานโบกมือ ไม่ได้ดูไม่พอใจแต่อย่างใด

            คนเป็นพี่ใหญ่มีหน้าที่ดูแลน้องสาวอยู่แล้วมิใช่หรือ

            ต่อให้น้องสาวจะแต่งงานเป็นแม่คนแล้วเขาก็ควรทำตัวมีประโยชน์กับน้องสาว!

            “หลินอัน!”สวีหว่านหนิงเรียกชื่อเขาแล้วรีบวิ่งไปหา

            หลินอันได้ยินเสียงก็หันกลับมาเมื่อเห็นสวีหว่านหนิงเขาก็รีบสาวเท้ามาหาเธออย่างรวดเร็ว จากนั้นก็ยื่นมืออันแข็งแกร่งมาจับแขนของเธอไว้

            “ยังมีเวลากว่ารถไฟจะออกไม่ต้องรีบร้อน”

            “ฉันกลัวคุณรออย่างร้อนใจนี่นา”

            หลินอันแย้มยิ้มบาง“ไม่เป็นไร เวลาแค่นี้ฉันรอได้”

            เทียบกับตอนที่เธอรอเขาอยู่หมู่บ้านต้าเจียงแล้วเวลาแค่หนึ่งชั่วโมงกว่าช่างเล็กน้อยเหลือเกิน

            “แผลของคุณยังไม่สมานตัวดีคุณต้องดูแลร่างกายตัวเองให้ดีนะ”

            “อืม ฉันรู้”สายตาของหลินอันจับจ้องอยู่บนตัวสวีหว่านหนิงตลอดเวลานับหมื่นคำพูดในใจกลั่นออกมาได้แค่ประโยคเดียวว่า

            “ฉันจะคิดถึงเธอ...กับลูก”

            สวีเม่าหรานกับเฉินเยี่ยหิ้วกระเป๋าเดินทางของสวีหว่านหนิงมาพอดี

            สวีหว่านหนิงรับกระเป๋าน้อยใหญ่จากมือของพี่ใหญ่ก่อนจะโบกมือให้พวกเขาสามคน “ฉันเข้าไปในสถานีก่อนนะคะ ทุกคนรีบกลับไปเถอะพี่ใหญ่ยังต้องทำงานอีก”

            “ถึงบ้านแล้วอย่าลืมโทรมารายงานตัวด้วยนะเบอร์โทรศัพท์ที่บ้านกับเบอร์โทรศัพท์ที่ทำงานของพวกพี่ น้องจำได้หมดแล้วใช่ไหม”

            หลังได้ยินคำพูดของสวีเม่าหรานสมองของสวีหว่านหนิงก็เริ่มมีเบอร์โทรศัพท์สิบกว่าเบอร์ผุดขึ้นมา

            “จำได้หมดแล้วค่ะ”

             

             

    คล้ายกับเรื่องทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70【จบ】 ที่คุณอ่าน

    เกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว)

    เกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว)

    นิยาย รัก
    149K 452
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ทริปท่องเที่ยวอดีตของเซวียเสี่ยวหรั่น [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ทริปท่องเที่ยวอดีตของเซวียเสี่ยวหรั่น [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    484K 1138
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    เกิดใหม่มั่งคั่ง ทำฟาร์มกลางหุบเขาลึก [จบ]

    เกิดใหม่มั่งคั่ง ทำฟาร์มกลางหุบเขาลึก [จบ]

    นิยาย รัก
    399K 392
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    295K 786
    ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูไร้ค่ากับระบบยาพิศวง [จบ]

    ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูไร้ค่ากับระบบยาพิศวง [จบ]

    นิยาย รัก
    635K 1371
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    489K 1390