บทที่ 4 พบเจอรักแรก
“ตำแหน่งของเสกสรรนั้นถูกระบุแล้ว ถึงจะไม่มั่นใจว่าพวกเขาอยู่ที่นั่นหรือไม่ แต่ก็มีคนพบเจอตำแหน่งที่น่าสนใจ มีคนเข้าออกอย่างลับๆล่อๆอยู่สองสามครั้ง เป็สถานที่ที่พวกเราไม่เคยไปสำรวจมาก่อน เข้าใจว่าพวกมันน่าจะใช้จุดบอดของสายตาตรงนั้นเป็ที่ซ่อน”
“ถ้าอย่างนั้นวันนี้ก็ลองไปที่แคมป์ก่อสร้าง หลังโรงเรียนเก่าก่อนก็แล้วกัน เดี๋ยวจะให้คนเอาภารกิจไปประกาศ คนในหน่วยหลักๆยังยุ่งกับการช่วยเหลือและขนทรัพยากรจากคอนโดหรูที่เพิ่งยึดได้ ดังนั้นภารกิจค้นหาตำแหน่งของเสกสรรและยึดเอาข้อมูลเกี่ยวกับเมล็ดพันธุ์ปรับปรุงนั้นจึงต้องดำเนินการกันโดยคนไม่กี่คน หากประกาศไปแล้วได้คนมาเพิ่มก็คงจะดีกว่า”
“หัวหน้าหน่วยคิดว่ายังไงบ้าง?” ที่ปรึกษาของหน่วยที่สามกล่าวรายละเอียดที่พวกเขาไปค้นเจอให้กับหัวหน้าได้ฟัง แต่น่าเสียดายที่เขาไม่ได้รู้เลยว่าคำพูดของเขาไม่ได้เข้าหูอีกฝ่ายเลยแม้แต่น้อย
“หัวหน้า?” ท่าทางเหม่อลอยของอีกฝ่ายทำให้เขาต้องเรียกซ้ำอีกครั้ง ถ้าไม่ใช่เพราะเสียงของเขาค่อนข้างดัง คงจะไม่มีทางที่หัวหน้าหน่วยที่สามผู้สติล่องลอยไปไกลจะตื่นขึ้นมาได้
“หืม? มีอะไร” สายตาเ็าทำให้ที่ปรึกษาต้องถอนหายใจ อีกฝ่ายถามเขาว่ามีอะไรอย่างนั้นหรอ? มีอะไร? ก็ต้องมีน่ะสิ! นี่พวกเขามาประชุมเื่การติดตามตัวของไอ้เสกสรรที่ขโมยเมล็ดพันธุ์แห่งความหวังไปเลยนะ แล้วหัวหน้าก็เป็คนรับอาสาจากพวกผู้นำระดับสูงมาเอง จู่ๆกลับบอกว่า “มีอะไร?” อืม...นั่นสินะ มันก็คงจะไม่มีอะไรนั่นแหละ!!
ให้ตายเถอะ!
“หัวหน้าจะเอายังไงกับภารกิจนี้ครับ” ที่ปรึกษาถามออกมาอีกครั้ง คิ้วหนาของหัวหน้าหน่วยขมวดเข้าหากันอีก ไม่รู้ว่าเขารับรู้คำพูดของตนเองหรือไม่ แต่ที่ปรึกษาก็คร้านจะอธิบายซ้ำอีกรอบเหมือนกัน
“หัวหน้าจะประกาศเป็ภารกิจเพื่อให้คนอื่นร่วมทำงานด้วยหรือเปล่า”
“หืม? อืม เอาแบบนั้นก็แล้วกัน” คนเป็หัวหน้าโบกมือ แต่สายตาของอีกฝ่ายกลับจับจ้องไปยังด้านล่างอีกครั้ง เห็นแบบนี้เขาก็อดไม่ได้ที่จะชะโงกหน้าลงไปมองด้านล่างเหมือนกันไม่ได้
สายตาของเขาไม่ได้มองเห็นใครเป็พิเศษ พวกคนใหญ่คนโตไม่ได้อยู่ที่นี่ แถมด้านล่างก็มีแค่พวกปลายแถวอีกต่างหาก ถ้าจะบอกว่ามีคนที่โดดเด่นและสะดุดตาอยู่ อย่างนั้นก็คงเป็ผู้หญิงผมสั้นคนนั้นล่ะมั้ง ผิวพรรณและรูปลักษณ์ค่อนข้างโดดเด่นเลย เพียงแต่...หัวหน้าที่มีภรรยาสวยๆอยู่ตั้ง 4 คนแล้ว เขายังจะมองผู้หญิงคนอื่นด้วยสายตาแบบนั้นอีกหรอ? ไม่กลัวว่าจะถูกดูดน้ำออกไปจนตายก่อนหรือไง?
“ไปได้แล้ว” ราวกับเข้าใจความคิดของที่ปรึกษาหน่วย เ้าของดวงตาเ็าโบกมือไล่ ซึ่งคนเป็ที่ปรึกษาก็ไม่ได้คิดจะรั้งรออยู่แล้ว
เขาเดินออกไปเพื่อให้เ้าหน้าที่ติดประกาศ ในขณะที่หัวหน้าหน่วยก็ยังจมอยู่กับความคิดที่ซับซ้อนของตนเอง
ด้านล่าง รัญชนาไม่ได้รับรู้ว่าตอนนี้กำลังมีใครจ้องมองเธออยู่แล้วบ้าง คิ้วเรียวขมวดเป็ปมเพราะกำลังเลือกภารกิจที่เหมาะสมกับตนเอง เธอมีความสามารถในการป้องกันเล็กๆน้อยๆเท่านั้น ทางที่ดีไม่ควรจะรับภารกิจที่ยุ่งยากเกินไป แต่ภารกิจที่ไม่ยุ่งยากเ่าั้ และไม่ควรที่จะรับภารกิจออกไปข้างนอกั้แ่ครั้งแรก
- ภารกิจจัดการสสาร –
- ภารกิจตรวจนับสินค้าคงคลัง –
- ภารกิจเฝ้าระวังกำแพงเหล็ก –
- ภารกิจติดตั้งะเิรอบนอกกำแพงเหล็ก –
มี 4 ภารกิจในตอนนี้ที่รัญชนาพอจะทำได้ ภารกิจในการจัดการสสารนั้นง่ายที่สุด ไม่ต้องใช้พลังกายมากมายนักก็ทำได้แล้ว ดูเหมือนจะเหมาะสมกับพวกผู้หญิงอย่างเธอมากที่สุด ถึงอย่างนั้นกลับเป็งานที่ไม่มีใคร้าทำมากที่สุดอีกหนึ่งงาน ไม่แปลกที่ภารกิจนี้จะถูกส่งมาติดเอาไว้เพื่อรับคนทั่วไปทำงานด้วย
สสารที่ว่าก็คือร่างกายของพวกซอมบี้ หน้าที่ของเธอก็คือการใช้เช็ดดูดเืซอมบี้เ่าั้ออกมาเก็บเอาไว้ในถัง ประมาณ 4 ตัวจึงจะได้สสารเต็ม 4 ถัง
เมื่อเสร็จแล้วยังต้องเอาไปจัดเรียงเก็บเอาไว้ด้วย โดยสสารพวกนั้นจะถูกนำไปพัฒนาเป็อาวุธ หรือไม่ก็ยารักษาต่างๆต่อไปตามแต่ที่พวกนักวิจัย้า อีกอย่าง...รางวัลของภารกิจก็คืออาหาร 100 กรัม เพียงแค่พอประทังหิวเท่านั้น ไม่ได้ช่วยให้อิ่มท้องแต่อย่างใด ดังนั้นผู้คนส่วนมากจึงไม่รับภารกิจนี้กัน
ภารกิจที่สองก็มีปัญหาที่ตารางเวลา เพราะเป็งานที่ง่ายและคน้าทำมาก กับการนับสินค้าในคลังให้หมดแล้วก็บันทึกลงในแต่ละวันเท่านั้นเอง แต่เงื่อนไขก็คือ...จะต้องรับภารกิจและลงวันที่เอาไว้ หากซ้ำกับคนอื่นก็จะไม่สามารถรับภารกิจนี้ได้ อีกอย่าง...ใน 1 สัปดาห์นั้นจะรับงานได้เพียงครั้งเดียวเป็อย่างมาก แต่ด้วยจำนวนคนที่ต่อแถวอยู่ คาดว่าน่าจะรับภารกิจได้เดือนละครั้งเดียวก็หรูแล้ว
ภารกิจทีสามและสี่้าคนเป็จำนวนมาก แต่ก็เสี่ยงอันตรายมากเช่นกัน ภารกิจเฝ้าระวังกำแพงเหล็กค่อนข้างดีกว่า แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าไม่เสี่ยงตาย พวกคนงานจะต้องมีทักษะในการป้องกันตัวอยู่บ้าง จะรับเข้าทำงานยังต้องมีการดูความสามารถด้วย แม้ว่าความสามารถบาเรียระดับต่ำนี้จะไม่เป็ปัญหา ทว่าเธอจำเป็ที่จะต้องมีสัญชาตญาณที่ดีเพื่อไม่ให้ตนเองตายไปเสียก่อน
ปัญหาของผู้เฝ้าระวังกำแพงเหล็กก็คือ ถ้าเป็พวกผู้ลาดตระเวนด้านล่าง จะต้องระวังซอมบี้ระดับต่ำที่กำลังหลงทางมาทางปราการ ซึ่งหลังจากที่ตรวจสอบพบแล้ว อย่างแรกคือต้องหนีให้เร็ว อย่างที่สองคือต้องล่อซอมบี้ไปยังจุดจัดการซอมบี้ให้ได้ แต่ถ้าเป็พวกผู้ลาดตระเวน้า แม้นานๆจะเจอปัญหา ทว่าพวกนกซอมบี้ที่หลุดฝูงก็อาจจะมาทำร้ายพวกเขาจนติดเชื้อได้เหมือนกัน
ไม่แปลกที่ภารกิจนี้จะมีคนน้อยนักที่รับทำ นอกจากนี้มันยังต้องใช้สมาธิค่อนข้างมาก ไม่อาจจะคลาดสายตาได้แม้เพียงวินาทีเดียว เทียบกับการล่าซอมบี้ที่ทำภารกิจคล้ายๆกัน พวกเขาย่อมเลือกที่จะออกไปล่าซอมบี้ที่ให้ผลรางวัลที่ดีกว่า
ส่วนภารกิจติดตั้งะเิรอบนอกกำแพงเหล็ก แค่ได้ยินชื่อก็รู้แล้วว่ามันน่ากลัว แม้จะมีภารกิจแค่ติดตั้งะเิ กระนั้นก็เป็ภารกิจที่เสี่ยงตายมากๆ หากติดตั้งไม่ถูกต้อง ะเิทำงานก็จะกลายเป็หายนะได้เลย ภารกิจนี้ติดประกาศเอาไว้นานแล้ว แต่ไม่มีเศษเนื้อชิ้นไหนที่้ารับงานเลย
“ถอยหน่อยๆ มีภารกิจใหม่มา” เสียงของพนักงานเรียกให้รัญชนาที่กำลังทบทวนกับตนเองขยับ หญิงสาวถอยหลังเล็กน้อยเพื่อหลบให้ภารกิจนี้ติดประกาศสำเร็จเสียก่อน ผู้คนจำนวนหนึ่งชะโงกหน้าเข้ามาดูด้วยว่าภารกิจใหม่นี้น่าสนใจหรือเปล่า ถ้าน่าสนใจ พวกเขาจะได้รับรับงานไปทำก่อน
“เป็ภารกิจเกี่ยวกับอะไรลูกพี่!” นักล่าคนหนึ่งร้องถาม เ้าหน้าที่เลิกคิ้วแล้วก็พูดออกไป
“ภารกิจตามหาไอ้คนขโมยเมล็ดพันธุ์นั่นน่ะ ที่ตามหากันมาพักใหญ่ๆแล้ว”
“อ้อ ไอ้เสกสรรนั่นอ่ะหรอ? แต่ภารกิจพวกนี้ถ้าจับไม่ได้ก็จะไม่ได้รางวัลใช่ไหม? เหมือนเดิมรึเปล่า”
“เหมือนเดิมนั่นแหละ ถ้าจับไม่ได้จะให้รางวัลทำไม” เ้าหน้าที่ตอบกลับ พวกเขาค่อนข้างคุ้นเคยกันเป็อย่างดีแล้ว เมื่อได้ยินแบบนั้น ผู้คนก็ส่งเสียงโห่ร้องออกมาอย่างช่วยไม่ได้
เกือบ 20 คนที่นี่ที่รับภารกิจนั้นไปทำแล้วเสียเปล่า พวกเขาไม่ได้อะไรตอบแทนค่าแรงเลย มันเหมือนกับการทำงานเสี่ยงดวงนั่นแหละ แต่ก็เข้าใจได้...เป็ความเสี่ยงที่พวกเขาเลือกจะไปทำเองนี่นา
“ภารกิจจับเสกสรร?” คิ้วเรียวของรัญชนาเลิกขึ้นอย่างประหลาดใจ
เธอจำได้ว่าคืนแรกที่มาถึงปราการ เธอได้ขายข่าวนี้ให้กับชายคนนั้นไปแล้วไม่ใช่หรือ? เธอยังคิดว่าเ้านั่นควรจะถูกจัดการไปแล้วเสียอีก
แต่หลังจากคิดทบทวนดีๆ รัญชนาก็เข้าใจได้ เ้าพี่ชายหลงน้องสาวคนนั้น...ถ้าไม่ใช่เื่ที่เกี่ยวกับน้องสาวสุดที่รัก เขาจะเข้ามาทำมันทำไม? ดังนั้นไม่แปลกเลยถ้าอีกฝ่ายจะรับเื่ไปแต่ไม่เอาไปทำอะไรเป็ชิ้นเป็อัน!
รัญชนาถอนหายใจอย่างเสียดาย บางที...ลึกๆแล้วเธออาจจะกำลังคาดหวังให้มีใครสักคนจับตัวเสกสรรแล้วก็เอาเมล็ดพันธุ์แห่งความหวังนั่นกลับมาได้ก็ได้ สุดท้ายแล้วมันก็ขึ้นกับความอยู่รอดของมนุษย์ทั้งหมด แต่ในเมื่อมันไม่เป็แบบนั้น เธอก็ทำได้แค่เสียดายแทนแล้ว
คนตัวเล็กเลิกสนใจภารกิจที่สุดท้ายแล้วจะไม่ได้รับผลตอบแทนที่ดีอะไร เพราะถึงจะจับตายเสกสรรได้ ทว่าไม่อาจจะเอาทรัพยากรล้ำค่ากลับมาได้ ผลตอบแทนก็แค่อาหารไม่กี่ร้อยกรัมเท่านั้น ไม่คุ้มค่าเหนื่อยที่ลงแรงไปหรอก
รัญชนาเลือกภารกิจเฝ้าระวังกำแพงเหล็กมาลองทำก่อนเป็อันดับแรก ค่าตอบแทนคือ 200 กรัม แต่ถ้าโชคดีเธออาจจะไม่ต้องทำงานหนักอย่างที่คิดก็ได้ หากโชคร้าย...เช่นนั้นก็ถือว่าได้ทดสอบพลังของตนเองแล้ว
อย่างไรก็ตาม ร่างเล็กๆของเธอยังไม่ทันจะได้เดินออกไปไหน เงาของคนตัวใหญ่กว่าก็ปรากฏขึ้นตรงหน้า ขวางทางเดินของเธอเอาไว้ก่อนแล้ว
“ภารกิจตามจับเสกสรรนี้เหมาะกับมือใหม่ไม่น้อยเลยนะ ถ้าเทียบกับภารกิจที่เธอกำลังเลือกแล้ว เป็ภารกิจที่ได้ผลตอบแทนดีกว่าด้วย แล้วก็อันตรายน้อยกว่าด้วย”
หญิงสาวเงยหน้ามองคนพูด แม้ว่าเขาจะพูดเหมือนไม่ใส่ใจก็เถอะ แต่รัญชนากลับรับรู้ได้ว่าเขามาที่นี่เพื่อพูดกับเธอ!
คนตรงหน้านี้มีร่างกายสูงใหญ่ ใบหน้าของเขาคมเข้มและเหมาะสมกับคนที่จะถูกเรียกว่า “หล่อ” อย่างแท้จริง เป็ผู้ชายที่สมบูรณ์แบบคนหนึ่ง ถ้าเป็ยุคก่อนวันสิ้นโลก ผู้ชายในสเปคจะเป็พวกที่มีความสวยงามและเสน่ห์อยู่ในตัว ทว่าหลังวันสิ้นโลก ผู้ชายทรงแบด ร่างใหญ่ถึกทนนี้จะกลายเป็คนที่ผู้หญิงมองหามากที่สุด และใช่! ผู้ชายตรงหน้าของเธอคือคนแบบนั้น
ดวงตาของเขามีสีดำเข้ม เข้ากันดีกับผิวสีแทนของเขา ยามที่มองดูจะให้ความรู้สึกปลอดภัยไม่น้อย เหมือนกับว่าพวกผู้หญิงสามารถฝากชีวิตไว้ในมือของเขาได้ และจะปลอดภัยอย่างแน่นอน
ด้วยเสน่ห์ที่ล้นหลามเช่นนี้ รัญชนาไม่แปลกใจเลยว่าทำไมเขาจึงถูกบอกว่าเป็พระเอกที่มีนักอ่านชื่นชมมากที่สุด และไม่แปลกอีกต่อไปที่เขาจะกลายเป็ที่หมายปองของสาวๆเกือบทั้งปราการ
เมื่อเห็นคนตัวเล็กยังเงียบอยู่ ชายหนุ่มก็มองจ้องลงมา ในแววตาของเขามีประกายสั่นไหวอยู่เล็กน้อย สมกับบทที่ว่าเคยหลงใหลไปกับความเย่อหยิ่งของคุณหนูรัญชนาผู้นี้ ถึงในเนื้อเื่จะพูดบรรยายฉากพบเจอครั้งแรกในการทำภารกิจตามหาเสกสรรก็เถอะ กระนั้น...เมื่อเอามาบรรยายใหม่ในสถานการณ์ใหม่ ความรู้สึกของพระเอกก็ยังคงเกิดขึ้นเหมือนเดิมสินะ
“ฉันคือหัวหน้าหน่วยที่สาม คนที่จะดูแลความปลอดภัยตลอดภารกิจนี้ให้กับเธอ ถ้าอยากจะลองดูล่ะก็...”
“ขอโทษค่ะ ฉันมีงานที่สนใจอยากจะทำอยู่แล้วค่ะ” รัญชนาปฏิเสธอย่างตรงไปตรงมาแทน เธอไม่ปล่อยให้พระเอกคนนี้ขายของไปมากขึ้น เพราะนั่นจะยิ่งทำให้เขาหน้าแตกเพิ่มหากรับคำปฏิเสธจากเธออีก
ถ้าในเมื่อเป้าหมายของรัญชนาก็คือปฏิเสธแล้ว อย่างนั้นปฏิเสธให้เร็วก็ยิ่งดีไม่ใช่หรือ?
“เดี๋ยวก่อนสิ” ไม่ปล่อยให้หญิงสาวจากไปง่ายๆ ชายหนุ่มนักรักขมวดคิ้วมุ่น คำพูดของเขาเริ่มขึงขังตามประสาคนที่เคยได้อะไรแล้วต้องได้ นี่ก็ผ่านมา 2 ปีแล้วที่เขากุมอำนาจเอาไว้ในมือ ความเอาแต่ใจและความเด็ดขาดของเขาจึงเพิ่มมากขึ้นเป็เท่าตัว
แม้ว่าผู้หญิงตรงหน้าจะเป็ลูกสาวของประธานบริษัทและเป็ผู้หญิงที่เขาได้แค่แอบมองแล้วเก็บไปฝัน แต่นั่นก็คือเื่ในอดีตไม่ใช่หรือ? ตอนนี้เธอก็เป็แค่คนที่มาอาศัยในปราการแห่งนี้เท่านั้น ยังเป็คนใหม่ที่ไม่ประสีประสา เมื่อเทียบกับเขาที่เหมือนกับกรรมการบริหารบริษัทแล้ว เธอจะมาเย่อหยิ่งแบบนี้ได้อย่างไร
“เธออาจจะยังไม่รู้เกี่ยวกับปราการแห่งนี้ แต่เธอควรจะรู้ว่าตอนนี้คือวันสิ้นโลก มนุษย์จะอยู่หรือตายอยู่ที่การตัดสินใจเพียงเสี้ยววินาทีเท่านั้น ฉันเปิดโอกาสให้เธอได้ใช้ความสามารถของตนเองใต้ปีกของฉันเพื่อแสดงความเมตตา และฉันไม่คิดว่าเธอควรจะปฏิเสธด้วย!”
………………………………………………………….