บทที่ 13 หลังจากวันนี้ไป ก็กลับเข้าประจำการเถิด
“ข้า... เื่นี้ไม่เกี่ยวข้องกับข้า ข้าแค่มาดูเื่สนุกเฉย ๆ เป้าพวกนี้... ไม่สิ คนเหล่านี้ข้าไม่เคยฆ่าเลยแม้แต่คนเดียว...”
น้ำเสียงของหลี่หวงเริ่มสั่นเครืออย่างเห็นได้ชัด องครักษ์ไม่กี่คนข้างกายเขาต่างมองหน้ากันโดยสัญชาตญาณ พยายามปกป้องจุดตายของหลี่หวงไว้ เพราะเกรงว่าฟางเฉินจะลงมือสังหารเขาในทันที
“งั้นหรือ...” ฟางเฉินยิ้มบาง ๆ
กลุ่มจอมยุทธ์แคว้นชิงซงเริ่มสังเกตเห็นความผิดปกติ และเมื่อพวกเขามองพิจารณาฟางเฉินชัด ๆ ก็ต้องตกตะลึงเมื่อพบว่าเขาเป็ใคร!
“ฟางเฉิน!” “เขามาอยู่ที่นี่ได้ยังไง!?”
พวกเขาวางเหล้าและเนื้อในมือลงทันที บ้างชักดาบ บ้างถือกระบี่ บ้างก็ยกธนูขึ้นมาจ้องเขม็งไปที่ฟางเฉิน
“ฟางเฉิน เ้ามาที่นี่ทำไม?”
ทันใดนั้น เงาร่างหนึ่งพุ่งทะยานเข้ามาด้วยความเร็วสูง กลิ่นอายพลังเข้มข้น ท่าร่างพลิ้วไหวประหนึ่งเท้าไม่ติดดิน นี่คือลักษณะของยอดฝีมือที่สามารถ "คุมปราณไว้ที่เท้า" ได้นั่นเอง!
“ท่านม้าเหล็ก!” หลี่หวงร้องออกมาด้วยความดีใจ
ผู้มาใหม่คือหนึ่งในสองยอดฝีมือขั้นอวี้ชี่ระดับต้นของสำนักวรยุทธแห่งนี้ อดีตเคยเป็นักดาบชื่อดังของแคว้นชิงซง ก่อนจะสวามิภักดิ์ต่อแม่ทัพหมาป่าเซียวและออกศึกร่วมกัน ต่อมาจึงได้มาดูแลสำนักวรยุทธซิงซงระดับสูงแห่งนี้ร่วมกับเซียวเทียนชื่อในเมืองหลวงต้าเซี่ย!
แต่หลังจากดีใจได้เพียงครู่เดียว หลี่หวงก็อุทานออกมาด้วยความตระหนก “ท่านม้าเหล็กระวัง! เ้าสำนักเซียวตายด้วยน้ำมือของฟางเฉินแล้ว!”
ว่าไงนะ!?
“เ้าสำนักเซียวตายด้วยน้ำมือฟางเฉินงั้นหรือ!?”
“เป็ไปได้ยังไง!”
“ไม่ใช่ว่าฟางเฉินสูญสิ้นพลังไปหมดแล้วหรือ!”
จอมยุทธ์แคว้นชิงซงในที่นั้นต่างตกตะลึงพรึงเพริดม้าเหล็กเห็นดังนั้นก็ชักกระบี่ข้างกายออกมาทันที รังสีกระบี่ยาวกว่าหนึ่งจ้างกวาดผ่านราวกับพายุหมุน! เพียงชั่วพริบตา ศีรษะของจอมยุทธ์แคว้นชิงซงกว่าสิบคนก็หลุดกระเด็นตกพื้น
การลงมือของม้าเหล็กยังไม่หยุดเพียงเท่านี้ ในฐานะยอดฝีมือขั้นอวี้ชี่ ร่างของเขาเคลื่อนไหวราวกับปีศาจไปทั่วลานประลอง ทุกครั้งที่ตวัดกระบี่จะสังหารคนได้คราวละหลายคน
เพียงครู่เดียว จอมยุทธ์แคว้นชิงซงหลายสิบคน ทั้งขั้นหนิงชี่และขั้นป้าวชี่ ต่างสิ้นชีพภายใต้คมกระบี่ของม้าเหล็กทั้งหมด
หยาดเืค่อย ๆ ไหลซึมจากใบกระบี่หยดลงสู่พื้น
หลี่หวงยืนเซ่อเป็เบื้อจ้องมองภาพนั้น สมองของเขาประมวลผลไม่ทัน ไม่เข้าใจว่าเกิดเื่อะไรขึ้นกันแน่
ทำไม... ทำไมม้าเหล็กถึงลงมือกับคนของตัวเอง?
องครักษ์ข้างกายหลี่หวงเองก็อ้าปากค้าง ในใจสั่นสะท้านด้วยหวาดเกรงในวิชาของยอดฝีมือขั้นอวี้ชี่ หากเป็พวกเขาเพียงคนเดียว ย่อมไม่มีทางต้านทานกระบี่ของม้าเหล็กได้เลย
“ท่านชาย เพราะเซียวเทียนชื่อคอยจับตาดูอยู่ วันนั้นข้าจึงไม่ได้ไปหาท่านที่เรือนเร้นลับ”
ม้าเหล็กสะบัดแขน สลัดคราบเืออกจากกระบี่จนหมดสิ้น ก่อนจะเดินมาหยุดตรงหน้าฟางเฉินแล้วประสานมือคำนับอย่างนอบน้อม
“หลายปีมานี้ลำบากเ้าแล้ว ที่ต้องทนเห็นภาพอุจาดตาเช่นนี้ทุกวัน เ้าว่าสำนักวรยุทธชิงซงแห่งนี้ เต็มไปด้วยไอแค้นพุ่งพล่านถึง์แล้วหรือไม่?” ฟางเฉินพึมพำ
“คนที่ลำบากคือท่านชายต่างหากขอรับ” ม้าเหล็กตอบเสียงเบา
“ข้ารู้เื่พวกนี้ดี แต่กลับไร้กำลังจะขัดขวาง...” ฟางเฉินหัวเราะเยาะตัวเอง
“ท่านชายโปรดอย่าคิดเช่นนั้น พวกเขา... ล้วนมีเคราะห์กรรมที่ต้องเผชิญ สิ่งที่ท่านชายต้องทำ ไม่ใช่เพียงการช่วยชีวิตคนแค่คนสองคน
หากต้าเซี่ยไร้ซึ่งท่านชาย จะต้องมีคนตายมากกว่านี้อีกมหาศาลนัก!” ม้าเหล็กกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
บทสนทนาของทั้งคู่ทำให้หลี่หวงตะลึงจนพูดไม่ออก สมองขาวโพลนไปหมด
“พวก... พวกเ้า...” หลี่หวงชี้นิ้วที่สั่นเทาไปทางม้าเหล็กและฟางเฉิน
“'หน่วยองครักษ์เงา' ของต้าเซี่ยได้เริ่มทำงานอีกครั้งแล้ว ภารกิจของเ้า... จบสิ้นลงแล้ว หลังวันนี้ไป จงกลับเข้าประจำการเถิด” ฟางเฉินตบไหล่ม้าเหล็กเบา ๆ
“รับทราบขอรับ ท่านชาย!” ม้าเหล็กขานรับด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
แม้เขาจะพยายามทำตัวให้ดูสงบนิ่ง แต่ความสั่นเครือในน้ำเสียงนั้นกลับเผยความรู้สึกที่แท้จริงของเขาออกมา
หลายปีมาแล้วที่เขาถูกฟางเฉินส่งตัวเข้าไปในแคว้นชิงซง ค่อย ๆ ไต่เต้าขึ้นมาจนสามารถแฝงตัวเข้าไปในกองทัพหมาป่า และได้รับความไว้วางใจจากแม่ทัพหมาป่าอันดับหนึ่ง
เขาอาศัยฐานะนี้ส่งข่าวกรองสำคัญให้ฟางเฉินมามากมาย และเคยมีส่วนร่วมในการพลิกผลแพ้ชนะในสมรภูมิหลายต่อหลายครั้ง
เขารู้ดีว่าตัวเองมีประโยชน์ต่อฟางเฉินมากเพียงใด แต่การต้องใช้ชีวิตอยู่ในดงศัตรูทุกเมื่อเชื่อวัน บางครั้งยังต้องลงมือสังหารทหารต้าเซี่ยด้วยน้ำมือตัวเอง ทำให้เขาต้องทนทุกข์ทรมานใจอย่างแสนสาหัสในทุกค่ำคืน
วันนี้ ในที่สุดเขาก็ได้กลับเข้ากลุ่มเสียที!
“ท่านชาย อีกคนหนึ่งตายด้วยน้ำมือข้าแล้ว ในเมืองหลวงตอนนี้น่าจะไม่มีจอมยุทธ์ขั้นอวี้ชี่ของชิงซงเหลืออยู่อีก ต่อไปเราควรทำอย่างไรดี?” ม้าเหล็กสงบสติอารมณ์แล้วถามเบา ๆ
“ไม่เหลือไว้แม้แต่คนเดียว”
ฟางเฉินยิ้มบาง ๆ “ต้าเซี่ยในตอนนี้ ไม่จำเป็ต้องแสร้งทำเป็ดีกับพวกชิงซงอีกต่อไป ขั้นตอนแรก เริ่มจากการกวาดล้างกากเดนพวกนี้ออกจากเมืองหลวงให้สิ้นซากก่อน”
“แล้วคนพวกนี้ล่ะขอรับ?” ม้าเหล็กมองไปทางกลุ่มของหลี่หวง
“ท่านแม่ทัพฟาง ข้าผิดไปแล้ว ข้าเองก็เป็ราษฎรต้าเซี่ยนะ! เห็นแก่หน้าท่านอาหญิงของข้าและฮองเฮาที่เป็สนมของฝ่าาเหมือนกัน โปรดไว้ชีวิตข้าด้วยเถิด!”
หลี่หวงพลันทรุดเข่าลงกับพื้น โขกศีรษะขอขมาไม่หยุด องครักษ์รอบข้างทำตัวไม่ถูก แต่สุดท้ายก็ต้องก้มหน้าคุกเข่ารอรับคำตัดสินจากฟางเฉิน
“บางทีเ้าอาจจะอยากเกิดเป็คนชิงซงมากกว่า ชาติหน้าก็จำไว้ว่าไปเกิดใหม่ให้ดี อย่าได้กลับมาที่ต้าเซี่ยอีกเลย” ฟางเฉินยิ้ม
หลี่หวงเงยหน้าขึ้นทันที ดวงตาเต็มไปด้วยความอาฆาตแค้น “ฟางเฉิน เ้าจะฆ่าข้าจริง ๆ หรือ? หากเ้าฆ่าข้า ท่านอาข้าไม่ปล่อยเ้าไว้แน่! อย่าคิดว่าการเป็เทพาจะทำให้เ้าทำอะไรตามใจชอบได้ ฝ่าาทรงมองเ้าเป็เสี้ยนหนามมานานแล้ว!”
ฉัวะ!
ม้าเหล็กตวัดกระบี่เพียงครั้งเดียว ร่างของหลี่หวงก็ถูกฟันขาดครึ่งเอวในพริบตา เขาไม่ได้ตายทันที แต่ความเ็ปทีเสียดลึกเข้าไปถึงหัวใจ รวมถึงการรู้ว่าตัวเองต้องตายอย่างแน่นอน สำหรับหลี่หวงแล้ว ทั้งหมดนี้เป็การทรมานราวกับตกลงไปในนรกเลยทีเดียว
“อ๊ากกกกก!” หลี่หวงร้องโหยหวนด้วยความเ็ป
องครักษ์ข้างกายเขาหมอบนิ่งไม่ไหวติง เหงื่อเย็น ๆ ผุดพรายทั่วใบหน้า
“พวกที่ช่วยคนชั่วทำนาบนหลังคน ก็เอาไว้ไม่ได้เช่นกัน” ม้าเหล็กแค่นเสียงเ็า ก่อนจะบั่นศีรษะองครักษ์เ่าั้จนหมด
“ฟางเฉิน! ฝ่าาทรงมองคนไม่ผิดจริง ๆ! เ้าคิดคดทรยศมาตั้งนานแล้ว ถึงขั้นแอบเลี้ยงกองกำลังลับ ฮ่า ๆ ๆ ต่อให้ข้าตายเป็ผีข้าก็ไม่ปล่อยเ้าไป! หากฝ่าาทรงรู้เื่นี้ เ้าคงจะได้ตามมาอยู่เป็เพื่อนข้าในเร็วๆ นี้... เ้าไม่มีวันรู้หรอกว่าฝ่าาน่ากลัวแค่ไหน ฮ่า ๆ ๆ !”
หลี่หวงหัวเราะบ้าคลั่งดุจคนวิกลจริต สายตาที่มองฟางเฉินเต็มไปด้วยการเยาะเย้ย ผ่านไปครู่หนึ่ง เสียงหัวเราะของเขาก็ค่อย ๆ เบาลง ดวงตาเริ่มปกคลุมด้วยสีเทาแห่งความตาย
หลี่หวง... ตายแล้ว
“เ้ามีฐานะที่เตรียมไว้ในเมืองหลวงหรือยัง?” ฟางเฉินหันไปถามม้าเหล็ก
“ยังไม่มีขอรับ” ม้าเหล็กตอบ
“อืม งั้นไปอยู่ที่โรงเรียนส่วนตัวของตระกูลฟางข้าเถอะ” ฟางเฉินยิ้ม
“ขอบคุณท่านชาย!” ม้าเหล็กเอ่ยด้วยความตื่นเต้น เช่นนี้เขาก็จะได้พบท่านชายบ่อย ๆ แล้ว!
ฟางเฉินเดินออกจากสำนักวรยุทธชิงซงเพียงลำพัง ยามนี้ที่นั่นเต็มไปด้วยราษฎรและจอมยุทธ์ต้าเซี่ยนับไม่ถ้วนที่มามุงดูและถามไถ่กันว่าเกิดอะไรขึ้น
“พวกเ้ายังไม่รู้หรือ? ท่านเทพาฟางนำคนบุกเข้าไปแล้ว ได้ยินว่าเ้าสำนักวรยุทธชิงซงถูกบั่นหัวไปแล้วด้วย!”
“มีเื่แบบนี้ด้วยหรือ!?”
“เื่จริงแท้แน่นอน!”
“งั้นจะรออะไรกันอีกล่ะ!”
บัณฑิตคนหนึ่งถลกแขนเสื้อขึ้นแล้วะโโห่ร้องพุ่งเข้าไปในสำนักวรยุทธ
จากนั้นพ่อค้าหาบเร่คนหนึ่งส่งลูกให้ภรรยาดูแล ก่อนจะถือคานหาบด้วยดวงตาแดงก่ำพุ่งเข้าไปเช่นกัน
ผู้คนเริ่มหลั่งไหลเข้าไปมากขึ้นเรื่อยๆ มีทั้งชาวบ้านธรรมดา ทหารในชุดเกราะ และจอมยุทธ์พเนจiฐานะของพวกเขาต่างกันไป แต่ ณ วินาทีนี้ พวกเขามีเพียงฐานะเดียวที่เหมือนกัน คือราษฎรแห่งต้าเซี่ย!
ไม่นานนัก เปลวเพลิงก็เริ่มลุกโชนขึ้นที่สำนักวรยุทธชิงซง ไฟโหมกระหน่ำรุนแรง ทุกคนต่างพากันถอยออกมา มีเพียงจอมยุทธ์แคว้นชิงซงเท่านั้นที่ไม่เห็นแม้แต่เงาที่รอดออกมาได้
“ท่านแม่ทัพฟาง จอมยุทธ์ชิงซงข้างในตายหมดแล้ว แต่มีบางส่วนที่หนีไปได้ขอรับ” โหยวหลงชางมองสำนักวรยุทธที่กำลังถูกเพลิงผลาญแล้วเอ่ยเสียงเบา
“คืนนี้จะเป็คืนที่ไม่มีใครข่มตาหลับได้” ฟางเฉินยิ้มกล่าวเสียงแ่