สวัสดีเช้าวันที่ต้องทำหน้าที่ครูเวรประจำวันฉันต้องตื่นเช้ากว่าปกติ อยากนอนต่อมาก แต่หน้าที่ต้องมาก่อนปล่อยให้จิติญญานอนหลับบนที่นอน ส่วนกายหยาบลุกขึ้นไปปฏิบัติหน้าที่เอง ‘ที่นอนจ๋าเจอกันตอนเย็นน๊า’
ไอแดดรำไรยามเช้าที่ควรจะให้ความรู้สึกสดใสกลับกลายเป็ตัวเร่งปฏิกิริยาความหงุดหงิดบนถนนสายหน้าโรงเรียนไอความร้อนจากท่อไอเสียรถยนต์นับสิบคันพ่นควันจางๆ ออกมาผสมกับฝุ่นละอองเสียงแตรรถที่กดไล่กันไม่เป็จังหวะดังระงมแข่งกับเสียงพูดคุยเจี๊ยวจ๊าวของเด็กนักเรียนที่เพิ่งลงจากรถผู้ปกครองจนบรรยากาศบริเวณทางเข้าโรงเรียนดูวุ่นวายโกลาหลไปหมด
"หนู...เดินตามครูมานะ อย่าปล่อยมือครูเด็ดขาด"
ฉันพูดเสียงเข้มปนเหนื่อยหอบพยายามกระชับมือที่กุมมือเล็กๆ ของนักเรียนกลุ่มหนึ่งเอาไว้แน่นสายตาต้องคอยสอดส่องซ้ายขวาอย่างระแวดระวัง เพราะรถแต่ละคันที่ค่อยๆเคลื่อนตัวนั้นดูเหมือนจะไม่มีใครยอมใคร ทุกจังหวะการก้าวข้ามถนนของฉันและเด็กๆคือการวัดใจกับน้ำใจบนท้องถนนอย่างแท้จริง เหงื่อเม็ดเล็กๆ เริ่มผุดขึ้นตามไรผมความรับผิดชอบในฐานะครูเวรเช้านี้หนักหนากว่าที่เคยเป็หลายเท่า
ห่างออกไปไม่กี่เมตรรถจี๊ปทหารสีเขียวมะกอกคันใหญ่จอดสนิทนิ่งสงบอยู่ริมฟุตบาทท่ามกลางความวุ่นวายที่ขยับเขยื้อนตลอดเวลา รถคันนั้นดูโดดเด่นและน่าเกรงขาม ภายในรถที่ติดฟิล์มทึบ 'ผู้กองเอก'นั่งกอดอกมองภาพเหตุการณ์ผ่านกระจกหน้าด้วยสายตาที่อ่านยากภายใต้แว่นกันแดดสีเข้มคู่นั้น เขากำลังประเมินสถานการณ์ตรงหน้าอย่างละเอียดสายตาของเขานิ่งสนิทดุจเหยี่ยวที่เฝ้ามองเหยื่อแต่มันกลับหยุดลงที่ร่างเล็กของครูสาวคนหนึ่งที่กำลังพาเด็กๆ ข้ามถนนอย่างทุลักทุเลมือที่คอยกันรถให้เด็กๆ สั่นเล็กน้อยจากความเหนื่อยและความกังวล
"ลงไปช่วยหน้าประตูหน่อย"
เขาเอ่ยสั่งเสียงเรียบแต่ทรงพลังทันทีที่หันไปหาลูกน้องข้างๆ สายตาเขาก็ยังคงจับจ้องไปที่ครูเอมไม่วางตา
"เคลียร์พื้นที่ให้โล่งเอาให้ชัวร์ว่าทางม้าลายต้องปลอดภัย... อย่าให้ใครเป็อะไร"
เขาสั่งทิ้งท้ายพลางขยับมือหยิบวิทยุสื่อสาร
กระแสรถที่ขยับตัวอย่างเชื่องช้าในตอนแรกจู่ๆ ก็เปลี่ยนเป็ความตึงเครียดขึ้นมาทันทีเมื่อรถกระบะคันหนึ่งที่อยู่เลนถัดไปตัดสินใจหักพวงมาลัยออกข้างเพื่อจะแซงขึ้นหน้าโดยไม่สนใจว่าฉันและเด็กๆกำลังเดินอยู่บนเส้นทางม้าลายเครื่องยนต์คำรามลั่นเหมือนตั้งใจจะเร่งให้พ้นความวุ่นวายโดยไม่สนกฎกติกา
หัวใจฉันหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่มฉันรีบกางแขนออกโดยอัตโนมัติเพื่อบังเด็กๆ ไว้ พร้อมกับะโสุดเสียง
"หยุดค่ะ! หยุดก่อน!"แต่คนขับรถคันนั้นกลับไม่มีทีท่าว่าจะเบรก
"เฮ้ย!หยุดรถ!!"
เสียงคำรามก้องดังกังวานจนกลบเสียงแตรรถรอบข้างทหารนายหนึ่งวิ่งนำหน้ากลุ่มออกมาจากรถจี๊ป เขาพุ่งตัวเข้ามาขวางหน้ารถกระบะคันนั้นไว้แทนที่จะใช้เพียงแค่ตัวบัง เขาตัดสินใจ ชักปืนพกประจำกายออกมาในท่าเตรียมพร้อมยิงลำกล้องปืนเล็งตรงไปยังหน้ารถที่กำลังพุ่งเข้ามาด้วยสายตาดุดันราวกับจะหยุดยั้งเครื่องจักรสังหารนั้นด้วยอำนาจสั่งการของเขานิ้วชี้วางทาบแนบข้างโกร่งไกพร้อมใช้งานในทุกเสี้ยววินาที จนคนขับรถกระบะต้องเหยียบเบรกจนตัวโก่งยางรถบดกับพื้นถนนจนเกิดเสียงดังเอี๊ยดสนั่นหวั่นไหว
ความเงียบงันปกคลุมไปทั่วบริเวณชั่วขณะผู้ปกครองต่างพากันหยุดชะงักมองเหตุการณ์ด้วยความตื่นตะลึง
ร่างสูงใหญ่ในชุดเครื่องแบบทหารเต็มยศยืนตระหง่านในท่าเตรียมพร้อมบุคลิกแบบนี้... รูปร่างสูงใหญ่แบบนี้... ทำไมถึงให้ความรู้สึกคุ้นตาอย่างประหลาดราวกับเงาร่างของคนที่ฉันเคยพบที่ชายหาดในวันนั้นแต่เพราะแสงแดดที่สะท้อนจากกระจกรถและเลนส์สีเข้มของแว่นกันแดดทำให้ฉันไม่อาจมองเห็นรายละเอียดได้ชัดเจนว่าเขาคือใคร
ฉันยืนหอบหายใจอยู่ข้างหลังเขามือที่สั่นเทายังคงโอบกอดเด็กๆ ไว้แน่นภาพแผ่นหลังกว้างของคนที่เพิ่งช่วยชีวิตฉันไว้ ท่ามกลางฝุ่นควันและแสงแดดจ้า มันทำให้เขากลายเป็ภาพจำที่เด่นชัดที่สุดณ.ตอนนี้... ผู้ชายที่แม้จะเจออันตรายแค่ไหนก็พร้อมที่จะทำทุกอย่างเพื่อปกป้องคนที่อยู่ข้างหลังเขา
"ทำหน้าที่ให้ดีกว่านี้หน่อย!"
เสียงของเขาตวาดใส่ลูกน้องที่เพิ่งจะวิ่งมาถึงด้วยความลนลาน
"ตรงนี้คือพื้นที่รับส่งนักเรียนถ้าคุมจราจรไม่ได้ ก็ไม่ต้องมาทำ! ปล่อยให้เกิดเื่แบบนี้ขึ้นได้ยังไง!"
ลูกน้องทหารนายนั้นก้มหน้าก้มตาตัวสั่นด้วยความเกรงกลัวในอำนาจสั่งการของเขา
เมื่อความวุ่นวายบนท้องถนนเริ่มคลี่คลายลงการจราจรเบาบาง บรรยากาศหน้าโรงเรียนก็กลับเข้าสู่ภาวะปกติ แต่ในขณะที่ฉันกำลังยืนรับนักเรียนอยู่นั้นผู้ปกครองของ อริยา เด็กนักเรียนที่เป็ลมที่ชายหาดตอนทำกิจกรรมสิ่งแวดล้อม ก้าวลงจากรถเก๋งคันหรูเขาเดินตรงเข้ามาหาฉันด้วยท่าทางที่ดูมั่นใจเกินความจำเป็ในมือถือช่อกุหลาบสีแดงสดห่อกระดาษสาอย่างดี
"ครูเอมครับ"
เขาส่งยิ้มกว้างให้ฉันแววตาของเขาไม่ได้ดูเหมือนผู้ปกครองที่มาขอบคุณธรรมดา แต่มันมีประกายความพยายามจะ 'จีบ' แฝงอยู่อย่างปิดไม่มิด
"ผมต้องขอขอบคุณจริงๆที่วันนั้นครูเอมช่วยดูแลน้องเมย์ตอนเป็ลม ถ้าไม่ได้ครู ป่านนี้ผมคงแย่...ดอกไม้นี่ผมตั้งใจเลือกมาให้แทนคำขอบคุณนะครับหวังว่าครูเอมคงไม่รังเกียจที่จะรับไว้"
เขายื่นช่อดอกไม้มาตรงหน้าฉันพร้อมกับยื่นนามบัตรใบเล็กๆตามมา
"แล้วก็... เย็นนี้ถ้าครูเอมว่างผมอยากเชิญครูไปทานมื้อค่ำเป็การตอบแทนสักหน่อย ร้านนี้ผมเพิ่งจองโต๊ะไว้เป็ร้านที่ครูน่าจะชอบนะครับ"
ฉันยืนตัวแข็งทื่อ รับมือไม่ถูกความเกรงใจในฐานะครูทำให้ปฏิเสธไม่ลงทันทีแต่ความรู้สึกอึดอัดก็พุ่งสูงขึ้นอย่างบอกไม่ถูก
ทว่าในจังหวะที่ฉันกำลังจะอ้าปากตอบปฏิเสธอย่างถนอมน้ำใจนั้นเอง...
เงาสูงใหญ่ทาบทับลงมาบนพื้นถนน
ปึก!
แรงกระแทกเบาๆที่ไหล่ทำให้ผู้ปกครองชายคนนั้นเซไปข้างหลังหนึ่งก้าวผู้กองเอกก้าวเข้ามาแทรกกลางระหว่างครูสาวกับผู้ปกครองอย่างเงียบเชียบและทรงพลังเขาไม่ได้หันมองครูเอมแม้แต่น้อย
"...ขอโทษนะครับ"
เอกพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่กดดันจนผู้ปกครองคนนั้นชะงัก
"ตรงนี้เป็พื้นที่โครงการจัดการความปลอดภัยของโรงเรียนร่วมกับทางทหารและรถคุณจอดแช่ขวางแนวเขตที่ผมรับผิดชอบอยู่ครับ"
เขาขยับแว่นกันแดดลงเล็กน้อยเผยให้เห็นสายตาคมกริบที่จ้องเขม็งราวกับกำลังประเมินภัยคุกคาม
"ถ้าผมต้องเสียเวลามาจัดการรถที่จอดไม่เป็ที่แบบนี้บ่อยๆผมคงต้องทำเื่แจ้งรายชื่อรถเข้าสู่ระบบตรวจตราความปลอดภัยของโรงเรียนเป็กรณีพิเศษ...คุณคงไม่อยากให้เวลามาส่งลูก ต้องถูกบันทึกประวัติความประพฤติทางจราจรทุกครั้งใช่ไหมครับ?"
คำพูดนั้นไม่มีคำว่าใบสั่งแต่กลับน่ากลัวกว่าหลายเท่า เพราะมันคือการขู่ว่าจะ 'เพ่งเล็ง' ซึ่งผู้ปกครองคนนั้นคงไม่อยากมีปัญหาแน่นอน
ผู้ปกครองคนนั้นหน้าซีดเผือดยิ้มค้างที่เคยมีหายวับไปทันที เขารีบหดมือที่ถือดอกไม้กลับเข้าตัวพยักหน้าหงึกหงักราวกับไก่จิกข้าว
"อ... อ่อ ครับๆ ผมต้องขอโทษจริงๆครับ ผมจะรีบขยับรถเดี๋ยวนี้เลยครับ"
เขาไม่รอช้ารีบวิ่งกลับไปขึ้นรถแล้วขับออกไปอย่างไว ทิ้งให้ฉันยืนนิ่งค้างอยู่ตรงนั้นด้วยความงงและโล่งใจในคราวเดียวกัน
เขาไม่ได้แค่ไล่ แต่เขากำลัง"ต้อน" ผู้ชายคนนั้นจนมุมด้วยอำนาจที่มองไม่เห็น!
เมื่อรถของผู้ปกครองขับออกไป ท่าทางของเขากลับมาเคร่งขรึมเหมือนเดิมเขาไม่ได้หันมามองหน้าฉันสักนิดแว่นกันแดดสีเข้มของเขายังคงจดจ้องไปที่การไหลเวียนของรถยนต์คันอื่นเขาจัดระเบียบกรวยจราจรใกล้ๆตัวด้วยท่าทางหงุดหงิดเล็กน้อยก่อนจะเดินห่างออกไปเพื่อคุมสถานการณ์ต่อเหมือนสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อครู่ไม่มีอะไรมากไปกว่า 'ภารกิจเคลียร์พื้นที่'ตามระเบียบปฏิบัติเท่านั้น!
... ผู้ชายคนนี้โผล่มาช่วยหรือโผล่มาป่วนกันแน่ ?