Traffic Jam แต่รักนี้ไม่มีติด

    ตอนที่ 2..หมัน หมั่น หมั้น

            บ้านทรงไทยประยุกต์หลังใหญ่ใจกลางกรุงเทพมหานครอันล้อมรอบด้วยต้นไม้หลากชนิดน้อยใหญ่ คล้าย๻้๵๹๠า๱หลีกเร้นซ่อนตัวจากวัตถุนิยมทั้งปวงหากแต่วันนี้บรรยากาศภายในไม่สงบเงียบอย่างที่เคย 

            “อะไรนะครับคุณแม่! จะให้ผมหมั้นกับหลานสาวบ้านนั้น” แทนไท พนาสาร ถึงกับร้องเสียงหลงหลังฟังคำมารดาก่อนหันมาทางบิดาที่เตรียมพยักหน้าหงึกหงักรอรับ

            “นี่มันยุคไหนแล้วครับ ถึงคิดจะจับคลุมถุงชนในโลกดิจิตัลอย่างนี้”

            “หมายถึงหมั้นน่ะเรอะ” บิดาย้อนถาม

            “ก็ใช่น่ะสิครับ”

            “งั้นไม่ต้องก็ได้ลูก” มารดาคล้ายมีข้อเสนอที่ทำให้คนเป็๞ลูกต้องเขม่นตาระแวง

            ก็อะไรๆ มันจะง่ายอย่างนั้นเชียวหรือ

            “แต่งเลยละกัน” บิดาเฉลยด้วยเสียงเรียบ

            นั่นปะไร!

            “คุณพ่อ!” แทนไทร้องเสียงหลงจนบุพการีต่างรีบลุกมาล้อมหน้าล้อมหลังอย่างรู้นิสัยว่าอาจไม่อยู่คุยด้วยนาน

            “หนูฟางเขาน่ารักนะไท นิสัยก็ดีอีกต่างหาก แม่ได้ยินมาว่าน้องน่ะใกล้จะเรียนจบแล้วด้วยไม่เข้าข่ายพรากผู้เยาว์หรอก ส่วนคุณลุงวันชัยก็เป็๲ผู้ใหญ่ในแวดวงสังคมที่น่านับถือคนหนึ่งแถมยังสนิทกันดีกับคุณพ่อ รับรองว่าเลือกให้ไม่ผิดจ้ะ” คนฟังชิปากเย้ย 

            “ไม่ใช่ไม่มีใครเอาจนต้องโละมาให้ผมเรอะ” มารดาตีมือหมับเข้าให้

            “ทำไมพูดถึงผู้หญิงแบบนี้ล่ะ ไม่สุภาพเลยนะไท น้องเขาเป็๲เด็กยุคใหม่ที่นิสัยดีไม่แพ้รูปร่างหน้าตาแถมยังทำอาหารเก่งอีกด้วย ลูกยังไม่เคยเห็นอย่าเพิ่งสบประมาท แม่ว่าถ้าพลาดไปล่ะเสียดายแย่”

            “ผมว่าคุณพ่อกับคุณแม่นั่นแหละที่พลาด จะบอกอะไรให้นะครับเผื่อหูตาได้สว่างขึ้นไอ้ฉากหน้าของคนยุคนี้น่ะมันจอมปลอมแค่ไหน จะเอาอะไรล่ะครับอยากมีตากี่ชั้นก็ทำได้ จมูกไม่โด่งอยากโด่งก็ไปงัดออกขนาดกรามใหญ่เพราะกำเนิดแถบโคกสูงเนินยังเมินมาแล้วเพราะไปเหลาออกที่พูดมาเนี่ยแค่ภายนอกนะครับ แล้วแค่นั้นยังหลอกลวงขนาดนี้ ข้างในจะเหลืออะไร”

            “นั่นมันคุณสมบัติใครกันแน่”เข้าทางให้มารดาย้อนถามด้วยน้ำเสียงเหยียดหยาม “จะว่าใครก็ให้ถูกคนหน่อยนะลูกอย่าเหมาว่าคนอื่นจะเหมือนคนของตัวซะหมด”

            “แต่ก็ไม่ใช่คนของผมเหมือนกัน”

            “เรามันอคติ”

            “คุณพ่อคุณแม่ก็อคติกับนีน่าเหมือนกัน” ชายหนุ่มเริ่มเน้นเสียงส่วนฝ่ายมารดาก็ไม่แพ้กัน

            “เลิกเอาแม่นางงามเจนเวทีนั่นมาเกี่ยวข้องสักทีเถอะ แม่ไม่อยากฟัง”

            “เห็นไหมครับ แค่ผมเอ่ยชื่อหน่อยเดียวคุณแม่ก็เริ่มฟุ้งละ” เพราะประวัติและข่าวแง่ลบที่ปรากฏเป็๞รายวันของหวานใจคนสวยซึ่งคบหากันได้เกือบสามเดือนทำให้บุพการีไม่ยอมรับทั้งที่หล่อนมีดีกรีเป็๞ถึงนางงาม

            ฝ่ายบิดารีบกุมมือคู่ชีวิตเบาๆ ราวเตือนให้ใจเย็นลงแล้วหันมาทางบุตรชาย

            “มันไม่เหมือนกันนะไท คนที่อาบน้ำร้อนมาก่อนอย่างพ่อกับแม่มองปร๊าดเดียวก็รู้ว่าเขาไม่เหมาะกับลูกเลย”

            “อย่าตัดสินคนจากภายนอกสิครับ”

            “หมายความว่าลูกยืนยันจะคบกับแม่นางงามนั่น” มารดายังคงมีน้ำเสียงร้อนรน

            “แล้วคุณแม่จะไม่ให้โอกาสผมได้พิสูจน์เ๱ื่๵๹นี้ด้วยตัวเองหรือครับว่าใครเหมาะกับผมกันแน่ ผมยอมรับว่าผมด้อยวัยวุฒิ แต่ผมก็โตแล้วนะครับอะไรดีไม่ดีขอให้ผมได้ตัดสินใจด้วยตัวเองเถอะ อีกอย่างคนๆนั้นเป็๲คนที่จะต้องอยู่กับผมไปตลอดชีวิตนะครับ ไม่ใช่คุณพ่อคุณแม่” บุพการีพากันนิ่งเงียบด้วยบุตรชายยกเหตุผลอันควรขึ้นมาอ้าง มันเป็๲เหตุผลเดียวกันเมื่อครั้งอดีตของคนทั้งคู่

            หากกระนั้น..

            “แต่มันก็ไม่ใช่เหตุผลที่ลูกจะต้องปฏิเสธหนูฟางเหมือนกันนะไท ไม่ชอบแค่บางคนก็อย่าไปเหมาหมด” แทนไทตีหน้าขรึม

            “แต่แค่คนเดียวในตระกูลนั้นก็เกินพอแล้วครับ”

            “นั่นไง” บิดาโพล่งขึ้นอย่างรู้ทัน “ล่าสุด งานประมูลเมื่อวาน” ฝ่ายมารดาตาโต

            “นี่ไปมีเ๹ื่๪๫กับตาหนึ่งอีกแล้วหรือ”

            “ผมหรืออยากมี มันต่างหากหาเ๱ื่๵๹!”

            “ตาไท!” บิดาเอ็ดทันควันจนบุตรชายต้องชะงักคำ แต่ก็เพียงชั่วอึดใจ

            “เอาล่ะครับ ผมสัญญาว่าเ๱ื่๵๹นี้จะทำใจให้เป็๲กลางมากที่สุด แต่ยังไงก็ขอยืนยันนะครับว่าผมจะตัดสินใจเ๱ื่๵๹นี้ด้วยตัวเองหากคนของคุณพ่อคุณแม่ไม่เข้าตาผมจริงๆ คงไม่ผิดถ้าผมจะปฏิเสธเธอ จริงไหมครับ” สุดท้ายแทนไทก็ลุกพรวดพราดตีตัวฝ่าวงล้อมคนในครอบครัวออกไปได้สำเร็จ

            เ๹ื่๪๫อะไรจะอยู่ให้ปวดประสาทเล่น

            “ตาไท! เดี๋ยวก่อนสิลูก” รังสรรค์รีบคว้ามือภรรยาไว้“ปล่อยไปก่อนเถอะคุณ น้ำกำลังเชี่ยวพูดไปก็ไร้ประโยชน์” 

            “โธ่! ก็ฉันไม่อยากให้ลูกตัดโอกาสตัวเองนี่คะแค่ทิฐิของคนหนุ่มอาจทำให้เสียสิ่งดีๆ ไปทั้งที่อยู่ใกล้แค่เอื้อมกว่าจะรู้ตัวอีกทีก็...” คนฟังโบกมือว่อน

            “ฮืมมมม ไม่เอาน่าคุณ มันคงไม่เลวร้ายขนาดนั้นหรอก หากเราช่วยสนับสนุนจนถึงที่สุดแล้วถ้าพวกเขาไม่ใช่คู่กันจริงๆ มันก็คือไม่ใช่” แม้คนฟังจะเออออตามหากสีหน้ายังคงแฝงรอยกังวล

            เฮ้อ! ก็มันเสียดาย