บ้านทรงไทยประยุกต์หลังใหญ่ใจกลางกรุงเทพมหานครอันล้อมรอบด้วยต้นไม้หลากชนิดน้อยใหญ่ คล้าย้าหลีกเร้นซ่อนตัวจากวัตถุนิยมทั้งปวงหากแต่วันนี้บรรยากาศภายในไม่สงบเงียบอย่างที่เคย
“อะไรนะครับคุณแม่! จะให้ผมหมั้นกับหลานสาวบ้านนั้น” แทนไท พนาสาร ถึงกับร้องเสียงหลงหลังฟังคำมารดาก่อนหันมาทางบิดาที่เตรียมพยักหน้าหงึกหงักรอรับ
“นี่มันยุคไหนแล้วครับ ถึงคิดจะจับคลุมถุงชนในโลกดิจิตัลอย่างนี้”
“หมายถึงหมั้นน่ะเรอะ” บิดาย้อนถาม
“ก็ใช่น่ะสิครับ”
“งั้นไม่ต้องก็ได้ลูก” มารดาคล้ายมีข้อเสนอที่ทำให้คนเป็ลูกต้องเขม่นตาระแวง
ก็อะไรๆ มันจะง่ายอย่างนั้นเชียวหรือ
“แต่งเลยละกัน” บิดาเฉลยด้วยเสียงเรียบ
นั่นปะไร!
“คุณพ่อ!” แทนไทร้องเสียงหลงจนบุพการีต่างรีบลุกมาล้อมหน้าล้อมหลังอย่างรู้นิสัยว่าอาจไม่อยู่คุยด้วยนาน
“หนูฟางเขาน่ารักนะไท นิสัยก็ดีอีกต่างหาก แม่ได้ยินมาว่าน้องน่ะใกล้จะเรียนจบแล้วด้วยไม่เข้าข่ายพรากผู้เยาว์หรอก ส่วนคุณลุงวันชัยก็เป็ผู้ใหญ่ในแวดวงสังคมที่น่านับถือคนหนึ่งแถมยังสนิทกันดีกับคุณพ่อ รับรองว่าเลือกให้ไม่ผิดจ้ะ” คนฟังชิปากเย้ย
“ไม่ใช่ไม่มีใครเอาจนต้องโละมาให้ผมเรอะ” มารดาตีมือหมับเข้าให้
“ทำไมพูดถึงผู้หญิงแบบนี้ล่ะ ไม่สุภาพเลยนะไท น้องเขาเป็เด็กยุคใหม่ที่นิสัยดีไม่แพ้รูปร่างหน้าตาแถมยังทำอาหารเก่งอีกด้วย ลูกยังไม่เคยเห็นอย่าเพิ่งสบประมาท แม่ว่าถ้าพลาดไปล่ะเสียดายแย่”
“ผมว่าคุณพ่อกับคุณแม่นั่นแหละที่พลาด จะบอกอะไรให้นะครับเผื่อหูตาได้สว่างขึ้นไอ้ฉากหน้าของคนยุคนี้น่ะมันจอมปลอมแค่ไหน จะเอาอะไรล่ะครับอยากมีตากี่ชั้นก็ทำได้ จมูกไม่โด่งอยากโด่งก็ไปงัดออกขนาดกรามใหญ่เพราะกำเนิดแถบโคกสูงเนินยังเมินมาแล้วเพราะไปเหลาออกที่พูดมาเนี่ยแค่ภายนอกนะครับ แล้วแค่นั้นยังหลอกลวงขนาดนี้ ข้างในจะเหลืออะไร”
“นั่นมันคุณสมบัติใครกันแน่”เข้าทางให้มารดาย้อนถามด้วยน้ำเสียงเหยียดหยาม “จะว่าใครก็ให้ถูกคนหน่อยนะลูกอย่าเหมาว่าคนอื่นจะเหมือนคนของตัวซะหมด”
“แต่ก็ไม่ใช่คนของผมเหมือนกัน”
“เรามันอคติ”
“คุณพ่อคุณแม่ก็อคติกับนีน่าเหมือนกัน” ชายหนุ่มเริ่มเน้นเสียงส่วนฝ่ายมารดาก็ไม่แพ้กัน
“เลิกเอาแม่นางงามเจนเวทีนั่นมาเกี่ยวข้องสักทีเถอะ แม่ไม่อยากฟัง”
“เห็นไหมครับ แค่ผมเอ่ยชื่อหน่อยเดียวคุณแม่ก็เริ่มฟุ้งละ” เพราะประวัติและข่าวแง่ลบที่ปรากฏเป็รายวันของหวานใจคนสวยซึ่งคบหากันได้เกือบสามเดือนทำให้บุพการีไม่ยอมรับทั้งที่หล่อนมีดีกรีเป็ถึงนางงาม
ฝ่ายบิดารีบกุมมือคู่ชีวิตเบาๆ ราวเตือนให้ใจเย็นลงแล้วหันมาทางบุตรชาย
“มันไม่เหมือนกันนะไท คนที่อาบน้ำร้อนมาก่อนอย่างพ่อกับแม่มองปร๊าดเดียวก็รู้ว่าเขาไม่เหมาะกับลูกเลย”
“อย่าตัดสินคนจากภายนอกสิครับ”
“หมายความว่าลูกยืนยันจะคบกับแม่นางงามนั่น” มารดายังคงมีน้ำเสียงร้อนรน
“แล้วคุณแม่จะไม่ให้โอกาสผมได้พิสูจน์เื่นี้ด้วยตัวเองหรือครับว่าใครเหมาะกับผมกันแน่ ผมยอมรับว่าผมด้อยวัยวุฒิ แต่ผมก็โตแล้วนะครับอะไรดีไม่ดีขอให้ผมได้ตัดสินใจด้วยตัวเองเถอะ อีกอย่างคนๆนั้นเป็คนที่จะต้องอยู่กับผมไปตลอดชีวิตนะครับ ไม่ใช่คุณพ่อคุณแม่” บุพการีพากันนิ่งเงียบด้วยบุตรชายยกเหตุผลอันควรขึ้นมาอ้าง มันเป็เหตุผลเดียวกันเมื่อครั้งอดีตของคนทั้งคู่
หากกระนั้น..
“แต่มันก็ไม่ใช่เหตุผลที่ลูกจะต้องปฏิเสธหนูฟางเหมือนกันนะไท ไม่ชอบแค่บางคนก็อย่าไปเหมาหมด” แทนไทตีหน้าขรึม
“แต่แค่คนเดียวในตระกูลนั้นก็เกินพอแล้วครับ”
“นั่นไง” บิดาโพล่งขึ้นอย่างรู้ทัน “ล่าสุด งานประมูลเมื่อวาน” ฝ่ายมารดาตาโต
“นี่ไปมีเื่กับตาหนึ่งอีกแล้วหรือ”
“ผมหรืออยากมี มันต่างหากหาเื่!”
“ตาไท!” บิดาเอ็ดทันควันจนบุตรชายต้องชะงักคำ แต่ก็เพียงชั่วอึดใจ
“เอาล่ะครับ ผมสัญญาว่าเื่นี้จะทำใจให้เป็กลางมากที่สุด แต่ยังไงก็ขอยืนยันนะครับว่าผมจะตัดสินใจเื่นี้ด้วยตัวเองหากคนของคุณพ่อคุณแม่ไม่เข้าตาผมจริงๆ คงไม่ผิดถ้าผมจะปฏิเสธเธอ จริงไหมครับ” สุดท้ายแทนไทก็ลุกพรวดพราดตีตัวฝ่าวงล้อมคนในครอบครัวออกไปได้สำเร็จ
เื่อะไรจะอยู่ให้ปวดประสาทเล่น
“ตาไท! เดี๋ยวก่อนสิลูก” รังสรรค์รีบคว้ามือภรรยาไว้“ปล่อยไปก่อนเถอะคุณ น้ำกำลังเชี่ยวพูดไปก็ไร้ประโยชน์”
“โธ่! ก็ฉันไม่อยากให้ลูกตัดโอกาสตัวเองนี่คะแค่ทิฐิของคนหนุ่มอาจทำให้เสียสิ่งดีๆ ไปทั้งที่อยู่ใกล้แค่เอื้อมกว่าจะรู้ตัวอีกทีก็...” คนฟังโบกมือว่อน
“ฮืมมมม ไม่เอาน่าคุณ มันคงไม่เลวร้ายขนาดนั้นหรอก หากเราช่วยสนับสนุนจนถึงที่สุดแล้วถ้าพวกเขาไม่ใช่คู่กันจริงๆ มันก็คือไม่ใช่” แม้คนฟังจะเออออตามหากสีหน้ายังคงแฝงรอยกังวล
เฮ้อ! ก็มันเสียดาย