ป่ายซือ ปรณัมแห่งดวงดารา

    ตอนที่ 3 :ป่ายซือ ปะทะ หลินหลิน

    ตอนที่ 3 : ป่ายซือ ปะทะ หลินหลิน


    ในโลกแห่งยุทธภพ มีสิ่งประหลาดมากมายให้ไม่มีหยุด แม้กระทั่วเรื่องเล่า ขาน ที่สืบกันมานานนับ ล้านปี ยังมิเคยจางหายไปจากหน้าประวัติศาสตร์ ในตำนานเมื่อล้านปี มี อสูรจอมราชันย์แห่งโลกนี้ เคยสถิตอยู่ ผู้คนต่างเล่ากันว่า อสูรจอมราชันย์ผู้นี้มาจาก เผ่าอสูร แต่บางคนก็พูดว่าจาก ที่ๆปริศนาซึ่งมิมีใครทราบได้  แม้ผู้คนมิอาจรู้จักชื่อเรียกขานที่แท้จริงของ อสูรจอมราชันย์ แต่ทว่า เหล่าเซียน ก็เรียกอสูรจอมราชันย์ ในตำนานผู้นี้ว่า "มังกรจันทรานิรันดร์"
    ----ลานประลอง----
    ป่ายซือ ยังยืนนิ่ง แสยะยิ้ม ก่อนจะเอามือไขว้หลังและใช้เท้ารับแรงดันทั้งหมดด้วยการ กระทืบพสุธา 
    หยางชาน ถึงกับหน้าซีดขาว เพราะป่ายซือสามารถรับแรงกดดันจากระดับลมปราณที่สูงกว่าตนเองได้
    หยางชานวิ่งเข้าไป แล้ว ใช้วิชาหมอกอัคคี จู่โจม ป่ายซือแต่ทว่าป่ายซือกลับหลบได้โดยเอียงคอ ซ้ายขวา ไม่ขยับตัวแม้แต่น้อย
    หลังจากนั้นป่ายซือ จึ่งใช้เคล็ดวิชา "หมอกดูดกลืน" ดูดกลืนลมปราณของหยางชานอย่างรวดเร็วจน หยางชานถึงกับหน้าจาวซีด นอนจมพื้นกลางสนาม กรรมการตัดสิน "ป่ายซือเป็นผู้ชนะ"
    หลังจากนั้น การประลอง 16 คู่จึงจบลง เหลือ ผู้เข้าแข่งขัน 16คนจึงเกิดการประลองต่อมา จับคู่เป็น 8 คู่ ป่ายซือ ปะทะเข้ากับ ชือหว่านถึงกระนั้นชือหว่าน กลับพ่ายแพ้ไปอย่างง่ายดาย และหลังจากจบ8 คู่ที่เหลือ ก็เหลือผู้เข้าแข่งขัน ทั้งหมด 8 คน หรือแบ่งเป็น 4 คู่ ในรอบนี้ป่ายซือ ปะทะ เข้ากับ หยาจื่อ หย่าจื่อจึงขอย้อมแพ้เพื่อให้ ป่ายซือเข้ารอบชิงชนะเลิศ
    หลังจากคู่ 4 คู่ ก็เหลือ 2คน คือ หลินหลิน และ ป่ายซือ ดังนั้นการชิงชนะเลิศนี้ เป็นการต่อสู้ของ หลินหลินผู้เป็นอัจฉริยะของเมืองหลวง ผู้มีลมปราณในชนชั้นลมปรางแห่งดาราเมฆา ขั้น 8สู้กับ ป่ายซือจาก เมืองหมอกทมิฬ
    "ฮึ เจ้าน่ะยังอ่อนหัดยิ่งนัก ลมปราณเพียงแค่นั้นก็มิอาจทำอะไรข้าได้หรอกนะ ฮ่าๆ" หลินหลินกล่าวหัวเราะเยาะเย้ย
    "แม่นางหลินหลิน เหตุใดเจ้ามิมีความอ่อนน้อมกันเลยหล่ะ" "มันเรื่องของข้า!!! เจ้าคนนอกมิใช่เรื่องของเจ้า !!"กรรมการ "เรื่องประลองได้" 
    "เอาหล่ะเด็กน้อย ยอมๆ แพ้ไปซะก็สิ้นเรื่อง เจ้าจะได้มิเจ็บมากเกินไปฮ่าาาๆๆๆ" หลินหลินหัวเราะเยาะเย้ยอย่างบ้างคลั่งก่อนจะใช้วิชาหมอกของตระกูลหลิน "หมอกพญาอสรพิษ"  หมอกที่มีรูปร่างคล้ายงูจึงเข้า ไปตรงทิศทางที่ ป่ายซือกำลังยืนอยู่
    ดังนั้นป่ายซือจึงใช้เคล็ด"ปัดอสูร" ของตระกูลป่าย ปัดเป่าหมอกพญาอสรพิษ สะท้อนกลับไปหายังหลินหลิน
    หลินหลิน หน้าจึงขาวซีด ไม่อาจรู้วิธีรับมือกับหมอกของตัวเองที่ปล่อยไปดังนั้นจึงโดนหมอกเข้าอย่างจัง "อ๊ากกก หลินหลิน ร้องออกพร้อมกับเลือดที่พ่นออกมาจากการโดนหมอกพญาอสรพิษ"
    แต่ถึงกระไรนางก็มิได้คิดจักยอมแพ้ จึงสร้างหมอกเพลิงก้อนใหญ่ ก่อนจะพุ่งเข้าหาป่ายซือเมื่อเห็นดังนั้นป่ายซือจึงใช้วิชาหมอกอัคคี ที่เป็นวิชาเดียวกันเพื่อลบล้างพลังของฝ่ายตรงข้าม จึงปล่อยหมอกอัคคีไปจนอัคคีทั้งสองชนกันและลบล้างกันดังนั้น
    ป่ายซือ จึงใช้วิชาเคล็ดตัวเบาในตำนาน ของตระกูลป่าย วิชา"อากาศสยบมาร" ป่ายซือไปยืนอยู่ด้านหลังของหลินหลิน ก่อนที่หลินหลินจะรู้ป่ายซือ ก็ ใช้แขนขวาที่เรียวยาวดุจผ่องราศีฟาดเข้า ท้ายทอย ของหลินหลิน จนหลินหลินสลบไป 
    กรรมการตัดสินจึงลงมาดูแล้วพบว่า หลินหลินสลบจริงๆจึงประกาศ ว่า "ป่ายซือ ชนะเลิศ" เสียงรอบข้างง ดังมากๆกล่าวถึงป่ายซือมากมาย ไม่ว่าจะเป็น เรื่องที่ ป่ายซือมีลมปราณต่ำกว่าหลินหลินแต่สามารถเอาชนะหลอนหลินที่มีลมปราณสูงมากกว่าตั้ง 1 ชนชั้น
    กรรมการและแขกผู้มีเกียรติ จึงมอบเงินให้กับป่ายซือเป็นเงินสด 1ล้านเหรียญทอง  พร้อมกับแหวนมิติ ที่มีเงินและจิตอสูรชนชั้นลมปราณแห่งดาราเมฆาขั้นทะลวงสวรรค์ จำนวน 2 ชิ้น
    หลังจากนั้นชื่อเสียงของป่ายซือจึงดังกระฉ่อนไปทั่วทวีปและเมืองหลวงป่ายซือ เมื่ออดีตที่แล้ว เป็นผู้ที่คิดค้น อักขระสวรรค์ ที่มีถึง 999 ภาษา ดังนั้น ป่ายซือจึงได้นำเงินไปหาซือของมากมายและจิตอสูร 
    ในวันนี้ป่ายซือได้รู้ว่าทางตอนเหนือของทวีปจัตุรัสประกายนภา นั้นมี ป่าที่มี พืชพันธ์ที่ใช้เป็นยามากมาย แต่ทว่าป่านั้นกลับมีสัตว์อสูร ระดับชนชั้นลมปราณแห่งดาราเมฆาอยู่มากมายเช่นกัน แต่ทว่าป่ายซือกลับมุ่งหมั่นที่จะไปที่ให้ได้ จึงเลยขอเจ้าเมืองไปยังป่านั้น โดยผู้เดียว
    ป่ายซือในอดีตเป็นผู้คิดค้นยาต่างๆมากมาย เป็นเทพแห่งการปรุงยาเลยก็ว่าได้ ไม่ว่าจะเป็นสัดส่วนสมบูรณ์ 1 ใน ร้อยล้านก็เคยสร้างมาแล้ว
    และยังเป็นผู้คิดค้นอักขระสวรรค์ที่มีถึง 999 ภาษา เป็นอัจฉริยะ ในหมูอัจฉริยะจริงๆ
    ตอนหน้าแล้วเจอกันงุงิมือใหม่หัดเขียน ฝากติดตามด้วยครับขอบคุณง้าบสามารถบริจาคได้ที่ True wallet : 0645303024เริ่มต้นที่ 1 บาทขอรับ ขอขอบคุณยอดบริจาคไส้แห้งทุกผู้หน่ะขอรับ