ตอนที่ 30 จัดการสวีเหล่ย
“สวี่หยาง ข้าเพิ่งแจ้งพี่ใหญ่สวีอันอู๋ไปว่า เนื่องจากไม่มีใครดูแลฝั่งตะวันตก เ้าจึงต้องรับผิดชอบในการปกป้องฝั่งตะวันตก ั้แ่คืนนี้เป็ต้นไป!”
ในตอนเย็น สวีเหล่ยเข้ามาออกคำสั่ง
สีหน้าของสวี่หยางพลันเปลี่ยนไป สั่งให้เขาไปปกป้องตามลำพัง นี่มันจงใจกลั่นแกล้งกันชัด ๆ!
“ไม่ได้ หากพวกข้าแยกจากกัน ปัญหาจะเกิดขึ้นได้ง่าย” เสิ่นม่านอวิ๋นรีบพูด
แต่สวีเหล่ยไม่สนใจ แล้วพูดเสียงดังจนเกือบจะะโ “นี่คือคำสั่งของพี่สวีอันอู๋ เขาเป็ผู้จัดการที่นี่ พวกเ้ากล้าขัดขืนหรือ?”
สายตาเ็าของสวีเหล่ยจ้องมองสวี่หยางอีกครั้ง “สวี่หยาง เ้าจะไปหรือไม่?”
ประโยคนี้ถือเป็คำขาด!
สวี่หยางพยักหน้า “ไป! ผู้าุโสวีเหล่ย เหตุใดไม่เข้ามาในบ้านข้าก่อนล่ะ ข้าอยากจะให้อะไรบางอย่างแก่ท่าน”
สวี่หยางมองไปข้างหลังสวีเหล่ย และพบว่าอีกฝ่ายมาที่นี่เพียงลำพัง
“โอ้?”
สวีเหล่ยคิดว่าสวี่หยางกลัวจึงอยากจะประจบตน ด้วยเหตุนี้เขาจึงรู้สึกพอใจยิ่ง
เหตุใดไม่เป็อย่างนี้ั้แ่แรก?
เขาตัดสินใจฉวยผลประโยชน์ และต้องทุบตีคนผู้นี้ เพื่อให้รู้ว่าใครเป็นายใครเป็บ่าว!
ในที่สุด…
เขาพลันมุ่งความสนใจไปยังร่างบางของเสิ่นม่านอวิ๋น
ผู้หญิงคนนี้ยังไม่รู้จักทำตัวดี ๆ เขาจึงต้องใช้ประโยชน์จากโอกาสนี้สั่งสอนเสียหน่อย
“สวี่หยาง เ้าจะให้อะไรข้า? ข้าขอบอกก่อนว่าข้าไม่รับของขวัญธรรมดา ๆ หรอก!”
“ข้ารู้” สวี่หยางดูถ่อมตัวมาก “ผู้าุโจะรู้หลังจากได้เห็น สิ่งนี้จะทำให้ท่านพึงพอใจแน่นอน”
“อืม ไม่ต้องห่วง หลังได้ของดีจากเ้าแล้ว ข้าจะมองเ้าใหม่”
สวีเหล่ยยกยิ้มจาง พร้อมกับกล่าวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
ทันทีที่เข้าไปในห้อง สายตาของเขาก็จับจ้องไปที่หลินอวี้ “สวี่หยาง ภรรยาของเ้าสวยจริง ๆ”
สวี่หยางหันกลับมายิ้ม แล้วส่งกล่องให้อีกฝ่าย “ผู้าุโ โปรดดูได้เลย”
สวีเหล่ยรับมันมาโดยไม่รู้ตัว
เมื่อเปิดกล่องออก ก็พบว่ามันว่างเปล่า
“หือ? เ้าล้อเล่นใช่หรือ...”
ฉึก!
สวีเหล่ยรู้สึกเจ็บแปลบที่หัวใจ ความร้อนรุ่มแผ่ซ่านไปทั่วกาย พร้อมกับเืที่เดือดพล่านด้วยความโกรธจัด
สวี่หยางบังอาจลอบโจมตีเขา ซึ่งเป็ลูกหลานของตระกูลสวีเช่นนี้ เ้านี่กล้าดีอย่างไร?
ชายหนุ่มกัดฟันพยายามใช้ยันต์อย่างเต็มที่
ยันต์ขั้นกลางระดับหนึ่งถูกเปิดใช้งาน แล้วปกป้องทั้งร่างกายของเขา “สวี่หยาง เ้ารนหาที่ตายเสียแล้ว!”
สวี่หยางรวมพลังกับหลินอวี้ เพื่อทำลายยันต์ป้องกัน!
“อัคคีลุกโชน!”
ตู้ม!
เปลวเพลิงอันร้อนแรงพุ่งเข้าใส่สวีเหล่ย
“ช่างเป็ค่ายกลที่ทรงพลังจริง ๆ คนอย่างเ้ามีค่ายกลขั้นสูงระดับหนึ่งได้อย่างไร?”
สวีเหล่ยกุมท้องที่มีเืไหลด้วยความตื่นตระหนก แล้วรีบซัดฝ่ามือไปทางลูกไฟ
เปลวไฟแหวกออก แม้ว่าขนาดจะเล็กลงเล็กน้อย แต่ความเร็วของมันไม่ได้ลดลงเลย ชั่วพริบตาทั่วบริเวณก็ถูกปกคลุมไปด้วยเปลวเพลิง
เพราะนี่คือค่ายกลที่สามารถจัดการกับขอบเขตกลั่นลมปราณขั้นปลายได้ สวีเหล่ยที่อยู่ในระดับหกจะรับมือกับมันอย่างไร?
ยิ่งไปกว่านั้น เขายังไม่ใช่ทายาทสายตรงของตระกูลสวี และไม่มีไพ่ตาย จึงไม่มีทางต้านทานการโจมตีนี้ได้
ในเวลาเดียวกัน เสิ่นม่านอวิ๋นก็รีบเข้ามา กระบี่บินในแขนเสื้อของนางก็พุ่งทะยานออกไป
สวีเหล่ยถูกโจมตีจากทั้งด้านหน้าและด้านหลัง ต่อสู้แบบสองต่อหนึ่ง ทำให้ร่างกายของเขาถูกเผาด้วยเปลวเพลิง ใช้พลังยุทธ์ได้น้อยกว่าครึ่ง!
หลังจากนั้นไม่นาน รอยแผลสามรูก็ปรากฏขึ้นบนหน้าท้อง
“เอาละ ฆ่าเขาได้แล้ว”
ดวงตาของเสิ่นม่านอวิ๋นเป็ประกาย นางคว้าโอกาสนี้ใช้กระบี่บินแทงทะลุหัวใจของสวีเหล่ย
ตู้ม!
เปลวไฟแผดเผาร่างของอีกฝ่าย ชายหนุ่มแซ่สวีจึงใช้แรงเฮือกสุดท้ายะโลั่น “สหาย โปรดเมตตาข้าด้วยเถิด สหาย โปรดเมตตาข้าด้วย... ข้ายังมีลูกเมียรออยู่ที่บ้าน อ๊าก...”
ฟึ่บ!
สวีเหล่ยล้มลงกับพื้น กลายเป็ศพไหม้เกรียม
“เก็บ!”
สวี่หยางะโพร้อมกับกำหมัด เปลวไฟที่ลุกไหม้ตรงหน้าพลันถูกกลุ่มพลังดูดซับ และแปลงเป็พลังค่ายกลอีกครั้ง
เมื่อมองศพที่ยังมีควันดำลอยกรุ่น เสิ่นม่านอวิ๋นก็เอ่ย “เช่นนั้นก็ดำเนินการตามแผนที่วางไว้เลยหรือ?”
“อืม บอกว่าเป็ฝีมือโจร เมื่อฟ้ามืด เราค่อยไปที่แม่น้ำกัน”
หนึ่งชั่วยามต่อมา ท้องฟ้ามืดสนิท
ในไม่ช้า เสียงการต่อสู้อันดุเดือดก็ดังมาจากทะเลสาบทางทิศตะวันตก มีการใช้ยันต์อัคคี และปราณิญญาของยันต์ก็สำแดงฤทธิ์
เมื่อคนอื่นมาถึงก็เห็นศพไหม้เกรียมของสวีเหล่ย และศพอีกร่างอยู่ข้าง ๆ ส่วนร่องรอยการต่อสู้ที่เหลืออยู่ในที่เกิดเหตุก็น่าใ
ในฝูงชน สวี่หยางแสร้งทำเป็ประหลาดใจ แล้วหยิบเหรียญตราออกมาจากศพไหม้เกรียมลึกลับ “เหรียญตราของกลุ่มเจ็ดคาบสมุทร คนผู้นี้มาจากกลุ่มเจ็ดคาบสมุทร”
เสิ่นม่านอวิ๋นวิเคราะห์ “ผู้บำเพ็ญมนุษย์กับสหายของกลุ่มเจ็ดคาบสมุทรคงโจมตีและสังหารสวีเหล่ยที่เดินผ่านมา แม้สวีเหล่ยจะพ่ายแพ้ แต่เขาก็ยังสังหารคนผู้นี้ได้ก่อนที่จะเสียชีวิต น่าเสียดายที่มีคนอื่นหลบหนีไปได้”
ทุกคนพยักหน้าเมื่อได้ยินเช่นนั้น
การวิเคราะห์นี้สมเหตุสมผล
หลังจากนั้นผู้จัดการสวีอันอู๋ก็มาสอบสวนด้วย
แต่คนผู้นี้ทุ่มเทให้กับการฝึกจิต และไม่มีความสนใจที่จะจัดการจริงจัง หลังจากทำความเข้าใจสั้น ๆ เขาก็กล่าวสรุปคดีว่า สวีเหล่ยเผชิญหน้ากับผู้บำเพ็ญมนุษย์จากกลุ่มเจ็ดคาบสมุทร แล้วถูกสังหารอย่างไร้ความปรานี
หลังจากที่สวีเหล่ยตาย ชีวิตก็ง่ายขึ้นมาก
เหลือเพียงวันสุดท้าย สวี่หยางตัดสินใจเข้าไปเก็บสมุนไพรในป่า เพื่อนำไปปลูกไว้ในไร่ของตน
สถานที่แห่งนี้อุดมไปด้วยปราณิญญาและมีสมุนไพรมากมาย แสดงว่าไม่ค่อยมีใครย่างกรายเข้ามาที่นี่
“สามี ตอนนี้พี่เสิ่นอยู่ใกล้ชิดกับพวกเรา เ้าไม่สนใจพี่เสิ่นจริงหรือ?”
กลางทางบนูเา หลินอวี้ที่มีเหงื่อท่วมตัวก็พูดถึงเื่นี้อีกครั้ง
สวี่หยางพูดไม่ออก “อวี้เอ๋อร์ เหตุใดเ้าถึงพูดเื่นี้อีก?”
“ข้าแค่รู้สึกว่าพี่เสิ่นน่าเชื่อถือ นางดีกับทั้งเ้าและข้ามาก หากมีนางอยู่ ข้าเชื่อว่านางจะสามารถปรนนิบัติเ้า และอยู่ร่วมกับข้าได้”
สีหน้าของหลินอวี้จริงจัง ไม่ได้ล้อเล่น
“อย่าคิดมากเลย” จากนั้นสวี่หยางก็เปลี่ยนเื่ “ข้าแค่ปฏิบัติต่อนางในฐานะเพื่อน อ๊ะ!”
เขาสังเกตเห็นว่ามีดอกไม้สีเหลืองอยู่ใต้พุ่มไม้ที่อยู่ไม่ไกล
“ดอกหลิงเฉ่า ไม่เลว!”
หลังจากยุ่งมาทั้งวัน ในที่สุดก็มาถึงคืนสุดท้ายของการอยู่ที่นี่ ซึ่งปลอดภัยมากอย่างคาดไม่ถึง
วันต่อมา ทั้งสามคนก็เก็บข้าวของไปพบผู้จัดการสวีอันอู๋ พร้อมปลาฟันเลื่อยกับเหยี่ยวเลี่ยอวี๋ที่พวกล่าได้ตลอดห้าวันที่ผ่านมา
“ปลาฟันเลื่อยเก้าตัว เหยี่ยวเลี่ยอวี๋หนึ่งตัว!”
สวีอันอู๋มองสิ่งที่อยู่บนพื้นด้วยสีหน้าตกตะลึงและอ้าปากค้างจนกรามแทบเคล็ดด้วยความประหลาดใจ
การล่าเหยี่ยวเลี่ยอวี๋นั้นไม่ได้ยาก เพราะมันบินอยู่บนท้องฟ้า จึงสังเกตเห็นได้ง่าย เมื่อเร็ว ๆ นี้หลายคนก็ล่าได้จำนวนมาก
แต่การจับปลาฟันเลื่อยไม่ใช่เื่ง่าย แม้แต่ตระกูลโจวที่ควบคุมพวกมันก็ยังมีไม่มาก
จนถึงขณะนี้ก็ยังจับปลาฟันเลื่อยได้เพียงสองตัว ปลาิญญาเกือบทั้งหมดถูกปลาฟันเลื่อยกินทุกวัน ทำให้เกิดความสูญเสียครั้งใหญ่
การวิเคราะห์ก่อนหน้านี้แสดงให้เห็นว่า มีปลาฟันเลื่อยประมาณสิบตัวอยู่ในน้ำ
และตอนนี้ สวี่หยางจับมันมาได้ถึงเก้าตัว!!!
“พวกเ้าสองคนช่วยกันจับมันหรือ?” สวีอันอู๋มองสวี่หยางอย่างจริงจัง พร้อมกับคาดเดาว่าสวี่หยางคงเป็กำลังหลัก
เนื่องจากเสิ่นม่านอวิ๋นเคยประจำการอยู่ที่นี่มาก่อน และครั้งนั้นนางล่าเหยี่ยวเลี่ยอวี๋ได้เพียงไม่กี่ตัว แต่ไม่ได้ปลาฟันเลื่อยเลย
สวี่หยางพยักหน้า “ข้าพอจะมีทักษะการตกปลาจากบ้านเกิดอยู่บ้าง”
สวีอันอู๋พลันฉีกยิ้ม “เช่นนั้นเ้าก็มีความสามารถไม่น้อย ดีมาก!”
เขารู้ว่าคำพูดของสวี่หยางเป็ข้อแก้ตัว แต่ก็ไม่ได้เปิดโปง และไม่จำเป็ต้องถามคำถามเพิ่มเติม เพียงทำงานให้สำเร็จก็พอแล้ว
“ตระกูลโจวสูญเสียปลาฟันเลื่อยไปมากมายนี่เอง มิน่า ่นี้ถึงเงียบไป ฮ่า ฮ่า ฮ่า... สวี่หยาง เ้าช่วยข้าได้มากเลย”
“การทำภารกิจให้แก่ตระกูลสวีถือเป็สิ่งถูกต้อง เพราะเรายังคงพึ่งพาตระกูลสวีอยู่ขอรับ” สวี่หยางกล่าวอย่างถ่อมตัว
“พูดได้ดี ตามกฎแล้ว หากเ้าล่าปลาฟันเลื่อยได้ จะได้รับรางวัลเป็หินิญญาห้าก้อน เ้าสามารถล่าปลาฟันเลื่อยได้ถึงเก้าตัว และเหยี่ยวเลี่ยอวี๋หนึ่งตัว ข้าจะให้หินิญญาห้าสิบก้อนแก่เ้า พอใจหรือไม่?”
“พอใจขอรับ”
“ดี!”
สวีอันอู๋มอบหินิญญาให้อีกฝ่ายอย่างอารมณ์ดี เพราะภัยคุกคามจากปลาฟันเลื่อยได้รับการแก้ไขแล้ว และนั่นเป็ประโยชน์ต่อตระกูลสวีไม่น้อย ต่อไปผู้นำาุโของตระกูลสวีจะไม่ปฏิบัติต่อเขาอย่างเลวร้าย
“สวี่หยาง เ้าประสบความสำเร็จอย่างมากในครั้งนี้ ไม่ต้องกังวล ตระกูลสวีจะปฏิบัติต่อเ้าอย่างดี เ้าจะได้รับรางวัลเมื่อเ้ากลับบ้าน”
พูดจบยังขอข้อมูลเพิ่มเติมจากสวี่หยาง ในที่สุดก็บอกว่าหากปลาฟันเลื่อยปรากฏตัวอีกครั้ง ก็หวังว่าอีกฝ่ายจะช่วยได้
สวี่หยางรีบกล่าวขอบคุณ
หลังจากออกมาแล้ว เขาได้รับหินิญญาสามสิบห้าก้อน มีปลาฟันเลื่อยเหลืออีกเจ็ดตัว น่าจะขายได้เป็หกถึงเจ็ดหินิญญา รวมแล้วเขาจะได้หินิญญาทั้งหมดมากกว่าแปดสิบก้อน
รวมไปถึงสมุนไพรที่เก็บมาอีกมากมาย บอกตามตรงว่ากำไรก็ไม่ได้เยอะจนเกินไป
ส่วนเสิ่นม่านอวิ๋นมีความสุขมากกับรายได้ในครั้งนี้ และกล่าวว่านางจะให้ความร่วมมือต่อไปในอนาคต
……
เมื่อกลับถึงบ้านหลังเล็กอันอบอุ่นใน่บ่าย ขณะที่หลินอวี้กำลังจัดเตียง สวี่หยางก็เริ่มก่อกวนนาง
เป็เวลานานแล้วที่ไม่ได้มีความสุขกับโลกระหว่างเราสอง หลินอวี้จึงตอบสนองด้วยการกอดเอวของสวี่หยาง ทั้งสองคนนอนอยู่บนเตียง เริ่มบทรักกันพลางกระซิบแ่เบา
ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!
ทันใดนั้น เสียงเคาะของจางเถี่ยก็ดังมาจากประตู
“น้องสวี่กลับบ้านมาแล้ว เป็เื่ดี เป็เื่ดีจริง ๆ ตระกูลสวีมามอบรางวัลให้เ้าแล้ว”
สวี่หยางรีบสวมเสื้อผ้า แล้วเดินไปเปิดประตู
เมื่อเปิดประตู ชายหนุ่มก็เห็นไป๋จิ่วหลินยืนอยู่ด้านหลังจางเถี่ย
แตกต่างจากใบหน้าที่หยิ่งผยองก่อนหน้านี้ ในเวลานี้ใบหน้าไป๋จิ่วหลินเต็มไปด้วยรอยยิ้ม และพยักหน้าให้สวี่หยาง “สวี่หยาง ยินดีด้วย ผู้าุโสวีอันอู๋ยกย่องเ้าในจดหมายมากมายทีเดียว โดยบอกว่าเ้าจับปลาฟันเลื่อยได้มากมาย จึงถือว่าเ้ามีส่วนช่วยอย่างมาก! ดังนั้นข้าจะให้รางวัลเป็ยารวมปราณแก่เ้า”
การมอบรางวัลให้เขาต้องเอิกเกริกถึงเพียงนี้เลยหรือ?
สวี่หยางทำอะไรไม่ถูกเล็กน้อย ยารวมปราณดีจริง ๆ หลังจากกินแล้ว จะช่วยเพิ่มโอกาสในการเพิ่มระดับ และลดระยะเวลาในการกลั่นลมปราณเพื่อความก้าวหน้าได้
แต่่นี้กลุ่มเจ็ดคาบสมุทรได้ลอบสังหารคนที่ช่วยเหลือตระกูลสวี
ตอนนี้เมื่อมีการให้รางวัลเช่นนี้ จะไม่เป็การบอกคนของกลุ่มเจ็ดคาบสมุทรหรือว่า สวี่หยางคนนี้ฆ่าปลาฟันเลื่อยไปมากมาย...
เมื่อเพื่อนบ้านได้ยินเสียงจึงออกมาทีละคน
ทุกคนต่างอิจฉา เมื่อได้ยินว่ารางวัลคือยารวมปราณ
“ผู้ดูแลไป๋ระดมผู้คน ให้รางวัลคนแบบเอิกเกริกเช่นนี้จะดีหรือ?” เสิ่นม่านอวิ๋นยืนกอดอกอย่างเฉยชา และอดไม่ได้ที่จะพูดแทนสวี่หยาง
“นี่มันอะไรกัน พวกข้าก็แค่อยากให้คนอื่นเห็น เพื่อช่วยเหลือตระกูลสวีของเรา หากทำความดี ย่อมต้องได้รับรางวัล!” ไป๋จิ่วหลินพูดอย่างไม่ใส่ใจ
สวี่หยางเข้าใจว่าตระกูลสวีไม่สนใจความเป็ความตายของตน เพียงถือว่าเขาเป็ตัวอย่าง เพื่อแสดงให้ทุกคนเห็นถึงประโยชน์ของการช่วยตระกูลสวี!
ชายหนุ่มจึงไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากต้องรับรางวัล
…
“ข้าอยากจะขอบคุณสหายเสิ่นที่พูดแทนข้า”
ภายในบ้าน สวี่หยางกล่าวขอบคุณ
เสิ่นม่านอวิ๋นบุ้ยปาก “ตอนนี้พวกเราเป็อะไรกัน? ไม่เป็ไรหรอก แต่สหายเต๋าสวี่ ต่อไปเ้าต้องระวังให้มาก อาจมีบางคนมุ่งเป้ามาที่เ้าแล้วก็ได้”
“เช่นนั้นควรทำอย่างไรดี สามี ไปวางค่ายกลกันเถอะ” หลินอวี้รีบกล่าวด้วยสายตาเป็กังวล
ทว่าเสิ่นม่านอวิ๋นกลับตอบด้วยรอยยิ้ม “ไม่ต้องห่วงไป ข้าย่อมมีวิธีที่จะรับรองความปลอดภัยของพวกเ้าสองสามีภรรยา”