คำเตือน!
โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน
นิยายเื่นี้มีฉากความรุนแรงที่อาจบั่นทอนจิตใจผู้อ่าน
จึงไม่เหมาะกับผู้ที่มีจิตใจอ่อนไหวและเด็กอายุต่ำกว่า18ปี
ทั้งชื่อตัวละครและสถานที่ เป็การสมมุติขึ้น ไม่มีอยู่จริง

บทนำ
โฉมสะคราญในห้องหอ
คืนนี้หิมะตกหนัก
ในเรือนเล็กซึ่งห่างไกลจากเรือนหลักแม่นางน้อยวัยสิบห้าปีนางหนึ่ง ถูกล่ามโซ่ติดกับขาเตียงเพื่อป้องกันไม่ให้คนหลบหนีอันที่จริงพวกเขาไม่ต้องสิ้นเปลืองถึงเพียงนี้ ด้วยสภาพของคนใกล้ตายอย่างนางต่อให้อยากหนีออกจากจวนเพียงใด นางก็ไปไม่ได้เพราะเวลานี้นางป่วยหนักจนแทบลุกจากเตียงไม่ไหวยามกินหรือขับถ่ายล้วนต้องทำบนเตียงทั้งสิ้น
หลังจากล้มป่วย นางถูกย้ายมาเรือนเล็กด้วยเหตุผลที่ว่า ‘เรือนเล็กค่อนข้างเงียบและอากาศปลอดโปร่ง เหมาะแก่การพักรักษาตัวอย่างยิ่ง’ แต่หลังจากย้ายมาได้เพียงวันเดียว นางก็ถูกปรนนิบัติไม่ต่างจากสุนัขขี้เรื้อนตัวหนึ่งสามีที่เคยดีต่อนางก็เริ่มเปลี่ยนจากหน้ามือเป็หลังมือนอกจากไม่เคยแวะมาเยี่ยมเยียนนางแล้ว แม้แต่ยาก็ไม่ส่งมาให้ยังดีที่พอมีโจ๊กก้นหม้อส่งมาให้บ้างช่วยต่อลมหายใจให้นางมีเรี่ยวแรงทนทุกข์ทรมานไปอีกหนึ่งวัน
นางไม่เพียงถูกตัดเบี้ยรายเดือนแม้แต่อาหารที่จัดมาให้ก็ไม่ครบสามมื้อ ทำให้โฉมงามนางหนึ่งได้รับความทุกข์ทรมานจนร่างกายผ่ายผอมอย่างรวดเร็วดวงตากลมโตสดใสกลับลึกโบ๋ ใบหน้าอิ่มเอิบเปล่งปลั่ง ซูบตอบจนเห็นกระดูกโหนกแก้ม ผิวพรรณที่เคยเนียนนุ่มพอขาดการบำรุงเริ่มหยาบกร้านไม่ขาวผ่องเหมือนเช่นแต่ก่อนยามนี้นางไม่เหลือเค้าโครงของโฉมสะคราญอันดับหนึ่งแห่งต้าอู๋อีกแล้ว
เกิดเป็สตรีเมื่อหมดสิ้นความงาม ก็ไร้ประโยชน์เช่นนี้เอง
หมอที่เคยตรวจโรคให้กล่าวว่านางไม่ได้เจ็บป่วยรุนแรง และเป็แค่ไข้หวัดธรรมดา พักผ่อนเพียงไม่กี่วันก็หายแล้วทว่าเวลาล่วงมาร่วมเดือนก็ยังไม่เห็นว่าอาการจะทุเลาลงเลย ตรงกันข้ามนางมีอาการทรุดหนักขึ้นทุกวันเริ่มจากขั้นแรกมีแค่อาการไอ เจ็บคอ ปวดหัว ตัวร้อน ต่อมาก็เริ่มมีอาการไอรุนแรงปวดท้องและคลื่นไส้อาเจียน หลังจากนั้นก็เริ่มอาเจียนเป็เืจนถึงขั้นหนักสุดนางอาเจียนออกมาเป็เืสีดำและมีกลิ่นเหม็นเน่า ต่อให้นางไม่ใช่หมอ นางก็รู้แล้วว่าอาการป่วยของนางไม่ใช่อาการป่วยธรรมดาอย่างที่หมอท่านนั้นกล่าวอย่างแน่นอน
หรือว่ามีคนลอบทำร้ายนางแล้วใครกัน?
นางแต่งให้ซ่งตงหยางคุณชายใหญ่ตระกูลซ่งได้ไม่กี่เดือน หลังจากนางแต่งเข้ามาสามีก็ดีต่อนางมาก แม้ว่าก่อนแต่งนางได้ยินข่าวลือมาว่าคุณชายใหญ่ซ่งตงหยางมีใบหน้าอัปลักษณ์น่ารังเกียจมาบ้าง แต่นางก็ไม่ได้รู้สึกรังเกียจตรงกันข้ามนางเห็นใจเขามาก มีใครบ้างเล่าที่อยากประสบเคราะห์กรรมเลวร้ายเช่นนี้
คุณชายใหญ่ผู้นี้มีชะตาที่อาภัพนักเนื่องจากเกิดอุบัติเหตุในวัยเยาว์ทำให้เขาสูญเสียโฉมจึงไม่มีบ้านใดกล้ายกบุตรสาวให้แต่งเข้าตระกูลซ่ง ฮูหยินผู้เฒ่าซ่งหนักใจยิ่งนักจึงมองหาบุตรสาวในตระกูลที่มีฐานะต่ำกว่ามาแต่งกับหลานชายคนโตเวลานั้นบ้านของนางกำลังเดือดร้อนอยู่พอดี เนื่องจากบิดาไปขัดผลประโยชน์ของขุนนางใหญ่เข้าจางซิ่งจึงต้องแบกหน้าไปขอร้องขุนนางใหญ่หลายคนให้ช่วยไกล่เกลี่ยแต่ก็ไม่มีผู้ใดกล้ายื่นมือเข้ามาช่วยเหลือเลยสักคน
เหตุที่เป็เช่นนี้ เพราะพวกเขาต่างหวาดกลัวต่ออำนาจใหญ่ที่หนุนหลังขุนนางผู้นั้นอยู่นั่นเอง
เดิมทีจางซิ่งไม่คิดยุ่งเกี่ยวกับตระกูลซ่งแต่ด้วยอับจนหนทางจึงต้องแบกหน้ามาพึ่งพาในที่สุด ฮูหยินผู้เฒ่าซ่งและซ่งซือฉีจึงตกลงยื่นมือเข้าช่วยเหลือตระกูลจางโดยยื่นข้อเสนอว่าต้องยกบุตรสาวตระกูลจางแต่งเข้าตระกูลซ่งในฐานะที่จางหลินเหยี่ยนเป็บุตรสาวสายตรงคนโตของตระกูลจางนางจึงได้รับคัดเลือกให้เป็เ้าสาว เมื่อตกลงหารือเรียบร้อย ทางตระกูลซ่งจึงเริ่มดำเนินการเื่การแต่งงานทันที
จางซิ่งไม่มีทางเลือกอื่นได้แต่จำยอมยอมรับสามหนังสือหกพิธีการ[1]มาแต่โดยดี แต่ต่อมาไม่รู้ว่าจางหลินเหยี่ยนโชคดีหรือโชคร้ายกันแน่นางที่ร่างกายอ่อนแอมาั้แ่กำเนิดเกิดป่วยจนอาการทรุดหนักและลาจากโลกนี้ไปก่อนวันวิวาห์เพียงสามวัน
คนตายในเวลากระชั้นชิดเพียงนั้นจะมีเวลามองหาเ้าสาวจากตระกูลอื่นทันได้อย่างไรงานทุกอย่างได้จัดเตรียมไว้หมดแล้ว เทียบเชิญแขกก็ส่งออกไปแล้วทุกอย่างถูกดำเนินการจนเหลือเพียงขั้นตอนสุดท้ายคือรับเ้าสาวมาแต่งงานตระกูลซ่งเป็ตระกูลขุนนางใหญ่ หากมีข่าวแพร่กระจายออกไป ว่าเ้าสาวของคุณชายซ่งตงหยางเสียชีวิตก่อนวันวิวาห์เกรงว่าชื่อเสียงตระกูลซ่งจะย่ำแย่ จนไม่สามารถแต่งภรรยาเข้าบ้านได้อีก
ดังนั้นฮูหยินผู้เฒ่าซ่งจึงขอเปลี่ยนตัวเ้าสาวเป็บุตรสาวคนอื่นในตระกูลจางเพื่อเข้าพิธีแต่งงานแทนจางหลินเหยี่ยน ทว่าจางหลินหว่าน คุณหนูรองที่กำเนิดจากฮูหยินใหญ่ได้มีสัญญาหมั้นหมายแล้วจึงไม่สามารถแต่งแทนได้ ยามนั้นมีเพียงจางหลินถงคุณหนูสามที่ถือกำเนิดจากฮูหยินรอง ซึ่งเพิ่งผ่านพ้นพิธีปักปิ่นยังไม่มีใครทาบทามสู่ขอฮูหยินผู้เฒ่าซ่งจึงตกลงขอเปลี่ยนเ้าสาวมาเป็จางหลินถง ด้วยเหตุนี้เองนางจึงกลายเป็ฮูหยินน้อยแห่งจวนเสนาบดี
เมื่อวานยังท่องอยู่บนแดน์วันนี้กลับร่วงสู่อเวจี!
นางไม่เคยทำร้ายผู้ใดมาก่อนนับแต่นางแต่งเข้ามาก็ปรนนิบัติฮูหยินผู้เฒ่าซ่ง เสนาบดีซ่งซือฉีฮูหยินเอกโจวซินหรูทุกเช้าทุกเย็นมิได้ขาด ทั้งเอาอกเอาใจสามี รักษากฎระเบียบอย่างเคร่งครัดนางประพฤติตนในกรอบที่ดีงามและเชื่อฟังสามีอีกประการสามีของนางยังไม่เคยแต่งฮูหยินรอง ไม่มีอนุภรรยาแล้วนางจะมีศัตรูได้อย่างไร เหตุใดนางจึงกลายเป็เช่นนี้ไปได้เล่า!
เมื่อคิดไปคิดมานางจำได้ว่าเช้าวันหนึ่งแม่สามีเรียกนางไปพบที่เรือน ทั้งยังเอาใจนางพูดคุยกับนางและสั่งให้คนไปต้มรังนกมาให้นางดื่มเพื่อบำรุงร่างกายเมื่อตระหนักขึ้นมาได้คิ้วเรียวก็ขมวดจนย่น ในแววตาฉายความรู้สึกหลากหลายทั้งหวาดกลัว เ็ป ระคนคับแค้นใจ
เดิมทีนางมีร่างกายแข็งแรงไม่เคยป่วยไข้ ทว่าระยะหลังมานี้ร่างกายนางไร้เรี่ยวแรงลงทุกวันไหนจะไอจนเป็เื ที่แท้ทั้งหมดนั้นไม่ได้เกิดขึ้นเพราะร่างกายนางอ่อนแอแต่เพราะมีคนจงใจทำร้ายนางจริงๆ
หรือว่าเป็เพราะรังนกถ้วยนั้นเพราะเหตุใดกัน?
ก่อนแต่งเข้ามานางได้ยินซุนเจียหลินฮูหยินเอกคุยกับบิดาว่าซ่งตงหยางไม่เหมือนคุณชายบ้านอื่น เขาอัปลักษณ์มีแผลเป็จากไฟไหม้ที่ใบหน้าและร่างกายไม่สามารถรักษาให้หายได้แม้เขาจะเป็คุณชายในตระกูลสูงส่งแต่ซุนเจียหลินก็ไม่อาจตัดใจปล่อยให้บุตรสาวของนางแต่งงานอยู่กินกับสามีที่มีตำหนิเช่นนี้ได้
ซ่งตงหยางไม่ได้มีตำแหน่งในราชสำนักก็จริงแต่ตระกูลซ่งมีบุตรชายเพียงคนเดียว และยังเป็บุตรสายตรงดังนั้นทรัพย์สมบัติทั้งหมดที่จวนเสนาบดีสั่งสมมา วันหน้าก็ต้องตกเป็ของเขาต่อให้กินใช้ชาตินี้ก็ไม่มีวันหมดทั้งได้ยินมาอีกว่าคุณชายผู้นี้มีกิจการร้านค้าเป็ของตนเองอีกหลายแห่ง
หากหญิงใดแต่งให้เขาชั่วชีวิตย่อมไม่พานพบลำบาก ความสามารถของเขาล้วนไร้ที่ติแต่น่าเสียดายที่รูปโฉมที่ไม่อาจเชิดหน้าชูตาได้เพราะแผลเป็บนใบหน้าทำให้เขาเก็บตัวอยู่แต่ในจวน ผู้คนมักพบเห็นได้น้อยมากหากจำเป็ต้องออกจากบ้าน เขาจะสวมหน้ากากปิดบังใบหน้าอยู่เสมอ
หลังจากนางได้ยินเื่นี้นางกลับคิดตรงข้ามกับซุนเจียหลิน นางไม่นึกรังเกียจที่เขาอัปลักษณ์นางยังคิดว่าต่อให้เขาอัปลักษณ์ นางก็จะซื่อสัตย์ต่อเขาเพียงผู้เดียว ตอนนั้นนางช่างไร้เดียงสากระทั่งใช้ชีวิตในฐานะฮูหยินน้อยมาระยะหนึ่ง นางจึงได้รู้ความลับของเขาและตระกูลซ่งโดยบังเอิญ
ครั้งแรกที่นางรู้ความลับนี้นางทั้งหวาดกลัวหวาดระแวงและคิดจะบอกเื่นี้กับจางซิ่ง แต่ฉุกคิดได้ว่านางแต่งมาเป็คนของตระกูลซ่งแล้วนางเป็เหมือนน้ำที่ถูกสาดทิ้งจึงไม่อาจหวนคืนบ้านเก่า ไม่ว่าสามีเป็อย่างไรนางก็ต้องอยู่กับเขาไปชั่วชีวิต
นางจึงเลือกปิดบังความจริงและยืนเคียงข้างเขาทำราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้นนางคิดว่าตราบที่ตระกูลจางไม่รู้เื่นี้ พวกเขาจะปลอดภัย ทว่าเขาและตระกูลซ่งไม่คิดเหมือนนาง!
หลังจากเขาจับได้ว่านางรู้ความลับของเขาและตระกูลซ่งเขาเริ่มทำเ็าใส่ทั้งยังส่งนางมาที่นี่ ทั้งขังนางไว้ด้วยโซ่เส้นนั้นโซ่เพียงเส้นเดียวแต่พันธนาการชีวิตนางไว้ทั้งชีวิต
นางดีต่อพวกเขาถึงเพียงนี้แต่พวกเขายัง้ากำจัดนาง ในที่สุดจางหลินถงก็หูตาสว่าง นางหาสาเหตุการป่วยไข้ได้แล้วจางหลินถงผินหน้าออกไปมองนอกหน้าต่างอย่างขมขื่น จนกระทั่งมีคนผู้หนึ่งเดินเข้ามาภายในเรือนด้วยความรีบร้อน
“คุณหนูเ้าคะ คุณหนู!”เป็เสียงของหรงหรงสาวใช้ขั้นหนึ่งที่ติดตามมาจากตระกูลจางวิ่งเข้ามาคุกเข่าที่ข้างเตียง ด้วยสีหน้าตื่นตระหนก
“มีเื่อันใดกัน เหตุใดเ้าถึงลนลานนัก”พอเห็นหรงหรงหญิงสาวจึงมีสีหน้าสดชื่นขึ้นมาบ้าง นางมาอยู่ที่เรือนเล็กนานเกินไป จึงไม่รู้ความเคลื่อนไหวภายในจวนเลยมีเพียงหรงหรงที่คอยออกไปสืบความเคลื่อนไหวแล้วกลับมารายงานอยู่เสมอ
“คุณชายมาเ้าค่ะคุณชายมาพร้อมกับ...” หรงหรงพูดไม่ออก ในดวงตามีน้ำตาเอ่อคลอ
นางมองนายหญิงด้วยสายตาเ็ปในใจหรงหรงอับจนปัญญาและคิดแค้นแทนเ้านาย เกือบเดือนแล้วที่เกิดข่าวลือว่าคุณชายเบื่อหน่ายหมดความรักใคร่ต่อคุณหนูของนางถึงได้ส่งมาที่เรือนเล็กท้ายจวนเื่นี้นางไม่ได้เล่าให้จางหลินถง ฟังเพราะกลัวว่าจางหลินถงจะเสียใจ แต่ไม่นึกว่าเื่จะบานปลายถึงขั้นคิดฆ่าให้ตาย
“คุณชายใหญ่มาหรือ!”จางหลินถงหน้าซีดเผือด เขา้าฆ่านางจริงๆ
“คุณหนูบ่าวจะไปขอร้องนายท่านจาง ให้มาพาคุณหนูออกไปนะเ้าคะ”
“ไม่ได้ทำแบบนั้นไม่ได้!” จางหลินถงส่ายหน้านางไม่้าลากตระกูลจางมาพัวพันกับเื่นี้เพราะความลับของพวกเขาร้ายแรงเกินไปหากบิดานางรู้ต้องกลายเป็เื่ใหญ่อย่างแน่นอน
“แต่ว่าคุณชายใหญ่กำลังจะมอบยาพิษให้คุณหนูนะเ้าคะคุณหนูจะยอมรับหรือเ้าคะ”หรงหรงน้ำตาไหลพราก นางสงสารจางหลินถงเหลือเกินเวรกรรมอันใดถึงนำพาให้คุณหนูของนางมาเจอบุรุษใจคอโเี้อำมหิตเช่นนี้
จางหลินถงเงียบไปหนึ่งอึดใจร่างกายนางเริ่มสั่นสะท้าน ก่อนหน้านี้เขาดีต่อนางมาก นางจึงไม่แน่ใจว่ารู้สึกต่อเขาอย่างไรแต่พอได้ยินว่าเขากำลังมอบความตายให้นาง หัวใจพลันบีบรัดจนพูดไม่ออก นางเสียใจและรู้สึกผิดหวังที่เขาไร้เยื่อใยและไม่คิดปกป้องนางสักนิด
“เช่นนั้นบ่าวจะหาของมาตัดโซ่แล้วบ่าวจะพาคุณหนูหนีนะเ้าคะ”หรงหรงไม่อาจทนดูคุณหนูของนางถูกมอบความตายให้อย่างไม่เป็ธรรมตระกูลซ่งสูงส่ง ใยใจคอจึงโเี้นัก เพียงไม่ชื่นชอบก็ลงมือเอาชีวิตคนได้ทันทีเชียวหรือพวกเขารังแกกันเกินไปแล้ว!
“หรงหรง”
“เ้าคะ”
“สัญญาขายตัวของเ้าอยู่ในลิ้นชักในนั้นมีถุงเงินสามสิบตำลึง เ้าหยิบและรีบหนีไปไม่ต้องห่วงข้า”จางหลินถงรู้สึกได้ว่าเวลาของนางจะหมดลงแล้วต่อให้หาของมาตัดโซ่ได้แล้วอย่างไร นางก็หนีไปไม่ได้อยู่ดี นางนอนป่วยบนเตียงมานานขาอ่อนแรงจึงเดินไม่ได้นางจะถูกฆ่าปิดปากเพราะรู้ความลับของพวกเขาก็ไม่แปลก แต่หรงหรงไม่เกี่ยวนางจะลากหรงหรงและตระกูลจางเข้ามาพัวพันด้วยไม่ได้
“คุณหนูเหตุใดจึงกล่าวเช่นนี้เล่าเ้าคะ”หรงหรงรู้ดีว่าหากจางหลินถงตายนางก็ต้องตายบ้านตระกูลซ่งไม่ปล่อยนางไว้แน่ แม้จางหลินถงเสนอทางรอดให้ แต่นางจะเห็นแก่ได้อย่างไร“บ่าวไม่ไป”
“เ้าต้องไป รีบไปตอนยังมีโอกาส”จางหลินถงกล่าวเสียงขรึม
“ไม่ บ่าวไม่ไปยังไงบ่าวก็ไม่ไป”หรงหรงส่ายหน้าจนหัวสั่น นางจะทิ้งคุณหนูไปได้อย่างไร
“หรงหรง เ้าฟังข้า...”
“ถงเอ๋อร์”เสียงเรียกดังมาจากหน้าประตูเรือนดวงตาจางหลินถงเบิกกว้างอย่างตื่นตระหนก เขามาแล้ว เขามาพร้อมด้วยคนงานชายอีกสองคน
จางหลินถงมองผู้ก้าวผ่านประตูเข้ามาด้านใน ดวงตาตื่นตระหนกแปรเปลี่ยนเป็จ้องเขม็งไม่เจอกับนานสามีของนางยังคงความสง่างามไว้ไม่เปลี่ยนหากเป็เมื่อก่อนนางคงก้มหน้าเอียงอายและหัวใจเต้นแรง ทว่าครั้งนี้ไม่เหมือนเดิมแล้วความจริงทำให้นางตาสว่าง นางไม่อยากเห็นหน้าเขา พอๆกับที่ไม่อยากเห็นหน้ายมทูตขาว-ยมทูตดำ[2]
ดวงตานางมองเขาโดยไร้แววแห่งความยินดีในขณะที่สามียิ้มให้อ่อนโยนให้นาง ทว่าในรอยยิ้มของเขาราวกับมีคมมีดซ่อนอยู่ ในหัวใจนางเ็ปยิ่งนักคุณชายผู้นี้เวลาจะสังหารคน เขายังยิ้มได้อย่างเืเย็น
“ท่านพี่”
“ข้ามาเยี่ยมเห็นว่าเ้าป่วยมานานเกินไป คงทรมานมากใช่หรือไม่”เขาถามน้ำเสียงราวกับเป็ห่วงเป็ใยแต่ทำให้ผู้ฟังขนลุกซู่ไปทั้งตัว
“หากท่านพี่เชิญท่านหมอมาด้วยคงดี”นางพยายามเก็บสีหน้าหวาดกลัวและพูดตอบโต้กับเขาอย่างเป็ปกติ
“ไม่ต้องลำบากถึงท่านหมอกระมังข้ามียามาให้เ้าแล้ว” เขากล่าวโดยหน้าไม่เปลี่ยนสี
“ยายาอะไรหรือเ้าคะ” จางหลินถงไม่เข้าใจตนเองทั้งที่รู้ว่าเขา้าฆ่านาง แต่นางพูดดีกับเขามาถึงขั้นนี้แล้วแม้แต่หรงหรงก็หมดโอกาสหนีเช่นกัน
“เ้าก็รู้ว่าเป็ยาอะไรแต่เ้าวางใจเถอะ ยานี้เป็ยาดีกินแล้วเ้าจะเ็ปแค่เล็กน้อยเท่านั้น”
สิ้นคำของคุณชายใหญ่หรงหรงเหลือบตามองไปที่ยา ในหัวของนางกำลังคิดว่าหากนางวิ่งชนจนตกแตกจะทันการณ์หรือไม่ราวกับซ่งตงหยางรู้ความคิดหรงหรง เขาตวัดสายตาคมกริบมองบ่าวช่างไม่กลัวตาย หรงหรงรีบก้มหน้าทันที
“ท่านพี่”จางหลินถงยิ้มอย่างขื่นขม“หากข้าขอร้องท่านพี่ละเว้นทางรอดให้ข้าและสาวใช้ของข้าสักทางได้หรือไม่เื่ที่ท่านไม่ใช่คุณชายซ่งตัวจริง ข้าจะไม่บอกใคร”
“คุณหนูคุณหนูพูดอะไรเ้าคะ”หรงหรงใ
“หรงหรงเงียบก่อน”นางหันไปเอ็ดสาวใช้
“ละเว้นทางรอดรึหึๆ”เขาหัวเราะและมองจางหลินถงแวบหนึ่งด้วยสายตาซับซ้อน“เ้ารู้ความลับของข้าหมดแล้วข้าจะปล่อยเ้ากับสาวใช้ของเ้าไปได้อย่างไร ถงเอ๋อร์ข้ารู้ว่าเื่ที่เ้ารู้ ไม่ใช่แค่เื่นี้แต่มีอีกเื่”
“อีกเื่!”จางหลินถงใจหายวูบ “ท่านพี่หมายถึง...”
“เ้าคิดว่าข้าทำเช่นนี้เพราะแค่เื่ส่วนตัวงั้นหรือ”ชายหนุ่มมองภรรยาที่แต่งเข้ามาอย่างสมเกียตริด้วยสายตาเ็ป “ถงเอ๋อร์เ้าไม่ควรรู้มากเลย”
ใช่ว่าเขาไม่เคยคิดอยากร่วมเรียงเคียงหมอนกับนางนางเพิ่งอายุสิบห้าเป็สตรีที่มีรูปโฉมโดดเด่นเขาพอใจนางมากและเขายังคิดอยากถนอมนางไปนานๆจึงไม่คิดแตะต้องนางเพราะกลัวว่านางจะหวาดกลัว หากนางได้เห็นใบหน้าที่แท้จริงของเขา
ลำพังเื่ที่นางรู้ว่าเขาไม่ใช่ซ่งตงหยางตัวจริงต่อให้ซ่งซือฉีรู้ก็ไม่มีผลอันใดเพราะไม่มีหลักฐานมายืนยัน แต่อีกเื่ที่นางรู้เป็ความลับที่สำคัญมากไม่เพียงเกี่ยวพันกับตัวเขา แต่มันโยงใยถึงตระกูลซ่งและอีกหลายชีวิตที่เกี่ยวข้อง แม้จะเ็ปแต่เขาจำเป็ต้องทำเพื่อป้องกันไม่ให้ความลับรั่วไหล
“ถงเอ๋อร์นี่ก็ดึกแล้ว ให้ข้าส่งเ้าพักผ่อนเถอะ”หรงหรงสะดุ้งเมื่อได้ยินว่าคุณชายใหญ่จะส่งนายหญิงเข้าพักผ่อน
“ข้าพูดไปแล้วว่าจะไม่บอกใคร”จางหลินถงตัวสั่นแม้รู้ว่าไม่มีทางรอดก็ยังจะต่อรอง
“มีเพียงคนตายเท่านั้นที่พูดไม่ได้”อีกฝ่ายกล่าวชัด
เมื่อบุรุษที่ร่วมกราบไหว้ฟ้าดินมอบความตายให้หัวใจที่เคยมั่นคงก็เริ่มสั่นคลอน“ท่านพี่คิดดีแล้วหรือ”
“ถ้าข้าไม่แน่ใจ ข้าคงไม่มา”
“ข้าเคยคิดจะอยู่เคียงข้างท่านพี่ไม่ว่าท่านพี่จะเป็อย่างไรก็ตาม แต่ในเมื่อท่านพี่คิดดีแล้ว ทุกคำพูดของข้าข้าขอคืนคำ”จางหลินถงรู้สึกโกรธ นางยังไม่อยากตายแต่เขาอยากให้นางตาย มาถึงขั้นนี้แล้วหากจะบอกว่าไม่รู้สึกโกรธเกลียดเลยก็คงเป็ไปไม่ได้ เพราะนางไม่ใช่พระโพธิสัตว์!
“ถงเอ๋อร์ เด็กดี มาดื่มยาเถอะ”กล่าวจบชายหนุ่มโบกมือเรียกคนข้างหลังพลางยื่นมือไปหยิบถ้วยยามาถือ คนงานชายทั้งสองคนก็เดินเข้าไปหาจางหลินถงและจับนางไว้
หรงหรงเห็นบ่าวชายสองคนตรงเข้ามาจับจางหลินถงพร้อมทั้งบีบคางให้เปิดปากนางรีบก็โขกหัวขอร้องเสียงสั่น“คุณชายได้โปรดไว้ชีวิตฮูหยินน้อยด้วยเถิดเ้าค่ะคุณชาย”
แต่คุณชายผู้นั้นไม่ได้สนใจเสียงอ้อนวอนของหรงหรงสักนิดเขายื่นถ้วยยาเทกรอกเข้าปากภรรยาเองกับมือ“เด็กดีกินยาแล้วพักผ่อนเถอะ”
“อื้อ อื้อ”จางหลินถงเดิมทีก็ป่วยหนักอยู่แล้วพอถูกจับกรอกยาพิษนางจึงไม่มีแรงปัดป้อง แต่ไม่ยอมกลืนเช่นกัน
อีกฝ่ายรู้ว่านางไม่ยอมกลืนจึงบีบคั้นด้วยการบีบจมูกให้นางขาดอากาศหายใจเมื่อไม่อาจใช้จมูกหายใจนางจึงต้องใช้ปากแทน อีกฝ่ายจึงฉวยจังหวะนั้นเทยาลงไปบีบบังคับให้นางกลืนยาจนสำเร็จ
ในที่สุดนางก็ถูกจับกรอกยาพิษจนหมดถ้วยบ่าวชายสองคนจึงถอยออกไปยืนคุมเชิงห่างๆ จางหลินถงรับรู้ได้ถึงรสชาติขมฝาดในปากต่อมานางรู้สึกราวกับเข็มนับหมื่นเล่มทิ่มแทงภายในคอและหน้าอก นางยกมือล้วงคอเพื่ออาเจียนยาออกมาทว่าล้วงอย่างไรก็ไม่ออก แม้แต่กะเพราะก็ทรยศนางเสียแล้ว
“ท่านช่างโเี้นัก”ดวงตาหลากอารมณ์เพ่งมองไปที่บุรุษที่สามีเขม็ง“ทั้งที่ข้าไม่ได้คิดร้ายต่อพวกท่านแต่พวกท่านก็ยังคิดฆ่าข้า หากท่านพ่อรู้เื่นี้เข้า ท่านพ่อต้องไม่อยู่เฉยแน่”
“คุณหนู เป็อย่างไรบ้างเ้าคะ”หรงหรงคลานเข้าไปหาจางหลินถงร้องไห้สะอื้น
“ถงเอ๋อร์ เ้าคงยังไม่รู้เื่ตระกูลจางสินะ”
“ท่านกล่าวเช่นนี้หมายความว่าอย่างไร”
“วันนี้คนในตระกูลจางถูกฮ่องเต้สั่งปะาเก้าชั่วโคตรด้วยข้อหาฏ แม้แต่เ้า...ฮ่องเต้ก็ไม่ละเว้นแต่เ้าป่วยอยู่ไม่สามารถไปรับโทษได้ดังนั้นบิดาข้าจึงรับพระบัญชาให้นำยาถ้วยนี้มามอบให้เ้าถงเอ๋อร์เ้าอย่าโกรธข้าเลย นี่เป็รับสั่งจากฝ่าาแม้ใจข้าอยากช่วยเหลือเ้าเพียงใด แต่ก็ยากจะขัดราชโองการ”
“ข้อหาฏปะาทั้งตระกูลหรือ?”นางจ้องอีกฝ่ายตาเขม็งพวกเขากลัวว่านางจะบอกเื่นี้กับตระกูลจาง จึงชิงลงมือกำจัดตระกูลจางก่อนจากแค่โกรธเกลียดก็พลันเปลี่ยนเป็โกรธแค้น“ข้าไม่เชื่อว่าท่านพ่อจะเป็ฏต้องเป็พวกท่านให้ร้ายแน่”
“ถงเอ๋อร์ อย่ามองข้าด้วยแววตาเช่นนั้นต้องโทษที่บิดาเ้าที่รู้มากเกินไป เขาไม่ควรรู้เช่นที่เ้ารู้ แต่เขาก็รู้จนได้โชคไม่ดีที่เขาคิดจะนำเื่ขึ้นกราบทูลฮ่องเต้ดังนั้นเราจึงต้องหาทางกำจัดเขาเสียก่อน”
จางซิ่งรู้มากเกินไปจริงๆจึงถูกกำจัดเดิมทีนางแต่งให้ตระกูลซ่งย่อมเป็คนของตระกูลซ่ง ไม่มีความเกี่ยวข้องกับตระกูลจางแล้วแต่เพราะผู้มีอำนาจบางคนไม่้าให้นางรอดชีวิต ด้วยอำนาจของคนผู้นั้นนางจึงกลายเป็คนมีความผิดฮ่องเต้จึงไม่ละเว้นจางหลินถง
“พวกท่านทำได้อย่างไร”เวลานี้จางหลินถงไม่สามารถเก็บสายตาโกรธแค้นไว้ได้
นางแสดงความเกลียดชังผ่านสีหน้าอย่างชัดเจนด้วยแรงแค้นที่รุนแรงทำให้นางกระอักเืสีดำออกมากองใหญ่ กลิ่นเหม็นเน่าโชยคลุ้งทว่าคุณชายใหญ่กลับยืนนิ่งเฉย ทั้งยังตวัดสายตาไปทางหรงหรงก่อนจะเอ่ยปาก
“สาวใช้ที่ชื่อหรงหรงข้ายกให้พวกเ้า เสร็จแล้วก็จัดการนางซะ”สิ้นคำคุณชายใหญ่บ่าวชายสองคนแสยะยิ้มพุ่งเข้าหาหรงหรงและลากไปอีกห้องหนึ่งอย่างว่องไว
“หรงหรง!”จางหลินถงมองส่งหรงหรงที่ถูกลากออกไปอย่างร้อนรนนางพยายามขยับตัวแต่ขยับไม่ได้
“คุณหนู!”หรงหรงหวาดกลัวเรียกหาคุณหนูของนางเสียงลั่น
“หรงหรง!”จางหลินถงขานรับด้วยความเ็ป นางตวัดสายตามองสามีด้วยสายตาชิงชัง ความโกรธแค้นล้นทะลักในอกนางเจิ่งนองไปด้วยเื“เจิ้งจื่ออี้ ท่าน-มัน-เด-รัจ-ฉาน!”
ทว่าเจิ้งจื่ออี้กลับทำหน้านิ่งเฉยต่อมาห้องข้างๆมีเสียงร้องขอความช่วยเหลือของหรงหรง ปะปนกับครวญครางของชายกักขฬะดังออกมาเป็ระยะในหัวใจจางหลินถงเหมือนถูกกรีดจนเป็แผลเหวอะหวะ เสียงครวญดังขึ้นอีกหลายครั้งฉีกทึ้งหัวใจนางจนไม่เหลือชิ้นดี
ในที่นี้มีเพียงผู้เดียวที่ไม่สะทกสะท้านแม้ฟ้าจะถล่มดินจะทลาย คุณชายผู้สง่างามยังมีใบหน้าที่อบอุ่นเหมือนเช่นเคย เขาเริ่มนับถอยหลังอย่างใจเย็น“32 1”
จางหลินถงกระอักเืออกมาอีกหนึ่งกองยาพิษที่ทำให้คนตายได้แน่นอนว่าต้องเป็ยาดีอยู่แล้ว หญิงสาวอ้าปากจะเอ่ยคำบางคำทว่า์ช่างโหดร้าย สุดท้ายก็นางสิ้นลมไปเสียก่อน ร่างผอมโกรกหงายหลังลงบนเตียงบนใบหน้าของแม่น้อยเปื้อนคราบโลหิต ดวงตานางเบิกกว้างแข็งค้างเนิ่นนาน
ในคืนนี้หิมะตกหนักจางหลินถงบุตรสาวตระกูลจาง จากไปอย่างไม่สงบ!
[1] สามหนังสือหกพิธีการ ได้แก่หนังสือหมั้นหมาย หนังสือแสดงสินสอด และหนังสือรับตัวเ้าสาว ส่วน 6 พิธีการเป็ขั้นตอนการปฏิบัติที่เริ่มั้แ่การหมั้น ไปจนถึงพิธีแต่งงานได้แก่ สู่ขอ ขอวัน -เดือน -ปีเกิด เสี่ยงทาย ขอฤกษ์ รับตัวเ้าสาว ยกน้ำชาคารวะผู้ใหญ่
[2]ยมทูตขาว-ยมทูตดำคือ ยมทูตขาวหรือ แปะบู๊เอี๋ย ยมทูตดำ หรือเฮ๊กบู๊เอี๋ย คือ เทพอสูรตามตำนานของชาวจีน