บทที่ 73 เยี่ยมไข้
“ขอโทษนะครับ วันนี้ผมไปไม่ได้จริงๆ พี่ไปทำงานที่ต่างประเทศ แล้วก็สัญญาเอาไว้แล้วด้วยว่าวันนี้จะรอที่บ้าน” ปลายฝนพูดเหมือนเสียดายและรู้สึกผิด ทว่าคำสัญญาที่มีให้กับพี่ชายนั้นก็ถูกพูดออกมา แสดงออกให้เห็นว่าคำสัญญาที่พูดไปนั้นมีค่ายิ่งกว่าชีวิตของพีรพลด้วยซ้ำ
คาดว่าคนที่กำลังแอบฟังอยู่ตอนนี้น่าจะยิ้มกว้างจนปากถึงหูแล้วเป็นแน่
ปลายฝนดันจานผลไม้ออกไปจากตัวเล็กน้อย ทิ้งร่างไว้ที่โซฟาจนเกิดเสียงตุ้บเหมือนกับว่าเด็กน้อยกำลังระบายโทสะใส่หมอนอย่างไรอย่างนั้น
พีรพลที่หน้ามืดครึ้มในตอนแรกก็อดที่จะรู้สึกอยากหัวเราะออกมาไม่ได้ ในความคิดของเขา แม้ว่าวันนี้จะทำให้ปลายฝนออกมาข้างนอก มาหาเขาไม่ได้ ทว่าก็เป็นการปั่นหัวให้ปลายฝนรู้สึกไม่ชอบใจต้นหนาวมากขึ้น แบบนี้ก็เป็นแผนที่ดีเหมือนกัน
“น้องวัสสาน่ารักมากๆนะครับที่รักษาสัญญา แล้วแบบนี้....ถ้าพี่จะขอให้สัญญาว่าจะมาเลี้ยงอาหารพี่สองคน จะได้ไหมครับ” พีรพลแสร้งหยอกเย้าอีกฝ่ายออกไป ผู้ช่วยผู้กำกับหน้าตึงเล็กน้อย เพียงแต่เธออยากรู้อยากเห็นมากกว่า จึงได้เงียบรอฟังคำตอบแทน
“ครับ ผมเป็นคนที่ไม่ชอบผิดสัญญาครับ ถ้าบอกว่าจะอยู่รอก็จะอยู่รอ ถ้าบอกว่าจะไม่ไปก็ไม่ไปครับ” ปลายฝนพูด เพียงแต่น้ำเสียงของเขานั้นเข้มขึ้นเล็กน้อยเมื่อพูดถึงตรงนี้
ภาพเก่าๆที่พีรพลหลอกเขาไปวันๆนั้นปรากฏขึ้น ทำเอาปลายฝนอยากจะหัวเราะเยาะตัวเองขึ้นมา คำพูดนี้ของเขาก็เป็นความจริงทั้งหมด ก่อนหน้านี้เขานัดกับอีกฝ่ายออกมากินข้าวด้วยกัน คนๆนี้กลับไปเล่นกับผู้หญิงคนอื่น ตอนนั้นเขาเสียใจมากและโทรไปร้องไห้ให้กันต์ฟัง ภายหลังจึงได้รู้ว่ากันต์นี่แหละที่พาผู้หญิงคนนั้นไปแนะนำพีรพล ทำเหมือนว่าเขานั้นเป็นคนโง่ที่น่าขบขัน
“งั้น...”
“ขอโทษนะครับคุณพีรพล เรื่องนี้ผมไม่กล้าสัญญาเลยครับ เพราะว่าพี่คงไม่ยอมให้ผมออกไปคนเดียว” ปลายฝนเอ่ยขอโทษอย่างตรงไปตรงมา ทำเอาคนที่กำลังฝันหวานชะงักไปอย่างช่วยไม่ได้
“อ่า นั่นสินะครับ น้องวัสสากลัวคุณเหมันต์มากเลยหรอครับ”
“ผมหรอครับ ฮะ ฮะ เห็นกันง่ายขนาดนั้นเลยหรอ” เด็กน้อยแสร้งหัวเราะออกมาอย่างเขินอาย
“ถ้ากลัวขนาดนั้นแล้ว...” พีรพลได้จังหวะ เขาอยากจะพูดเพื่อยั่วยุให้เด็กน้อยรู้สึกไม่เป็นธรรมขึ้นมาเพิ่ม ทว่าปลายฝนก็พูดขัดขึ้นมาเสียก่อน
“มันติดเป็นนิสัยไปแล้วน่ะครับ ผมกลัวว่าพี่จะโกรธ กลัวว่าพี่จะไม่รัก กลัวว่าพี่จะเสียใจ จริงๆผมกลัวมากๆเลยล่ะ” ปลายฝนแลบลิ้นออกมาอย่างสนุกสนาน
ใครจะคิดว่าแผนของพีรพลและกันต์จะดีขนาดนี้ นอกจากจะทำให้เขาได้ทำให้อีกฝ่ายรู้สึกร้อนใจแล้ว เขายังได้หยอดพี่ชายตัวดีที่แอบฟังให้รู้ว่าเขานั้นรักตัวเองมากขนาดไหนด้วย
ให้ตายเถอะ อยากเห็นหน้าของพี่ตอนนี้จริงๆเลย!
ทางพีรพลนั้นเหมือนได้รับการป้อนอาหารหมาอย่างต่อเนื่อง ความอิจฉาริษยาที่ปะทุอยู่ในใจอย่างต่อเนื่องก็ทำให้ใบหน้าของเขาเปลี่ยนเป็นสีเขียวคล้ำ ไม่ได้สนใจด้วยซ้ำว่าตอนนี้ตัวเองอยู่ต่อหน้าของผู้ช่วยผู้กำกับ และต้องรักษาภาพลักษณ์ ในเวลานี้เขาเกือบจะคำรามออกมาด้วยความโกรธ โกรธที่ทุกอย่างไม่เป็นไปตามแผนเลย
อีกทั้งเขาก็ไม่เข้าใจด้วย ว่าทำไมเด็กน้อยจึงได้หลงรักไอ้ผู้ชายที่ไร้รสนิยมอย่างนั้นได้
ตัวเขานั้นยังมองว่าเหมันต์นั้นไม่มีทางที่จะมัดใจใครได้เลย อีกฝ่ายมีเพียงใบหน้าที่หล่อเหลาและเงินให้ใช้จ่ายได้เท่านั้น แต่ชีวิตคู่มันไม่เพียงพอหรอก ส่วนใหญ่แล้วผู้หญิงและผู้ชายตัวน้อยมักจะชอบการเอาใจใส่ การใส่ใจชนิดที่ว่ารู้ใจกันว่าอีกฝ่ายต้องการอะไร ทว่าคุณเหมันต์ทำแบบนั้นได้หรือไม่?
คำตอบก็เห็นได้ชัดๆแล้ว อีกฝ่ายทำได้แค่ตามใจเท่านั้น ทว่าก็ตามใจในขอบเขตของกรงทองขนาดใหญ่ หากมองในมุมมองของเขา อย่างไรคนที่อยู่ด้วยก็ต้องรู้สึกอึดอัดและอยากแหกออกมาจากกรง
เขาไม่เข้าใจว่าทำไมเด็กน้อยอย่างวัสสาจึงยอมอยู่ในกรงทองนั้นโดยไม่เรียกร้องอะไร ไหนจะแสดงความรักความห่วงใยขนาดนี้อีก
มันมีด้วยหรอ คนที่อยากถูกจำกัดอิสระภาพน่ะ....
“คุณพีรพลครับ สำหรับเรื่องนี้ผมจะให้พี่ช่วยออกค่าใช้จ่ายในการรักษาให้นะครับ พรุ่งนี้ถ้าพี่กลับมาแล้ว ผมจะชวนไปเยี่ยมนะครับ” ปลายฝนพูดขึ้นมาหลังจากที่พีรพลเงียบไป แน่นอนว่าเขารู้ว่าตอนนี้อีกฝ่ายกำลังสับสนถึงขีดสุด
ซึ่งมันก็เป็นไปตามความคิดของเขา
สำหรับอะไรที่ได้มาง่ายเกินไปนั้นไม่มีความหมายอะไร ก็เหมือนที่กันต์พูดนั่นแหละ ตัวเขาก็ใช้แผนนี้เหมือนกัน เพราะตราบใดที่เขามีไพ่ที่เหนือกว่า การเล่นละครแบบนี้....เขาย่อมมีหนทางที่ชนะมากกว่าอีกฝ่าย
ถ้าทางนั้นอยากเห็นเขาวิ่งพล่านเป็นสุนัขโง่ในกำมือ เขาก็จะทำเหมือนอีกฝ่ายเป็นสุนัขโง่ที่ไม่ว่าจะทำอะไรก็ล้วนแต่ไม่สำเร็จไปทั้งหมด
อยากรู้เหมือนกันว่าคนพวกนั้นจะอดทนได้สักกี่น้ำ!
ไม่นานปลายฝนก็วางสายไป พีรพลและกันต์ที่อยู่ในห้องลอบมองหน้ากัน สีหน้าใสซื่อของชายหนุ่มไม่เหลือแล้ว ทว่ากันต์นั้นดีกว่ามาก การแสดงของเขานับว่าเหนือชั้นจริงๆ อาจจะเป็นเพราะว่าเขานั้นไม่ได้มีส่วนได้ส่วนเสียตั้งแต่แรก นอกจากความสงสัยและผิดหวังที่ทุกอย่างไม่เป็นไปตามแผนแล้ว ก็ไม่มีอะไรนอกเหนือจากนั้น
สำหรับเขาแล้ว การทำลายปลายฝนนั้นสามารถค่อยๆทำได้
แต่ในสายตาของพีรพลแล้วมันต่างออกไป การที่เขาวิ่งเล่นไปทำให้ตนเองเจ็บตัว ผิวขาวเนียนของเขาต้องเป็นรอย ทั้งหมดนี้เขาโทษกันต์ทั้งหมด แล้วยิ่งแผนที่อีกฝ่ายเสนอออกมานั้นไม่สำเร็จ ทว่าทางนั้นกลับไม่ได้รู้สึกอะไร นี่ยิ่งทำให้เขากัดฟันกรอดด้วยความโกรธขึ้นไปใหญ่
ในอนาคต หากมีการร่วมมือเช่นนี้อีก เขาจะไม่เอาตัวเองไปเสียสละทำตามแผนของกันต์อีกต่อไปแล้ว อย่างน้อยๆถ้าทางนั้นต้องการทำอะไร ก็ต้องไม่เป็นการทำให้เขาเจ็บตัวแบบนี้อีก
ตอนนี้เหมือนกับว่าเขาเจ็บตัว แต่ไม่ได้อะไรเลย นี่ไม่เป็นการเสียข้าวสารแต่จับไก่ไม่ได้สักตัวงั้นหรอ?
แผนที่อีกฝ่ายคิดออกมา เขามีแต่เสียกับเสีย!!
“เอาล่ะ พีรพล เดี๋ยววันพรุ่งนี้คุณไม่ต้องมากองถ่ายนะ คุณวัสสาบอกเอาไว้แล้วว่าให้คุณพักไปก่อน เราจะถ่ายฉากอื่นไปก่อน หลังจากนั้นถ้าคุณวัสสากลับจากกองอาจจะแวะมาหาคุณพร้อมกับคุณเหมันต์ เรื่องค่าใช้จ่ายนั้นไม่ต้องเป็นกังวล” ผู้ช่วยผู้กำกับอยากจะหัวเราะออกมาเมื่อเห็นหน้าของพีรพลคนเจ้าชู้
สำหรับตัวเธอที่อยู่ในวงการมานานย่อมรู้ว่าทางนั้นกำลังคิดอะไร ทว่าเธอก็ไม่คิดจะขัดความสามารถของคนอื่น หากว่าอีกฝ่ายทำให้คุณวัสสาหลงรักได้แล้วไม่เกิดปัญหาอะไร นั่นก็ถือว่าเป็นความสามารถของเจ้าตัว
ในวงการ เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่อะไร
มีคนมากมายที่ต้องการเกาะขาทองคำ แย่งลูกแย่งเมียแย่งสามีคนอื่น เพื่อให้ตัวเองได้ก้าวขึ้นไปอยู่จุดที่สูงกว่าเดิม เพียงแค่ไม่มีใครคิดว่าจะมีคนกล้าวางตัวเป็นศัตรูกับคนอย่างคุณเหมันต์
พวกเขาได้แต่มองพีรพลเหมือนมองคนโง่ แล้วก็รอดูว่าผลของการลงมือเช่นนี้จะเป็นเช่นไร
นี่ก็เหมือนเรื่องตลกอีกอย่างในวงการบันเทิงนั่นแหละ ปกติแล้วพวกดารานักแสดงมักจะรู้ขอบเขตของตนเอง คนไหนที่ยุ่งได้ คนไหนยุ่งไม่ได้ หากว่าคนไหนที่มีท่าทางรักสามีหรือภรรยามาก และไม่มีข่าวเตาะเด็กมาก่อน อย่างไรพวกเขาก็ไม่กล้ายุ่ง หรือหากว่าคนไหนที่มีคนรักที่ดูน่ากลัว พวกเขาก็ไม่กล้าเหมือนกัน
ทางคุณวัสสาและคุณเหมันต์ พวกเขาทั้งสองคนไม่เคยมีข่าวเสียหาย ยิ่งการที่พวกเขาอยู่ด้วยกันมาตั้งแต่ยังเด็กและรักกันมานานขนาดนี้ยิ่งทำให้ผู้คนไม่กล้าที่จะเข้าไปยุ่ง ในส่วนของคุณวัสสานั้นน่ากลัวกว่าก็ตรงที่การเข้าไปยุ่งกับเขานั้นจะทำให้ต้องเป็นศัตรูกับคนอย่างคุณเหมันต์ หรือแย่ไปกว่านั้น....หากทำร้ายให้อีกฝ่ายเสียใจ นักธุรกิจที่เป็นผู้มีอิทธิพลในระดับโลกอย่างคุณอาเธอร์และออเดรย์ พวกเขาอาจจะขยี้คนที่กล้าทำร้ายเชื้อสายของพวกเขาจนตายอย่างทรมาน
ใครไม่รู้เบื้องลึกเบื้องหลังของทั้งสองคนนั้นบ้าง?
พวกเขาใช่นักธุรกิจมือใสสะอาดหรือ?
“เดี๋ยวนะครับ คุณหมายถึงว่าน้องวัสสาจะไปกองพรุ่งนี้หรอ” พีรพลแทบจะเด้งตัวลุกขึ้นจากเตียง ไม่สนใจความเจ็บปวดที่แขนด้วยซ้ำ
“อืม ใช่แล้ว ก็นี่เป็นซีรีย์เรื่องแรกของคุณวัสสานี่นะ คุณเขาก็ต้องสนใจเป็นธรรมดา” ผู้ช่วยผู้กำกับพูดยิ้มๆก่อนจะจากไป ทิ้งให้พีรพลหัวเสียอยู่อย่างนั้น
หากเขาใจเย็นมากกว่านี้ รอให้อีกฝ่ายมาที่กองอีกครั้งแล้วค่อยเริ่มเข้าไปจีบ แบบนี้ย่อมต้องดีกว่าแน่ ตอนนี้กลายเป็นว่าเขาทำตัวเองเจ็บแล้ว หากออกไปจากโรงพยาบาลเร็วขนาดนั้นก็ไม่น่าสงสัยหรอ? นี่หมายความว่าเขาจะทิ้งโอกาสในการสานสัมพันธ์ไปอีกพักใหญ่ๆเลยใช่ไหม
“ไหนว่าแผนจะได้ผลไง แล้วทำไมมันแย่กว่าเดิมเสียอีก” พีรพลที่หาที่ลงไม่ได้ก็หันไปหาคนวางแผน
กันต์ขมวดคิ้วชักสีหน้าอย่างไม่พอใจเล็กน้อย เขามองพีรพลที่เป็นเหมือนหมาบ้าด้วยสายตาดูถูก
“อย่ามาโทษฉัน ตอนนั้นแกก็เห็นด้วยนี่” เขาพูดออกไปอย่างไม่สบอารมณ์ มือเรียวกดโทรศัพท์เหมือนไม่อยากจะสนใจคนที่นอนอยู่อีกต่อไป ทำให้พีรพลได้แต่กัดฟันกรอดด้วยความไม่พอใจเท่านั้น
ตัวพีรพลจะพูดอะไรได้อีก มันเป็นเรื่องจริงที่ก่อนหน้านี้เขาก็เห็นด้วย ใครจะไปคิดว่าวัสสาที่พวกเขาคาดเดาว่าอย่างไรก็ต้องรีบมาเยี่ยมนั้นกลับทำตัวเป็นสุนัขเชื่องๆที่เจ้าของบอกไม่ให้ลุกก็ไม่ขยับเสียนี่
“เราประเมินความสัมพันธ์นี้ง่ายไป ครั้งต่อไปต้องระวังให้มากกว่านี้” กันต์พูดขณะที่โพสต์รูปของพีรพลที่นอนเจ็บลงในเพจคู่จิ้น พยายามทำให้อีกฝ่ายดูน่าสงสาร สร้างกระแสให้คนมากมายเข้ามาคอมเม้นท์มากขึ้น เป็นการกดดันปลายฝนอีกทางหนึ่ง แม้ว่าจะไม่รู้ว่าสำเร็จหรือไม่ การเพิ่มคลื่นในใจให้อีกฝ่ายก็เป็นการทดลองที่ไม่เสียหายอะไร
“ความสัมพันธ์แบบนี้มันอะไร เหมือนกับเจ้านายลูกน้อง ถ้าเป็นคนรักกันจริงๆจะห้ามไม่ให้ขยับไปไหนมาไหนได้หรอ นี่ไม่เท่ากับว่าน้องวัสสาถูกล้างสมองโดยสมบูรณ์งั้นหรอ” พีรพลยังหัวเสียไม่หาย ทว่าเขาก็รู้ว่าตนเองนั้นร่วมมือกับกันต์แล้ว อย่างไรก็ต้องปรึกษากันได้อยู่สองคน
กันต์เงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยบอกความสัมพันธ์ของทั้งสองที่เขารู้มา
“เพราะทั้งสองคนอยู่ด้วยกันตั้งแต่ยังเด็ก ก่อนหน้านี้ปลายฝนเคยถูกทำร้ายร่างกายและเกือบจะเสียความบริสุทธิ์ไป มันคงเป็นความฝังใจของอีกฝ่าย เพราะเรื่องนี้ก็เลยทำให้ปลายฝนเชื่อใจพี่ชายมากล่ะมั้ง อีกฝ่ายพูดอะไรก็คงเชื่อทั้งหมดด้วยคิดว่ามีแค่พี่ชายที่เชื่อถือได้” กันต์วิเคราะห์ออกมาอย่างสมเหตุสมผล
พีรพลชะงักไป ความรู้สึกพ่ายแพ้เพียงเพราะว่าตนเองมาทีหลังนั้นทำให้เขาไม่รู้จะหาทางออกยังไงดี คนหล่อเหลาเหลือบไปมองใบหน้าของกันต์อีกครั้งราวกับถามว่าแผนต่อไปของพวกเขามีอะไร
กระทั่งเขาได้เห็นประกายในสายตาของกันต์ ตอนนั้นเขาจึงเลิกคิ้วรอฟังอย่างมีความหวัง
“ถ้าทางนั้นมีปมในใจแล้วทำให้เชื่อพี่ชายชนิดที่ว่าไม่มีแม้แต่ข้อสงสัยใดๆ ทำไมเราไม่ทำบ้างล่ะ” กันต์แสยะยิ้มร้ายกาจออกมา
หากปลายฝนมาเห็นเข้า เขาคงจะคิดว่ามันเหมือนกับรอยยิ้มที่เขาเคยเห็นก่อนหน้านี้ รอยยิ้มก่อนที่เขาจะตายไปในชีวิตที่แล้ว
อีกฝ่ายก็ทำร้ายเขาอย่างรุนแรงด้วยการใช้ปมที่เขาเคยเจอมาเหมือนกันกับครั้งนี้
และแน่นอนว่าทุกครั้งที่แผนนี้เริ่มขึ้น มันจะกลายเป็นจุดจบของเรื่องด้วย เพียงแค่จุดจบของครั้งก่อน เป็นปลายฝนที่เพลี่ยงพล้ำ ทว่าจุดจบของครั้งนี้....ใครจะเป็นฝ่ายพ่ายแพ้กันแน่ เรื่องนี้คงต้องรอดูอีกครั้ง
ขณะที่ทางวงการบันเทิงนั้นกำลังเกิดเรื่องราวใหญ่โต ในวงการธุรกิจก็ไม่ต่างกันเท่าไรนัก คนที่ได้ชื่อว่าลุงสองของต้นหนาวนั้นจู่ๆก็ถูกจับด้วยสาเหตุของการค้ายา มีคนในวงการบันเทิงหลายคนที่มีส่วนเกี่ยวข้องด้วย คนทั้งหมดนั้นล้วนแต่ให้การว่าถูกหลอกให้ไปสร้างความสนุกสนาน พวกเขาไม่รู้มาก่อนว่ามีการลักลอบขายยา
เพราะเรื่องที่แดงขึ้นมานี้ คนที่มีส่วนเกี่ยวข้องมากมายต้องถูกสอบสวน มีเพียงกันต์ที่เป็นลูกชายที่ไม่ได้รับการยอมรับเท่านั้นที่ลอยตัว เนื่องจากเขามีพยานรู้เห็นมากมายเพราะได้เริ่มการถ่ายทำซีรีย์ กลายเป็นว่าเขาเป็นคนเดียวที่ยังไม่ได้รู้ว่าพ่อเลี้ยงของตนเองนั้นค้ายา
แต่ใครจะรู้ว่าทั้งหมดนั้นเป็นแผนการของเขาเอง กลุ่มคนในวงการ มีหลายคนที่เป็นคนที่เขาหลอกให้งานไป บางคนก็ถูกเพื่อนพามาอีกต่อหนึ่ง ดังนั้นการจะสาวมาถึงเขานั้นเป็นเรื่องที่เป็นไปได้ยาก
ลุงสองแห่งตระกูลอธิบรักขณกุลถูกจับตัวและมีหลักฐานเป็นยาจำนวนมาก ถือเป็นภัยต่อสังคมอย่างแท้จริง ภาพลักษณ์ของอธิบรักขณกุลมัวหมองอีกครั้ง บางคนยังโยงมาถึงเหมันต์แห่ง TIMEs Tula ด้วย ยังดีที่พวกเขาตัดขาดกันหมดแล้ว ประเด็นของการแยกตัวออกจากตระกูลของเขาจึงกลับมาถูกพูดถึงอีกครั้ง หลายๆคนก็บอกว่าพวกเขาโชคดีเหลือเกินที่มีพ่อแม่ฉลาด การพาพวกเขาแยกตัวออกมานั้นนับว่าเป็นเรื่องดีที่สุดแล้ว
คนที่มีความภาคภูมิใจในตัวเองสูงอย่างลุงสอง เมื่อถูกจับก็อดที่จะโกรธแค้นไม่ได้ เขาได้ประกันตัวเองด้วยเงินและทรัพย์สินทั้งหมดที่มี พยายามหาทนายที่ดีที่สุดเพื่อที่จะทำให้ตัวเองรอดพ้นจากภัยครั้งนี้ รวมไปถึงพยายามสืบหาว่าใครคือคนที่อยู่เบื้องหลังการให้ข่าวครั้งนี้
เนื่องจากเขาทำธุรกิจนี้มาเนิ่นนานแล้ว คนใหญ่คนโตมากมายมีส่วนรู้เห็น หากไม่ใช่เพราะข่าวของคนในวงการบันเทิงที่เกี่ยวข้องโด่งดังเกินไป อย่างไรข่าวแค่นี้ก็ปิดเอาไว้ได้อยู่แล้ว
โดยที่กันต์เองก็ไม่ได้รู้ตัวเลยว่าเขากำลังถูกคนอย่างเหมันต์หักหลังอีกทอดหนึ่ง แม้ว่าเขาจะพยายามเอาตัวเองออกมาจากเหตุการณ์มากแค่ไหนก็ตาม แต่ตราบใดที่เป็นเหยื่อของเหมันต์ การที่จะกระชากให้ลงมาคลุกฝุ่นด้วยกันนั้นไม่ใช่เรื่องยากเลย
..............................