“ข้ารู้สึกแปลก ๆ ส่วนตัวข้ายังไม่อยากเชื่อข่าวนี้ เท่าที่เคยได้ยินได้ฟังมา เ้าชายรัชทายาททรงเป็ชายชาติทหาร ไม่เคยมีข่าวเื่เสียหายเกี่ยวกับผู้หญิง ทรงเป็เ้าชายที่ประชาชนให้ความรักมากมาย ข่าวที่ว่าทรงพิโรธถึงขนาดลงมือแล้วพลั้งมือฆ่าลูกหญิง...ข้าว่ามันขัด ๆ กัน พวกท่านเสนาบดีคิดเห็นอย่างไร”
“กราบทูลฝ่าา กระหม่อมเห็นด้วยกับฝ่าาพระเ้าค่ะ เพราะในทางการต่างประเทศ ทูตของเราที่ประจำที่ไท่โจวก็รายงานยกย่องเ้าชายท่านนี้ว่าเป็ผู้มีคุณธรรมสูง แล้วก็ไม่เคยมีข่าวว่าทรงมีสนมหรือชายาลับ ๆ ที่ไหน เกล้ากระหม่อมเห็นว่าเราควรตรวจสอบข่าวให้แท้จริงก่อนพระเ้าค่ะ” เสนบดีฝ่ายต่างประเทศกราบทูล
“ทูลฝ่าา..กระหม่อมให้ม้าเร็วออกเดินทางไปที่ไท่โจวเพื่อสืบข่าว และติดต่อท่านทูตให้ขอเข้าพบองค์หญิงแล้วพระเ้าค่ะ คาดว่าไม่นานนักเราคงจะได้ข่าวกลับมา...แต่เราก็ไม่ควรนิ่งนอนใจ หากฟ้าไม่เข้าข้างเรา เอ่อ...หากเกิดเื่ร้ายกับองค์หญิงจริง ๆ เราควรเตรียมแผนตอบโต้ไว้ด้วยพระเ้าค่ะ” ฝ่ายกลาโหมกราบทูล
“ท่านเสนาบดี สั่งการให้ท่านแม่ทัพเตรียมทัพให้พร้อม ข้าจะเดินทางไปเฉิงโจว เพื่อเตรียมพร้อมด้านทหาร อย่างน้อยถ้าเฉิงโจวไม่อยากร่วมรบด้วย ก็ขอให้เป็กลางไม่แทรกแซง แต่ในฐานะท่านตาของหนิงอัน ข้าเชื่อว่าเฉิงโจวย่อมไม่นิ่งเฉยเช่นกัน ข้าจะออกเดินทางไปเข้าเฝ้าท่านอ๋องเฉิงอันพรุ่งนี้เช้า เมื่อกองทัพพร้อมแล้วให้ยกทัพตามไป เราจะขอท่านอ๋องเฉิงอันตั้งค่ายทหารที่ชายแดนของเฉิงโจวด้านที่ติดกับไท่โจว แต่ยังไม่ให้เคลื่อนทัพ จนกว่าเราจะสั่ง ให้เตรียมพร้อมรอดูเหตุการณ์ก่อน ท่านให้ม้าเร็วล่วงหน้าไปส่งข่าวที่เฉิงโจวคืนนี้เลย”
แคว้นไท่โจว
เ้าชายรัชทายาทฟางมู่หยางค่อยๆ ลืมพระเนตรขึ้นช้า ๆ สายพระเนตรที่ยังไม่ชินกับแสงสว่างดีนัก ทำให้ต้องกระพริบอยู่หลายครั้ง เมื่อภาพที่เห็นชัดเจนมากขึ้นจึงค่อยกวาดพระเนตรมองบรรยากาศรอบกาย ... เขานอนอยู่บนเตียง ในห้องนอนของเขาเอง! มาได้อย่างไร ความทรงจำล่าสุดคือการต่อสู้ เขาได้รับาเ็ ขณะที่พยายามวิ่งไปช่วยหลินจิง... ใช่แล้ว! หลินจิง! เค้าเห็นนางโดนจ้วงแทงด้วยดาบของโจรผู้นั้น ทันทีที่ภาพนางและจ้าวหลินพลัดตกลงไปจากหน้าผานั้นกลับเข้ามาในมะโนสำนึก เขาก็ผุดลุกขึ้นนั่งอย่างรวดเร็ว จนเกิดความเจ็บแปลบเข้าที่บริเวณแผลด้านหลังจนต้องเปล่งเสียงร้องออกมา
ทันทีที่ได้ยินเสียงร้องของเขา ประตูห้องก็ถูกกระชากเปิดออกทันที ฮุ่ยเฟินถลาเข้ามาอย่างรวดเร็ว เอื้อมมือประคองร่างเขาทันก่อนที่เขาจะเสียหลักล้มหล่นลงจากเตียงเพราะอาการเจ็บแผล
“องค์ชาย อย่าเพิ่งลุกพระเ้าค่ะ ประเดี๋ยวแผลจะฉีกได้” ฮุ่ยเฟินรีบเอ่ยด้วยความเป็ห่วง
“ฮุ่ยเฟิน..หลินจิงกับจ้าวหลิน??” เขาเอ่ยถามด้วยเสียงแหบแห้ง ด้วยเพิ่งมีสติฟื้นจากอาการาเ็ได้ไม่นาน
“กระหม่อมให้ทหารออกตามหาพวกนางมาหลายวันแล้ว...แต่ก็ยังไม่พบพระเ้าค่ะ” ฮุ่ยเฟินกล่าวด้วยเสียงเครียด
“ข้าจะออกไปตามหานาง” เขาพยายามจะพาร่างลงจากที่นอน แต่ฮุ่ยเฟินจับแขนเขาแน่น และดึงร่างไว้ไม่ให้ขยับ
“ไม่ได้นะพระเ้าค่ะ พระองค์ยังาเ็ าแยังไม่สมานดี หากขยับพระวรกายมากไป แผลจะฉีกได้พระเ้าค่ะ” ฮุ่ยเฟินละล่ำลำลักกราบทูล
“ข้าทนนอนอยู่ไม่ได้ อย่าบอกว่าเ้าไม่รู้ใจข้า แล้วเราก็รู้ว่าใจเ้าก็ห่วงเสี่ยวหลินไม่แพ้ที่เราห่วงจิงจิง”
“กระหม่อมทราบดีพระเ้าค่ะ ถึงได้ให้ทหารออกตามหา แม้กระทั่งผ่านมาหลายวันแล้ว ก็ยังไม่หยุด ถึงแม้พระองค์จะฝืนออกไปตอนนี้ ก็ทรงไปได้ไม่ไกลนะพระเ้าค่ะ” น้ำหนักมือที่กำท่อนแขนเขาอยู่บีบแน่นขึ้น แล้วฮุ่ยเฟินก็ให้สัญญาว่า “ทรงวางพระทัยเถิด ตอนนี้ทรงฟื้นและปลอดภัยแล้ว กระหม่อมจะออกไปตามหาแม่นางทั้งสองด้วยตัวเอง แล้วจะรีบกลับมากราบทูลรายงาน เ้าเจียลี่เองก็ห่วงพระองค์ไม่น้อย ตลอดหลายวันที่ผ่านมามันก็ออกไปช่วยสืบหาพวกนางกับทหารให้กับพระองค์กับหม่อมฉันอยู่พระเ้าค่ะ”
“เื่ตามหาแม่นางทั้งสองคน ทรงปล่อยให้เป็หน้าที่หม่อมฉันกับเจียลี่เถิด ฝ่าามีเื่สำคัญกว่าที่ต้องทรงเตรียมรับมือก่อนพระเ้าค่ะ”
ด้วยน้ำเสียงที่แฝงความกังวลใจอยู่ไม่น้อยทำให้เขาต้องหยุดเกร็งร่าง แล้วเงยหน้ามองฮุ่ยเฟิน แล้วถามด้วยเสียงเครียด “มีเื่อะไรอีก”
“มีข่าวลือออกไปถึงเหอหนานว่าองค์หญิงเวยหนิงอันเสด็จมาถึงที่ไท่โจวแล้ว และทรงไม่พอพระทัยที่ฝ่าาทรงมีพระชายาลับ ๆ อยู่แล้ว ฝ่าาจึงเกิดมีปากเสียงกับองค์หญิงอย่างรุนแรงแล้ว เอ่อ .. พลั้งมือทำร้ายองค์หญิงจนสิ้นพระชนม์พระเ้าค่ะ เวลานี้ ทางเหอหนานกำลังเตรียมเคลื่อนกองทัพไปทางเฉิงโจว อ๋องแห่งเฉิงโจวทรงเป็พระอัยกาขององค์หญิงพระเ้าค่ะ”
“อะไรนะ! เป็ไปได้อย่างไร” เขาแผดเสียงจนเกือบจะเป็คำราม ด้วยความใปนสับสน
“เรายังไม่เคยได้พบหน้ากับองค์หญิงเวยหนิงอันเลยแม้สักครั้งเดียว และเื่พระชายาลับของเรานั่นคืออะไรกัน เอาข่าวนี้มาจากที่ใด แล้วนี่องค์หญิงเสด็จมาถึงไท่โจวแล้วหรือ ั้แ่เมื่อใดกัน”
“ท่านเสนาบดีต่างประเทศกำลังเข้าเฝ้าหารือกับท่านอ๋องอยู่พระเ้าค่ะ คาดว่าน่าจะเป็ฝีมือของต้าซื่อ ที่้าให้ไท่โจวและเหอหนานขัดแย้งกัน ที่สำคัญ... เลยหมายกำหนดการที่องค์หญิงควรจะเสด็จมาถึงไท่โจวไปหลายวันมากแล้วพระเ้าค่ะ ยังไม่มีผู้ใดได้พบเห็นองค์หญิงเลย เกล้ากระหม่อมเกรงว่าองค์หญิงจะสิ้นพระชนม์ไปแล้วจริง ๆ ไท่โจวเราจะตกที่นั่งลำบากพระเ้าค่ะ” ฮุ่ยเฟินกราบทูลด้วยน้ำเสียงเป็กังวลยิ่ง
“เราจะไปเข้าเฝ้าเสด็จพ่อ” ยังไม่ทันที่ฮุ่ยเฟินจะทูลห้าม เสียงทหารประกาศการมาถึงของท่านอ๋อง พร้อมกับบานประตูเปิดออก บุรุษร่างใหญ่ บุคลิกน่าเกรงขาม ดวงพระเนตรดำดุ ละม้ายคล้ายเ้าชายฟางมู่หยาง เร่งรุดเดินเข้ามา
“มู่หยาง เ้าฟื้นแล้ว” ท่านอ๋องตรัสพลางเสด็จมาหยุดอยู่หน้าเขา แล้วค่อยๆ ยื่นมือมาเพื่อลูบศีรษะเขา “เป็อย่างไรบ้าง เจ็บแผลมากหรือไม่” แล้วหันไปตรัสกับทหารติดตาม “เ้ารีบไปแจ้งท่านหมอหลวงว่าเ้าชายฟื้นได้สติแล้ว”
“ลูกเพิ่งจะได้สติเมื่อสักครู่นี้เอง พระเ้าค่ะ”
“ฮุ่ยเฟินเพิ่งเล่าเื่เ้าหญิงเวยหนิงอันกับเหอหนาน มันเกิดอะไรขึ้น เสด็จพ่อเสด็จมาหาลูกเพราะเื่นี้ใช่ไหมพระเ้าค่ะ”
“พ่อจะมาเยี่ยมเ้า เ้าเพิ่งจะฟื้นมา ยังไม่หายดี อย่าเพิ่งกังวลสิ่งใดเลย พักก่อนเถอะ”
“ไม่เป็ไรพระเ้าค่ะ หม่อมฉันเกรงว่าทางเหอหนานจะเข้าใจผิด แล้วไม่รับฟังคำอธิบายของเรา หม่อมฉันไม่อยากให้เกิดาเลยพระเ้าค่ะ”
“เท่าที่พ่อรู้ อ๋องเวยหลง ไม่ใช่คนหุนหันพลันแล่น การที่ท่านยอมยกลูกสาวหัวแก้วหัวแหวนของท่านให้อภิเษกกับเ้า ท่านน่าจะให้ความไว้วางใจในตัวเ้าและไท่โจวพอสมควร แล้วเ้าเองก็ไม่เคยมีเื่เสียหายให้คนเอาไปร่ำลือผิด ๆ ก่อนจะเปิดเป็า พ่อว่าท่านอ๋องน่าจะรับฟังเหตุผลก่อน”
“แล้วเสด็จพ่อเห็นควรทำอย่างไรพระเ้าค่ะ” เขาถามไปด้วยเสียงกังวล
“เร่อหยางและเสนาบดีต่างประเทศกำลังเตรียมเดินทางไปพบท่านอ๋องที่เฉิงโจว เพื่ออธิบายเื่ราวทั้งหมด และตอนนี้พ่อได้ส่งทหารออกตามหาองค์หญิงทั้งในเมือง และนอกเมืองไปจนถึงชายแดนทุกด้านของไท่โจว เผื่อเราจะโชคดี”
“ให้หม่อมฉันไปแทนเร่อหยางเถิดพระเ้าค่ะ”
“เ้ายังาเ็เช่นนี้ จะไปได้อย่างไร”
“ขอเวลาหม่อมฉันพักสักสองวัน วันมะรืนหม่อมฉันจะออกเดินทาง ข่าวที่ทางเหอหนานได้รับมีหม่อมฉันเป็ศูนย์กลางของปัญหา เพื่อแสดงความจริงใจ หม่อมฉันควรไปอธิบายให้พระองค์ฟังด้วยตนเองพระเ้าค่ะ แล้วอีกอย่าง หม่อมฉันาเ็เพียงนี้ จะมีปัญญาสังหารองค์หญิงได้อย่างไร อย่างน้อยน่าจะพอชะลอเื่การรบราฆ่าฟันกันได้ ในระหว่างที่ความจริงยังไม่ปรากฏพระเ้าค่ะ”
“ดี เช่นนั้นเ้ารีบให้ท่านหมอดูอาการ แล้วพักผ่อนให้เต็มที่ วันมะรืนเ้าเดินทางไปพร้อมท่านเสนาบดีก็แล้วกัน วันนี้พ่อจะให้ทหารจัดขบวนหลอกให้เร่งเดินทางไปก่อน เผื่อไอ้คนที่มันหวังร้ายมันจะซุ่มโจมตีไม่ให้เราได้พบกับท่านอ๋อง แต่จะให้แยกม้าเร็วไปแจ้งท่านอ๋องก่อนว่าเ้าจะเดินทางไปเข้าเฝ้าด้วยตนเอง”
“ทรงรอบคอบดีพระเ้าค่ะ”
“งั้นพ่อไปก่อนล่ะ เ้าพักผ่อนเถอะ” ทรงหันพระพักต์ไปทางฮุ่ยเฟินแล้วตรัสสั่ง “เ้าแจ้งหมอหลวงด้วยว่าให้เดินทางไปพร้อมกับขบวนของเ้าชาย แล้วเ้ากับเจียลี่ก็เดินทางไปอารักขาเ้าชายด้วย ข้าไม่ไว้ใจคนอื่น แล้วเอาทหารมือดีไปอีกสักสองคนก็พอ ขบวนนี้ควรเดินทางเงียบๆ ปลอมเป็ชาวบ้านไป อย่าให้เอิกเกริก”
“อย่าให้หมอหลวงไปเลยพระเ้าค่ะ กระหม่อมน่าจะต้องไปด้วยม้า มิเช่นนั้นจะไม่ทันการ ท่านหมอหลวงน่าจะไม่คุ้นเคยกับการเดินทางกับม้าเร็วแบบทหารพระเ้าค่ะ เสด็จพ่อทรงวางพระทัย หม่อมฉันทนได้ และเมื่อไปถึงเฉิงโจวท่านอ๋องเฉิงอันน่าจะพอมีเมตตาให้หมอหลวงดูแลลูกต่อพระเ้าค่ะ”
“งั้นก็ลำบากเ้าแล้วล่ะ ฮุ่ยเฟินให้หมอหลวงดูแผล และเตรียมเครื่องทำแผลและยาให้พร้อม ฝากเ้าทั้งสองคนดูแลมู่หยางด้วยนะ”
ฮุ่ยเฟินรีบคุกเข่าลงกราบทูล “ขอฝ่าาทรงวางพระทัย กระหม่อมและเจียลี่จะอารักขาองค์ชายด้วยชีวิตพระเ้าค่ะ”
“ขอบใจ” ท่านอ๋องตรัส พร้อมวางพระกรลง ตบบ่าของฮุ่ยเฟินเบา ๆ