มหากาพย์ดาบอนันต์มนตรา ภาค : โลกมนตรากฤตยา (มี E-Book)

    ตอนที่ 71 หลังจบสงคราม (1)

    มีหลายอย่างเกิดขึ้นมากมายหลังสงครามอสูรสามธาตุ หรือบางคนก็เรียกสงครามโลกวันเดียว แม้ในโลกแห่งนี้แทบจะมีสงครามเกิดขึ้นทุกวัน แต่ส่วนใหญ่จะเป็นการสู้รบกันทางทหารและยุทโธปกรณ์เท่านั้น



    สงครามครั้งนี้นับเป็นครั้งแรกในรอบหลายร้อยปีหรืออาจจะเป็นพันปีแล้วก็ได้ ที่มีการปรากฏตัวของอสูรจักรราศีในการเข้าร่วมรบ นอกจากวสุธาและธาราที่เป็นตัวละครหลักในสงครามนี้แล้ว แม้นภาจะออกมาปฏิเสธว่าพวกเขาไม่ได้เข้าร่วม แต่ทุกคนก็ถือว่าเจ้าอสูรลิงเขียวยักษ์เป็นตัวแทนจากฝั่งนภา ส่วนศิขาไม่ได้ออกมาพูดสิ่งใด แต่ทุกคนต่างมั่นใจว่าลำแสงอันน่ากลัวนั้นมาจากศิขาอย่างแน่นอน นอกจากทิศทางที่มันถูกยิงมาแล้ว นภาที่เคยโดนลำแสงชนิดเดียวกันมาก่อนก็สามารถยืนยันได้เช่นกันว่าลำแสงนี้น่าจะเป็นลำแสงชนิดเดียวกัน



    แม้ทุกอย่างจะจบลงภายในวันเดียว แต่ความรุนแรงและผลของสงครามนั้นมากมายยิ่งนัก วสุธาผู้ริเริ่มสงครามครั้งนี้ นอกจากความเสียหายต่อกองทัพหลักที่ต้องสูญเสียไปในศึกครั้งนี้ พวกเขายังสูญเสียองค์รัชทายาทและขุนนางใหญ่ไปหลายคน และที่สำคัญพวกเขาสูญเสียการครอบครองกษาปณ์พฤษภไป นั่นทำให้พวกเขาไร้ซึ่งสิ่งใดที่จะมาถ่วงดุลอำนาจได้อีกต่อไป พระราชาแห่งอาณาจักรวสุธาได้แต่ยอมรับชะตากรรมเมื่อธาราต้องการเข้ามากำกับควบคุมดูแลทางด้านการทหารของอาณาจักรวสุธาทั้งหมด ทำให้ตอนนี้ดินแดนแห่งนี้เหลือเพียงสองขั้วอำนาจใหญ่ คือศิขาและธาราเท่านั้น



    ทางด้านนภารวมถึงศิขา ก็ดูเหมือนจะหยุดระรานลงไป เมื่อธารามีอำนาจเหนือวสุธา เท่ากับธาราไม่ต้องพะวงหลังว่าวสุธาจะตลบหลังอีกเมื่อไรอีกต่อไป ก็เป็นที่เชื่อได้ว่าเหลือแค่เวลาเท่านั้นที่ธาราจะตัดสินใจบุกศิขาเมื่อไรเท่านั้น ทำให้ผู้คนต่างคิดว่านี่คือเป็นสาเหตุที่ศิขาล้มเลิกการบุกโจมตีวสุธาอีกต่อไป หากไปยั่วยุผู้ที่มีความได้เปรียบเทียบเรื่องธาตุกว่าตนคงไม่ใช่ความคิดที่ดีนัก



    อีกทั้งยังมีข่าวลือออกมาอีกว่า จากสงครามครั้งนี้อาณาจักรธารามีอสูรจักรราศีไว้ในครอบครองทั้งหมดสามตัว ดิน น้ำ และลม ขาดเพียงไฟของศิขาเท่านั้น เมื่อเป็นเช่นนั้นใครจะอาจหาญไปกระตุกหนวดเสืออีกต่อไป



    ทางฝั่งอาณาจักรธาราแม้จะได้รับผลประโยชน์ไปมากที่สุด แต่พวกเขาก็เกือบจะสูญเสียเมืองหลวงไป ส่วนผู้คนทั่วไปคิดว่าธาราต้องสังเวยเจ้ากรมมหาดไทย เจ้ากรมกลาโหม และเจ้ากรมการทูต ที่ถือเป็นขุนนางชั้นผู้ใหญ่ที่สำคัญของอาณาจักรไปในสงครามนี้ ไม่มีใครรู้ว่าแท้จริงแล้วเกิดอะไรขึ้นการตายของทั้งสามเจ้ากรม และพระราชาเองก็ประสงค์ให้เป็นเช่นนั้นเพื่อไม่ให้เสื่อมเสียเกียรติของทั้งสามคน



    ผลกระทบจากการกบฏของเจ้ากรมทั้งสามส่งผลอย่างมากต่อกิจการการบริหารบ้านเมืองและทหารของอาณาจักรธารา แม้ไม่มีใครรู้ถึงการก่อกบฏครั้งนี้ แต่ทหารที่เข้าร่วมการกบฏทั้งหมดต่างโดนคาดโทษ และถูกลดระดับขั้นยศลง แม้แต่องครักษ์ก็ถูกให้กลับไปเป็นทหารอีกครั้ง และทุกคนต่างถูกส่งไปตามที่ต่าง ๆ ที่ห่างจากเมืองหลวง



    อย่างไรก็ตามปัญหาไม่ได้จบลงอยู่แค่นั้น หลังศึกสงครามครั้งนี้ ธาราเองก็สูญเสียทหารไปมากเช่นกัน อีกทั้งเมื่อเหล่ากบฏที่เดิมเป็นองครักษ์ถูกลดขั้นก็ส่งผลทำให้จำนวนองครักษ์ไม่พอ ทางการจึงจำเป็นต้องหาคนมาทดแทนในตำแหน่งที่หายไป



    ดิเรก คนแรกและคนสำคัญที่สุดจากเหตุการณ์การก่อกบฏของสามเจ้ากรม ได้รับการเลื่อนตำแหน่งให้ไปเป็นราชองครักษ์ประจำตัวพระราชา แม้ความจริงแล้วเขาไม่ได้ต้องการเลย เขายังคงต้องการเป็นองครักษ์ประจำตัวปลายฝนต่อไป แต่เขาก็ไม่มีทางเลือกนอกจากน้อมรับคำสั่งของพระราชาของเขา ไม่ว่าอย่างไร ในสถานการณ์เช่นนี้ คงไม่มีใครที่จะฝากเนื้อเชื่อใจได้มากกว่าเขาอีกแล้ว เขาจึงเหมาะสมแก่การเป็นราชองครักษ์ประจำตัวพระราชามากกว่าใคร



    ในตำแหน่งของดิเรกที่ว่างลง ตัวดิเรกเป็นคนเสนอธัญญ่าให้เข้ามารับตำแหน่งองครักษ์ประจำตัวปลายฝนต่อจากเขา หลังจากผ่านร้อนผ่านหนาวมาด้วยกันตลอดการร่วมทีมภารกิจ บวกกับฝีไม้ลายมือที่เป็นประจักษ์แก่สายตาของเขามาแล้ว ดิเรกค่อนข้างรู้สึกอุ่นใจหากได้ธัญญ่าเข้ามาเป็นองครักษ์ประจำตัวปลายฝน และปลายฝนก็เห็นชอบเช่นกัน



    เมื่อทหารขาดแคลน การเปิดรับทหารจึงเกิดขึ้น แต่นอกจากการเกณฑ์จากบุคคลทั่วไป ทางการได้เพิ่มกฎพิเศษในการรับทหารเข้าสู่กองทัพรวมถึงทหารพระราชวังอีกด้วย

    คล้ายกับเรื่องมหากาพย์ดาบอนันต์มนตรา ภาค : โลกมนตรากฤตยา (มี E-Book) ที่คุณอ่าน