ไฟฝัน

    บทที่ 9

    ในยามนี้ แม็กกี้อยากเห็นใบหน้าพี่สาวอย่างที่สุด อยากจะกอดและปลอบโยนให้คลายใจ แต่มันมีอะไรบางอย่างที่บอกให้เธอรู้ว่า เวลที่คลุมหน้านั้นไม่เพียงแค่จะปิดบังความหมองเศร้าเท่านั้น ใบหน้าแสนสวยของแคธลีนอาจจะชอกช้ำด้วยถูกทารุณมาก็ได้ เป็นครั้งแรกนับแต่แม่ตายลงที่แม็กกี้อาจจะร้องไห้ออกมาดัง ๆ“เวลานี้ทุกคนก็จากเราไปหมดแล้ว ไม่ว่าจะเป็นพ่อแม่หรือแม้แต่ตัวพี่เอง แคธลีน... พี่ไปจากเราแล้วจริงๆ ”“อย่าพูดยังงั้น ถึงยังไงเธอก็ยังเหลือกันอยู่ตั้งสี่คน เธอต้องคิดถึงตัวเองให้มากนะแม็กกี้ และเพราะเหตุนี้แหละที่ทำให้พี่มาที่นี่ในวันนี้”“ฉันไม่เข้าใจที่พี่พูดหรอก”จากถุงร่างแหที่ถืออยู่ในมือ แคธลีนหยิบห่อผ้าออกมาห่อหนึ่งยัดใส่ลงในมือแม็กกี้“เอ้า...พี่ต้องการให้เธอรับสิ่งนี้ไว้ มันมากพอที่จะใช้เป็นค่าเดินทางไปอเมริกา พี่มีความคิดอยู่ว่าพวกเธอทุกคนควรจะไปให้พ้นจากที่นี่โดยเร็วที่สุด”“ไปโดยทิ้งพี่ไว้ที่นี่คนเดียวงั้นหรือ” แม็กกี้จ้องหน้าพี่สาวอยู่“ใช่ พี่อยู่ที่นี่คนเดียวได้ ชีวิตของพี่ถูกลิขิตขึ้นไว้แล้ว”“แต่...” แม็กกี้ก้มลงมองห่อผ้าที่ถืออยู่ในมือ เมื่อแก้ออกดูก็พบว่าเป็นเครื่องเพชรราคาแพง ซึ่งถ้านำไปขายจะได้เงินเป็นจำนวนมากแคธลีนเอื้อมไปกุมมือแม็กกี้ข้างที่ถือห่อเครื่องเพชรนั้นไว้ พร้อมกับเหลียวหน้าเหลียวหลังอย่างหวาดเกรง“เก็บเสียสิแม็กกี้ จะให้ใครมาเห็นไม่ได้เป็นอันขาดเชียวนะ แม้แต่แพทริคกับแดนก็รู้ไม่ได้ เธอเป็นคนฉลาดแม็กกี้ เธอย่อมสามารถเกลี้ยกล่อมให้พวกเขาเดินไปกับเธอได้ แต่อย่าให้รู้ก็แล้วกันว่าเธอได้เงินมาจากไหน”“แล้วถ้าเขาถามเรื่องเครื่องเพชรนี่ว่า มันมาจากไหนล่ะ”“ก็จะไปบอกให้เขารู้ทำไมล่ะว่ามันเป็นเครื่องเพชร เธอขายมันไปสิ แลกเปลี่ยนเป็นเงินมา” แคธลีนพูดด้วยน้ำเสียงเร่งร้อน “อย่าให้ใครมาหลอกได้อีกล่ะแม็กกี้ เรื่องอย่างนี้เธอทำได้อยู่แล้ว หลังจากนั้นก็ซื้อตั๋วเรือเดินทางไปอเมริกาเสีย อย่าไปอีสท์ โคสท์ หรือนิวยอร์กนะ เพราะว่าที่นั่นมีคนที่รู้จักเราเดินทางไปอยู่หลายครอบครัว เธอควรจะไปให้ถึงเวสท์ โคสท์” แคธลีนใช้ความคิดอย่างหนักหน่วงก่อนจะกล่าวต่อ“พี่รู้ว่าการเดินทางไกลยังงั้นมันจะต้องใช้เงินมากขึ้นแต่ว่าที่นั่นมันเป็นแผ่นดินใหม่ แล้วก็มีโอกาสในการสร้างตัวมากกว่า” เธอเปล่งเสียงหัวเราะพร่า ๆ ออกมา “ที่พี่มีความรู้เรื่องนี้ ก็เพราะได้ยินท่านลอร์ดคุยกับเพื่อนฝูงของท่าน เอาละ” เธอบีบมือน้องสาวแน่น “สัญญากับพี่สิว่าเธอจะไปที่นั่น ไปให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเร็วได้ ตอนนี้มันปลายฤดูสปริงแล้ว พี่ได้ยินมาว่าที่จะออกเดินทางไปอเมริกาน่ะ จะไปแต่เฉพาะฤดูนี้กับฤดูร้อนเท่านั้น เพราะเขากลัวพายุในฤดูหนาวกัน”ทันใด ความคิดบางอย่างก็ผ่านแวบเข้ามาในสมองแม็กกี้ก้มลงมองหน้าน้องชายคนเล็ก“เควิน ไปหาพวกพี่ ๆ เขาไป๊” เธอพยักหน้าไปทางแพทริคกับแดนที่รออยู่ในเกวียน เมื่อเควินตั้งท่าจะปฏิเสธเธอก็สั่งเสียงเขียวว่า “ไปเดี๋ยวนี้เควิน”แคธลีนโน้มตัวลงจูบน้องชายและรุนร่างแกให้เดินออกจากที่นั่น แม็กกี้หันมามองหน้าแคธลีน พยายามจะจ้องลึกลงไปในดวงตาที่อยู่เบื้องหลังเวลสีดำที่คลุมหน้าไว้“พี่ขโมยเครื่องเพชรทั้งหมดนั่นมาจากท่านลอร์ดใช่ไหม”“พี่จะทำยังไงหรือได้มันมาด้วยวิธีไหนไม่สำคัญ เวลานี้พี่ต้องการให้เธอเอาไปขายแล้วก็ไปเสียให้พ้น จะเป็นวันพรุ่งนี้ได้ยิ่งดี เธอจะต้องหาชีวิตใหม่ให้กับตัวเองนะแม็กกี้ รวมทั้งน้องชายทั้งสามคนของพี่ด้วย เพียงแค่ได้เห็นพวกเธอมีความก้าวหน้าในอนาคตพี่ก็พอใจแล้ว”“ฉันยังเป็นห่วงอยู่ว่า ถ้าเขารู้เข้าเขาจะทำยังไงกับพี่บ้างเท่านั้น”“คงอีกนานกว่าเขาจะรู้ เขาซ่อนของพวกนี้ไว้ในห้องสมุด พี่เคยเห็นเขาหยิบมันออกมาดูครั้งหนึ่ง เธอต้องเข้าใจนะแม็กกี้ ว่าของทั้งหมดนี่สำหรับดอนเนแวนแล้วมันเป็นโชคลาภอันมหาศาล แต่สำหรับคนที่ร่ำรวยล้นฟ้าอย่างท่านลอร์ดน่ะมันไม่มีความหมายหรอก”“แต่ในที่สุด เขาก็จะต้องรู้ว่าพี่ขโมยไปอยู่ดี แล้วเขาจะต้องจัดการกับพี่แน่”“เขาไม่ทำหรอก” แคธลีนส่ายหน้า “เขาหยิ่งเกินกว่าที่จะไปแจ้งความกับตำรวจ และเขาก็ไม่กล้าพอจะป่าวประกาศให้ใครรู้ด้วยว่า นังบำเรอของเขาขโมยเครื่องเพชรไป แต่ถ้ามันจะเกิดอะไรขึ้นตอนนั้นพวกเธอทั้งหมดก็ไปจากที่นี่แล้ว เพราะฉะนั้นมันก็ไม่มีความหมายอะไรสำหรับพี่อีกต่อไป”“ถ้างั้นทำไมพี่ไม่ไปกับเราเสียเลยล่ะ วิธีนั้นเท่ากับพี่สามารถหนีให้พ้นจากเงื้อมมือของเขาด้วย”“ไม่ได้หรอก ถ้าพี่หายตัวไป เขาจะต้องรู้ทันทีว่าพี่ต้องขโมยอะไรติดไม้ติดมือไปด้วย ถึงแม้ว่าเขาจะไม่รู้ว่าเครื่องเพชรหายไปไหนก็เถอะ แล้วเขาก็จะต้องออกติดตามหาตัวพี่ อย่าลืมว่าท่านลอร์ดเป็นคนที่มีอำนาจมากและเขาจะไม่ยอมให้ใครมาหยามน้ำหน้าเขาขนาดนั้นได้อย่างเด็ดขาด เขาจะต้องออกมาตามหาตัวพี่ทันทีก่อนที่เราทุกคนจะทันหนีได้พ้นด้วยซ้ำ แต่ถ้าพี่ยังอยู่เขาจะไม่สงสัยอะไรเลยสำหรับตอนนี้ เมื่อเขากลับมาและพบว่าหายตัวออกมาจากบ้าน พี่ก็ยังพออธิบายให้เขาเข้าใจได้ว่าพี่มางานฝังศพแม่ เขาอาจจะโมโหที่พี่ขัดคำสั่งเขา แต่แล้วก็จะหายไปเอง”“แคธลีน ฉันห่วงพี่มากนะ” แม็กกี้พูดเสียงเครือ“ถ้าเธอทั้งสี่คนอยู่รอดปลอดภัย พี่ก็ไม่แคร์อีกต่อไปแล้วว่าเขาจะทำยังไงกับพี่ มันคุ้มกับความพยายามของตัวเอง ถ้าเธอไม่ทำตามความประสงค์ของพี่ความพยายามของพี่มันก็ไม่มีความหมายอะไรเลย”น้ำเสียงหนักแน่นของแคธลีนในยามนี้บอกให้แม็กกี้รู้ว่าเปล่าประโยชน์ที่จะต่อล้อต่อเถียงด้วยอีก เห็นได้ชัดว่าแคธลีนตัดสินใจอย่างแน่วแน่แล้ว“งั้นฉันก็จะทำตามความประสงค์ของพี่ แต่ยอมรับว่ามันหนักใจอย่างที่สุดเลยแคธลีน ขอให้พี่จำไว้ก็แล้วกันว่าชั่วชีวิตนี้ฉันจะไม่มีวันลืมพี่เลย ฉันจะสวดมนต์อธิษฐานเพื่อพี่ทุกคืนวัน เมื่อเดินทางไปแล้วฉันก็จะเขียนจดหมายมาถึงพี่ด้วย ถ้าในโลกใหม่นั่นมันมีโอกาสดีกว่า ฉันก็อยากจะให้พี่เดินทางไปอยู่ร่วมกับพวกเรา”“ขอบใจมากน้องรัก” น้ำเสียงที่ตอบมาช่างอ้างว้างเลื่อนลอยอะไรเช่นนั้น มันคล้ายกับว่า แคธลีนได้จากพี่น้องทุกคนไปแล้ว “เอาละ พี่เห็นจะต้องกลับเสียที นี่ก็อยู่นานเกินไปแล้วด้วย” เธอรั้งร่างน้องสาวเข้ามากอดไว้แน่น “พี่รักน้องมากนะแม็กกี้ สักวันหนึ่งแพทริคกับแดนคงจะมีน้ำใจกับพี่บ้าง พี่ขออวยพรให้ทุกคนเดินทางกันโดยปลอดภัย พระเจ้าจะทรงพิทักษ์เธอเสมอ” หางเสียงของหญิงสาวปนสะอื้น และแล้วเธอก็ออกเดินแกมวิ่งกลับไปยังรถม้าที่จอดรออยู่แม็กกี้ยังคงยืนอยู่ในที่เดิมจนรถม้าคันนั้นลับหายไปจากสายตา แล้วจึงได้เดินกลับไปหาพี่ชายและน้องชายที่นั่งหน้าบึ้งรออยู่ในเกวียน