“เหตุใดจึงต้องรอข้า?มือปราบสวีมิได้ทำหน้าที่จัดการกับโจรขโมยพวกนั้นหรือ?”โหลวซีห่าวมิได้ถามยียวนแต่เขาข้องใจจริงๆ
“มือปราบสวีออกมาปราบคนพวกนี้อยู่ตลอดขอรับเพียงแต่ว่าโจรพวกนี้น่าจะมีโขยงใหญ่หากไม่เข้าทะลายชุมโจรก็คงจะเกิดเหตุอยู่เนืองๆ”
ชายหนุ่มหันไปมองมือปราบหญิงที่มองหน้าเขานิ่งๆโดยไม่ได้กล่าวอันใดออกมาเขาจึงนึกได้ว่าที่แท้นางวางแผนยั่วยุให้เขาตามนางออกมาตรวจท้องที่เพื่อที่เขาจะได้รับรู้ปัญหานี้และออกคำสั่งในการกวาดล้างชุมโจรโดยที่ไม่ต้องรอให้นางรายงานหรือร้องขอ
“เหตุใดท่านจึงรู้ว่าพวกเขาเป็ชุมโจรเล่า?”
“ทุกครั้งที่พวกเขาเข้ามาลักขโมยข้าวของพวกเขาจะทิ้งกระดาษที่วาดสัญลักษณ์ไว้ในที่เกิดเหตุหรือหากปล้นก็จะทิ้งกระดาษพวกนี้ไว้ให้กับผู้เคราะห์ร้าย”หัวหน้าหมู่บ้านหยิบกระดาษที่อยู่ในตู้ติดผนังห้องออกมาให้ โหลวซีห่าวได้ดู“ใต้เท้าโหลวเคยพบเห็นสัญลักษณ์นี้หรือไม่ขอรับ?”
ชายหนุ่มก้มลงมองรูปดอกโบตั๋นสีแดงลายเส้นที่วาดลงบนกระดาษสีขาวด้วยความงุนงง“นี่มัน? สัญลักษณ์ของสำนักหรือองค์กรใดกัน?”
“สำนักโบตั๋นแดงเ้าค่ะพวกเขาเพิ่งตั้งขึ้นไม่นานนี่เอง ั้แ่สองเดือนก่อนก็เริ่มออกอาละวาด ลักขโมยปล้นชิง มีคนาเ็จำนวนมากและมีคนตายจากการปล้นหกศพ อย่างที่ใต้เท้าได้ฟัง ข้านำมือปราบออกช่วยเหลือชาวบ้านแต่ด้วยกำลังเพียงน้อยนิดจึงไม่อาจจะทำได้อย่างที่้า”
“เ้า้าอย่างไรหรือ?”
“ทะลายรังโจรเ้าค่ะ”
“เ้าพูดเหมือนกับรู้ว่าที่ตั้งของชุมโจรอยู่ที่ใด?”เขาขมวดคิ้วมองดูมือปราบหญิงตรงหน้าราวกับจะหยั่งเชิง
“หากข้าบอกว่ารู้ล่ะเ้าค่ะท่านพร้อมจะวางแผนช่วยเหลือข้าหรือไม่?”
“เ้าเคยไปซุ่มดูถึงฐานที่ตั้งของพวกเขาหรือยัง?”
“ข้าเคยไปแล้วเพียงแต่....”
“เพียงแต่อะไรหรือ?”
“แต่เพียงไม่อาจแฝงกายเข้าไปได้พวกเขาควบคุมอย่างเข้มงวด หากบุกเข้าไปย่อมเป็อันตราย”
“อืม...นับว่าเป็ครั้งแรกที่ข้าได้ยินว่าเ้ารอบคอบ”
“เอ๊ะ! ใต้เท้าว่าอย่างไรนะ?”
เมื่อครู่เป็เพราะเขาลดเสียงและพูดคล้ายจะพึมพำกับตนเองทำให้นางได้ยินไม่ค่อยถนัดนักโหลวซีห่าวยกยิ้มมุมปาก
“ข้าว่าพวกเรารีบไปตรวจหมู่บ้านอื่นกันต่อเถอะข้าจะได้รู้ว่าเหตุการณ์เช่นนี้เกิดกับทุกหมู่บ้านหรือไม่?”
โหลวซีห่าวรู้สึกว่างานที่อำเภอเชียนเยาไม่ได้ง่ายดายอย่างที่เขาคิดยิ่งเป็อำเภอที่อยู่ใกล้ชายแดนปัญหาเื่ความหลากหลายของผู้คนที่เข้ามาในพื้นที่ยิ่งมีมากที่นี่มีเพียงซุ้มประตูหน้าเมืองที่หันไปทางอำเภอถัดไป และอีกประตูอยู่ทางออกไปทางชายแดนที่จะข้ามไปยังแคว้นเว่ย
ครั้นไปถึงหมู่บ้านที่สองและหมู่บ้านที่สามหัวหน้าหมู่บ้านก็รายงานเช่นเดียวกับหมู่บ้านแรกพวกเขาเองก็ถูกคนของสำนักโบตั๋นแดงคอยเข้ามาลักขโมยข้าวของและดักปล้นสะดมอยู่บ่อยๆ
“หมู่บ้านของข้ามีคนถูกฆ่าตายไปสองคนขอรับพวกเขาตายระหว่างทางที่กลับมาจากเมืองเชียนเยา บนศพมีกระดาษที่มีรูปวาดโบตั๋นแดงสอดไว้หลักฐานอยู่ที่ที่ว่าการอำเภอแล้วขอรับ”
เมื่อไปถึงหมู่บ้านที่สามดูเหมือนสถานการณ์ยิ่งเลวร้าย
“เมื่อเช้ามืดวันนี้ในตำบลของข้าน้อยเพิ่งมีบ้านเศรษฐีถูกปล้นไปหยกๆเลยขอรับ พวกมันฆ่าคนในบ้านไปสองคน ดูเหมือนตอนสายจะมีคนไปแจ้งที่ว่าการอำเภอแล้วเห็นว่าหัวหน้ามือปราบเหลยออกมาตรวจที่เกิดเหตุ”
ได้ยินเช่นนั้นคนทั้งกลุ่มจึงไม่อาจจะนั่งได้ติดสวีเสี่ยวถงรีบบอกให้นายอำเภอรีบเข้าไปในตำบลข้างหน้าทันทีโหลวซีห่าวยังไม่ได้ถามว่าจุดหมายอยู่ไกลเพียงใดเพราะเห็นสีหน้าของมือปราบหญิงแล้วนางเป็กังวลยิ่งนัก
กุบกับ! กุบกับ!
เสียงม้าทั้งห้าตัววิ่งจนฝุ่นตลบสวีเสี่ยวถงเกรงว่าเหลยเจียหลุนจะเก็บหลักฐานได้ไม่ครบถ้วนก็รีบกลับนางคิดจะตรวจสอบรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆให้ถี่ถ้วนเพราะนางรู้สึกในหลายคราวว่าคดีพวกนี้อาจจะไม่ได้เป็ฝีมือของสำนักโบตั๋นแดงเสียทั้งหมด
มือปราบหญิงควบม้าเต็มกำลังไปเกือบครึ่งเค่อก็ผ่อนฝีเท้าม้าลงผ่านไปอีกหนึ่งหมู่บ้านโหลวซีห่าวเห็นนางยังไม่บอกให้เขาหยุดชายหนุ่มก็ไม่หยุดนางยังคงควบม้าอย่างต่อเนื่องกระทั่งถึงเขตหมู่บ้านที่สองที่ดูจะมีบ้านเรือนหนาตาเขาจึงคาดในใจว่านี่น่าจะใช่ตำบลที่เกิดเหตุ
“ถึงแล้วเ้าค่ะใต้เท้า!”นางหันมาบอกก่อนจะลดฝีเท้าม้าให้ช้าลงเพราะเขาเขตชุมชนหญิงสาวเข้าไปสอบถามร้านค้าแรกก็รู้สถานที่เกิดเหตุ
“ไปทางนี้เ้าค่ะ”นางหันมาบอกสั้นๆ แล้วชักม้านำหน้า เลี้ยวไปสองถนนก็เจอะบ้านที่เกิดเหตุ
ม้าหลายตัวถูกผูกอยู่หน้าทางเข้าเรือนหลังนี้น่าจะใหญ่ที่สุดในตำบล สวีเสี่ยวถงมองเลยไปก็เห็นมือปราบในชุดสีแดงเืหมูสะพายดาบยืนเฝ้าอยู่ลูกน้องของนางมารับม้าไปผูก ส่วนนางก้าวเท้าไปหามือปราบที่ยืนเฝ้าข้างหน้า
“เคลื่อนย้ายศพหรือยัง?”
“ยังขอรับ!หัวหน้าเหลยยังตรวจสถานที่เกิดเหตุอยู่เลย”
“ดี!”
เหลยเจียหลุนมองเห็นสวีเสี่ยวถงก็ชักสีหน้าทุกครั้งที่นางมาเขาก็มักจะกลายเป็เหมือนคนที่ทำงานไม่ได้เื่แทบทุกครั้งเพราะสวีเสี่ยงถงมักจะเห็นรายละเอียดที่เขาไม่เห็นและนำไปเขียนรายงานได้อย่างละเอียดครั้งนี้เหลย เจียหลุนจึงไม่อยากจะพลาดท่าให้นางอีก
“ข้าตรวจที่เกิดเหตุคนเดียวก็พอแล้วเหตุใดเ้าจึงต้องตามมา?”
มือปราบหญิงแสยะยิ้ม“ใครว่าข้าอยากมา? ท่านนายอำเภอต่างหากที่อยากจะตรวจพื้นที่ให้ละเอียด”
โหลวซีห่าวที่ยืนอยู่ข้างหลังรีบแสดงตัวเพราะเกรงคนทั้งคู่จะทะเลาะกัน
“เป็ข้าเองแหละมือปราบเหลยที่อยากจะเห็นสถานที่เกิดเหตุ”
เหลยเจียหลุนหน้าชาเขาลืมไปเลยว่าวันนี้นางเป็คนพาใต้เท้าโหลวตรวจตราพื้นที่โดยรอบ
“คารวะใต้เท้าโหลวขออภัยที่ข้าน้อยล่วงเกิน”
“มิได้ๆเ้าทำตามหน้าที่อยู่แล้ว เป็ข้าเองต่างหากที่ได้ยินข่าวก็ตื่นเต้นจึงรีบตามมา”
สายตาของโหลวซีห่าวเหลือบไปเห็นศพที่นอนอยู่พื้นสองศพกลิ่นคาวเืคละคลุ้งก็ผงะหน้าซีด ถอยหลังไปสามก้าว
“ผู้เคราะห์ร้ายเป็ใครหรือ?”เขาถามขณะควักเอาผ้าเช็ดหน้ามาอุดจมูก
“พ่อบ้านกับผู้อารักขาท่านฉานขอรับ!”
“ฝีมือผู้ใด?”
“คาดว่าเป็คนของสำนักโบตั๋นแดงเพราะทิ้งสัญลักษณ์เอาไว้ด้วยขอรับ”เหลยเจียหลุนชี้ให้โหลวซีห่าวดูแผ่นกระดาษเปื้อนเืที่ศพหนึ่งทับเอาไว้
สวีเสี่ยวถงมิได้สนใจฟังคนทั้งสองสนทนากันนางเดินไปรอบๆ ห้องเพื่อดูว่าคนร้ายเข้ามาทางใดและรื้อค้นเอาสิ่งใดบ้าง?
****************************
