ตอนที่ 59
ศึกตัดสินหุบเขาพรางอากาศ·ศึกอันดุเดือด
เฉินหมิงเงยหน้ามองไปยังราชาปีศาจราชสีห์ ค่าดัชนีความเสี่ยง : 208 (ค่าจริง 560)
ในตอนนี้ค่าดัชนีความเสี่ยงของราชาปีศาจราชสีห์ได้ถูกลดทอนลงไปอย่างมากแล้ว แต่ก็ยังคงมีค่าจริง 560 หน่วยเป็นการเตือนเอาไว้ ถ้าหากจะบอกว่าค่าดัชนีความเสี่ยงของราชาปีศาจราชสีห์ในตอนนี้คือ 208 หน่วย เช่นนั้นหลังจากนี้ค่าจริงที่แจ้งเตือนมานั้นก็ไม่ได้มีความหมายอีกต่อไป ดังนั้นค่าดัชนีความเสี่ยงของราชาปีศาจราชสีห์จึงเหลือเพียง 208 หน่วย แต่แน่นอนว่าย่อมไม่มีพลังรบเพียงแค่ 208 หน่วยอย่างแน่นอน ถึงอย่างไรนี่ก็ยังคงเป็นศึกที่ดุเดือดอีกระลอกหนึ่ง
เฉินหมิงก่อนหน้านี้ที่ไม่สอดมือเข้ามา ถึงแม้ว่าเขาจะมีความสามารถที่จะสอดมือเข้ามายุ่ง แต่เขายังคงต้องการทำให้ราชาปีศาจราชสีห์เกิดความเข้าใจผิดไปเอง เขาไม่คิดที่จะลงมือด้วยตัวเอง ก็เพื่อจะบอกว่าการที่เขาลงมือออกไปนั้นไม่ได้มีความแข็งแกร่งอะไร มีแต่เพียงทำเช่นนี้ ราชาปีศาจราชสีห์ในขณะที่โจมตีเข้าใส่ราชาปีศาจทั้งห้าจึงจะไม่มีความหวาดกลัว ทั้งยังไม่คำนึงถึงเส้นทางถอยหนี จึงสามารถที่จะทำให้ตนเองกลายเป็นตัวสำรองอยู่เช่นในตอนนี้ได้
เฉินหมิงพาดดาบโลหิตมายาสมุทรไว้บนบ่า หันไปมองราชาปีศาจราชสีห์ เเล้วเอ่ยออกมาอย่างเฉยชา : “เจ้าสามารถที่จะกล่าวต่อไปได้ เพราะว่าคำพูดทุกประโยคที่เจ้ากล่าวมาล้วนแต่จะกลายเป็นคำพูดสุดท้าย”
ราชาปีศาจราชสีห์สังเกตเห็นจุดที่ไม่ถูกต้องขึ้น เขาสามารถที่จะมองเห็นกระแสดาบที่แผ่ซ่านออกมาจากทางด้านบนของดาบโลหิตมายาสมุทรได้ :“เจ้าได้ทำให้ข้าตกใจเลยทีเดียว ความสามารถของเจ้าอยู่ในระดับที่ข้าเลื่อมใสแล้ว บางที พวกเราอาจจะหันมามองประเด็นเหล่านี้ในอีกมุมหนึ่ง เจ้าและข้าย่อมมิใช่ ชนชั้นสามัญโดยทั้งหมดทั้งสิ้น พวกเราต่างมีโอกาสที่จะสำเร็จสู่การเป็นจ้าวราชาปีศาจ ขอเพียงเราเจ้าร่วมมือกัน ขุนเขานับสิบหมื่นนี้ ทุกแห่งหนใดยังมีที่ใดที่ไปไม่ได้อีกกัน? อีกทั้งเจ้าสวะทั้งห้าตนนี้ ไยเจ้าจึงต้องยืนอยู่ฝ่ายนั้นกัน?”
ราชาปีศาจทั้งห้าต่างหันมามองที่เฉินหมิง ก็จริง เฉินหมิงในตอนนี้ยังมีทางเลือก อีกทั้งยังไม่สามารถที่จะบอกได้ว่าเฉินหมิงนั้นเป็นผู้มีพรสวรรค์เลิศล้ำ นั้นก็เป็นเพราะคำกล่าวเหล่านี้ล้วนแต่เป็นสิ่งที่ใช้ไว้พูดกับผู้เยาว์เท่านั้น อีกทั้งพวกเขาความจริงก็ล้วนแต่เป็นราชาปีศาจเฉกเช่นเดียวกัน
วลีที่พอจะอธิบายความเป็นตัวตนของเฉินหมิงได้ก็คงจะเป็นลึกล้ำยากแท้หยั่งถึง วิชากระบี่ที่ผนึกรวมจนเกิดจิตแห่งกระบี่ของเขา เขาที่เป็นเผ่ามนุษย์ แต่กลับเลือกที่จะฝึกเคล็ดวิชาเผ่าปีศาจจนขึ้นสู่ชนชั้นราชา วิชาค่ายกลของเขาลึกลับสุดยั้งคาด จัดตั้งค่ายกลได้ด้วยตัวคนเดียว และบัดนี้ ดาบโลหิตมายาสมุทรที่เขาถือครอง ก็ยังอยู่ในขอบเขตของจิตแห่งดาบไปแล้ว
แม้กระทั่งพวกเขา ก็ยังไม่อาจที่จะไม่บังเกิดความหวั่นไหวต่อข้อเสนอของราชาปีศาจราชสีห์ได้ ที่ราชาปีศาจราชสีห์กล่าวมาก็ถือว่ามิผิด หากว่าเขาและเฉินหมิงร่วมมือกัน ทั้งสองคนก็ล้วนแต่มีโอกาสที่จะก้าวเข้าสู่การเป็นจ้าวราชาปีศาจ
ราชาปีศาจสองตนที่มีความหวังที่จะได้เป็นจ้าวราชาปีศาจร่วมมือกันปราบขุนเขานับสิบหมื่น ยังมีผู้ใดสามารถต้านทานได้อีก
เฉินหมิงหัวเราะ ขณะตั้งท่าดาบไว้ทางด้านหน้า แล้วกล่าว : “ต้องขออภัยด้วย ข้าไม่อาจรับขอเสนอนี้ของเจ้าได้”
เฉินหมิงใช้แขนเพียงข้างเดียวลากดาบ วิ่งเข้าหาราชาปีศาจราชสีห์ กลิ่นอายมารที่อยู่ด้านบนดาบโลหิตมายาสมุทรได้แผ่กระจาย ภายในใจกลางค่ายกลจตุลักษณ์ยังได้ผนึกจนกลายเป็นหมอกดำกลุ่มหนึ่ง กระแสดาบที่เป็นสีแดงเริงระบำอย่างคลุ้มคลั่ง เฉินหมิงฟันใส่ราชาปีศาจราชสีห์ลงไปหนึ่งดาบ เพื่อเข้าฉีกหน้าอกของราชาปีศาจราชสีห์ กระแสดาบหลายร้อยวิถีลอยออก ราชาปีศาจราชสีห์สะบัด ธงรวบปีศาจที่อยู่ในมือ พร้อมกับเกิดการปะทะระหว่างเพลิงผลาญสีดำและกระแสดาบ
“ให้คำอธิบายกับข้า!” ราชาปีศาจราชสีห์เอ่ยขึ้นอย่างมีโทสะ
เฉินหมิงที่กำลังกุมดาบโลหิตมายาสมุทรค่อยๆกดทับลงมา : “เจ้าต้องการที่จะให้ข้าอธิบายงั้นหรือ? เช่นนั้นก็ได้ ข้าจะสนองให้แก่เจ้า ข้ามีท่านอาทั้งสาม พี่ชายอีกสอง ล้วนแต่ตายอยู่ในปากของเจ้า”
ราชาปีศาจราชสีห์ถึงกับต้องชำเลืองมอง เผยสีหน้าระแวดระวังออกมา :“ที่แท้ก็เป็นผู้ล้างแค้นที่ทำทุกวิถีทาง รอคอยที่จะจู่โจม โดยเอาชีวิตมาอยู่ในความมืด และบัดนี้ พวกเจ้าได้มีโอกาสเช่นนี้กันแล้ว ก็ให้ข้าได้เห็นหน่อยว่า แท้จริงแล้วเจ้ายังจะมีความสามารถอะไรมาเพื่อทำการล้างแค้นกัน!”
เฉินหมิงตอบ : “ในเมื่อเจ้าต้องการที่จะเห็น ข้าก็จะทำให้เจ้าได้เห็นเอง ว่านี้จะเป็นการปิดม่านสู่จุดจบที่สมบูรณ์แบบของเจ้า!”
ดาบโลหิตมายาสมุทรในมือถูกโบกสะบัด ในตอนนี้เฉินหมิงได้เข้าถึงขอบเขตจิตแห่งดาบไปแล้ว ภายในค่ายกลจตุลักษณ์ เฉินหมิงคล้ายกับเป็นศูนย์กลางเพียงหนึ่งเดียว เขาสัมผัสความรู้สึกเช่นนี้ได้อย่างชัดเจน ภายในใจกลางค่ายกล เขาก็คือมิติเอกภาพแห่งสวรรค์และมนุษย์
เมื่อได้ลงดาบ ประกายดาบยังแผ่กระจายออกไปนับสิบจั้ง ผสานเอาไว้ด้วยกระแสดาบหลายร้อยวิถี แฝงเอาไว้ด้วยพลังอันมหาศาลที่มาจากค่ายกลพุ่งโจมตีเข้าใส่ราชาปีศาจราชสีห์ไป
ธงรวบปีศาจในมือของราชาปีศาจราชสีห์ถูกกวัดแกว่งผ่านสายลมเมฆา โบกสะบัดจนเกิดเป็นเสียงซู่ซู่ดังขึ้น แต่ภายใต้ประกายดาบ เขายังคงถูกฟันจนต้องถอยหลังไปถึงสามก้าว จนต้องเสียบธงรวบปีศาจเอาไว้บนพื้นที่เป็นชั้นน้ำแข็งจึงจะสามารถทรงตัวเอาไว้ได้อย่างมั่นคง : “เจ้าหาได้ใช่ขอบเขตจิตแห่งดาบไม่ อีกทั้งยังมิใช่ขอบเขตจิตแห่งกระบี่ แต่เจ้าคือเอกภาพแห่งสวรรค์และมนุษย์!”
เฉินหมิงหัวเราะ กล่าว : “เจ้าคิดว่าข้าเป็นเอกภาพแห่งสวรรค์และมนุษย์ เช่นนั้นก็เป็นไปตามนั้นเถอะ!”
ภายใจกลางค่ายกลจตุลักษณ์ แน่นอนว่าสภาวะของเขาย่อมมีส่วนที่คล้ายกับพลังเอกภาพแห่งสวรรค์และมนุษย์ อย่างน้อยผลลัพธ์ก็เป็นเช่นเดียวกัน
เฉินหมิงแกว่งดาบ ใจกลางดาบเกิดเป็นพลังอันมหาศาลระลอกใหญ่ แฝงไว้ด้วยพลังอำนาจที่ไร้ที่เปรียบ เฉินหมิงที่กำลังมุ่งหน้าโจมตีเข้าใส่ราชาปีศาจราชสีห์ ยังได้หยิบยืมพลังอำนาจแห่งดาบโลหิตมายาสมุทร เขาได้กระตุ้นกระบวนท่าสุดท้ายของดาบโลหิตมายาสมุทร ที่ไม่ได้ด้อยไปกว่าดัชนีทะลวงความลึกซึ้ง อีกทั้งยังใช้พลังมนตร์ตราน้อยกว่าดัชนีทะลวงความลึกซึ้ง
เปิดใช้งาน【ปลงชีพกษัตริย์】【จิตสังหาร】 !
ประกายดาบสีแดงเลือดได้ผนึกรวมกันเป็นสาย ในช่วงเสี้ยววินาทีเฉินหมิงฟันดาบออกไปได้หลายดาบ ราชาปีศาจราชสีห์โบกสะบัดธงรวบปีศาจในมือ คล้ายกับร่ายรำหอกยาวด้ามหนึ่งอยู่ก็มิปาน ธงรวบปีศาจในมือพัดออกจนก่อเกิดเป็นคลื่น ออกมาจากใจกลางธงรวบปีศาจ ลอยออกจนเกิดเป็นคลื่นลมพายุ แฝงเอาไว้ด้วยเปลวไฟสีดำ และเข้าปะทะกับประกายดาบของเฉินหมิงไปพร้อมกัน
เฉินหมิงไม่ได้เป็นเหมือนทารกน้อยหลิงเซียนจำพวกนั้นไม่ ที่ยืนอยู่จุดเดิมปะทะกับคู่ต่อสู้ในระยะไกล รอคอยให้อีกฝ่ายตั้งกระบวนท่า สำหรับเขาขอเพียงฆ่าอีกฝ่ายลงได้ ก็เป็นอันใช้ได้
ภายใต้การก้าวเท้าที่เกิดเป็นประกายดาบเงากระบี่ เฉินหมิงก้าวออกไปเพียงแปดก้าวในเสี้ยววินาทีก็ได้พุ่งมาจนถึงข้างกายของราชาปีศาจราชสีห์ แฝงเอาไว้ด้วยประกายดาบที่ฟันเข้าไปยังช่วงล่างของราชาปีศาจราชสีห์
การลงมือกลับถือว่าเฉียบขาดเผ็ดร้อนอย่างถึงที่สุด เขาเพียงแค่ต้องการฆ่าคนเท่านั้น ดาบโลหิตมายาสมุทรของเฉินหมิงได้ถูกราชาปีศาจราชสีห์หยุดเอาไว้ ในเวลาเดียวกันนี้ เฉินหมิงเปิดแหวนเก็บวัตถุ ใจกลางมือข้างซ้ายก็ปรากฏกระบี่ปราณขึ้นอีกเล่มหนึ่ง เพลงกระบี่ราชันย์พิสุทธิ์ แทงกระบี่ออกดุจสายรุ้ง!
ประกายกระบี่ลื่นไหลดุจสายน้ำ คล้ายกับเป็นการไหลเทออกมาของสายน้ำตกสายหนึ่ง เฉินหมิงอ้อมผ่านธงรวบปีศาจ เข้าโจมตีตรงส่วนท้องของราชาปีศาจราชสีห์ทันที
ราชาปีศาจราชสีห์มีอย่างที่ไหนจะคิดได้ว่าในเวลานี้เฉินหมิงจะโจมตีเข้ามาได้รวดเร็วปานนี้ ทั้งยังถูกเฉินหมิงโจมตีจนลอยกระเด็นกระแทกชนเข้ากับหินอ่อนก้อนหนึ่ง ส่วนหน้าท้องของเขาได้มีเลือดไหลรินออกมาเป็นจำนวนมาก อีกทั้งยังสามารถมองเห็นอวัยวะภายในของส่วนช่องท้องได้อีกด้วย
ราชาปีศาจราชสีห์หัวเราะ พร้อมกับยัดอวัยวะภายในของตนเองกลับเข้าไป ในมือเกิดเปลวไฟขึ้นก้อนหนึ่ง ทำการเผาเข้าไปบนบาดแผลของตนเองในทันที พริบตานั้นก็ได้หยุดการไหลของเลือดเอาไว้ ทำให้คราบเลือดถูกเผาจนแห้ง ราชาปีศาจราชสีห์แลบลิ้นเลียคราบเลือดที่อยู่บนริมฝีปาก เส้นผมสีอ่อนกลายเป็นยุ่งเหยิง ราชาปีศาจราชสีห์หันไปมองเฉินหมิง : “ว่ากันตามตรง เจ้าทำให้ข้าตื่นเต้นมากเลยทีเดียว ทำให้ข้าไม่อาจคาดเดาได้ ภายใต้หุบเขาพรางอากาศ ข้าราชาปีศาจราชสีห์ ยินยอมพร้อมใจที่จะเรียกเจ้าว่าเป็นผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดรองมาจากข้า ! ”
เฉินหมิงมือหนึ่งกุมดาบ มือหนึ่งกุมกระบี่ ราชาปีศาจราชสีห์สัมผัสได้ถึงความแข็งแกร่งที่อยู่ภายในใจกลางค่ายกลจตุลักษณ์ของเฉินหมิง นั่นก็คือแรงกดดันของเอกภาพแห่งสวรรค์และมนุษย์ ความรู้สึกเช่นนั้น คล้ายกับว่าทั่วทั้งฟ้าดินต่างกำลังกดดันเข้ามาที่เขาอยู่ก็มิปาน
“ข้าราชาปีศาจราชสีห์ ย่อมไม่อาจที่จะตายได้ง่ายดายถึงเพียงนั้น!”
“คิดที่จะเอาชีวิตข้า เช่นนั้นเจ้าก็เข้ามาเอาเองเถอะ!”
ทันทีที่ราชาปีศาจราชสีห์กล่าวจบ โบกสะบัดธงรวบปีศาจในมือ : “ฝูงมารเริงระบำ!”
กลิ่นอายมารแต่ละสายกลายเป็นเงาดำแต่ละสาย เฉินหมิงกุมศาสตราอาวุธในมือพุ่งเข้าไป ท้องธารเหล็กกล้าสีดำสายหนึ่งพุ่งเข้าปะทะกับเฉินหมิง
เฉินหมิงยืนอยู่ที่เบื้องหน้าเงาดำหลายสิบสาย ยิ้มแล้วกล่าว : “เพียงแค่เคล็ดมนตร์ตราในระดับนี้ ย่อมไม่อาจทำให้ข้าบาดเจ็บได้อยู่แล้ว!”
เกลียววายุอัคคีสวรรค์ของค่ายกลจตุลักษณ์ก็ได้กดทับลงมา จนทำให้เงาดำหลายสิบสายถูกบดขยี้ไปในทันที ทันทีที่เงาดำเพิ่งถูกทำลายลง ร่างกายของเฉินหมิงก็พุ่งออกไป มุ่งหน้าฟันเข้าใส่ส่วนหัวของราชาปีศาจราชสีห์!
.
.
.
.