ทะลุมิติไปเป็นเศรษฐี ยุค 70

    บทที่ 11 *.* ริเริ่มทำการค้าขาย *.*

            “แต่ว่า .... ”  ฉีเก๋ออ้ำอึ้งอยากจะพูดอะไรสักอย่างก็ต้องเงียบไปหันไปมองหน้าแม่ ในแววตาคู่นั้นเต็มไปด้วยความหวังและเปี่ยมสุข 

            “ขอบคุณมากเลยนะฟางฮวา น้าจะไม่ลืมบุญคุณในครั้งนี้ ”  แม่ฉีเก๋อกุมมือของฟางฮวาแน่นด้วยความซาบซึ้งใจ

            ต้าเหนิงเดินเข้าไปข้างในเปิดกล่องไม้ออกมาหยิบเอาอะไรบางอย่างมายื่นให้ฉีเก๋อ

            “เข้าไปในอำเภอต้องใช้เงิน ตอนนี้เธอก็ไม่มีเงินด้วย เงิน 10 หยวนนี้ฉันให้เธอนะขอให้เธอใช้ชีวิตที่เหลือต่อจากนี้ให้ดี ส่วนแม่ของเธอฉันจะคอยแวะเวียนไปเยี่ยม ”

            “ เอ่อ...ฉันรับไม่ได้หรอกค่ะ”  ฉีเก๋อไม่กล้ารับเงินของต้า    เหนิงเพราะไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ตัวเองถึงจะหาเงินมาใช้คืนได้ เงิน 10หยวนนี้เท่ากับค่าแรงที่พวกเขาทำงานมาทั้งปีเลยนะ

            “รับไปเถอะ มีเมื่อไหร่ค่อยคืนฉันก็ได้ คิดถึงลูกในท้องให้มากๆบทเรียนครั้งนี้จำไว้ให้ดี ฉันรอวันที่เธอคลอดเด็กคนนี้อยู่นะ”

            “ขอบคุณค่ะ ขอบคุณมาก ” ฉีเก๋อกล่าวขอบคุณไม่หยุด แม่ของฉีเก๋อเห็นแบบนั้นก็กลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่คนที่พวกเขาเคยเกลียดกลับเป็๲คนที่ช่วยต่อลมหายใจพวกเขาในวันนี้

            “น้ากับฉีเก๋ออยู่รอชิมซาลาเปาก่อนนะคะ พอดีว่าฉันกับฟาง ฮวากำลังจะทำซาลาเปากินกันพอดี”

            “ได้ๆ ให้น้าช่วยอะไรไหม ? ”

            “ไม่เป็๞ไรค่ะ น้ากับฉีเก๋อนั่งรอเถอะค่ะ ” ต้าเหนิงเดินไปที่ครัวเตรียมส่วนผสมที่เหลือต่อ

            ฟางฮวาเป็๲ลูกมือคอยช่วยต้าเหนิงอยู่ข้างๆเธอตั้งใจทำซาลาเปาอย่างพิถีพิถันอยากจะทำออกมาให้อร่อยที่สุด..ในตอนแรกต้าเหนิงคิดจะทำแค่ซาลาเปาไส้เจไม่มีเนื้อและยุเหวียนเซียวแต่พอทำไปมีมันบดเหลืออยู่ เธอจึงทำซาลาเปาไส้มันบดเพิ่ม

            ส่วนยุเหวียนเซียวต้าเหนิงเลือกทำมีน้ำขิงและไม่มีน้ำขิง ตัวที่มีน้ำขิงเธอเลือกที่จะยัดถั่วไส้ถั่วเหลืองที่มีเหลืออยู่น้อยนิดตามด้วยโรยมะพร้าวอ่อนและงาดำ ส่วนยุเหวียนแห้งจะปั้นเป็๞ก้อนเล็กๆพอดีคำยัดไส้น้ำตาลอ้อย โรยด้วยงาดำทานคู่กับน้ำชา

            ใช้เวลาไม่นานต้าเหนิงก็ทำเสร็จ ซาลาเปาส่งกลิ่นหอมชวนให้หิว ยุเหวียนเซียวหอมหวานกลมกล่อมเมื่อพอใจกับรสชาติแล้ว เธอก็นำซาลาเปาไส้เจไม่มีเนื้อ ซาลาเปาไส้มันเทศยุเหวียนเซียวน้ำขิงและแห้งออกไปให้ฉีเก๋อและแม่ของฉีเก๋อชิมดู

            กัดซาลาเปาคำแรกพวกเขาถึงกับดวงตาเบิกตาโพลงต้าเหนิงไม่รู้ว่าอาการที่พวกเขาแสดงออกทางสีหน้าแปลว่าอะไร อร่อยหรือไม่อร่อยกันแน่

            “อร่อยมากเลยต้าเหนิง ฉันไม่เคยกินซาลาเปาอร่อยเช่นนี้มาก่อนแป้งนุ่มและหอมมากไม่มีกลิ่นเหม็นเลย อร่อยกว่าเมื่อก่อนเธอทำมาก ” ฟางฮวาเป็๲คนแรกที่บอกความรู้สึกที่ได้ชิมซาลาเปาฝีมือเธอ

            “อร่อยจริงๆค่ะ แป้งหอมนุ่มมาก ” ฉีเก๋อเพิ่งชิมไปก็อดที่จะชมไม่ได้ซาลาเปาที่ต้าเหนิงทำอร่อยกว่าซาลาเปาในอำเภอที่ฉีเก๋อเคยซื้อทานเสียอีก

            “ยุเหวียนเซียวก็อร่อยมากเลยนะต้าเหนิง นานแล้วที่น้าไม่ได้กินยุเหวียนเซียวรสชาติอร่อยเช่นนี้๻ั้๹แ๻่ที่คุณยายจากไปยุเหวียนเซียวไม่ใส่น้ำขิงนี้ก็อร่อยเหมือนกันน้ำตาลอ้อยที่อยู่ข้างในเวลากัดแล้วละลายออกมาอร่อยมาก ”

            ได้ยินคำชมจากปากทุกคนแล้วทำให้ต้าเหนิงดีใจอยู่ไม่น้อยสูตรที่เธอทำเป็๞สูตรที่แม่ของเธอเคยสอนและต้าเหนิงมักจะทำให้พ่อกับแม่ทานอยู่บ่อยๆได้ยินคำชมจากปากพวกเขาแบบนี้ยิ่งทำให้เธอมีหวังอยากจะทำขายเร็วๆ

            “แล้วฉันจะทำขายได้ไหม ? ”

            “ ทำได้สิเธอทำอร่อยมาก อร่อยกว่าร้านของรัฐในอำเภอเสียอีก ”  ฟางฮวารีบเอ่ยบอกมืออีกข้างพลางตักยุเหวียนเซียวเข้าปากเคี้ยวตุยๆ ร้านรัฐขายแพงแสนแพงแถมไม่อร่อยด้วย

            “น้าว่าต้าเหนิงจะต้องขายดีมากแน่ๆ แต่คงต้องแอบขายเอาหากทางการรู้เข้าจะเดือดร้อนได้นะ ”

            “ฉันรู้ค่ะ คงต้องศึกษาให้มากกว่านี้แล้ว ”

            “เอาไปขายที่ร้านของฉันก่อนก็ได้ ฉันจะลองเอาไปขายดูก่อน ถ้ามีใครอยากสั่งฉันจะจดไว้แล้วรีบมาบอกนะ ”

            “มีอะไรให้ฉันช่วยบอกได้นะคะ ฉันพร้อมช่วยเต็มที่ค่ะ ”  ฉีเก๋อเอ่ยขอช่วยเธออีกแรงต้าเหนิงได้ยินแบบนั้นก็ซื่นใจมาก อย่างน้อยก็ยังมีพวกเขาและสามีที่คอยสนับสหนุนให้กำลังใจอยู่ข้างๆ

            “ขอใจมากนะ ฉันต้องไปปรึกษาจื่อหยวนดูก่อน จะปล่อยให้เขาทำงานคนเดียวก็ไม่ได้ฉันหายดีแล้วจะต้องช่วยเขาทำงานแลกแต้มด้วย ”

            ต้าเหนิงเอ่ยบอกสีหน้าไม่ค่อยดีนักเห็นจื่อหยวนทำงานอยู่คนเดียวเธอก็รู้สึกไม่ค่อยสบายใจสามีภรรยาต้องคอยช่วยกันและกัน ไม่รู้ว่าซาลาเปาจะขายได้เท่าไร ขายดีหรือไม่อยู่ในยุคที่ต้องทำงานแลกแต้มแบบนี้ พวกเขาจะต้องช่วยกันทำงานอย่างหนักไม่อย่างนั้นจะไม่มีข้าวกิน

            “เ๱ื่๵๹นั้นเดี๋ยวน้าช่วยเอง น้ายังพอมีแรงทำงานไหวบ้านน้ามีน้องชายฉีเก๋อสองคนคอยทำงานแทนแล้ว หากมีอะไรให้น้าช่วยบอกน้าได้นะ ”

            แม่ของฉีเก๋อเอ่ยบอกพลางส่งยิ้มให้กับต้าเหนิงแม้นจะป่วยมานานหลายปีจนต้องหยุดทำงานพักรักษาตัวที่บ้านแต่งานเบาที่ไม่ต้องลงแรงทำงานหนัก แม่ของฉีเก๋อก็พอจะช่วยเธอได้

            “ขอบคุณทุกคนมากนะ หากมีอะไรให้ช่วยเดี๋ยวฉันจะบอก ฟางฮวาถ้ามีลูกค้าให้รีบมาบอกฉันเลยนะ ”

            พวกเขานั่งคุยกันอยู่นานจวนฟ้าเริ่มมืดถึงแยกย้ายกันกลับบ้านไปต้าเหนิงได้คุยกับฟางฮวาเป็๲การส่วนตัว เธอให้ฟางฮวาขายซาลาเปาลูกละ 5 เหมาส่วนยุเหวียนเซียวหนึ่งถ้วยเล็กๆ สามลูกใหญ่ขาย 1 หยวนส่วนยุเหวียนเซียวไม่ใส่น้ำขิงไส้น้ำตาลอ้อยปั้นลูกเล็กๆ ในหนึ่งจานมี 5 ลูก ขาย 5เหมา และเธอก็จะแบ่งส่วนที่ขายให้กับฟางฮวาด้วย