สปอย...พองามนะเ้าคะ
ยามเย็นคือเวลาที่เขาเป็ส่วนตัวที่สุด
ชายหนุ่มนั่งทอดกายในทวงท่าสบาย ๆ อยู่เพียงลำพังใต้ต้นพุทราใหญ่ั์ชุดแพทย์หลวงสีเรียบอำพรางรูปร่างกำยำที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามของเขาเอาไว้ได้เป็อย่างดีแต่ถึงกระนั้นก็ไม่อาจบดรัศมีแห่งความภูมิฐานของผู้มีความรู้ความเชี่ยวชาญเฉพาะทางเช่นเขาเอาไว้ได้เลย
ภายใต้ใบหน้าหล่อเหลาคมสันสะท้อนรับกับแสงอาทิตย์ยามอัสดง ทำให้ดูโดดเด่นราวกับภาพประติมากรรมชั้นหนึ่ง้าศีรษะสวย มีเพียงหมวกใบเล็กคลุมทับผมที่เริ่มปล่อยยาวจนผมตรงสีหมึกละเลี่ยไล้เล่นอยู่บนต้นคอขาว ใบหน้าคร้ามคมแสดงออกถึงความเรียบเฉยไร้ซึ่งอารมณ์ใดดวงตาคมนัยตาสีเหล็กกล้าทอดสายตานิ่งนาน มองผ่านไปยังคุ้งน้ำเบื้องหน้าแววตาที่สุขุมนุ่มลึกเต็มไปด้วยประกายสีอ่อน ยามนี้เขาเกิดอารมณ์ครุ่นคิดถึงชีวิตครั้งก่อนของโลกปัจจุบันที่เขาได้หุนหันจากมา
หากเทียบความเหมือนกันแล้ว ทั้งสองห้วงเวลานี้แทบจะเหมือนกันตรงที่ เขายังคงเป็คนไร้ญาติขาดมิตร ทั้งยังโดดเดี่ยวไร้คู่เคียงกายเคียงใจช่วยคิดช่วยสานฝัน นี่จึงเป็เหตุผลหลักที่ทำให้เขากลายเป็คนบ้างานและพร้อมที่จะกระโจนเข้าห้องผ่าตัดฉุกเฉินตลอดเวลาที่มีสายด่วนเรียกหา และเขาไม่เคยพลาดเลยสักครั้งจึงเป็ที่มาของคำที่ทำให้เขาภาคภูมิใจในตนเองหนักหนา 'หมอมือเทวดา'ที่สามารถฉุดวิญญานของคนไข้ของเขาให้ฟื้นขึ้นมาได้แทบจะทุกคน
แต่ชีวิตที่นี่เขากำลังจะได้แต่งงานกับองค์หญิงผู้สูงศักดิ์เ้าของความงามที่ไม่เป็รองใคร หากแต่การแต่งงานนี้ยังคงต้องรอเวลาที่เหมาะสม แพทย์หลวงพิเศษต้าเถิง พ่นลมหายใจไล่อารมณ์ขุ่นมัวออกจากปาก
เมื่อแหงนหน้ามองขึ้นไปยังฟ้ากว้างเวลานี้ดูเหมือนจะช้าลงกว่าเวลา่อื่น ดวงตะวันทำท่าจะลาลับพ้นขอบฟ้าหากแต่ยังคงเหลือห้อยค้างคาไว้ถึงครึ่ง คล้ายกับยังอาลัยอาวรณ์กับเสียงเจื้อยแจ้วของสรรพสิ่งระหว่างวันพาให้ขอบฟ้ายามนี้เกิดแสงเรืองรองเป็สีทองผ่องอำไพ ราวกับเปลวไฟกำลังลุกโชน
หากเวลาปกติยามค่ำเขามักจะนำตำราที่ได้หยิบยืมมาจากหอสมุดหลวง ไปอ่านเพิ่มความรู้และคลายความเหงา วันนี้ก็เช่นเดียวกันถึงคราวทีจะต้องนำของเก่ามาคืนและมองหาเล่มใหม่ ๆ ไปอ่านเพื่อให้ตนเองคลายบรรเทาความคิดถึงกลิ่นผิวของเนื้อนวล
ใครจะคิดว่ากลิ่นกายเฉพาะตัวของหญิงสาวในยุคที่ความเจริญยังเข้าไม่ถึงนี้นั้นจะกลายเป็กลิ่นที่สามารถกระตุ้นให้เพศตรงข้ามคิดถึงคนึงหาได้อย่างน่าอัศจรรย์ใจยิ่งนัก หรือเื่แบบนี้อาจจะเกิดขึ้นเฉพาะเพียงเขาเท่านั้นก็ยังมิอาจพิสูจน์ให้รู้ได้
ภายในหอสมุดหลวง
ขณะที่กำลังนั่งอ่านตำราด้วยความตั้งอกตั้งใจเสียงคุ้นเคยของใครบางคน ลอยแว่วออกมาจาก ม่านบังตา ที่อยู่ตรงปลายด้านในสุดห้องเก็บหนังสือ หญิงสาวผู้นั้นกำลังสะอื้นไห้ด้วยความโศกา
ต้าเถิงที่ปกติเป็คนไม่กลัวสิ่งใดสองเท้ารีบก้าวเดินตรงไปยังแหล่งกำเนิดเสียงนั้นทันทีที่จิตใต้สำนึกของเขาสั่งการ เมื่อเห็นชัดว่าแม่หญิงที่นั่งซุกตัวอยู่ในมุมมืดนางนั้นคือคนเดียวกันกับที่เขาเฝ้าถวิลหา
ชายหนุ่มก็รีบพาร่างสูงกำยำของตนเข้าไปนั่งใกล้ในระยะประชิด สองแขนแข็งแรงดึงร่างเพรียวบางของนางเข้ามาแนบอกอุ่น ใบหน้าหล่อเหลาคมคาย กดปลายคางซุกซอนจมูกสวย เพื่อดอมดมสูดกลิ่นที่คะนึงหาอยู่ทุกเมื่อเชื่อวันตามซอกผิวกายที่โผล่พ้นจากอาภรณ์สวย ก่อนที่จะผละร่างนุ่มนิ่มหอมอวลไปด้วยกลิ่นพฤกษาของนางให้รักษาระยะห่างของความใจบางเอาไว้ หักห้ามความรู้สึกปั่นป่วนแทบคลั่งที่วิ่งวุ่นอยู่ภายในก่อนที่จะเลยเถิดไปถึงขั้นตอนที่ไม่สามารถถอนตัวถอนใจออกมาได้อีก
เสียงทุ้มแห้งปร่าเอ่ยถามความในใจแม้อยากจะดอมดมนางให้สมกับความคิดถึงคนึงหาเพียงใดแต่สถานที่แห่งนี้เขาเพิ่งจะได้รับอนุญาตให้เข้ามาได้ อีกทั้งจิตใต้สำนึกรู้ว่าสิ่งใดควรทำมิควรทำมิฉะนั้นแล้ว เื่ราวที่องค์ไทเฮาวางไว้ให้ในอนาคต คงมีอันดับวูบไร้ซึ่งหนทางเป็จริง
"เด็กดื้อ... องค์หญิงผู้สูงส่งเช่นท่านจะแอบมาหลบอยู่ที่นี่เพื่อเหตุใดกัน?"
ใบหน้าหล่อเหลาคร้ามคมระบายเต็มไปด้วยรอยยิ้มในดวงตาคม ก้อนเนื้อสีแดงสดในอกหนาของเขาเต้นแรงระรัว ราวกับกำลังฟ้องถึงความ้าที่ถูกเก็บซ่อนเอาไว้ใต้ก้นบึ้งของหัวใจ
"หากไม่ใช่เพราะท่านข้าหรือจะต้องมานั่งอุดอู้รออยู่อย่างมีความหวัง"
เ้าของเสียงหวานที่แสดงออกถึงความน้อยอกน้อยใจผู้นี้คือหญิงงามผิวกายหอมละมุนที่ติดตาตรึงใจของเขาอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน ดวงตาคู่งามมองลอดผ่านขนตาหนาเป็แพงอนนางจงใจส่งประกายตาวาบหวาม จดจ้องอยู่ที่ใบหน้าคร้ามคมของชายหนุ่มผู้เป็เ้าของหัวใจตน
แววตาหวานล้ำคลาเคลือบไปด้วยประกายตาระยิบระยับพริบพราว แสดงออกถึงความ้าที่กำลังอัดแน่นอยู่ภายในทรวง แม้จะรู้ว่าไม่ควรแต่สองร่างก็ถาโถมเข้าใส่กันด้วยความคิดถึงคนึงหาอย่างไม่เว้นวาง ริมฝีปากของทั้งสองแลกจูบกันอย่างดูดดื่ม
ในขณะที่เสื้อคลุมสีสวยสด ที่นางใช้สวมอำพรางกายจากสายตาของผู้คนก็ถูกมือแกร่งของแพทย์หลวงพิเศษต้าเถิงปลดออกจนเห็นเพียงเสื้อตัวในสีอ่อนละมุนตา
ชายหนุ่มก้มหน้าซุกไซ้รสูดดมกลิ่นผิวกายนางตามเนื้อผ้าที่กั้นขวางผิวเนื้ออ่อนด้วยความหลงใหลอย่างถึงที่สุดก่อนที่อารมณ์ราคะจะฉุดดึงให้เขาใช้สองมือใหญ่ของตน แหวกคอ
เสื้อของนางให้กว้างลึกขึ้น จนเผยให้สองเต้าตูมเต็งคู่นั้นได้ออกมารับลมเล่น เย้ายวนสายตาคมกร้าวที่มองมาราวกับอินทรีย์กำลังมองเหยื่อรสโอชา
ต้าเถิงลากใบหน้าคมสันที่เต็มไปด้วยตอหนวดรำไร ซุกไซ้รไปในซอกคอหอม ริมฝีปากหยักอุ่นขมิบเม้ม ไต่ละเมียดละเลียดละไมไปทีละน้อยตามผิวเนื้อนุ่มละเอียดของสองก้อนเนื้อนุ่มแน่น ที่สองไม้สองมือของเขากอบกุมเอาไว้แทบไม่หมด
เ้าของร่างเพรียวบางถึงกับต้องหลุดร้องครางออกมาด้วยความเสียวกระสัน ด้วยเพราะถูกพิษของปากและลิ้นอุ่นที่ชายในดวงใจปรนเปรอให้.....................................