“ยายบอกแล้วใช่ไหมว่าห้ามนอนตอนโพล้เพล้”..............
“เดี๋ยวผีมันก็เอาไปหรอก”...............
------------------------------------------------
(โพล้เพล้ผีเอาไป)
พลอยเป็เด็กต่างจังหวัด อาศัยอยู่ในบ้านหลังหนึ่งกับแม่และยาย บ้านของเธอเป็บ้านไม้เก่าสองชั้น อยู่ในแถบชนบท
หลังบ้าน อยู่ติดกับที่ดินรกร้างที่มีทั้งต้นไม้ใหญ่ที่ให้ร่มเงาทอดยาวถึงภายในบริเวณบ้าน มีไม้เลื้อยและหญ้ารกปะปนกันไป
นิสัยของเธอนั้นเป็เด็กดีขยันเรียน เธอมักชอบอ่านหนังสือ ทบทวนบทเรียนบนโต๊ะริมหน้าต่างในห้องนอนของเธอเสมอ
ห้องนอนของพลอยอยู่ชั้นสองทางด้านหลังของตัวบ้านซึ่งเป็จุดรับลมที่ผ่านต้นไม้เข้าทางหน้าต่างสู่ห้องนอนทำให้รู้สึกเย็นสบาย
พลอยเป็ที่รักของเพื่อนๆ ปัจจุบันเธอเรียนอยู่ชั้น ม.4 เลือกเรียนสายวิทย์- คณิต เพราะเป็คนเรียนเก่งและความจำดี จึงมักจะติวให้เพื่อนๆเป็ประจำ
(เช้าวันหนึ่งที่บ้านพลอย)
“แม่จ๊ะ....ยายจ๊ะ....หนูไปโรงเรียนแล้วนะ” (พลอยะโบอกแม่และยายที่อยู่ในบ้าน)
“เดี๋ยวก่อนลูกวันนี้แม่ทำขนมตาลเผื่อไว้ให้ไปกินที่โรงเรียน”
“อ่ะ”(แม่รีบออกมาจากบ้านพร้อมยื่นถุงขนมให้)
“เอาไปด้วยนะเอาไปกินที่โรงเรียน ตั้งใจเรียนนะลูก ลูกรักของแม่” (แม่โผกอดพลอยแล้วลูบหัวเบาๆ)
“จ้ะแม่” (พลอยกอดแม่ พร้อมจุ๊บที่แก้ม ซึ่งเป็กิจวัตรประจำวันทุกเช้าที่แม่ลูกเขาทำกันก่อนไปโรงเรียน)
(พลอยโอบกอดแม่ พลางคิดว่า ฉันนี่โชคดีจริงๆที่มีแม่ที่น่ารัก และใจดีเช่นนี้ คอยห่วงใยฉันตลอดเวลา อยากจะบอกแม่ทุกวันว่า.........ฉัน.......รัก......แม่)
บ้านของพลอยอยู่ห่างจากโรงเรียนประมาณ500 เมตร พลอยเดินไปโรงเรียนประจำทุกวันระหว่างทางต้องเดินผ่านสี่แยก
ไฟแดง ซึ่งถนนตามต่างจังหวัดนั้น ไม่ค่อยมีรถวิ่งผ่าน แต่ถ้าวิ่งมาทีก็จะวิ่งเร็ว แม้มีสัญญาณไฟจราจรแต่ก่อนข้ามถนนทุกครั้ง
พลอยต้องเหลียวซ้าย แลขวาก่อนเสมอเพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีรถวิ่งมาจริงๆ จึงจะเดินข้ามไป
ก่อนถึงโรงเรียนประมาณ 50 เมตร ข้างทางจะมีต้นไทรใหญ่ ขนาดประมาณ 3 คนโอบมีผ้าสีผูกรอบๆต้น มีดอกไม้ ธูป เทียน น้ำแดง กล้วยดิบ ต่างๆนานาวางไว้อยู่รอบๆต้นไทร
“พลอยๆ!”“รอด้วยๆ!” (เอก เพื่อนร่วมชั้นพลอยะโเรียก วิ่งมาหาพลอย สะพายกระเป๋านักเรียนถุงเท้าย้วย กองลงไปอยู่ตาตุ่ม)
“เอกกกกก.....ซื้อถุงเท้าใหม่ได้แล้วแกร๊”....... (-_-“)
“อารายพลอย มันยังใช้ได้ นี่ๆ เห็นมะ” (เอกดึงถุงเท้าให้ตึง แต่ถุงเท้าสู้ชีวิต ดันย้วยกลับ)
(ทั้งคู่หัวเราะ)
“นี่ๆพลอย เธอว่าต้นไทรนี้ศักดิ์สิทธิ์มะ เนี่ย แม่ฉันบอกว่า เมื่องวดก่อน ตาแกละถูกสองตัวตรงด้วยนะ”(เอกยกมือไหว้ต้นไทร)
(พลอยเบะปาก ที่เห็นเอกไหว้ต้นไม้)
“ฉันไม่เชื่อหรอกใครจะว่าไงก็ตาม”
“ถามหน่อยเถอะเวลาเขาไม่ถูก เขาได้บอกเธอไหม” .
“ก็ไหว้กันเป็ร้อยต้องมีคนถูกสักคนแหล่ะ”
“จ้า......คุณพลอยผู้มีเหตุ มีผล สมแล้วที่เรียนสายนี้ แม่นักวิทย์ เออเนี่ย เมื่อสองอาทิตย์ก่อนที่วัดของหมู่เรา(1)มีงานบุญสร้างโบสถ์
(1)(หมู่ เลขที่หมู่ เช่น หมู่1)
ฉันไปช่วยงานมา หลวงพ่อท่านแจกพระให้ด้วยนะพระพุทธรูปประจำหมู่เรา ท่านศักดิ์สิทธิ์มากนะหลวงพ่อท่านปลุกเสกเอง สาธุ”
(เอกคว้าสร้อยออกมาจากคอ พนมมือ รวบพระรูปหล่อพิมพ์พระพุทธรูปประจำหมู่ที่หลวงพ่อปลุกเสกไว้ขึ้นเหนือหัว)
“รู้ไหมคนหมู่เรานับถือท่านมากนะ เธอน่าจะมีไว้บูชา จะได้แคล้วคลาด ปลอดภัย”
“เค้าว่าพี่ต้นที่อยู่แถวตลาดน่ะแกขับรถส่งของตอนกลางคืน หลับในรถคว่ำยับเยิน แกไม่เป็อะไรเลย แค่ถลอกเล็กน้อย เค้าว่า
แกห้อยพระนี้....."
“อุ.....บัด.......ติ......เหตุ......เกิด....จาก.....ความ........ประ.............มาท” (พลอยลากเสียง)
“ถ้างั้น คนบนโลกนี้ห้อยพระกันหมด ก็คงไม่มีใครตายแล้วสิ
เอก: จ้า.....
(ในห้องเรียน วิชา ฟิสิกส์)
ครูเป็ด: “นักเรียนรู้ไหมว่าร่างกายมนุษย์นั้นมีกระแสไฟฟ้าในตัวคนเรานั้น
มีทั้งประจุบวกและลบที่วนเวียนอยู่ในร่างกาย นั่นคือไฟฟ้าสถิต
นั่นเอง ซึ่งเกิดจากการถ่ายเทของประจุไฟฟ้าเช่น ร่างกายมีประจุ
บวกมากกว่าประจุลบพอเราไปแตะ เพื่อน หรือ ลูกบิด ประจุ
ก็จะเกิดการถ่ายโอนทันทีเพื่อให้เกิดความสมดุล โดยรู้สึกเหมือน
ไฟช็อต แปล๊บๆนั่นคือเหตุและผลในการเกิดไฟฟ้าสถิต”
(พลอยที่กำลังอินกับวิชาที่ครูสอน และคิดในใจว่า................)
(“ใช่ค่ะครู นั่นคือเหตุและผลการมีเหตุและผลที่พิสูจน์ได้ ก็จะได้ผลลัพธ์ที่น่าเชื่อถือ ที่ฉันเรียนสายนี้เพราะเป็คนมีเหตุผผลสินะ อิอิ เฮ้อแต่บางที ก็เบื่อนะ พวกไสยศาสตร์ เวทมนต์ อะไรทั้งหลายแหล่ เชื่อไปได้ หวยเอยอะไรเอย)
เอก: ครูครับๆ (เอกยกมือ)
ครูเป็ด: ว่าไงเอก
เอก: แล้วิญญาในร่างกายคนเป็กระแสไฟฟ้าไหมครับ
แบบว่าใช้หลักฐานทางวิทยาศาสตร์พิสูจน์เช่น หัวใจ ตับ ไต ไส้พุง
ทำงานด้วยระบบไฟฟ้าพอเราตาย ไฟฟ้าก็ดับ
เพื่อนๆ: (ฮาๆๆ)
เอก: หรือไม่ก็ โลกหมุนรอบตัวจนเกิดกระแสไฟฟ้า ทำให้เกิดการเชื่อมต่อ
ระหว่างโลกมนุษย์กับโลกิญญา ิญญาจึงผ่านประตูมิติ
มาขอส่วนบุญในวันโกน
ครูเป็ด: เธอคงจะดูการ์ตูนมากไป
เพื่อนๆ: (ฮาๆๆ)
พลอย: (เหลือบมองเอกแบบเซ็งๆ “ว่าแล้วตาเอกอนาคตเธอคงประกอบอาชีพหมอผีสินะ”)
ออด......ออด......ออด.......(เสียงกริ่งดังตอนเลิกเรียน)
(ยามเย็น....ที่บ้านพลอย)
“มาๆกินข้าวกันลูก ไปเรียกยายมาด้วย”
“ค่ะแม่.......ยาย....ยายจ๋ามากินข้าวกัน มาเดี๋ยวหนูพาไป ค่อยๆเดินนะยาย เกาะแขนหนูไว้”
(พลอยพายายไปที่โต๊ะอาหาร)
“โอ้โห!น่ากินทั้งนั้นเลยแม่ ยายนั่งตรงนี้นะจ๊ะ เดี๋ยวหนูตักข้าวให้”
(ที่โต๊ะอาหาร)
“เป็ไงบ้างลูก่นี้ใกล้สอบแล้วสิ อ่านหนังสือไปถึงไหนแล้วล่ะ”
“เหนื่อยมากกกกกกกก ค่ะแม่”
(จู่ๆ เสียงยายพูดโพล่งออกมา)
“ยายบอกแล้วใช่ไหม!!!ว่าห้ามนอนตอนโพล้เพล้!!!
เดี๋ยวผีมันก็เอาไปหรอก!!!”
(บรรยากาศบนโต๊ะอาหาร เปลี่ยนไปพลอยและแม่ ต่างมองหน้ากัน)
“ยายจ๋าวันนั้นหนูอ่านหนังสือเยอะน่ะ เลยเพลียง่วงหลับไป”
“พวกเด็กรุ่นใหม่ ผู้เฒ่าผู้แก่พูด ไม่รู้จักฟัง”
“ไม่เชื่อยายสินะ”
(แม่เห็นดังนั้นจึงพูดแทรกเปลี่ยนเื่)
“เออ...เนี่ย เมื่อสองอาทิตย์ก่อนแม่ไปช่วยงานบุญที่วัดมาน่ะ หลวงพ่อท่านให้พระมาด้วย แม่เอามาเผื่อลูกด้วยนะ”
“อ่ะนี่แม่เอาไปใส่กรอบใส่สายสร้อยให้ละ ห้อยคอไว้ลูก จะได้แคล้วคลาด”
“แม่............หนูเป็ผู้หญิงนะ”
“ผู้หญิงก็ใส่ได้จ้ะสาวๆหมู่เราก็บูชากันทั้งนั้น ให้แคล้วคลาดปลอดภัยนะลูก”
“ค่ะแม่” (พลอยรับสร้อยพระจากแม่แบบเซ็งๆ พลางคิดในใจ ”ทำไมนะคนสมัยก่อนถึงได้เชื่อเื่แบบนี้ มันไม่มีเหตุผลเอาซะเลย
เมื่อเช้าก็เพิ่งปฏิเสธตาเอกไปแต่กลับมาเจอเอาที่บ้านซะนี่”)
(เช้าวันรุ่งขึ้น)
“หนูไปโรงเรียนแล้วนะแม่”
“จ้ะ(แม่ตอบ) ใส่สร้อยพระไปด้วยนะลูก”
(ณสี่แยกระหว่างทางผ่านไปโรงเรียน มีผู้คนมุงกันมากมาย มีรถมอเตอร์ไซด์ที่ล้มลงอยู่กลางถนนสภาพยับเยินและรถเก๋งที่เลยออกไป
หน้ารถบุบ ไฟแตก ยางฉีก)
(พลอยมองไปที่จุดที่เกิดอุบัติเหตุห่างประมาณ30 เมตร จากจุดที่พลอยจะข้ามถนน เห็นความวุ่นวายของผู้คน เห็นกู้ภัยกำลังพยายามช่วยชีวิตผู้ประสบอุบัติเหตุ เห็นกลุ่มคนที่ยืนมุงแต่ไม่ช่วยอะไร เห็นเ้าหน้าที่ตำรวจที่กำลังวิทยุประสานงานและ................................
(เห็นคนคนหนึ่งที่ยืนในกลุ่มผู้คนเขาเป็คนเดียวไม่ได้มุงดูอุบัติเหตุตรงนั้น)
(ทำไม.............เขาถึง................เหมือนกับว่า........เขากำลัง)
.
.
.
(จ้องมองมาที่ฉัน)
(พลอยพยายามจ้องมองดูสักพัก เพื่อให้แน่ใจว่า คนคนนั้น เขาน่าจะมองใครที่ไม่ใช่ฉัน)
“พลอย!!เร็ว!!!” (เสียงะโ)
“ข้าม!!!รีบ!!!! ไฟจะเขียวแล้ว”
(เสียงเอกะโวิ่งมาดันไหล่พลอยให้รีบวิ่งข้ามถนน)
(พลอยได้สติกลับมาว่าตนอยู่ตรงทางข้ามถนน จึงรีบข้ามถนน และไปถึงโรงเรียนพร้อมเอก)
เอก: วันศุกร์แล้ว เย้ๆๆ เสาร์นี้ไปเที่ยวไหนล่ะ
พลอย: ใกล้สอบแล้ว อ่านหนังสือสิเธอ
ออด......ออด......ออด.......(โรงเรียนเลิก)
(วันเสาร์ ที่บ้านพลอย)
(วันนี้ฉันจะตั้งใจอ่านหนังสือละนะเพื่ออนาคตที่ดี ปีนี้ขอเกรด 4.00 ละกัน อิอิ)
(พลอยอ่านหนังสือั้แ่6 โมงเช้า พักกินข้าวตามเวลา จนกระทั่งเวลาประมาณ 17.30 น.)
แสงตะวันรำไร สีส้ม สาดส่องเข้ามาให้ห้องของพลอยทางหน้าต่างบรรยากาศในห้องดูมีความอบอุ่นผสมกับความวังเวง เสมือนอยู่ในแดนสนธยา สายลมพัดโชย ผ่านต้นไม้ใบหญ้า จนได้กลิ่นใบไม้และกลิ่นของดินอ่อนๆ
(อ้า.......รู้สึก.......เย็นสบาย)
งืมๆๆ (พลอยอ่านหนังสืองึมงำๆ)
(“เริ่มง่วงละฉัน แต่ มะ มะ ไม่ไหวละฉัน ซักงีบละกัน แต่ถ้าฉันหลับตอนนี้ยายต้องมาดุฉัน เื่นอนเวลาโพล้เพล้ ผีเผอ อะไรอีกแน่เลย”)
พลอยทนกับความง่วงไม่ไหวลุกจากโต๊ะอ่านหนังสือ เดินไปปิดไฟที่หน้าประตูทิ้งตัวลงฟูกในห้องนอน หลับตา..........แล้วค่อยๆ...........หลับ....ไป
เธอฝันเห็นยายใส่ชุดคอกระเช้าสีน้ำตาลกับผ้าถุงสีม่วงตัวโปรดของยาย เดินเข้ามาในห้องนอนของเธอเข้ามาดุเธอที่นอนผิดเวลาว่า..........
“ยายบอกแล้วใช่ไหม!!!ว่าห้ามนอนตอนโพล้เพล้!!!
พลอยยังคงนอนต่อ
ขณะนั้นเวลาประมาณ19.00 น.
ท้องฟ้าเริ่มมืดสนิท
ฟรี้......ฟรี้........ฟรี้(เสียงหายใจของพลอยที่หลับใหลด้วยความเหนื่อยล้า)
ฟรี้......ฟรี้........ฟรี้(พลอยเริ่มได้ยินเสียงหายใจของตัวเอง เสียงค่อยๆเข้ามาในหูเธอ......ถี่ขึ้น......ถี่ขึ้น......ฟรี้......ฟรี้........ฟรี้)
(นี่ฉันกำลังหลับอยู่หรือเนี่ย)
(เสียงหายใจเข้าและออกฟรี้......ฟรี้........ฟรี้)
(เสียงเริ่มชัดขึ้นจนพลอยค่อยๆลืมตาช้าๆ)
พลอยลืมตาขึ้นตัวยังคงนอนแน่นิ่งบนที่นอน สะลึมสะลือ กวาดสายตาไปรอบๆ ห้องนอนเริ่มคิดทบทวนความทรงจำ
“ก่อนจะหลับฉันอ่านหนังสืออยู่นิ”
“ในห้องนอนใช่ และฉันก็นอนอยู่ในห้องนอน”
“แต่ทำไม! ทุกอย่างรอบๆตัว”
“ถึงเห็นเป็สีขาวดำ”
พลอยนอนแน่นิ่งบนที่นอนกวาดสายตาไปรอบๆห้อง
ไม่ว่าจะเป็โต๊ะ ตู้ พัดลม ผนังห้อง แสงอาทิตย์ ที่สาดส่องเข้ามารำไร ทุกอย่างล้วนเป็สีขาวดำ
พลอยนอนฉงนงงอยู่พักใหญ่ ได้ยินเสียงแม่ที่อยู่ชั้นล่าง กำลังคุยกับยาย
แม่: (พูดกับยาย) แม่เย็นนี้กินอะไรดี
ยาย: อยากทำอะไรก็เื่ของแกสิ แล้วเ้าพลอยไปไหน
แม่: อ่านหนังสืออยู่ข้างบนจ้ะแม่
พลอยกำลังตั้งสติฉันตื่นแล้วสินะ!แม่กับยายอยู่ข้างล่าง ฉันอยู่ข้างบน
และฉัน..............จะลงไปหาแม่
แต่..............ทำไมฉันเหมือนจะลุกไม่ได้
ได้แต่มองไปรอบๆแล้ว ทำไมห้องฉัน มันยังคงเป็สีขาว ดำ
พลอยรู้สึกถึงรอบๆข้างตัวเธอนั้นมีเงาสีดำ
แต่เธอไม่อยากหันไปมองมันและเริ่มรู้สึกกลัว ใจมันหวิวๆ กลัวว่าถ้าหันไปจะเจออะไรที่ทำให้ขนลุก
“ฉันจะต้องลุกขึ้นแล้วไปเปิดไฟ”
.(พลอยคิดในใจแต่ก็ยังคงนอนแน่นิ่ง)
พลอย! พลอย! พลอย!
ตื่นเดี๋ยวนี้นะ!!!
พลอยลุกตื่นขึ้นมาจากเตียงด้วยความงัวเงีย ซึ่งเสียงที่เรียกพลอยนั้น เป็เสียงของยายนั่นเอง
พลอยลุกนั่งบนเตียงพยายามตั้งสติอีกครั้ง ว่าเกิดอะไรขึ้นกับเธอกันแน่
(เสียงยายพูดโพล่งออกมา)
ยายบอกแล้วใช่ไหม!! ว่าห้ามนอนตอนโพล้เพล้!!!
เดี๋ยวผีมันก็เอาไปหรอก!!!!
พลอยสะลึมสะลือ มองไปที่ยาย เห็นยายที่กำลังชี้นิ้วดุ รู้สึกว่าเหตุการณ์นี้ มันเคยเกิดขึ้นกับฉันมาแล้วครั้งหนึ่งนิ
มันคือภาพในฝันและยายก็ใส่ชุดเดียวกันกับในฝันยายก็มาดุฉันจริงๆ เหมือนในฝันเลย!!!
“เหตุการณ์ทั้งหมดนี่มัน!!! เกิดอะไรขึ้น!!! ทั้งภาพที่เห็นเป็ขาวดำ ทั้งเหตุการณ์ที่เจอยายดุรู้สึกเหมือนว่า....จิตฉันกำลังจะัักับอะไรบางอย่าง งงงวยไปหมด หรือฉัน......รู้สึกไปเองนะ”
ยาย: มองอะไรยัยพลอย
ไป!!.....ลงไปกินข้าวได้แล้ว
(วันอาทิตย์ ที่บ้านพลอย)
พลอยยังคงขะมักเขม้นตั้งใจอ่านหนังสือ เพราะใกล้สอบเต็มที
แม่: (พูดจากชั้นล่าง) พลอยลูก แม่จะออกไปสั่งพวงมาลัยบ้านป้ารัตน์ พรุ่งวันพระแล้ว จะกินอะไรไหม จะได้ซื้อมาเผื่อ
พลอย: เพิ่งกินกลางวันมา ยังไม่หิวค่ะแม่
(พลอยพูดจากชั้นบนในห้องนอนของเธอขณะกำลังอ่านหนังสือ)
(จนกระทั่งใกล้เวลา 17.30 น.)
“ขออีกหน่อยๆน่าอย่าเพิ่งง่วงสิ เวลานี้ทุกทีเลย ไม่ยอมหรอก ถ้านอนเวลานี้โดนดุอีกแน่ๆโอย...ไม่ไหว....ไปอาบน้ำดีกว่า”
(พลอยถอดสร้อยพระที่แม่ให้ไว้แขวนไว้ที่หัวเตียง แล้วจึงไปอาบน้ำ)
แสงตะวันเลือนลางสีส้มอ่อนๆ สาดเข้ามาในห้อง สะท้อนกระจก โต๊ะ ตู้ เตียง มีเงาบางๆ สายลมอ่อนๆ ผ่านทางหน้าต่างเช่นเคย
(พลอยอาบน้ำแต่งตัวเสร็จแล้วแต่สร้อยพระยังคงอยู่บนหัวเตียง)
“เป็ไงล่ะสดชื่นขึ้นมาทันที ลุยต่ออีกสักหน่อย ก่อนจะลงไปกินข้าวเย็นละกัน”
(แต่หาได้เป็เช่นนั้นไม่ พลอยอ่านหนังสือได้ไม่นาน บรรยากาศ และสายลมเย็น ที่พัดผ่านตัวเธอนั้น มันช่างเย็นสบายชวนให้เคลิบเคลิ้มเสียนี่กระไร)
“โอววะ ง่วงอีกแล้ว หนักกว่าเดิมอีก อาบน้ำไม่ได้ช่วยอะไร อ่านไป สัปหงกไปไม่เข้าหัวเอาซะเลย เห็นทีต้องนอนแล้วละ”
“แต่ เอ๊ะ!!ไม่ได้ๆ ยายดุแน่...”
ด้วยความง่วง พลอยเดินออกจากห้องของเธอไปที่ห้องนอนของพ่อ ที่อยู่ถัดจากห้องเธอไป
ตอนนี้พ่อไม่อยู่แล้ว ห้องนั้นจึงไว้ใช้เก็บของเก่าต่างๆนานา
พลอยเปิดเข้าไปในห้อง เป็ห้องขนาดประมาณ 4 x 4 เมตร ด้านข้างของห้องทั้งฝั่งซ้ายและฝั่งขวา มีชั้นเก็บของมีของวางแต่ละชั้น
จนเต็มชั้นมีหน้าต่างที่เปิดรับลมมาจากทางที่ดินรกร้างด้านหลัง
และตรงกลางเป็.........ที่ว่าง
“อ้า.....เย็นสบายดีจัง ตรงนี้ล่ะ ยายไม่เจอแน่นอนอิอิ ขอสักงีบ”
พลอยปูเสื่อและวางหมอนหนุนลงบนพื้นห้อง ทิ้งตัวลงนอน
แล้วค่อยๆ หลับ.......ไป
ฟรี้......ฟรี้........ฟรี้
ฟรี้......ฟรี้........ฟรี้ (พลอยเริ่มได้ยินเสียงหายใจของตัวเองอีกครั้ง)
“นี่ฉันกำลังหลับอยู่หรือเนี่ย”
(พลอยเริ่มรู้สึกตัว)
“นี่ฉันหลับอยู่ในห้องพ่อใช่ไหมคงใกล้เวลากินข้าวเย็นแล้ว” (พลอยคิดในใจทั้งๆที่ยังนอนตะแคง หลับตา ขดตัวอยู่ตรงกลางห้อง)
ตะวันตกลับฟ้าไปแล้ว........และในห้องมืดสนิท........
(เงียบฉี่..................................................................)
(เอาล่ะ...ฉัน.....จะตื่นละนะ)
ทันใดนั้น!!!!!
ซี่ๆ.....ซี่ๆ.....ซี่ๆ
เสียงเสื่อที่พลอยนอนทับอยู่ถูกลากอย่างช้าๆ เหมือนมีคนดึงแล้วลากเสื่อทางปลายเท้า
(พลอยค่อยๆตั้งสติ)
“เอาแล้วฉัน!!!”
“ที่ยายเคยบอกไว้เป็จริงหรือนี่”
(พลอยขนลุกซู่รู้ว่าโดนดีแน่ๆ)
พลอยยังคงหลับตานอนตะแคง เอามือกุมหน้า ในห้องที่มืดสนิท
ซี่ๆ.....ซี่ๆๆๆๆๆๆๆๆๆ เสียงลากเสื่อที่เสียดสีกับพื้นห้องอย่างช้าๆและเร็วขึ้น
เฮ้ยๆๆ!!
(พลอยคิดในใจพลางเกาะเสื่อแน่น)“กระแทกกำแพงห้องแน่ๆ”
พลอยยังคงหลับตาในห้องที่มือสนิท แต่เอามือมาจิกเกาะที่เสื่อไว้ เพราะเหมือนจะถูกสะบัด
เสื่อถูกลากเร็วขึ้น!!!
ซี่ๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
พลอยเกร็งตัวรับแรงกระแทก!!! และยังคงหลับตา เกาะเสื่อแน่น
เฮ้ย!!!!!
วูบๆๆ
อะ...อะไร.....เนี่ย
รู้สึกเหมือนถูกเหวี่ยงร่างลอยไปจะโดนกำแพง
แต่ไม่โดน
และตอนนี้รู้สึกว่าร่างฉันกำลังไหลมาจากกำแพง กลับมาสู่จุดที่ฉันนอนอยู่ั้แ่ต้น
(ตึ้กๆๆๆๆๆๆ ใจเต้นแรงมาก เหงื่อเริ่มซึม ทั้งๆที่อากาศเริ่มเย็น)
พลอยยังคงนอนคว่ำเกาะเสื่อหลับตาปี๋ หูแนบบนเสื่อที่ปูบนพื้นห้อง ในห้องที่มืดสนิท
ได้ยินเสียงแม่คุยกับยายที่ชั้นล่างว่า
“นี่เ้าพลอยยังไม่ลงมาอีกหรือ”
“นะ....นั่นเสียงแม่นิ แม่....ช่วยหนูด้วย”
“หนูอยากลงไปหาแม่”
(พลอยอยากจะร้องไห้ นอนตัวสั่น ในห้องที่เงียบและมืดสนิท
แต่ในใจนั้นวิ่งลงไปหาแม่ด้านล่างแล้ว)
(พลอยคิดในใจเป่าปาก ฟู่ๆๆ ถี่ แต่ยังคงไม่กล้าลืมตา)
“สติ ตั้งสติประตูห้องอยู่ที่ปลายเท้า ฉันต้องลืมตาก่อน”
“แต่.........ถ้าลืมตาแล้ว........ฉันจะไม่เจออะไรใช่ไหม”
พลอยเริ่มเอามือทั้งสองข้างที่จิกเสื่อค่อยๆเลื่อนมาปิดหน้า
และค่อยๆลืมตามองผ่านระหว่างนิ้วมือทั้งสองที่ประสานกัน
(ลืมตา)
มืดสนิททุกอย่างในห้องคือ มืดสนิท
“เอาล่ะฉัน.......ฉันจะลุกแล้วนะ”
(เป่าปากฟู่ๆๆๆๆๆ) ใจเต้น ตึ้กๆๆๆๆ
พลอยรีบลุกจากเสื่อวิ่งมาจับที่ลูกบิดประตู เปิดออกอย่างเร็ว แล้วรีบวิ่งลงมาชั้นล่าง
(เสียงวิ่งลงบันได)ตึง!!!!ๆๆๆๆๆๆ
“แม่ๆๆๆ ฮือๆๆ แม่”
“แม่ๆๆๆ หนูกลัว หนูเจอ......”
(พลอยเห็นแม่และยายตรงหน้าน้ำตาไหลพราก รู้สึกอุ่นใจอย่างบอกไม่ถูก อยากจะเข้าโผกอด)
(แต่แล้ว ต้องชะงัก)
แม่ : ทำไมเ้าพลอยยังไม่ลงมาอีกนะ
พลอย ลูก ลงมากินข้าวได้แล้ว!!!
(แม่!!!........ไม่ได้ยินฉัน!!!...............)