อวี๋จิ่นลี่จดจำศัพท์คำนี้เอาไว้เงียบๆ จากนั้นออกมาจากห้องไลฟ์นี้ เริ่มไปถามแม่ตู้ผู้รู้ทุกอย่าง
ถูกต้องแล้ว โลกใบนี้ก็มีแม่ตู้ผู้รู้ทุกอย่างอยู่อันหนึ่งเหมือนกัน ทว่าไม่ใช่ป่ายตู้ แต่อัปเกรดเป็นเชียนตู้[1]
หลังได้รับข้อมูลจากเชียนตู้มาแล้ว ในที่สุดอวี๋จิ่นลี่ก็รู้สักทีว่าห้องไลฟ์หมายถึงอะไรกันแน่ จึงไปค้นหาเว็บไซต์ไลฟ์สตรีมที่ค่อนข้างมีชื่อเสียงมาสองสามเว็บ หลังดูสตรีมของสตรีมเมอร์เหล่านั้น ก็พบว่าพวกเขาสตรีมทุกอย่างทุกแนว
ขณะเดียวคนตัวเล็กก็ทำความเข้าใจขั้นตอนสตรีมด้วยคร่าวๆ หากไม่ใช่เพราะกลัวว่าจะรบกวนการบำเพ็ญของเจียงม่อเซิ่ง อวี๋จิ่นลี่คงกระโดดโลดเต้นด้วยความดีใจไปแล้ว
ขาทองคำคือดาวนำโชคของเขาอย่างที่คิด เขาเพิ่งคิดมากอยู่หยกๆ ว่าควรทำอย่างไรถึงจะได้รับความชื่นชอบจากทุกคน ถึงจะสะสมพลังศรัทธาได้ ผลสุดท้ายแค่เดี๋ยวเดียวก็เจอหนทางแล้ว
ไม่ต้องเป็นวีรบุรุษของชาติ แล้วไม่ต้องเป็นดาราที่ร้องเพลงเป็นเต้นได้แสดงละครเก่ง ขอแค่เปิดห้องไลฟ์ขึ้นหนึ่งห้อง เขาก็สะสมฐานแฟนคลับได้แล้ว
อีกอย่างอวี๋จิ่นลี่รู้แล้วว่าตนอยากสตรีมทำอะไร เขาจะสตรีมทำอาหารรสเลิศ!
เขาค้นพบว่ามีสตรีมทุกอย่างบนห้องไลฟ์ ถึงขั้นว่าสตรีมตัวเองนอนก็ยังมี แต่ยังไม่มีสตรีมทำอาหารโอชารสเพียงอย่างเดียว คงเป็นเพราะว่าโลกใบนี้แทบไม่มีคนที่ทำอาหารเป็น ดูไปแล้วย่อมไม่มีอะไรน่าดูเป็นธรรมดา
แต่อวี๋จิ่นลี่เชื่อมั่นว่าหลังตนสตรีมแล้ว ต้องโด่งดังเป็นพลุแตก ดึงดูดความชื่นชอบของผู้คนได้มากมายแน่นอน จากนั้นก็รวบรวมพลังศรัทธาได้ล้นหลาม แบบนี้การบำเพ็ญเพียรของเขาก็จะวิ่งเร็วปรู๊ดปร๊าด ช่างสมบูรณ์แบบสุดๆ ไปเลย
พอนึกถึงอนาคตแสนสมบูรณ์แบบแล้ว ในที่สุดอวี๋จิ่นลี่ก็กลั้นไม่ไหวเปล่งเสียงหัวเราะออกมา ภาคภูมิใจเหมือนเจ้าแมวเหมียวตัวน้อยที่ขโมยกินอาหารอย่างนั้น
เจียงม่อเซิ่งที่ตื่นจากการเข้าสมาธิเห็นภาพนี้เข้าพอดี มุมปากเองก็ยกขึ้นตามโดยไม่รู้ตัวเช่นกัน
“มีเรื่องอะไรถึงได้อารมณ์ดีขนาดนี้” เสียงทุ้มต่ำรื่นหูดังขึ้น ดึงความคิดของอวี๋จิ่นลี่กลับมา
อวี๋จิ่นลี่เห็นเจียงม่อเซิ่งฝึกเสร็จแล้วก็วิ่งดุ๊กดิ๊กไปหาทันที เขานั่งลงข้างเตียง รีบร้อนเอ่ยถาม “ตอนนี้นายรู้สึกยังไงบ้าง”
“รู้สึกดีมาก” เจียงม่อเซิ่งยิ้มเอ่ย
ถึงแม้ว่าจะไม่ได้ขจัดพิษร้ายจนเกลี้ยง แต่เขากลับรู้สึกได้ว่ามันน้อยลงไปส่วนหนึ่งอย่างชัดเจน อีกทั้งความเจ็บปวดก็ไม่ได้รู้สึกเหมือนก่อนหน้านี้แล้ว ร่างกายเองก็เบาขึ้นเยอะ สภาพของเขาดีมากขึ้นเช่นเดียวกัน
“งั้นก็ดี งั้นก็ดีแล้ว” อวี๋จิ่นลี่ได้ยินดังนั้น ในที่สุดก็วางใจ จากนั้นก็ทำเหมือนที่ผ่านมา วางนิ้วมือลงบนข้อมือของอีกฝ่าย แล้วใส่พลังวิญญาณสายหนึ่งเข้าไปตรวจสอบสภาพร่างกายของอีกฝ่าย
เจียงม่อเซิ่งผ่อนคลายร่างกายทั่วร่างโดยปล่อยให้อวี๋จิ่นลี่ตรวจสอบ ในที่สุดตอนนี้เขาก็รู้สักทีว่าพลังระลอกนั้นที่สัมผัสได้ก่อนหน้านี้คืออะไร มันก็คือสิ่งที่เรียกว่าพลังวิญญาณนั่นเอง
อวี๋จิ่นลี่ตรวจสอบสภาพร่างกายของอีกฝ่ายโดยละเอียด อย่างไรอีกฝ่ายก็เพิ่งเรียนรู้ขั้นต้น ฝึกฝนครั้งแรกก็เลยกลัวว่าเขาจะฝึกฝนผิดวิธีไป
ผลสุดท้ายตอนนำพลังวิญญาณว่ายไปยังจุดตานเถียนของอีกฝ่าย กลับพบว่าพลังวิญญาณที่กักเก็บในจุดตานเถียนของอีกฝ่ายเยอะยิ่งกว่าของตนเสียอีก อวี๋จิ่นลี่เกิดความอิจฉาริษยาเล็กน้อยอย่างฉับพลัน
ทั้งที่ตนฝึกก่อนเขาตั้งนาน ทำไมแป๊บเดียวก็โดนเจียงม่อเซิ่งแซงหน้าไปแล้วล่ะ แบบนี้ไม่ยุติธรรมเอาซะเลย
ผิดที่โลกใบนี้ไม่มีไอวิญญาณนั่นแหละ ไม่งั้นการบำเพ็ญเพียรของเขาต้องสูงยิ่งกว่าของเจียงม่อเซิ่งแน่นอน
แต่ว่านะ ขอแค่เขาไม่พูด เจียงม่อเซิ่งก็ไม่มีทางรู้หรอกว่าเขามีแต่วิธีการบำเพ็ญ ทว่าแทบจะไม่มีพลังวิญญาณ แถมความสามารถยังต่ำเตี้ย
เขาไม่มีทางบอกเรื่องนี้กับเจียงม่อเซิ่งแน่ ไม่มีทางเด็ดขาด เขาเป็นถึงอาจารย์ของเจียงม่อเซิ่งเชียวนะ อย่างไรก็ต้องรักษาหน้าตาไว้
อวี๋จิ่นลี่ตัดสินใจในใจเงียบๆ จากนั้นชักมือตนเองกลับมาอย่างใจเย็น เผยสีหน้าที่ตนคิดเองว่ามันลึกล้ำยากจะคาดเดาว่า “ไม่เลว ฝึกครั้งแรกก็ฝึกได้ถึงระดับนี้แล้วใช้ได้เลย แต่เทียบกับฉันแล้วยังห่างชั้นกันอยู่หน่อยๆ นายต้องขยันฝึกมากกว่าเดิม จะหย่อนยานไม่ได้รู้ไหม แบบนี้ถึงจะขจัดพิษร้ายได้ไวขึ้น”
เจียงม่อเซิ่งมองใบหน้าผอมซูบอันสะสวยแสร้งทำสีหน้าลุ่มลึก องศาโค้งของมุมปากชายหนุ่มก็เยอะยิ่งกว่าเดิม แต่ไม่กล้าฉีกยิ้มตรงหน้าอีกฝ่าย ทำได้เพียงอดกลั้นเอ่ย “รู้แล้ว อาจารย์ตัวน้อยของฉัน”
อวี๋จิ่นลี่ได้ยินเจียงม่อเซิ่งเรียกเขาว่าอาจารย์แล้ว ถึงแม้ว่าจะเพิ่มคำว่าตัวน้อยต่อท้ายเข้าไปด้วยก็เถอะ แต่โดนเขาเมินไปแล้วละ เขาดีใจมากเลยไม่เห็นรอยยิ้มที่อีกฝ่ายกลั้นเอาไว้
“อื้อ ไม่เลว ไม่เสียแรงที่อาจารย์คนนี้ถ่ายทอดวิชาให้นาย” อวี๋จิ่นลี่พลันวางท่าทีเป็นอาจารย์พลางเอ่ยพูด
“งั้นวันหลังก็ต้องขอให้อาจารย์ตัวน้อยคอยชี้แนะฉันเยอะๆ แล้วนะ” เจียงม่อเซิ่งชอบท่าทางภูมิใจของอวี๋จิ่นลี่สุดๆ เลยเอ่ยให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่ทันที
“ไม่หรอกๆ” อวี๋จิ่นลี่พึงพอใจสุดๆ ในที่สุดเขาก็ได้เป็นอาจารย์แล้ว ถ้าอาจารย์กับศิษย์พี่ของเขาอยู่ที่นี่ ตนจะอวดให้พวกเขาดูแน่นอน โดยเฉพาะกับศิษย์พี่ ศิษย์พี่ยังไม่มีลูกศิษย์เลย เขาหาลูกศิษย์ได้ก่อน แถมยังเป็นลูกศิษย์ที่มีคุณสมบัติพรสวรรค์ดีเยี่ยมด้วย ศิษย์พี่ต้องอิจฉาริษยาแน่
...
เชิงอรรถ
^ เชียนตู้ ล้อคำกับป่ายตู้ (เชียน แปลว่า พัน)