“อ๊า ~~!!”
เสียงร้ององค์หญิงดังถึงข้างนอก
เหล่าชายลึกลับ ที่แท้จริงคือองครักษ์หลวงนั้นทนรอต่อไปไม่ได้หมายรีบบุกรุกเข้าช่วย
ทันใดนั้นเสียงม้าก็ดังขึ้น
กลุ่มคนในบ้านต่างพากันมองลอดออกไป
คนที่ถูกเรียกว่าพี่ใหญ่หยุดชะงัก แต่ยังไม่สวมกางเกง ปรี่ไปยังหน้าต่างมองลอดออกไป
ม้าสองตัวเป็ม้าว่างเปล่าไร้คนขี่ขับควบมา
ทั้งหมดแปลกใจยิ่ง
กลุ่มองครักษ์หลวงที่ปลอมแปลงมาที่หลบซุ่มด้านนอกเอง ก็แปลกใจยิ่ง
โครม
หน้าต่างบานหนึ่งมีคนพังเข้ามา คนผู้นี้ถือทวนปลายแปลมสองคมด้ามใหญ่ความยาวหักลบราวๆ 4 ศอก
เมื่อพังโครมเข้ามาพร้อมหวนทวน
ฉัวะ
ก็ฆ่าไป 2 ศพที่ใกล้เคียง
2 ศพยังไม่ทันล้มเสียงโครมก็พังมาจากหน้าต่างอีกฝั่ง คนผู้นี้มาพร้อมกระบี่ปรี่เข้าหาองค์หญิงฟันเชือกที่มัดขาดอย่างแม่นยำแล้วยืนขวาง
กลุ่มโจรยังคงอึ้ง พลันนึกได้ว่าต้องทำอะไรสักอย่างแล้ว
แต่คิดช้าไป
เคลื่อนไหวช้าไป
ทวนที่หวดฟันตายไป 2ศพเมื่อสักครู่หวดขึ้นทวนทางเดิมกลับมาพร้อมสาวเท้าเก้าคืบหน้า กลุ่มโจรฟันดาบป้องแต่ดาบหักคามือ อีกคนดาบหลุดมือไป คมทวนฟันผ่าเฉียงทรวงออกตาบอีก 2
พกวมันใกับมือทวน กระบี่เย็นเยียบก็พุ่งแทงคอปักคนที่ใกล้องค์หญิงที่สุดตายไปอีก1 ศพ
แค่ไม่กี่กระพริบตา หายใจไม่กี่เฮือกก็ตายตกตามกัน 5 ศพ พวกมันเหลืออีก 4
ลูกสมุน 3คนที่ตดประตูรีบเปิดประตูหนีออก
พี่ใหญ่ร้องะโทั้งที่กางเกงยังไม่สวมใส่
“พวกเ้าจะไปไหน”
ครู่เดียว เสียงร้องก็ดังขึ้น
ข้างนอกมีชายชุดดำ 2 คนสังหารพวกมันทั้ง3 สิ้น
เหลือแค่หัวหน้าโจร
“จับตัวกลับไปลงโทษสอบสวนมั้ยครับองค์ชาย”
“ล่วงเกินองค์หญิง ฆ่า!”
ลู่ฉีพุ่งเข้าไปพร้อมแทงกระบี่ พี่ใหญ่โจรหวดเพลงดาบใส่แต่ช้าไป กระบี่ทะลุทรวงอก
มองออกไป ชายชุดดำทั้ง 2 ก็หายไปแล้ว
ลู่เอินประคององค์หญิงด้วนมือข้างเดียวเพราะอีกมือถือทวน ลู่ฉีเช้ามาประคองทวนไว้ให้แทน
“กระหม่อมมาช้า ขอองค์หญิงลงโทษ”
“ท่านมีคุณช่วยข้า จะมีโทษได้อย่างไร คุณชายท่านนี้มีนามเรียกขานใด ข้าจะแทนคุณในวันหลัง”
“กระหม่อมคือเซียวลู่เอิน แม่ทัพชีจิ๋ว”
“ที่แท้แม่ทัพเซียว องอาจดั่งคำล่ำลือ ตัวจริงมิน่ากลัวเท่าคำกล่าว”
ลู่ฉีอมยิ้มนิดๆ กับคำว่าน่ากลัว
องค์หญิงกล่าวต่อ
“ว่าแต่ท่านทราบได้อย่างไรว่าข้ามีภัย ท่านพบขบวนของข้าแล้วหรือไม่”
“เราเดินทางไปคุยไปเถอะพระเ้าข้า”
...
หนิงเอ๋อกระวนกระวาย นี่คือศึกแรกที่มีการปะทะฆ่าฟันกันจริงๆที่นางพบเจอด้วยตเอง นางช่วยปฐมพยาบาลทุกคนในขบวนองค์หญิงจนเสร็จ
ลู่เอินควบม้าเดินกึ่งวิ่งเหยาะๆ มาโดยมีองค์หญิงนั่งซ้อนมาด้านหน้า
“คุณชายมาแล้ว”
...........
ขบวนของพวกเขาเข้าเมืองแล้ว ประตูเมืองมีกองทหารรักษาเมืองกำลังนำกำลังออกไปช่วยเหลือ ก็พบกันเสียก่อน
ลู่เอินวกกลับตัดหัวพวกมันทั้งหมดมา จากนั้นส่งให้ทางการ
องค์หญิงให้ปากคำกับเ้าหน้าที่ หัวพวกมันโดนเสียบประจานนอกกำแพง
เื่นี้ระบือไปทั่งนครหลวง
หมู่ตึกสกุลเซียว
สตรีนางหนึ่งดูไปคล้ายใกล้จะ 30แต่ความจริงอายุ 36 ปีแล้ว ด้านหลังพร้อมด้วยบริวารสตรีสาวมากมายในชุดสาวใช้สีฟ้าบ้างชมพูบ้างดูน่ามองงดงาม
สวีซูเม่ยภรรยาเพียงหนึ่งเดียวของอดีตแม่ทัพใหญ่เซียวลู่เสียน
“ลู่เอินลูกแม่”
“ท่านแม่”
บรรดาสาวใช้กล่าวด้วย
“คารวะคุณชาย”
จากนั้นพากันหัวเราะคิกคักยินดี สำหรับพวกนาง ลู่เอินคือหยกงาม ต้นไม้อร่ามดอกของบ้านนี้
สวีซูเม่ยกล่าว
“ดูสิ แม่ดีใจที่เจอเ้า แต่เ้าทักแม่เหมือนทักคนรู้จัก”
“ข้า..ก็ดีใจ”
“ฮ่ะๆ แม่หยอกเ้าเล่น แม่รู้จักเ้าดีหรอกน่า แค่นี้ก็คือสีหน้าที่แสดงมากที่สุดของเ้าแล้ว”
ลู่ฉีทักขึ้น
“คารวะนายหญิง”
“ลู่ฉี ขอบใจเ้ามากที่ดูแลคุณชายเ้า”
“ลู่ฉีไม่อาจรับความดีนี้ไว้”
“ไม่ใช่เ้าจะเป็ใคร?”
“เป็นางครับ”
ลู่เอินรีบเอ็ด
“ลู่ฉี เ้า..”
แต่ไม่ทัน นายหญิงบ้านสกุลเซียวจับจ้องคนที่ลู่ฉีแนะนำแล้ว
สตรีสาวหน้าตาสดใส ยิ้มชวยหลงน่ารักน่าชม แม้จะไม่ประทินโฉมแต่ก็สดใสน่ามอง ทรวดทรวงอวบเด่นเอวคอดสะโพกผายก้อนกลมงอนนางกุมมือที่หน้าตักแล้วย่อ
“คารวะนายหญิง”
“เ้ามีชื่อเรียกอะไร?”
“เรียนนายหญิง ข้าหนิงเอ๋อค่ะ”
“อืม....เ้าเป็อะไรกับลู่เอิน”
“เป็บ่าวรับใช้เ้าค่ะ”
ลูฉีแทรกขึ้น
“เป็สาวใช้ใกล้ชิดครับนายหญิง”
ลู่เอินเอ็ดอีก
“นี่..เ้า...จิ๊ส์”
สวีซูเม่ยแปลกใจจนหน้าตาตื่น ที่ผ่านมาสาวใช้ในบ้านแทบจะพลีกายทอดสะพานให้ขอเพียงลู่เอินกวักมือพวกนางจะถูกกระทำกี่รอบก็ยินดี แต่เขาก็ไม่เคย สตรีในเมืองหลายนาง ลูกคุณหนูหลายบ้านต่างก็เข้าหา เขาก็รับน้ำใจตามมารยาทเท่านั้น
ลู่เอินทำทีอึกอักเคอะเขินเล็กน้อยฃ
“ท่านแม่ เราเข้าไปข้างใน......”
“เ้าให้คนไปเก็บข้าวของ อยู่กับแม่ก่อน ผู้ติดตามเ้าให้พวกเขาไปพักผ่อน ไว้พรุ่งนี้ข้าจะมีรางวัลให้พวกเขา”
“ครับ...แล้วท่านแม่”
“เ้าอยู่คุยกับแม่ แม่มีเื่ถามนางเยอะแยะเลย”
ลูฉีลอบสะกิดหนิงเอ่อ ให้ยกมือซ้ายขึ้น
นางรีบทำตามแบบงงๆ
สวีซูเม่ยเอามือขวายกขึ้นวางมนมือซ้ายหนิงเอ๋อเป็การให้หนิงเอ๋อจูงประคอง
“เ้าคือสตรีที่ลูกข้าเรียกเข้าห้อง มา .. ขาจะพาเ้าชมบ้านของเรา”
“ของคุณนายหญิงที่เมตตาค่ะ”
ลู่เอินได้แต่เดินตามเงียบๆ
แต่กลุ่มคนที่แตกตื่นและไม่พอใจคือสาวๆในหมู่ตึก เมื่อนายหญิงเดินลัดไป พวกนางโวยวายกันเกลียวกราว กรูเข้ามาไถ่ถามลู่ฉียกใหญ่
“พี่ลูฉี ท่านบังอาจนัก เหตุใดปล่อยให้แมวขโมยจากชีจิ๋วแทะโลม”
“ลู่ฉี เ้าคนไร้น้ำยา ปกป้องคุณชายแค่นี้ทำไมทำไม่ได้”
“ลู่ฉีเ้าเด็กไม่ประสา เสียทีข้าเคยเมตตาเ้า เ้ากลับปล่อยให้นางที่ไหนไม่รู้หลับนอนกับคุณชาย”
“พี่ลู่ฉี ข้าไม่ยอมนะ ข้าเข้าหาคุณชายมาั้แ่เริ่มมีรอบเดือน จนตอนนี้เต็มสาวแล้วยังไม่มีโอกาศเลย”
“นั่นสิ นางเป็ใครกัน”
ลู่ฉีโดนดันไถ่ถามจนแทบถอยกระดอนออกมานอกบานประตูใหญ่ของบ้านหมู่ตึก
“พวกเ้าถามข้าขนาดนี้ข้าจะไปตอบทันได้ไง มาๆ ข้าจะเล่าทั้งหมดให้ฟัง”
....
“อืม...งั้นเหรอ เ้านี่เก่งไม่เบานะ”
สวีซูเม่ยกล่าวชมหนิงเอ๋อระหว่างพาเดินชมบ้าน
“นายหญิงกล่าวชมเกินไป ข้าเป็สตรีบ้านอก ไม่ประสา ไม่รู้ขนบบ้านตระกูลใหญ่ ไม่รู้วิถีชาวนครหลวง”
“ของพวกนี้จอมปลอม รู้มากก็ไม่ได้ช่วยให้ชีวิตดี แต่รู้ไว้ก็ดี ข้าเองก็เป้นหญิงบ้านนอก พบพ่อของลู่เอินระหว่างทำภารกิจเช่นกัน ถ้าถ่อมตัว กิริยาดี แต่ดูเปิ่นๆเงอะเงิ่นไปบ้าง ลูกข้าชอบแบบนี้นี่เอง”
“ค..ค่ะ”
“เ้า...สนใจเป็ฮูหยินแม่ทัพมั้ย?”
“เอ๋? ...ข้...ข้า..ข้าไม่กล้าหรอกค่ะ”
“ลูกข้าให้เ้าเข้าถึงตัวขนาดนั้น แต่งเ้า นับว่าข้าสอนลูกให้เสพสตรีทิ้งขว้างแล้ว นี่ไม่ใช่วิสัยผู้ชายสกุลเซียวของเรา”
“แต่ถ้าไม่คู่ควร ข้าว่า...องค์หญิงสามยังคู่ควรกว่าเลยค่ะ”
“แต่งกับเชื้อพระวงศ์เอาบ่วงรัดคอชัดๆ พ่อของลู่เอินได้ข้ากลับมารีบจับแต่ง เพราะกลัวว่าฝ่าาจะทรงพระราชทานสมรสให้น่ะสิ”
“นายหญิง ผิดจากที่ข้าคิดเลยนะคะ”
“ที่เ้าคิด คือยังไง?”
“หุย...ข้าไม่กลาพูดค่ะ”
“ลองเล่ามา เพระเดิมทีข้าเองตอนมานครหลวงใหม่ๆก็คิดกับคนที่นี่ไม่ดีอยู่บ้าง”
“คือ...”
ลู่เอินกล่าว
“เซี่ยวเอ๋อ ท่านแม่ให้เ้าพูด เ้าก็พูด”
สวีซูเม่ยรีบเอ็ด
“ลูกแม่ ใครให้เ้าออกความเห็น ไม่เห็นเหรอข้ากำลังถามนาง”
“ครับ”
“เอาล่ะหนิง....เซี่ยวเอ๋อ....เ้าว่ามา”
“ข้านึกว่านายหญิงจะรังเกียจที่ข้าเป็แค่สาวใช้นางบำเรอ ต้องกล่าวย้ำเตือนข้าว่าอย่าหวังสูง ให้คอยรับใช้คุณชายจนกว่าคุณชายจะออกเรือนกับสตรีที่คู่ควรค่ะ”
“อ้อ ... ฮ่ะๆๆ เ้านี่....”
“ข้าขอโทษค่ะนายหญิง”
“เปล่า ข้าไม่ได้ว่าอะไรเ้า ข้าแค่ชอบใจ... เ้ารีบแต่ง ขืนช้า ข้าสังหรณ์ว่าองค์หญิงสามจะโดนลากมามีส่วนร่วม
“ข้าเป็แค่สตรีไร้หัวนอนปลายเท้า ต่อให้แต่งก็เป้นแค่อนุ องค์หญิงก็ได้แต่งอยู่ดี”
“ผิดแล้ว เ้าฉลาด แต่ไร้ประสบการณ์ หากลู่เอินแต่งกับเ้า เ้าเป็ภรรยาหลวง องค์หญิงหากแต่มาทีหลัง ย่อมเป็ภรรยารอง ใครที่ไหนจะยอมลดพระเกียรติองค์หญิง และระดับเชื้อพระวงศ์ไหนเลยลดพระเกียรติมาเบียดเบียนภรรยาของแม่ทัพเพื่อขอเป็ภรรยาหลวง ศักดิ์ศรีจะเหลืออะไร”
“แบบนี้เอง”
“ข้าเองก็อยากอุ้มหลาน ดูทรวดทรงเ้าแล้วเหมาะเป็มารดาคน เชิงกรานเหมาะทั้งครรภ์คลอดบุตรธิดา เต้าถันเ้าอวบอิ่มทั้งที่อายุน้อย คาดว่ามีน้ำนมมากให้บุตร ริมฝีปากใสแม้ไม่ทาชาด บ่งบอกว่าร่างกายแข็งแรงไร้โรคภัย บุตรธิดาย่อมออกมาแข็งแรง เ้าทั้งไม่อวบอ้วน ไม่ผอมบาง เหมาะแก่การกอดบุตรธิดาและให้สามีกอดยามหลับและยามหนาว”
หนิงเอ๋อฟังแล้วนึกภาพตาม ลู่เอินก็เช่นกัน ทั้งคู่หน้าแดงขึ้นมา
สวีซูเม่ยยิ้มเยาะชอบใจ
“ดูสีหน้าพวกเ้าสิ...ยิ่งลูกข้าแล้ว ข้าไม่เคยเห็นสีหน้าแบบนี้ของเขา เย็นนี้เ้านั่งร่วมโต๊ะข้า”
“ข้า...”
“ถ้าปฏิเสธอีกข้าจะไปกินในห้องกับข้าวสาวใช้กับเ้า”
“งั้น...ก็ได้ค่ะ”
“แต่จนกว่าจะแต่ง เ้าจะนอนห้องลู่เอินไม่ได้ เ้าต้องนอนห้องข้างๆ จะเตรียมให้ เ้ายังคงเป็สาวใช้ ลู่เอินเรียกเ้าไปรับใช้สมสู่ในห้องได้เหมือนที่ชีจิ๋ว แต่ห้องจริงๆ ของเ้ายังคงต้องนอนแยก”
“ค่ะ”
หลังจากออกคำสั่งเสร็จ ทั้งหมดแยกย้ายกันไปที่พักของตนก่อนจะถึงเวลามื้อเย็น
“ท่านแม่ ทำแบบนี้นางจะไม่โดนเพ่งเล็งมากหรอกเหรอครับ”
“ดีแล้ว แม่อยากเห็นว่านางรับมือสาวใช้คนอื่นๆยังไง ถ้าแค่นี้รับมือไม่ได้ อย่าหวังช่วยแบ่งเบาเ้าได้ในวันหน้า เ้าเองก็ห้ามช่วยนางมากนัก”