ตอนที่ 6 อัคคีเทวะอัศนี
กลิ่นหอมของเปลือกไม้ที่ทำปฏิกิริยากับบรรยากาศตอนเช้าอุณหภูมิที่หนาวกว่าตอนกลางคืนเล็กน้อย ใบไม้ชุ่มไปด้วยไอน้ำที่อยู่ตามบรรยากาศทำให้รู้สึกชื้นเย็น ไผ่ลืมตาตื่นขึ้นมาก็นั่งบิดตัวยืดเส้นยืดสายที่นอนต้นไม้ให้ความนุ่มสบาย พลันเ้าตัวก็ลุกขึ้นไปหยิบขวดน้ำข้างกระเป๋ามาดื่มสองอึกการประหยัดน้ำเมื่ออยู่ในป่าก็เป็สิ่งหนึ่งที่ควรทำเพราะตราบใดที่ยังหาแหล่งน้ำไม่ได้ก็ไม่ควรใช้อย่างสิ้นเปลือง
“อื้อ! สดชื่นจังเลยแฮะนอนโดยไม่มีสิ่งไดมารบกวนแบบนี้มีความสุขโคตรแต่ว่านะงานสร้างที่พัก่เช้านี้คงต้องพักก่อนภารกิจใหม่ตอนนี้ก็คือหาแหล่งน้ำเพราะถ้าไม่ได้นี่อดตายแน่” ไผ่พูดเองเออเองแล้วก็ตัดสินใจเองอีกเช่นเคยเพราะอยู่ในป่าไม่มีเพื่อนคุยก็คงต้องคุยกับตัวเองไปก่อนเพื่อป้องกันไม่ให้ตัวเองต้องจิตตก
ซู๊ด!!!
สูดหายใจเข้าเต็มปอดเพื่อัักับบรรยากาศและกลิ่นที่เป็ธรรมชาติกลิ่นของใบไม้ที่ทับถมกันบวกกับอายดินตอนเช้ามีความอับชื้อนเล็กน้อยกลิ่นของผลไม้ที่ตกเกลื่อนพื้นไม่มีสัตว์ใดมาทานมีทั้งหอมหวาน ทั้งกลิ่นเน่าธรรมชาติเช่นนี้นับว่าหาดูได้ยาก ไผ่จึงซึมซับเพื่อเก็บไว้เป็ความทรงจำที่ดีแสงแดดลอดผ่านใบไม้มาเพียงเล็กน้อยทำให้แสงด้านล่างออกมืด ๆ ครึ้ม ๆหน่อยแต่พอมองเห็นรายละเอียดของที่นี่ได้
ต้นไม้ขนาดใหญ่ที่ขึ้นไม่ได้เรียงกันอย่างเป็ระเบียบอะไรห่างกันบ้าง ใกล้ๆ กันบ้างก็มี บางต้นก็ขึ้นติดกันปานจะกลืนกิน ต้นไม้หลากชนิดมีทั้งต้นสีน้ำตาลเข้มเปลือกขรุขระและมีกาบไม้ตรงพื้นเพื่อรอเป็ปุ๋ยต่อไปต้นไม้ต้นนี้ลักษณะมันจะขึ้นแบบลูกคลื่นงอไปมาแตกกิ่งก้านสาขา้าที่สูงขึ้นไปมากกว่า100 เมตร เป็วงกว้าง ตัวใบสีเขียวอ่อนลักษณะใบเป็รูปวงรีขอบใบหยักคล้ายใบเลื่อยเหตุที่แตกกิ่งก้านก็เพื่อจะรับแสงจากดวงอาทิตย์เพื่อการอยู่รอดของมันขนาดลำต้นที่ใหญ่ประมาณ 15คนโอบทำให้เวลาดูมันแล้วรู้สึกว่าต้นมันมั่นคงและคงแข็งแกร่ง
ต้นต่อไปเป็ต้นไม้สูงพอๆ กับต้นแรก แต่มีใบเป็รูปหัวใจสองดวงทาบติดกันผลของมันเป็สีม่วงมีลักษณะคล้ายชมพู่เพียงแต่ผลมีขนาดใหญ่ราว ๆ ลูกแตงโมข้างในลูกที่ว่านี้จะเป็เยลลี่ที่มีเมล็ดเล็ก ๆ คล้ายเมล็ดของแก้วัเนื้อมันมีสีออกชมพูผสมม่วง กลิ่นหอมเหมือนแคนตาลูปผสมส้ม
ไผ่ตัดสินใจสะพายกระเป๋าและอุปกรณ์เดินไปตามสัญชาติญาณของตนที่บอกทิศทางของแหล่งน้ำนั่นเพราะได้กลิ่นโคลนของบึงน้ำและคำนวณทิศทางที่มาของกลิ่นเพื่อหาความน่าจะเป็ที่เหมาะสมที่สุด
ในป่าไม่รู้ว่าทิศไหนเป็ทิศไหนนั้นเป็การยากที่จะคาดเดาได้ถ้าไม่รู้วิธีการซึ่งถ้าหากเป็โลกเดิม ไผ่จะดูทิศทางโดยลักษณะการพันของเถาวัลย์ แต่สำหรับที่นี่เถาวัลย์ขึ้นสะเปะสะปะยากที่จะคาดเดาหาทิศไผ่ค้นในกระเป๋าเพื่อหาเข็มทิศ อุปกรณ์อย่างเช่นปากกา เลเซอร์ ไฟฉายเล็ก ๆที่ใช้พลังงานแสงอาทิตย์ในการชาร์จ เข็มทิศเล็ก ๆสำหรับบอกพิกัดพื้นที่ถูกหยิบขึ้นมา ตัวเข็มทิศเป็รูปวงกลม มีเข็มบอกทิศทางให้และข้าง ๆเข็มจะเป็การใส่ตัวเลขพิกัดพื้นที่เพื่อให้เข็มทิศทำการค้นหาและนำไปโดยอัตโนมัติแต่ตอนนี้เมื่อเห็นเข็มหยุดอยู่กับที่ไม่ไหวติงไปไหนไผ่ก็อยากจะปาทิ้งให้มันรู้แล้วรู้รอดไปเสียเลย
“เฮ้อ ทิศทางก็ไม่รู้ว่าทิศไหนเป็ทิศไหนการสังเกตที่เรียนมาก็ใช้กับที่นี่ไม่ได้ สงสัยคงต้องใช้วิธีทำเครื่องหมายแล้วกะละมังกลับไปใช้วิธีการแบบทหารยุคเก่าก็คงไม่เลวเหมือนกัน”ไผ่บ่นออดแล้วจับคลำขาขวาตนเองตรงที่มีมีดสุดหวงเก็บไว้มันถูกล็อกด้วยรหัสลับอย่างแ่าซึ่งคงจะมีแต่เ้าตัวเท่านั้นที่รู้ในตอนนี้เป็มีดที่หวงแหนแสนลำค่าเกินไปเวลาคับขันก็ดึงมาใช้ไม่สะดวกเพราะต้องมัวปลดนู่นนี่นั่นเพื่อรันรหัสอีกและคราวนี้เ้าตัวก็แค่แตะ ๆ มันแค่นั้นเพื่อให้ตัวเองรู่สึกสบายใจ จากนั้นก็เปลี่ยนจุดเป็การดึงมีดสั้นเล็กๆ ตรงสายรัดเอวออกมา ปืนสั้นสองกระบอกยังคงอยู่ ะุและอุปกรณ์จำนวนหนึ่งก็อยู่ เขากะจะลองทดความความคมของมันโดยใช้ต้นไม้ด้านหน้าซึ่งมีลำต้นขนาดใหญ่ทรงสูงผิวไม้เรียบสวยงามมีดสั้นถูกใช้งานโดยการทำสัญลักษณ์
แกรกๆๆแกรกๆๆ ....ได้แค่รอยเท่าขนแมว
“ไม้บ้าอะไรวะแข็งบรรลัยแล้วนี่กว่าจะทำเครื่องหมายได้มันไม่ตะวันตกดินเลยเรอะ ไม่เอาอ่ะใช้วิธีการฉบับดั้งเดิมของทหารในอดีตดีกว่าวิธีการที่ตอนนี้คงจะเหลือแค่ตำนานที่ซึ่งได้กลายเป็นิทานหลอกเด็กไปเรียบร้อยแล้วล่ะมั้งแต่เรายังสืบทอดอยู่เว้ย เอาล่ะๆ” ไผ่บ่นอุบที่เปลือกไม้มันแข็งจนมีดเฉือนไม่เข้าได้แค่ฝากรอยเท่าขนแมวไว้เท่านั้นเสียงสูดหายใจของไผ่แ่ลงมือสองข้างพนมขึ้นมาส่วนตัวมีดสั้นนั้นอยู่ระหว่างนิ้วชี้กับนิ้วหัวแม่มือ
วิชาที่หายสาบสูญจนเหลือแค่ตำนานที่ตอนนี้ยังมีคนหนึ่งคนที่ยังคงสืบทอดวิชาเหล่นี้อยู่ตรงนี้แล้ววิชาที่อาจจะเรียกได้ว่า เป็
.....คาถาอาคม....
“โอมมะลึกกึกกึ๋ย มะลึกมะลึกกึกกึ๋ย” สุรเสียงที่เปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิงเมื่อเอ่ยคำเหล่านี้แววตาที่แม้ตอนนี้แสงสว่างจะส่องไม่ค่อยถึงแต่แสงสีแดงที่ฉายแววออกมาจากตานั้นมันเปลี่ยนบุคลิกของไผ่ไปโดยสิ้นเชิงสิ้นเสียงก็เป่าลมไปยังตัวมีดอย่างช้า ๆ ไม่ได้มีเอฟเฟคที่มีแสงหรือควันอะไรพุ่งเข้ามีดอย่างในหนังเป็แค่ลมปากเปล่า ๆที่ดูจากภายนอกแล้วไม่ได้มีอะไรเปลี่ยนแปลงเลยไผ่กะพริบตาทีหนึ่งพลันบุคลิกก็เปลี่ยนมามาดเช่นเดิมพร้อมกับรอยยิ้มกวนบาทาปลายมีดจิ้มไปที่ต้นไม้ก็ปรากฏว่ามันเข้าลึกกว่าเดิมและทำเครื่องหมายง่ายขึ้นเพราะออกแรงสุดกำลังแกรก ๆ ๆ ยังคงไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง ความแข็งของต้นไม้ยังคงเหมือนเดิมเพิ่มเติมคือท่าทางปัญญาอ่อนของไผ่เครื่องหมายรูปลูกศรที่ชี้ไปยังที่พักเสร็จสิ้นไปอย่างยากลำบาก และต้นต่อ ๆ ไปก็ถูกทำเช่นนี้
เดินผ่านต้นไม้บางทีก็ต้องคอยตรวจตราดูรอบข้างไปด้วยเผื่อมีตัวอะไรโผล่มาพลันเท้าก็ต้องคอยหลีกเลี่ยงการเหยียบผลไม้เน่าที่เกลื่อนพื้นเ้าไผ่มองดูต้นไม้ที่มันคลับคล้ายคลับคลากันพลันต้นหนึ่งก็ถูกทำเครื่องหมายลูกศร
แสงสว่างเล็กๆ เล็ดลอดมาจากลำต้นของกลุ่มต้นไม้เบื้องหน้า อันเป็ปัจจัยที่บ่งบอกว่าข้างหน้านั้นถ้าไม่เป็บึงน้ำ ก็ต้องเป็พื้นที่โล่งแน่นอนแต่ตามกลิ่นแล้วคงเป็อย่างแรก
ชั่วอึดใจก็มาถึงตรงที่ว่า..................
สถานที่เป็บึงน้ำขนาดกว้างที่มองไปแล้วเห็นูเาใหญ่อยู่ลิบๆ รอบ ๆ บึงมีหญ้านานาชนิดขึ้นอยู่เต็มไปหมดพืชน้ำที่มีลักษณะเป็ผักบุ้งน้ำขนาดใหญ่ บางชนิดก็เป็ต้นที่ขึ้นเป็พุ่ม ๆหนำซ้ำยังมีต้นไผ่ด้วย เป็ต้นไผ่จริง ๆ แต่ขนาดมันใหญ่กว่าปกติขึ้นอยู่ประปรายไผ่ค่อย ๆ เดินไปตรงฝั่งแล้วชะเง้อดูในน้ำ
“อืมตรงนี้ตื้น และน้ำก็ใสอีกด้วยส่วนตรงหน้านั้นเหมือนจะค่อย ๆ ลึกลงไปทีละน้อย ๆ ตามร่องูเาในน้ำมีปลามีสัตว์น้ำชนิดต่าง ๆ เหมาะสำหรับเป็วัตถุดิบเพื่อใช้ในการดำรงชีวิตแม้ไม่รู้จะกินได้หรือเปล่าก็เถอะ แต่คิดไปคิดมาแล้วคงจะจับมันยากสักหน่อย” ไผ่พึมพำกับตัวเองสำหรับการจับปลาที่บอกว่ายากให้ลองนึกดูเ้ากบที่มีขนาดตัวเท่ารถเก๋งที่เคยผ่านมาเมื่อก่อนหน้านั้น ขนาดมันพอๆ กัน
“เหนื่อยจิตจริงจริ๊งที่ต้องมาเจอะเจออะไรแบบนี้อยากอาบน้ำก็จวนจะแย่อยู่แล้ว แต่ก็กลัวว่าสัตว์น้ำน่ารักพวกนี้จะคาบไปรับประทานอืม...คงต้องหาอะไรสักอย่างมากันเพื่อไม่ให้พวกนั้นเข้ามากินเราสินะ เอาล่ะทำเื่ง่ายๆ ให้กลายเป็เื่ยากดีกว่า ทีแรกว่าจะขุดบ่อแล้วเปิดเส้นทางน้ำเอามา แต่ไม่เอาดีกว่า ตัดต้นไม้ทับเอาน่าสนุกกว่าเยอะ” ไผ่ยืนบ่นและครุ่นคิดหาวิธีพลันก็เดิน ๆ ไปพื้นดินริมบึง ต้นไม้ 6 คนโอบลำต้นสูงเรียวและตั้งตรง สูงประมาณ 80กว่าเมตร มันขึ้นอยู่ประปรายริมบึงน้ำนี้เขาใช้มีดขูดเพื่อทดสอบเนื้อไม้เมื่อเห็นว่ามีดเจาะได้ง่ายก็เลือกเป้าหมายทันที
“ต้นนี้ใช้ได้แฮะต้นนี้และต้นนี้ก็ใช้ได้ ขอตัดละนะครับเพื่อความอยู่รอดของมนุษย์ตัวกระจ้อยอย่างผม” ไผ่ตบที่ต้นไม้ต้นหนึ่งดังปึ๊กแล้วเ้าตัวก็เดินอ้อมไปอยู่ด้านหลังต้นไม้นั้น กระเป๋าถูกวางไว้ห่างจากลำต้นร่วม10 เมตร และชั้นที่ใหญ่ที่สุดถูกเปิดออกเผยให้เห็นกล่องโลหะ 1*1 คืบ ถูกหยิบขึ้นมาไผ่เปิดออกเผยให้เห็นด้ามจับ 2 ด้ามที่มีลวดเส้นเล็กกว่าสายชาร์จโทรศัพท์พันรวมกันอยู่ในลักษณะลอกเบ็ดอยู่ข้างๆ ทั้งสองด้าม และลวดมันเชื่อมกันทั้งสองด้าม สิ่งนี้เรียกว่าเลื่อยลวดซึ่งใช้สำหรับโค่นต้นไม้โดยเฉพาะ ตัวลวดมีลักษณะเป็เหล็กที่มีความยืดหยุ่นสูงตรงเส้นจะเป็เกลียวคล้ายดอกสว่าน ไผ่หยิบมันขึ้นมาแล้วปักด้ามจับด้ามหนึ่งลงกับพื้นส่วนอีกด้ามตนถือไว้แล้วก็บิดลอกเพื่อเปิดกลไกที่ยึดตัวเส้นไว้เขาลากเส้นลวดจนรอบต้นไม้ และจับด้ามที่เคยปักไว้ก่อนหน้าดึงออกมาอีกเพื่อถอยให้ห่างจากต้นไม้ขนาดใหญ่ประมาณ 2.5 เมตรและไม่ต้องห่วงว่าลวดจะยาวไม่พอ นั่นเพราะความยาวของลวดนั้นสามารถล้อมต้นไม้ขนาด12 คนโอบได้ 2 รอบ ไผ่เดินหมุนตัวเองไปยังบึงน้ำเสียงหายใจเริ่มแ่ลงพลันบุคลิกก็เปลี่ยนไปอีกครั้ง
“โอมมะลึกก๊กกึ๋ย อะดึ๋ย อะดึ๋ย” คำกล่าวหากินถูกใช้ออกในยามที่้าเครื่องทุ่นแรงที่มองไม่เห็นเสียงเอื้อนเอ่ยพลันก็เป่าไปยังเส้นลวด พอกะพริบตาหนึ่งทีบุคลิกกลับมาเหมือนเดิมพร้อมกับรอยยิ้มกวนบาทาเช่นเคยซึ่งแน่นอนว่าปกติไผ่ไม่แสดงกิริยาแบบนี้ให้ใครเห็น นอกจากคนที่ไว้ใจจริง ๆบุคลิกส่วนใหญ่ของไผ่เมื่ออยู่กับคนอื่นมักจะเงียบ โดยเฉพาะอยู่กับผู้ชาย
มือทั้งสองจับลอกลวดแล้วดึงสลับกันเส้นลวดค่อยๆ เฉือนเนื้อของต้นไม้ ราว ๆ 4ชั่วโมงผ่านไปไวเหมือนโกหกแต่สำหรับไผ่นั้นไม่ได้ตลกด้วยเลย เสียงหอบแฮก ๆเพราะความเหนื่อยที่ดึงแขนสลับกันไปมาติดต่อกันลักษณะการตัดของเ้าไผ่ตัดเป็แนวเฉียงจากข้างบนมายังข้างล่างเพื่อกันต้นไม้มันหนีบลวด และในที่สุดก็ตัดมาได้ 8 ส่วน 10แล้ว และทันใดนั้นเอง เสียงต้นไม้ก็ลั่นเปรี๊ยะ ๆ พลันก็ค่อย ๆเอนมาหาเ้าไผ่ต้นไม้ค่อย ๆ ล้มลงมาอย่างช้า ๆส่วนตัวเ้าไผ่ก็เปิดลอกลวดข้างหนึ่งแล้วโยนมันอ้อมต้นไม้พลันก็รีบจ้ำอ้าวเดินออกจากจุดที่ต้นไม้กำลังเอนลงมาแล้วก็ไปนั่งพักหลบอยู่หลังต้นไม้ดูมันค่อย ๆล้มลงด้วยรอยยิ้มแห่งความดีใจปรากฏบนใบหน้า
เปรี๊ยะๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ โครม!!!!!!!!ตูม!!! ซ่าๆๆๆๆ
เสียงต้นไม้หักแล้วล้มลงไปยังบึงน้ำพร้อมกับแรงกระแทกที่ทำเอาพื้นดินะเืแรงกระแทกฟาดน้ำดังตูมพร้อม ๆ กับน้ำที่สาดกระเซ็นออกมานอกสระตัวต้นไม้นั้นกั้นน้ำเป็รูปตัว / ออกเฉียง ๆ และต้นต่อไปก็ถูกเลือก
4ชั่วโมงผ่านไปก็ปรากฏผลสำเร็จ ต้นไม้ต้นที่สองได้ล้มลงแล้วตรงปลายต้นไม้นั้นหักทับกันไปยังกลางน้ำ ลำต้นมันกันเป็รูปตัว V กลับด้านอันเป็ที่กั้นแห่งความอยู่รอดที่เ้าไผ่จะใช้สำหรับอาบน้ำและใช้สอยประโยชน์ต่าง ๆเ้าตัวยืนดูผลงานตัวเองด้วยรอยยิ้มพิมพ์ใจ แต่สายตาก็พลันไปเห็นอะไรบางอย่างที่ออกขาว ๆ นวลผุดผ่องขนาดเท่า ๆ รถเก๋งแสงแดดยามบ่ายที่กระทบมันนั้นช่างแวววาวน่ายั่วใจรอยยิ้มบังเกิดขึ้นพร้อมกับเสียงท้องร้อง
“หืม...ได้อาหารเย็นและอาหารสำหรับวันต่อ ๆ ไปแล้ว บังเอิญอะไรอย่างนี้”
..............................