ตอนที่15
โรงเตี๊ยมซินอี๋
ฟางหรงหลังจากทำงานของตัวเองเสร็จก็ได้เวลามาหาภรรยาสาวที่โรงเตี๊ยมเหมือนอย่างเคย จังหวะที่ชายหนุ่มกำลังก้าวขาเดินเข้าไปในร้านสายตาก็เหลือบมองไปเห็นว่ามีชายคนหนึ่งกำลังยืนเกี้ยวพานภรรยาสาวของตนเองอยู่
ชายหนุ่มเดินไปนั่งอยู่ด้านหลังชายผู้ที่กำลังยุ่งกับภรรยาสาวใบหน้าเขาเรียบเฉย ไม่มีความโกรธหรือความไม่พอใจแสดงผ่านสีหน้าเขาเพียงนั่งจ้องมองดูการกระทำของบุรุษผู้นั้นอย่างเงียบๆ
“แม่นาง...บ้านข้าร่ำรวยมากข้าสามารถเลี้ยงดูเ้าได้อย่างสบาย เ้าไม่ต้องมาทำงานลำบากในที่เช่นนี้ เพียงเ้าไปอยู่ที่จวนของข้า สวยๆ อย่างเ้าข้ายกให้เป็ฮูหยินชี้นิ้วสั่งอย่างเดียว นอกจากบ้านข้าจะร่ำรวยแล้วพ่อของข้ายังรับราชการทหารมียศศักดิ์ใหญ่ พี่เขยข้าก็รับราชการเหมือนกับท่านพ่อข้าครอบครัวข้ารวยมีเงินใช้ไม่หวาดไม่ไหวในเมืองนี้ไม่มีใครไม่รู้จักชื่อเสียงของข้า”
นางยืนฟังบุรุษผู้มีรูปร่างท้วม ร่ายยาวเกี่ยวกับความร่ำรวยของตน นางยืนนิ่งมิได้พูดอะไรมีเพียงรอยยิ้มน้อยๆปรากฏที่หน้าตั้งใจฟังชายที่กำลังเกี้ยวพานนางอยู่ แม้นว่านางจะมองเห็นแล้วว่าสามีได้เข้ามาอยู่ในร้านแล้วและเขากำลังตั้งใจฟังชายผู้นี้ที่พร่ำเพ้อเื่ตนเองให้นางฟังไม่ต่างกัน
“ขอบคุณเ้าค่ะที่ท่านบอกข้า แต่ว่าข้ามีสามีแล้วเ้าค่ะ สามีข้าก็ไม่ใช่ย่อยนะเ้าคะ มีกิจการค้าขายมากมายหลายอย่าง มีที่ดินไว้ปลูกอีกตั้งหลายที่ถือว่าเป็เศรษฐีก็ว่าได้ แค่นี้ข้าก็อยู่เป็ฮูหยินสุขสบายแล้วเ้าค่ะ และอีกอย่างที่ท่านเห็นว่าข้ามาทำงานในโรงเตี๊ยมก็แค่ข้าอยากมาดูลูกค้ามาดูแลคนงาน นั่นคือความสุขของข้าเหมือนกันไม่ลำบากอะไรเลย ขอบคุณท่านที่เป็กังวลว่าข้าจะทำงานลำบาก”
ในระหว่างที่ชายร่างท้วมจะเอ่ยปากพูดต่อ ฟางหรงก็ได้ลุกขึ้นยืนเดินมายังชายผู้นั้น
“ข้าขอบใจเ้านะที่มาพูดคุยกับภรรยาข้า แต่ภรรยาข้าขอดูแลเองดีกว่าไม่ต้องให้ท่านช่วย”
เมื่อรู้ว่านางมีสามีแล้ว ชายร่างท้วมก็เดินกระแทกเท้าเสียงดังเดินออกจากร้านด้วยใบหน้าที่ไม่พอใจนัก ในเมื่อเขาโดนตามใจมาตลอดไม่มีอะไรมาขัดความ้าของเขาได้แต่อยู่ๆ เื่ที่อยากได้กลับมีเ้าของเขาย่อมไม่พอใจนานๆ จะเจอหญิงสาวที่ถูกใจย่อมโมโหที่เจอนางช้าไป แถมสามีนางเขากลับไม่ชอบขี้หน้าเอาซะเลย
“ท่านหึงข้าหรือไม่ ไม่เห็นท่านโกรธหรือหาเื่ชายผู้นั้นเลย” หญิงสาวหันหน้ามาคุยกับสามีเมื่อชายผู้นั้นออกจากร้านไปแล้ว และใบหน้าสามีก็ไม่ได้มีปฏิกิริยาอะไรเกี่ยวกับชายผู้นั้น
ฟางหรงหันหน้ามามองภรรยาสาว “หึงสิ แต่ข้าย่อมเก็บอาการอยู่ ดูเหมือนภรรยาข้านี่เสน่ห์แรงเสียจริงมีชายมาหมายปองแบบนี้ข้าจะละสายตาไปได้อย่างไรกัน”
“ท่านพี่ ตัวข้าใจข้าก็มีแต่ท่านเพียงผู้เดียวท่านไม่ต้องกลัวหรอกว่าข้าจะเปลี่ยนใจจากท่าน เมื่อข้าก็รักท่านมากถึงเพียงนี้” นางไม่ได้มีแต่คำพูดแต่นางยังกระทำโดยการเขย่งเท้าโน้มหน้าเข้าััใบหน้าชายหนุ่มด้วยริมฝีปากของนางไม่อายแเื่มากมายที่นั่งอยู่ในร้าน เพราะนางคิดว่านางมีสามีแล้วคนในร้านจะได้รู้กันทั่วไม่กล้ามายุ่งวุ่นวายกับนางอีก
“ข้าขอบใจเ้ามากเ้าแสดงให้เห็นแล้วว่าเ้ารักข้าเพียงใด โชคชะตาเล่นตลกทำให้เราได้มาเจอกันแม้ตอนแรกที่เจอกันนั้นไม่ดีนัก แต่ข้าก็ขอบคุณคนที่วางยาข้านะเพราะทำให้ข้าได้เจอเ้า”
“ท่านรู้หรือเ้าคะว่าใครเป็คนวางยาท่าน” นางมีสีหน้าคิ้วขมวดเมื่อพูดถึงเื่นี้ เพราะเื่นี้ทำให้นางเป็กังวลั้แ่ต้น
“ข้าไม่รู้หรอกคนที่ถูกวานให้ลงมือทำก็โดนฆ่าตาย ทำให้ข้าจับตัวคนสั่งไม่ได้”
“ทีแรกท่านก็โกรธข้าตั้งนานไม่ยอมฟังข้าอธิบาย เห็นไหมข้าไม่ได้เป็คนทำสักหน่อย” หญิงสาวแสดงสีหน้าไม่พอใจเมื่อนึกถึงเื่นี้
“ภรรยาข้า เ้าทำหน้าเช่นนี้ก็เพราะเ้าโกรธข้าใช่หรือไม่ ข้าขอโทษก็ตอนนั้นข้าเบาปัญญาไปหน่อยทำให้ข้ามองเ้าผิดไป เ้าให้อภัยข้าเถิดนะ”
“ก็ได้ๆ ข้าให้อภัยท่านก็ได้ ยังไงซะเราก็เป็สามีภรรยากันแล้วถ้าข้ามัวแต่มางอนมานึกโกรธท่านชีวิตคู่คงจะน่าเบื่อพอดี”
ชายหนุ่มถึงกับยิ้มไม่หุบเมื่อภรรยาสาวช่างเข้าใจชีวิตยิ่งนัก “ข้านี่ได้ภรรยาแสนดีอะไรเช่นนี้”
ฟางหรงสวมกอดหญิงสาวจากด้านหลัง หอมแก้มนางฟอดหนึ่งด้วยความรักไม่อายคนที่มองมาหาพวกเขาทั้งคู่
หลิงเอ๋อและหลินปอ บ่าวสาวรับใช้ที่ยืนอยู่ตรงนั้นได้แต่อมยิ้มในความน่ารักของสามีภรรยาที่ดูรักกันมาก
“ข้าว่าพวกเราหาอะไรดื่มกินกันดีกว่า ข้ารู้สึกว่าคนชักจะมองกันเยอะแล้วและท่านก็ปล่อยข้าได้แล้วมีคนมองกันเต็ม” ซินอี๋ตอนนี้กลับรู้สึกอับอายกับคนที่มองมา เมื่อพวกเขากลายเป็จุดสนใจให้คนหันมามองพร้อมเพรียงกัน
“ก็ได้ๆ” ฟางหรงยอมที่จะปล่อยแขนออกจากตัวนางแม้ใจจริงไม่อยากจะปล่อยหรอก เพราะคนอื่นจะได้รู้ว่าเขาคือสามีของนางคนนี้ของเขาห้ามยุ่ง
หลังจากนั่งดื่มกินกับภรรยาสองคน ฟางหรงก็พานางกลับบ้านและไปเดินเล่นอยู่ศาลาท่าน้ำกันสองคนเพื่อเติมความหวานให้กับชีวิตคู่
“ท่านพี่...ข้ามีของจะให้ท่านไว้ติดตัว มันเป็ของข้าที่ติดตัวมาั้แ่เด็ก” นางหยิบหยกชิ้นหนึ่งเป็วงกลมสีเขียวเข้มแกะสลักด้านในเป็รูปกระเรียน
“หยกชิ้นนี้น่าจะทำยากอยู่นะ ลายแกะสลักคงยากอยู่ เป็ของติดตัวเ้ามาั้แ่เด็กเลยรึ” ฟางหรงที่รับมาสำรวจดูเอ่ยถาม
“เ้าค่ะ ข้าเคยถามท่านพ่อ ท่านบอกว่าเป็ของข้าที่ติดตัวมาน่าจะเป็ของที่ท่านพ่อท่านแม่จริงๆไว้ให้ข้าตอนเกิดกระมั้ง
“พ่อแม่เ้าจริงๆเป็ใครกัน” ฟางหรงขมวดคิ้วย่นมองด้วยความสงสัยว่านางจะเป็ลูกของใครจะช่วยหาพ่อแม่ตัวจริงของนางดีหรือไม่นางจะได้รู้ว่าใครคือพ่อแม่จริงๆ ของนาง
“ข้าก็ไม่รู้ ข้าเคยถามท่านพ่อ ท่านพ่อบอกว่ารับข้ามาจากชาวบ้านคนหนึ่งบอกว่าไปเจอข้านั่งร้องไห้อยู่ในป่าแต่ไม่รู้ว่าพ่อแม่ของข้าไปไหน ชาวบ้านคนนั้นเห็นข้าอยู่คนเดียวแล้วร้องไห้เสียงดังก็อดสงสารไม่ได้ก็เลยอุ้มข้ากลับบ้านไปเลี้ยง พอดีตอนนั้นท่านพ่อผ่านมาพอดีพอสอบถามชาวบ้านคนนั้นเห็นข้าเป็เด็กสาวน่ารักและท่านยังไม่มีลูกก็เลยรับข้ามาเลี้ยงในจวนเป็ลูกบุญธรรม”
“ชีวิตของเ้าน่าสงสารยิ่งนัก ต่อไปข้าจะต้องดูแลเ้าดีๆให้มากกว่าที่เป็อยู่เพื่อชดเชยความรักที่เ้าขาดหายไป” ฟางหรงดึงนางเข้ามากอดปลอบใจและให้กำลังใจภรรยาที่รักที่ไม่รู้ว่าพ่อแม่ตัวเองเป็ใคร แถมมาอยู่ที่จวนเสนาบดีก็ไม่ได้รับความรักอีก
“แค่นี้ก็ดีมากพอแล้วเ้าค่ะ อย่าดีกับข้ามากเดี๋ยวข้าจะเอาแต่ใจได้” นางสวมกอดสามีแน่นขึ้นซุกหน้ากับอกแกร่ง ร่างกายเขาช่างอบอุ่นจนนางไม่อยากที่จะปล่อยไปไหนไกลอยากกอดอยากซบอยู่แบบนี้ไปเรื่อยๆ
“ไม่เป็ไรข้าให้เ้าเอาแต่ใจได้” ชายหนุ่มหัวเราะเบาๆ
“ไม่เอาดีกว่า ท่านก็เก็บหยกชิ้นนี้ไว้กับตัวท่านให้ดีนะมันเป็ตัวแทนของข้า”
“ขอรับนายหญิง ข้าจะเก็บมันไว้ข้างกายข้าตลอดไป”
“แล้วของแทนใจจากท่านล่ะ มีให้ข้าบ้างหรือไม่” หญิงสาวแหงนหน้ามาถามสามีดู
“ของแทนใจจากข้าเหรอตอนนี้ข้าไม่มี เดี๋ยวข้าหามาให้เ้าแล้วกัน ถ้าข้าเจอของที่คู่ควรกับเ้าข้าค่อยให้นะ ”
“ก็ได้เ้าค่ะ ข้าจะรอ”
“เอาล่ะวันนี้เ้าเหนื่อยมามากพอแล้วซบอยู่กับอกของข้านานๆ เถอะ”
“เ้าค่ะท่านพี่”
ทั้งสองคนยืนกอดกันท่ามกลางสระบัวที่รายล้อมเป็พยานรัก มีลมพัดโชยโบกสะบัดเรื่อยๆ ให้รู้สึกสดชื่นเย็นสบาย บรรยากาศยามเย็นไม่มีแดดค่อนข้างจะดีทีเดียว
ทางด้านหลินปอที่ยืนมองอยู่ด้วยกันกับหลิงเอ๋อ ก็อมยิ้มน้อยยิ้มใหญ่มองดูความน่ารักของเ้านายทั้งสองที่พลอดรักกัน
“ข้าอิจฉาพวกท่านจริงๆ ที่ได้เจอรักแท้มีความรักมอบให้กันอย่างนี้ ข้าอยากมีคนรักของข้าบ้างจัง” หลิงเอ๋อที่ยืนบ่นคนเดียวทำให้หลินปอนึกหมั่นไส้
“โอ๊ย...ปากอย่างเ้าน่าจะหาสามีได้ยาก”
หลิงเอ๋อหันหน้าขวับ ถลึงตาใส่หลินปอด้วยความโกรธ “นี่...เ้าว่าข้าทำไมกัน”
“พูดจาแบบเ้า ผู้ชายที่ไหนจะเข้าหา ข้าเป็ผู้ชายข้ายังไม่สนใจเ้าเลย”
“ก็เื่ของเ้า ข้าไม่ได้คิดจะเอาเ้ามาเป็สามีนี่”
“แล้วใครคิดว่าข้าจะเอาเ้ามาเป็เมียละหลิงเอ๋อ ต่อให้แถมข้าวสารหลายกระสอบข้าก็ไม่เอาเ้ามาเป็เมียข้าหรอก”
หลิงเอ๋อโกรธที่หลินปอพูดว่านาง ได้ทีนางเอากำปั้นน้อยๆ ทุบหลินปอหลายๆ ครั้งจนหลินปอต้องวิ่งหนีเอาตัวรอด
หลินปอวิ่งไปหลบหลังป้าลี่แม่ของหลิงเอ๋อ เพื่อให้ท่านช่วยหยุดลูกสาวไว้
“นี่มันอะไรกันหลิงเอ๋อเสียงดังเชียว” ป้าลี่ส่งเสียงดุลูกสาวตนเองที่วิ่งไล่ผู้ชายในเรือนไม่อายบ่าวใช้คนอื่นที่ยืนมอง
“ก็เ้าหลินปอสิท่านแม่มาหาว่าข้าไม่มีใครเอาไปเป็เมีย” ได้ทีนางฟ้องแม่ทันทีเผื่อแม่ผู้บังเกิดเกล้าจะเข้าข้างตน
“ก็มันจริงนะท่านป้า ปากนางร้ายอย่างกับอะไรดี ชอบว่าข้าเป็ที่สุด”
“ก็เ้ามันสมควรว่าไม่ล่ะ” หลิงเอ๋อพูดสวนทันที
“พวกเ้าสองคนก็พอกันนั่นแหละ ข้าว่าสักวันหนึ่งพวกเ้าคงจะได้เป็สามีภรรยากันเข้าสักวัน” ป้าลี่ได้แต่ส่ายหัวให้กับสองคนที่เถียงกันไม่หยุด
“ไม่เอาหรอกท่านป้า ข้าไม่เอาลูกสาวท่านเด็ดขาดเป็ร้ายตายดียังไงข้าก็ไม่สนใจนาง”
หลินปอรีบปฏิเสธอย่างไว สร้างความโกรธแค้นเท่าทวีคูณแก่หลิงเอ๋ออย่างมาก นางกัดฟันกรอดๆจ้องมองหลินปอจะกินเืกินเนื้อ
“เหมือนกันท่านแม่ข้าไม่สนใจไอ้ผู้ชายที่มันว่าผู้หญิงอย่างข้าหรอก” นางจ้องเขม็งไปยังชายผู้อยู่ด้านหลังมารดาอย่างกับเอาเื่ จับได้เมื่อไหร่นางจะเตะให้ขาหักเชียว
“เดี๋ยวแม่จะคอยดูพวกเ้าแล้วกัน กัดกันแบบนี้มักจะลงเอยด้วยการแต่งงานกันเกือบทุกราย”
นางพูดจบก็เดินออกไปทำงานของตัวเองต่อ ไม่สนใจสองคนที่กำลังจ้องกัดกันอย่างไม่มีใครยอมใคร