นักปกครองแห่งลามัส (4)
...เวลาผ่านไปเนิ่นนานเท่าใดไม่อาจทราบ หญิงสาวผิวสีเขียวเดินเข้ามาในห้อง “หมดเวลาพักแล้วค่ะทุกท่าน ๆ” เธอพูดขึ้นด้วยเสียงดัง
ทุกคนภายในห้องเริ่มตื่นตัว าาอารยันคลายสติออกจากภวังค์ บิดี้เีแล้วลุกขึ้นนั่ง
ตัวเล็กเพิ่งสังเกตเห็นเดี๋ยวนี้เอง ว่าาามีอวัยวะมากกว่าเธอ ท่อนยาวเป็ว่าปกคลุมด้วยขน เหลืองปนขาว แต้มจุดดำ โผล่ออกมาเหนือก้นของเขา แกว่งไกวระอากาศ
หาง! จริงแท้แน่นอน คนทั่วไปบนดาวดวงนี้อาจจะมีหางเหมือนกันด้วย ตัวเล็กเหลือบมองไปที่ก้นริเวนด้า ทว่าเก้าอี้บินบดบังทัศนวิสัย เด็กจึงหันไปสนใจ ที่าาอารยัน
เขานั่งหย่อนขาลงข้างหนึ่ง ลำตัวตั้งตรง ก่อนที่หางของเขาจะเอี้ยวพัน รัดไว้กับเอวเ้าของ ราวกับมันเป็เข็มขัดที่มีชีวิต
“ฮา...ว!” เสียงหาวยาวเหยียดกับดวงตาปรือ บอกว่าเขายังคงสะลึมสะลือ สติยังไม่คืนมาอย่างเต็มที่ “ไง! ตัวเล็ก” เขาทักเด็กผู้หญิงตัวน้อยที่กำลังกึ่งนั่งกึ่งนอน บนเก้าอี้ทำท่าจะหลับ
จริง ๆ แล้วเธอกำลังแอบมองทุกคนอยู่
ตัวเล็กสะดุ้งตื่นขึ้นยกสองมือพนมรับคำทักทาย “สวัสดีค่ะ”
“อื้ม! ...แบบนี้ดีนะ ฉันว่าดี” อารยันพูดขึ้น
ผู้ร่วมโต๊ะประชุมต่างมองหน้ากันเลิกลัก คงสงสัยว่าพระาากำลังพูดถึงเื่อะไร
“ผลการตรวจ โครงสร้างพันธุกรรมของเด็กผู้หญิงออกมาแล้วนะคะ ท่านจะรับตอนนี้เลยหรือเปล่าคะท่านพ่อ?” พนักงานร่างเล็กผิวสีเขียวถามไปทางาาอารยัน ซึ่งกำลังนั่งตัวตรงเป๋ง มือประสานกันคล้ายกับทำสมาธิ
“เอาขึ้นจอเลย!” อารยันตอบ
พลันมีภาพปรากฏขึ้นกลางโต๊ะ ขณะที่รอบด้านมืดครึ้มลง
เป็ภาพบางอย่าง ลักษณะเป็เกลียวคู่วนขึ้นเป็เส้นขนาน แท่งเล็กหลายแท่งยึดโยงกันอยู่ระหว่างสองเส้นนั้น เหมือนราวบันไดบิดเบี้ยว
ภาพลอยคว้างกลางอากาศ พร้อมกับเสียงอธิบายดังรอบทิศ “ไม่ทราบที่มา สำหรับโครงสร้างพันธุกรรมนี้ แม้ว่าโครงสร้างมีความใกล้เคียง กับเผ่าพันธุ์ดั้งเดิมของชาวดาวมาร์วิน
ข้อแตกต่างคือโครงสร้าง มีความสมดุลมากกว่า ทำให้ประสิทธิภาพการกลายพันธุ์ต่ำ
ธาตุส่วนใหญ่ประกอบด้วยคาร์บอน อาศัยออกซิเจนระดับกลางเจือปนด้วยสารทั่วไปในอากาศ ในการหายใจ
สามารถอาศัยอยู่ได้บนดาวนี้ได้ โดยไม่มีผลกระทบ คาดว่ามาจากภายนอกกาแล็กซี
ควรระวังเื่การได้รับอาหารอย่างเหมาะสม น้ำตาลที่มากเกินไปอาจมีผลระยะยาว
มวลของโครงสร้างความแข็งแกร่งมีน้อยแตกหักง่ายเมื่อได้รับการกระทบกระเทือน
มวลกล้ามเนื้อกำลังอยู่ในการพัฒนา มีโปรตีนเป็หลักในการเสริมสร้างร่างกาย
หากได้รับาเ็ คาดว่าบาทแผลสมานช้ากว่าเผ่าพันธุ์มาร์วิน”
ภาพกลางโต๊ะเปลี่ยนรูปไป เป็ภาพของคนขนหนาปกคลุมทั่วตัวร่างกายกำยำรูปหนึ่ง อีกคนหนึ่งตัวเล็กกว่าแต่ว่ามีหาง
และภาพร่างมนุษย์ซึ่งก็คือภาพของตัวเล็ก ปรากฏขึ้นมาแทน
เสียงของการอธิบายดำเนินต่อไป “และข้อแตกต่างอีกอย่างคือ ถึงแม้ว่าจะมีลักษณะคล้ายลิงไม่มีหาง ลำตัวมีขนละเอียด บางเบา ไม่สามารถจำแนกสายพันธุ์ที่เกี่ยวเนื่องได้
อาจต้องศึกษาและเก็บข้อมูลต่อไป”
จบการบรรยาย ภาพทั้งหลายเริ่มจางลง บรรยากาศรอบห้อง สว่างขึ้นอีกครั้ง...
“น่าแปลก...น่าแปลกจริง ๆ หนูมาที่นี่ได้เพราะสาเหตุอะไร มาได้ยังไง มีมนุษย์ดาวไหนที่มีวิทยาการสูงขนาดที่ สามารถขนส่งมนุษย์จากกาแล็กซีอื่นมาถึงนี่ได้” หนึ่งในผู้ร่วมประชุมคิดดังไปหน่อย จึงเป็ประเด็นขึ้นมา
“อาจจะเป็คนบนดาววิทยาศาสตร์ ในกาแล็กซีของเรานี้ก็ได้...เพราะส่งมาที่นี่” ผู้ร่วมประชุมรายหนึ่งเป็ผู้หญิง ทรวดทรงงาม แสดงความคิดเห็น
เธอคนนี้หน้าตาเหมือนรูปปั้นนางฟ้า ผมเรียบสวยของเธอถูกรวบขึ้นในลักษณะเป็พุ่มสูงสีแดงสด สีเดียวกับริมฝีปาก
ผิวสีชมพูอ่อนเรียบลื่นดูชุ่มชื่นเหมือนผิวทารก สิ่งที่โดดเด่นอีกอย่างของคน คนนี้คือ ั์ตาที่อยู่ในกรอบเปลือกตาสีเข้มเส้นขนตาหนางอนงามนั้น
มีสีเดียวกับสีผม และสามารถเปลี่ยนเป็สีเขียวได้ในพริบตา
“มีความเป็ไปได้ทั้งสองอย่าง” อารยันพูด “พวกดาววิทยาศาสตร์ เราก็ไม่รู้ว่าเขามีวิทยาการกว้างไกลไปถึงไหน พวกเขาให้เรารู้แค่เฉพาะที่้าให้รู้เท่านั้น
คนที่น่าจะรู้ชัดเจนกว่า ก็พวกเสนาธิการขององค์จักรพรรดิ ไว้ฉันจะติดต่อไปถามข้อมูลก็แล้วกัน เื่นี้แปลกมาก แต่เราจะเก็บเื่นี้ไว้ก่อน หากพูดไปอาจเป็เื่ดัง ระดับดวงดาวเลยก็ได้ มีหวังตัวเล็กได้กลายเป็คนดังแหง ๆ”
“แล้วเื่ ยื่นข้อมูลเป็พลเมืองของตัวเล็กล่ะคะ ได้วันนี้เลยไหมคะท่านพ่ออารยัน?” ริเวนด้าถาม
“เดี๋ยวให้แอนนี่จัดการให้นะ และคุณอย่าพึ่งกลับ ริเวน มีสิ่งที่คุณต้องรับไปจัดการด้วย” อารยันตอบ
“แล้ว...ตัวเล็ก...?”
“ไม่เป็ไรให้เธออยู่ร่วมการประชุมได้ เธอมาใหม่ยังไม่คุ้นกับที่นี่” อารยันตอบคำถามเหมือนรู้ทัน โดยที่ริเวนด้ายังถามไม่จบประโยค
จากนั้นอารยันก็หันไปถาม ชายร่างสูงโปร่ง ผอมเพรียวคนหนึ่งนั่งอยู่ทางซ้ายมือของเขา “คุณ แปรโต้ ทางด้านคุณเป็อย่างไรบ้าง?”
“ครับผมท่านพ่อ...” ชายที่ชื่อแปรโต้ตอบรับ
แปรโต้คนนี้ นอกจากร่างกายจะผอมเพรียวแล้ว ทุกส่วนของร่างกายเขาดูจะยาวกว่าคนทั่วไปอย่างเห็นได้ชัด ยิ่งลำคอเขายาวเหมือนยีราฟเลยทีเดียว
แปรโต้อยู่ในชุดรัดรูปคล้ายชุดประดาน้ำสีน้ำเงินเข้มทั้งตัว โผล่ออกมาให้เห็นแค่หัวและนิ้วเรียวยาวเท่านั้น
ชุดของเขามีส่วนที่เป็โลหะคล้ายกับเกราะหรือเกล็ดใหญ่ ตามจุดต่าง ๆ ด้วย
โลหะสีพื้นดูเข้ม แต่จะเพราะความเงาหรืออะไรบางอย่างทำให้เกราะเกล็ดเ่าั้เปล่งสีเป็เหลือบรุ้ง คล้ายกับปีกแมลงทับ
สวยเจิดจ้า ั้แ่แดงไปถึงม่วงขึ้นอยู่กับมุมของแสงที่ตกกระทบ
สีผิวขาวราวกับกระดาษของเขาทำให้ชุดที่เขาใส่ยิ่งโดดเด่น เขาเคลื่อนไหวช้า ๆ เนิบ ๆ ค่อย ๆ หยิบแผ่นกระดานขาวขึ้นมา
แปรโต้ปัดนิ้วลงไปบนแผ่นนั้น ภาพฉายกลางโต๊ะก็ปรากฏขึ้นอีก
แปรโต้เริ่มอธิบายรายงานที่รับผิดชอบต่อไป
ตัวเล็กสนอกสนใจกับภาพที่เห็นตรงหน้าเป็อย่างมาก เหมือนกับกำลังดูภาพยนตร์ 3 มิติ ทั้งภาพที่ฉายบนโต๊ะ และมนุษย์ที่อยู่รอบ ๆ
รายงานแผนการต่าง ๆ ถูกหยิบยกมาพูดคุยในการประชุม โดยคณะผู้ร่วมประชุม รวมทั้งริเวนด้า
ตัวเล็กเข้าใจเพียงคร่าว ๆ ว่า พี่สาวผิวสีฟ้าคนสวย นั้นเป็หนึ่งในคณะปกครองด้วย เธอเป็ตัวแทนของการโรงแรม การท่องเที่ยวและรักษาความสงบ
ปัญหาทั้งหมดถูกนำมาพิจารณาแก้ไข โดยการตัดสินใจร่วมกันของทุกคนเว้นตัวเล็ก
ซึ่งแต่ละคนก็เป็ตัวแทนของกลุ่มคนต่าง ๆ ตามสาขาอาชีพ
แม้บางครั้งที่มีการโต้แย้งกันเกิดขึ้น ก็เพื่อหาข้อสรุปที่จะเกิดประโยชน์ และสมดุลมากที่สุด
กระทั่งได้วิธีที่ทุกฝ่ายเห็นพ้องต้องกัน อารยันถึงจะตัดสินเป็เื่ ๆ ไป
การพิจารณาดำเนินไปเรื่อย ๆ เข้าใจว่าตอนที่ตัวเล็กและริเวนด้าได้เข้ามาภายในปราสาทแห่งนี้น่าจะเป็่เที่ยง
ทว่าตอนนี้แสงแดดเริ่มลาลับ บอลกลม ๆ สีแดงทาบทับกับขอบฟ้าไปจวนจะหมดดวงแล้ว
ความมืดคืบคลานเข้ามาพร้อมกับพระจันทร์สองดวงจากทิศตรงกันข้าม
ดวงดาวทยอยปรากฏขึ้น และมากขึ้นเรื่อย ๆ การประชุมกลับยังไม่จบลงสักที
...เวลาเลื่อนเคลื่อนผ่านไปจนวาระการประชุมสิ้นสุด มนุษย์สาวผิวสีเขียวคนเดิมก็เดินเข้ามาหาตัวเล็ก พร้อมกับยื่นบัตรแข็งเคลือบสารบางอย่างดูเหมือนกับพลาสติกส่งให้
บนบัตรไม่มีรูปภาพใด ๆ มีแต่ตัวหนังสือเล็กใหญ่ ที่ตัวเล็กเองเห็นแล้วก็แปลไม่ออก
“บัตรนี้ เธอสามารถใช้แสดงเพื่อบอกว่าเป็ผู้อาศัยอยู่ในหมู่บ้านนี้ได้ แต่ยังออกไปนอกหมู่บ้านไม่ได้นะ หากเธอ้าจะออกไปข้างนอกต้องมีคนไปด้วย และไม่ควรออกไปจนกว่า เราจะตรวจสอบและส่งข้อมูลของเธอให้กับราชสำนักของดาวเสร็จ...เข้าใจนะ”
“หนูจะปลอดภัยใช่ไหมคะ?”
“เธอจะปลอดภัยเมื่ออยู่ที่นี่” พี่สาวตัวเขียวตอบ
“แอนนี่!” เสียงเข้มแข็งดังมาจากประธานของการประชุม “วันนี้เธอช่วยพวกเราอีกอย่างได้ไหม”
แอนนี่เธอพยักหน้าและรอคำพูดที่กำลังจะตามมา
“เดี๋ยวเราทุกคนลงไปกินข้าวค่ำด้วยกันนะ ก่อนจะแยกย้าย” าาอารยันพูดกับทุกคนก่อนจะหันหน้ามาทางแอนนี่ “เธอช่วย จัดอาหารให้เหมาะสมกับทุกคนให้ทีนะ เพราะวันนี้ ประชุมดึกมากเกินไป มีเด็กอยู่ด้วย ทุกคนก็คงจะหิวแล้ว ที่สำคัญฉันใช้เครื่องพวกนั้นไม่เป็ ฮี่! ๆ ” พระาาอารยันพูด พร้อมกับรอยยิ้มที่ดูเก้อเขิน ทำให้เขาดูเป็เด็กลงมากกว่าความเป็จริงเยอะเลย
ทั้งที่เขาเป็าาสามารถสั่งการคนไหนก็ได้ ก็ยังไม่อาจรู้ใจใครทุกคนว่าชอบอะไรบ้าง
แอนนี่ นักเก็บข้อมูลต่างหากที่มีความสามารถนี้
“ยินดีเพค่ะ องค์าา” แอนนี่ถอนสายบัวช้า ๆ โค้งคำนับตอบ
ไม่รู้ว่าเธอกำลังประชด ทำเป็พิธี หรือล้อเล่นกันแน่เพราะก่อนหน้านี้เธอไม่ได้แสดงกิริยาแบบนี้ให้เห็นเลย
มีแต่จะดูเป็ผู้หญิงมาดมั่น นิ่ง หยิ่งนิด น่าเกรงขามมากกว่า คงเพราะหมดเวลางานแล้ว ความเครียดเธอก็คลายตัวลงก็เป็ไปได้
เธอหันหลังออกจากห้อง ทุกคนก็เคลื่อนที่ตามลงไป บางคนลอยไปทั้งเก้าอี้เลยด้วยซ้ำ
แปรโต้ คนร่างสูงคอยาวที่ตัวเล็กจำชื่อได้ก็ลอยไปพร้อมกับเก้าอี้ด้วยเช่นกัน
ในขณะที่รอให้คนทั้งหลายทยอยเข้าไปในกล่องขนส่ง หลายคนที่นั่งพาหนะลอยได้ บินไปอีกทางหนึ่งซึ่งเป็ทางเดินลง
ตัวเล็กแหงนหน้าขึ้นถามริเวนด้าที่จูงมือเธออยู่ว่า “พี่ค่ะ...ทำไมบางคนถึงเดินเอง ทำไมบางคนถึงนั่งของลอยได้ลงไปล่ะค่ะ?”
“ก็เพราะบางคนไม่อยากยืนรอลงลิฟต์เหมือนเราไงล่ะ ตัวเล็ก!” เสียงเข้มขลังกังวานที่ตัวเล็กเริ่มคุ้นเคยดังมาจากทางด้านหลัง ท่านาาอารยันนั่นเอง “และอีกอย่างหนึ่ง เพราะบางคนมาจากต่างดาว
ดาวแต่ละดวงมีแรงดึงดูดไม่เท่ากัน เวลามาที่นี่ บางคนก็จะไม่แข็งแรง การให้เขานั่งยาน ก็เป็ความสะดวกสำหรับเขาด้วย ฉันไม่หวงห้าม” พระาาอธิบาย
“แล้วทำไมเราไม่นั่งยานลงไปล่ะคะ?”
“ลงลิฟต์เร็วกว่า หนูอยากลองนั่งยานดูล่ะสิใช่ไหม? เดี๋ยวฉัน...”
“ค่ะ” ตัวเล็กตอบเสียงดังฟังชัด าายังไม่ทันพูดจบ
“นี่ตัวเล็ก ท่านพ่ออารยันท่านเป็าาของที่นี่นะ รบกวนท่านเป็เื่ที่ไม่ควรรู้ไหม” ริเวนด้ารีบตวาดขึ้นเบา ๆ
ตัวเล็กถึงกับสะดุ้งโหยง รีบหันไปโค้งคำนับให้กับอารยัน “ขอโทษค่ะ! ขออภัยค่ะ!”
อารยันได้แต่ยืนนิ่ง เขาก็เพิ่งรู้สึกตัวว่าเขาไม่ควรไปอาสาทำอะไรให้ใครเป็การส่วนตัว ด้วยฐานะที่เขาดำรงอยู่
“ฉันว่า ก่อนที่หนูจะนั่งยานเล่น หนูควรจะหัดขับยานให้ได้ก่อน” อารยันพูดแก้เก้อ
“ยินดีเพคะ องค์าา” ตัวเล็กถอนสายบัวตอบ ตามแบบที่มนุษย์ผิวสีเขียวทำก่อนหน้านี้
าาอารยันอดอมยิ้มไม่ได้ เมื่อเห็นกิริยาของเด็กผู้หญิงตัวน้อย ที่ยังคงไร้เดียงสา ทำไปโดยไม่รู้ว่าสิ่งที่ทำอยู่นั้นหมายความว่าอย่างไร
งานเลี้ยงอาหารค่ำของาาอารยัน ถูกจัดขึ้นที่ชั้นล่าง อีกส่วนหนึ่งของปราสาท
บริเวณนี้มีเพียงผนังล้อมรอบลานกว้าง ไม่มีเพดาน ทำให้มองเห็นดวงดาวได้อย่างชัดเจน
โต๊ะสี่เหลี่ยมผืนผ้าตัวยาว ทำจากแก้วผลึกใสตั้งไว้ส่วนหนึ่ง หลายคนนั่งรับประทานอาหารตรงนั้น
ใจกลางลานกว้างมีไฟกองใหญ่ถูกจุดขึ้น เปลวไฟที่นี่เป็สีน้ำเงินและฟ้า ทว่าถ่านไฟยังไงก็เป็สีแดง
าาอารยันนั่งริมกองไฟ เขาถือเหล็กแหลมยาวเหยียด ที่เสียบเนื้อก้อนใหญ่ ของตัวอะไรบางอย่าง
เขาย่างเนื้อบนไอร้อนของถ่านที่แดงโร่ ในมืออีกข้างถือมีดเล็ก ๆ หนึ่งด้าม
ไม่เห็นเขาใช้มันตัดอะไร พอเนื้อเริ่มสุขเขาก็ยกขึ้นมาเป่าสองสามที แล้วใช้ฟันกัด กระชากเคี้ยวหงับ ๆ
ขณะเดียวกันก็คุยกับคนที่อยู่รอบกองไฟ คนนั้นที คนนี้ที
ข้างตัวเขามีโต๊ะเล็ก ๆ วางอยู่ บนโต๊ะมีถ้วยโลหะสีเหลืองใสประกายเงาวาววับ แสงไฟสีฟ้าจับสะท้อนถ้วยเห็นเป็สีเขียว
ข้างกัน โถผลึกใสขนาดใหญ่ที่ใส่เครื่องดื่มสีขาวไว้ภายใน นาน ๆ ทีเขาจะยกมันขึ้นมาดื่มสักครั้งหนึ่ง...
เขาดูเรียบง่ายไม่เหมือนาาเลยสักนิด ทว่ามีบางอย่างสะกิดให้ทุกคนต้องเคารพยำเกรง ตัวเล็กเองััได้
อาจจะเป็พลังความแข็งแกร่งของเขา ที่แผ่กระจายออกมาอย่างไม่รู้ตัว
...นี่คือพระาาของหมู่บ้านเสโตโปลามัสกัส ที่มีนามว่าอารยัน...
©Witchmedal